นางนำกระเทียมและพริกเล็กน้อยที่เตรียมไว้ใส่ลงกระทะเมื่อน้ำมันเดือดแล้วและตามด้วยผักบุ้งใส่ลงไปคนเล็กน้อยให้ผักยุบตัวลงและปรุงรสเป็อันเสร็จ
"น่ากินมากเลยเ้าค่ะคุณหนูหอมมากจนท้องของป้าร้องประท้วงแล้วตอนนี้"เจาเพ่ยเอ่ยนางไม่คิดว่าคุณหนูของนางที่เห็นกันมาั้แ่เล็กๆจะทำอาหารเป็เพราะคุณใหญ่เว่ยไม่เคยเข้าครัวเลยสักครั้งนางแปลกใจนัก
"อร่อยมากเลยละเ้าค่ะรับรองกินแล้วจะติดใจเ้าค่ะ ตอนนี้เรายกไปกันเถอะ"เว่ยเจียวจิงกล่าวก็ต้องอร่อยอยู่แล้วฝีมือเซฟระดับห้าดาวเชียวนะ
"โฮ้...หอมมากเลยขอรับพี่ใหญ่"เว่ยฮุ่ยิกล่าวตาโตเขากลื่นน้ำลายลงคออึกใหญ่หน้าตาอาหารแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้นเลย
"ว้าว อินเหมยอยากกินเ้าค่ะพี่เจียวจิงต้องอร่อยมากแน่ๆพี่เจียวจิงทำอาหารน่ากินมากๆเลย"เว่ยอินเหมยเองก็มีอาการไม่ต่างจากพี่ชายคนรองมากนัก
"เจียวจิงเอ๋อร์ลูกทำอาหารเป็ั้แ่เมื่อไหร่กันแล้วนั้นปลาหรือมันจะไม่คาวหรอกรึ"เว่ยหรงซิ่วฮูหยินถามลูกสาวอย่างแปลกใจตอนลูกสาวบอกว่าจะทำอาหารนางก็แปลกใจเพราะลูกสาวนางไม่เคยเข้าครัวเลยแม้สักครั้งเดียวเลยคิดว่าลูกสาวของนางอาจจะอยากลองทำอาหารดูก็เลยไม่ได้ว่าอะไรและพออาหารเสร็จสิ่งที่นำมาทำก็คือปลา สงสัยลูกสาวของนางคงจะไม่รู้ว่าปลานำมาทำอาหารไม่ได้มันคาวไม่มีใครเขากินกัน แต่จากที่ดูตอนนี้มันชั่งหอมน่ากินมากๆเลย
"ท่านแม่ลองชิมดูก่อนเ้าค่ะ ท่านพ่อด้วยนะเ้าค่ะ หากลูกทำอาหารไม่เป็แล้วลูกจะเปิดเหลาอาหารได้อย่างไรเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงตักต้มปลาให้กับบิดามารดาและยังตักให้น้องๆทั้งสองคน
"อืมม..อร่อยมากเ้านี้เรียกว่าอะไรหรือ"เว่ยซีห่าวเอ่ยถามทั้งๆที่ปากก็ยังเคี้ยวอยู่เนื้อปลาที่ทำก็ไม่คาวเลยและยังน้ำซุปนี่อีกมันช่างเข้ากันดีติดเปรี้ยวเล็กน้อยอร่อยลงตัว
"ท่านพ่อเ้าคะนี้คือต้มปลาเ้าค่ะ นี่คือปลาเผาที่ข้าได้ล้างและนำขี้ปลาและใส้มันออกและยัดสมุนไพรที่เรียกว่าตะไคร้เข้าไปเพื่อดับกลิ่นคาวกินกับน้ำจิ้มนี้ด้วยและผักสดอร่อยมากและจานนี้คือผัดผักบุ้งเ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงอธิบาย
"ท่านพ่อพี่ใหญ่เก่งมากขอรับวันนี้พี่ใหญ่ได้เงินมาสองพันตำลึงทองขอรับมีคนว่าจ้างให้พี่ใหญ่เป็นักล่ามแปลให้ขอรับ"เว่ยฮุ่ยิเอ่ยเล่าเื่ราวที่อยู่ท่าเรือให้ทุกคนฟังและเอาดาบซามูไรมาโชว์อีกด้วย
"เช่นนั้นหรือ เจียวจิงเอ๋อร์เก่งจริงๆเมื่อเป็เช่นนี้พ่อก็วางใจ"เว่ยซีห่าวตอนแรกเขาก็คิดหนักเื่ที่ลูกสาวของเขาอยากเปิดเหลาอาหารถ้าเป็แต่ก่อนที่ครอบครัวยังมีเงินเขาจะไม่คิดมากเลยหากนางจะทำแต่ตอนนี้ไม่มีเงินเหมือนแต่ก่อนอีกอย่างนางก็ไม่เคยเข้าครัวทำอาหารเลยจึงเป็กังวลแต่พอได้เห็นและได้กินอาหารที่นางทำในวันนี้และนางยังหาเงินได้ง่ายๆเขาก็วางใจ
"ท่านพ่อท่านแม่โปรดเชื่อใจลูกสักครั้งลูกทำได้เ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงรู้ว่าพวกท่านคิดอย่างไรแต่นางจะพิสูจน์ให้พวกท่านดูว่านางทำได้
"กินปลาเผาด้วยซิเ้าคะ อินเหมยกินเยอะๆนะ"เว่ยเจียวจิงบอกและตักปลาเผาให้น้องสาว
"เ้าค่ะพี่เจียวจิง อินเหมยชอบทุกอย่างเลยเ้าค่ะ"เว่ยอินเหมยกล่าวและตั้งใจกินข้าวมากกว่าทุกครั้ง
"ท่านพ่อท่านแม่วันนี้ลูกได้ไปติดต่อให้ช่างไปล้อมรั้วที่ดินในเมืองเอาไว้แล้วนะเ้าคะ อีกสามวันถึงจะแล้วเสร็จและลูกจะพูดคุยเกี่ยวกับการสร้างเหลาอาหารเลยหากว่าตกลงราคากันได้ลูกจะให้เขาเริ่มก่อสร้างเลยเ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงอธิบายให้ทั้งสองฟังนางคิดว่าจะต้องไปท่าเรืออีกเพราะอาจจะโชคดีมีคนจ้างให้นางเป็ล่ามอีกก็ได้จะได้มีเงินมาซื้อข้าวของเพิ่ม
"มีอะไรให้พ่อกับแม่ช่วยเหลือก็บอกได้นะเจียวจิงเอ๋อร์"เว่ยหรงซิ่วฮูหยินบอกกับลูกสาวนางเชื่อมั่นในตัวเว่ยเจียวจิงว่านางจะต้องทำได้
"นั้นสิ เริ่มต้นใหม่อีกครั้งจะเป็ไรไปเดี๋ยวพ่อจะสอนศาสตร์การค้าให้ลูกเอง"เว่ยซีห่าวเองเมื่อเห็นลูกสาวคนโตเอาจริงเขาก็มีแรงอึดสู้อีกครั้ง
"เ้าค่ะ ลูกจะทำอาหารเองเป็ไปได้ลูกจะไม่จ้างใครเพราะสูตรอาหารของลูกอร่อยมากๆเ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงบอกยิ้มๆนางจะไม่จ้างแม่ครัวหรอกถ้าใครจะรู้สูตรอาหารของนางก็ต้องจงรักภักดีซื่อสัตย์ต่อนางและทำให้นางเห็นก่อนเท่านั้นและนางก็รู้แล้วว่าใครจะเป็คนช่วยนางได้ท่านป้าเจาเพ่ยนั้นเองเพราะขนาดว่าครอบครัวนางตกทุกข์ได้ยากนางก็ยังไม่จากไปไหน
"อินเหมยจะช่วยพี่เจียวจิงเองเ้าค่ะ"เว่ยอินเหมยที่กินข้าวอยู่เงียบๆเงยหน้าขึ้นมากล่าว
"ช่วยเป็กำลังใจให้พี่ก็พอแล้วเ้าหน่ะ"เว่ยเจียวจิงกล่าวพร้อมทั้งใช้มือลูบหัวเล็กๆนั้นอย่างเบามือ
"แล้วเื่เงินที่จะต้องใช้จ่ายค่าสร้างเหลาอาหารละลูกเจียวจิงเอ๋อร์มันจะพอหรือไม่"เว่ยหรงซิ่วเอ่ยขึ้นมาอย่างเป็กังวลการสร้างบ้านหรือเหลาอาหารอย่างน้อยๆต้องมีสักสองถึงสามพันตำลึงทองถึงตอนนี้ลูกสาวนางจะมีสองพันตำลึงทองอยู่ในมือแต่ว่ามันก็ไม่น่าจะพอ
"ท่านแม่ไม่ต้องห่วงนะเ้าคะพรุ่งนี้ลูกจะไปที่ท่าเรืออีกเผื่อว่าจะมีคนจ้างเป็นักล่ามอีก"เว่ยเจียวจิงกล่าวนางเองก็ไม่แน่ใจว่าจะมีใครให้แปลกภาษาให้ไหมนางอาจจะไม่โชคดีอย่างวันนี้ก็ได้แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้
"ถ้าอย่างนั้นก็ให้เหอเซาจางไปด้วยยังไงลูกก็เป็สตรีเซาจางเป็วรยุทธหากเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยทัน"เว่ยซีห่าวบอกเขาไม่ห้ามนางแต่เขาก็เป็ห่วงให้เซาจางคอยติดตามไปจะดีกว่า
"เ้าค่ะท่านพ่อ กินเยอะๆนะเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงตอบรับอย่างว่าง่าย
"ข้าเองก็จะไปกับพี่ใหญ่ขอรับ"เว่ยฮุ่ยิรีบกล่าวขึ้นทันที
เว่ยเจียวจิงพยักหน้ารับและยิ้มให้น้องชายที่กระตือรือร้นอยากช่วยเหลืองานนางแต่ก็เป็เื่ดีแล้วที่น้องชายของนางรู้ความและไม่ใช่คุณชายที่วันๆเอาแต่เที่ยวเล่นไม่เอาไหน นางมองดูคนในครอบครัวที่กินอาหารฝีมือนางครั้งแรกด้วยสีหน้ามีความสุขที่จริงแล้วอาหารที่นางสั่งมานางเอาทิ้งหมดแล้วนางเสียดายเงินที่จ่ายไปจริงๆแต่จะทำยังไงได้นางกินไม่ลงจริงๆ
เมื่อกินข้าวกันเสร็จแล้วทุกคนก็ย้ายไปที่ศาลาหน้าเรือนเพื่อนั่งจิบชาและนางก็นำมะม่วงสุกที่ปอกเปลือกแล้วมาให้ทุกคนกินคนที่นี้ไม่ค่อยรู้จักผลไม้เท่าใดนักกระทั่งมะพร้าวยังไม่รู้จักมะม่วงเองก็เช่นกัน พรุ่งนี้นางคิดว่าจะทำข้าวเหนียวมะม่วงให้ทุกคนกิน ทุกคนกินมะม่วงที่นางนำมาจนหมดโดยเฉพาะเว่ยอินเหมยน้องเล็กของบ้านนางชอบมากจนต้องปลอกมาเพิ่มอีก นั่งพูดคุยกันสักพักก็แยกย้ายกันกลับห้องนอนของตน
เว่ยเจียวจิงนางอาบน้ำเสร็จก็ยังไม่นอนนางต้องออกแบบเหลาอาหารของนางต่ออีกสามวันนางจะนำมันไปให้ช่างใหญ่หูเจี๋ยดูเพื่อประเมินราคาในการสร้าง
อีกด้านหนึ่งมีบุรุษนั่งรอฟังรายงานจากคนสนิทที่ตนได้สั่งให้ไปจัดการท่วงท่าสง่างามอกผายไหล่ผึ่งผิวพรรณผุดผ่องหน้าตาหล่อเหลาเขาก็คือท่านอ๋องหนุ่มวัยยี่สิบปีนามว่าโม่เทียนหลงเขามีศักดิ์เป็พระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันความร่ำรวยไม่ต้องพูดถึงมีกิจการร้านค้ามากมายและยังเป็เ้าของโรงเตี๊ยมชื่อดังและหอฝากเงินอีกด้วย เขาเปี่ยมทั้งอำนาจบริวารและเป็ที่เกรงกลัวของทุกคนในราชสำนักด้วยเพราะแม้แต่ตัวฮ่องเต้เองก็ยังรับฟังคำแนะนำหรือคำคัดค้านในกิจการบ้านเมืองของโม่เทียนหลงหรือเทียนหลงอ๋อง
"ว่ามา"โม่เทียนหลงเอ่ยขึ้นขณะที่ในมือถือจอกเหล้าอยู่
"เรียนท่านอ๋องนางมีชื่อว่าเว่ยเจียวจิงขอรับเป็ตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยมากทีเดียวแต่ว่าครอบครัวของนางถูกโกงจนแทบจะหมดตัวและคุณหนูเว่ยนางถูกถอนหมั้นจากตระกูลหลุนขอรับครอบครัวของนางจำต้องขายจวนในเมืองเพื่อใช้หนี้และย้ายไปอยู่ที่จวนนอกเมืองแถวหมู่บ้านชิวน่าท่งขอรับ"หยู่เปิงเฉียวเริ่มรายงานตามที่ได้ไปสืบมา
"และตอนนี้คุณหนูเว่ยกำลังคิดจะสร้างเหลาอาหารที่อยู่ในเขตตงเปียน(ทิศตะวันออก)ซึ่งเป็เขตที่ไม่ค่อยเจริญเท่าไหร่นักและที่เราเห็นนางที่ท่าเรือวันนี้เพราะว่าคุณหนูเว่ยจะไปหาซื้อเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสของต่างชาติขอรับ แต่ว่ามีคนของท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายไปเห็นว่าคุณหนูเว่ยพูดภาษาญี่ปุ่นได้จึงได้ขอร้องให้ช่วยเจรจาเพื่อซื้อดาบของชาวญี่ปุ่นขอรับและให้ค่าตอบแทนสองพันตำลึงทองขอรับ"หยู่เปิงเฉียวรายงานเสียงดังฟังชัดเขาไม่คิดว่าท่านอ๋องเทียนหลงจะสนใจสตรีใดมาก่อนต่อให้งดงามแค่ไหนก็ตาม
"ถูกโกงจากใคร"โม่เทียนหลงถามกลับไปใครมันช่างคิดร้ายต่อนางได้
"เรียนท่านอ๋องจากหลงจูที่ค่อยดูแลร้านให้กับเว่ยซีห่าวบิดาของคุณหนูเว่ยขอรับ เขาได้ยักยอกเงินและติดการพนันแถมยังหลอกให้เว่ยซีห่าวลงชื่อโอนกิจการร้านค้าไปเป็ของตนขอรับ เหลือแค่จวนในเมืองกับที่ดินในเขตตงเปียนและจวนนอกเมืองขอรับ"หยู่เปิงเฉียวตอบที่หลงจูคนนั้นไม่เอาที่ในในเขตตงเปียนเพราะเป็ที่อยู่ของชนชั้นกลางซึ้งก็เป็แค่ที่ดินเปล่าและไม่น่าจะทำประโยชน์อะไรได้
"แล้วอดีตคู่หมั้นของนางตอนนี้ละ"โม่เทียนหลงถามต่อเพราะถ้าเป็คู่หมั้นกันก็หมายความว่าทั้งสองต้องรักกันไม่มากก็น้อย
"หลุนฮวนฉู๋ตอนนี้ได้แต่งกับคุณหนูชูฮวาผางแล้วขอรับั้แ่ถอนหมั้นเพราะคุณหนูเว่ยหมดตัวเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยขอรับ"หยู่เปิงเฉียวตอบตามที่เขาไปสืบมาทั้งสองจะรักกันหรือไม่นั้นเขาไม่รู้
"รายงานท่านอ๋อง"หลีมู่จงองครักษ์คนสนิทอีกคนของโม่เทียนหลงเดินเข้ามารายงานเื่ที่เขาได้รับคำสั่งให้ไปเฝ้าติดตามคุณหนูเว่ยถึงจวน
"ว่ามา"โม่เทียนหลงเอ่ยอนุญาต
"เรียนท่านอ๋องคุณหนูเว่ยจะไปท่าเรือพรุ่งนี้อีกขอรับเพราะว่าเงินไม่พอสำหรับจะสร้างเหลาอาหารจึงจะไปเพื่อเป็นักล่ามเผื่อมีผู้ว่าจ้างอีกขอรับ"หลีมู่จงรีบรายงานสิ่งที่ได้ยินมากับหูเพราะตนค่อยติดตามเฝ้าดูนางั้แ่กลับถึงจวนจนนางเข้าห้องนอนไปจึงได้กลับมารายงานท่านอ๋อง
โม่เทียนหลงฟังเื่ราวของนางก็ยิ่งสนใจเข้าไปอีกนางช่างเป็สตรีที่เข้มแข็งเสียจริงและยังรู้ภาษาของต่างชาติอีกด้วยหายากมากนางช่างคู่ควรกับเขาเสียจริง
"พรุ่งนี้เราจะไปท่าเรือและให้นางมาเป็นักล่ามให้ข้า"โม่เทียนหลงอยากจะช่วยเหลือนางแต่ก็ทำแบบโจ่งแจ้งไม่ได้เดี๋ยวนางจะตื่นกลัวเอาได้
"ขอรับท่านอ๋อง/ขอรับท่านอ๋อง"หยู่เปิงเฉียวและหลีมู่จงตอบรับได้แต่มองหน้ากันไปมาท่านอ๋องจะให้คุณหนูเว่ยมาเป็นักล่ามให้ทำไมในเมื่อท่านอ๋องเองก็พูดภาษาคนพวกนั้นได้หรือว่าพวกเขากำลังจะมีเ้านายเพิ่มอีกคน
เว่ยเจียวจิงนอนดึกมาเมื่อคืนเพราะนางออกแบบเหลาอาหารของนางจนเสร็จนางตั้งใจว่าจะทำเหลาอาหารด้านหน้าสักห้าไร่ส่วนอีกห้าไร่ด้านหลังนางจะสร้างจวนเอาไว้เพื่ออยู่จะได้สะดวกไม่ต้องเดินทางไปกลับจากในเมืองและนางจะปลุกผักสวนครัวเอาไว้ทำอาหารเองอีกส่วนหนึ่งจะได้ไม่ต้องซื้อและอีกอย่างส่วนประกอบอาหารของนางบางอย่างก็หาซื้อไม่ได้แต่ว่าเื่สร้างจวนต้องพับเก็บเอาไว้ก่อนนางจะต้องทำเหลาอาหารให้แล้วเสร็จเสียก่อน
เช้านี้นางตื่นแต่เช้าเพื่อมาขุดมะพร้าวแก่ทำกะทิวันนี้นางจะทำข้าวเหนียวมะม่วงให้ครอบครัวได้กินก่อนที่นางจะไปท่าเรือและทำข้าวต้มหมูสับง่ายๆกินตอนเช้า เว่ยเจียวจิงนางเริ่มทำข้าวต้มก่อนเพราะจะได้ไม่ต้องให้ทุกคนรอพอทำข้าวต้มเสร็จก็หันมาสนใจข้าวเหนียวมะม่วงนางต่อ
เว่ยเจียวจิงนำข้าวเหนียวเก่านำมาล้างให้สะอาด เหตุผลที่ใช้ข้าวเหนียวเก่าเพราะสามารถดูดซับน้ำกะทิได้ดีและไม่แฉะเหมือนข้าวเหนียวใหม่ที่นี้ไม่นิยมกินข้าวเหนียวแต่ก็พอมีอยู่บ้างแต่ด้วยครอบครัวนางนั้นร่ำรวยมาก่อนข้าวของเครื่องใช้บางอย่างก็ยังเก็บไว้ไม่ได้ขายไป
เคล็ดลับการทำให้ข้าวเหนียวเงา ใส ให้นำข้าวเหนียวที่ล้างแล้วมาขัดหรือถูเบาๆกับสารส้ม (ก้อน) หรือแกว่งแช่สารส้มไว้ประมาณ 3 นาทีหลังจากนั้นนำสารส้มออกแล้วทิ้งข้าวเหนียวแช่น้ำไว้ 3 ชั่วโมงแต่ว่าที่นี้ไม่มีสารส้มนางจึงข้ามขั้นตอนนั้นไปซึ่งมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากและเปลี่ยนมาแช่น้ำเปล่าแทนระหว่างรอข้าวแช่ไว้เว่ยเจียวจิงก็เตรียมสำหรับเช้าไว้รอทุกคนและท่านป้าเจาเพ่ยก็เข้าครัวมาพอดี
"คุณหนูโถมันเป็หน้าที่ของป้านะเ้าคะ"เจาเพ่ยที่เข้ามาเห็นคุณหนูใหญ่ทำอาหารเองก็โอ๊ตโอ๊ย
"ข้าอยากทำเ้าค่ะท่านป้าเจาเพ่ยเพื่อฝึกฝีมือไปในตัวด้วยตอนนี้อาหารเช้าเสร็จแล้วเรายกไปกันเถอะ ทุกคนตื่นกันหรือยังเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงกล่าวและถามถึงทุกคนว่าตื่นกันหรือยัง
"ตื่นกันแล้วเ้าค่ะ มาค่ะป้ายกเอง"เจาเพ่ยแย่งยกถาดสำรับเช้าไปถือเอง
เว่ยเจียวจิงได้แต่ยิ้มและส่ายหัวให้กับป้าเจาเพ่ย นางกินอาหารพร้อมครอบครัวและบอกกับบิดาว่าไม่ให้ออกไปหางานทำในเมืองให้อยู่ดูแลทุกคนที่บ้านดีกว่าไม่ต้องห่วงเื่เงินเพราะตอนนี้บิดาของนางก็ไม่ค่อยสบายอีกอย่างท่านทำเพื่อครอบครัวมามากแล้วกว่าท่านจะยอมนางก็พูดจนหมดแรง และเว่ยเจียวจิงบอกกับทุกคนว่าอาหารเที่ยงนางจะทำข้าวเหนียวมะม่วงให้กินกันมารดาอาสาไปช่วยนางในครัวหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จนางจะเข้าเมือง่บ่าย
เมื่อเข้ามาในครัวเว่ยเจียวจิงนำข้าวเหนียวออกจากน้ำที่แช่ไว้ โดยต้องสะเด็ดน้ำให้แห้งที่สุดไม่ให้เหลือน้ำเพราะน้ำที่เกาะอาจทำให้ข้าวเหนียวแฉะได้และตั้งซึง ตั้งเตาไฟ นางใส่ใบเตยใส่ลงไปในน้ำที่อยู่ด้านล่างซึงเพื่อเพิ่มความหอมให้กับข้าวเหนียวใบเตยที่นางบังเอิญเก็บติดมือมาด้วยเมื่อวานและนำผ้าขาวบางรองพื้นก่อนใส่ข้าวเหนียวลงไปนึ่งใช้เวลา 20 นาที
ระหว่างรอข้าวเหนียวสุก นางก็เตรียมกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียว ด้วยการใส่หัวกะทิที่นางขุดทำเอาไว้แล้วลงหม้อ ตั้งไฟ จากนั้นใส่น้ำตาล และเกลือลงไป ใช้ไฟปานกลาง คนพอให้น้ำตาลและเกลือละลายเท่านั้น ไม่ให้กะทิแตกมัน
เมื่อข้าวเหนียวสุกเว่ยเจียงจิงก็นำมามูนกับน้ำกะทิที่ปรุงเสร็จแล้ว คนให้เข้ากันเพื่อให้ข้าวเหนียวดูดซับน้ำกะทิ ผ่านไป 10 นาทีให้พลิกกลับหรือคนข้าวเหนียวให้เข้ากันอีกครั้งแล้วพักทิ้งไว้อีก 10 นาทีก็จะได้ข้าวเหนียวมูนพร้อมทาน
"ข้าวสุกเสร็จแล้วก็เหลือเพียงแค่ปอกมะม่วงสุกและว่างจัดจานเท่านั้นเ้าค่ะท่านแม่ท่านป้าเจาเพ่ย"เว่ยเจียวจิงทำไปอธิบายไปโดยมีมารดาและท่านป้าเจาเพ่ยค่อยช่วยเล็กๆน้อยๆ
ท่านแม่และท่านป้าเจาเพ่ยอาสาปอกเปลือกมะม่วงให้ เว่ยเจียวจิงทำการปาดหั่นเป็ชิ้นสวยงามและว่างจัดจานอย่างสวยงามเป็อันเสร็จ
"ว้าวคุณหนูของป้าเก่งจริงๆเ้าค่ะ มันช่างหอมน่ากินมากๆเลยเ้าค่ะ"เจาเพ่ยอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นนางไม่เคยเห็นอาหารเช่นนี้มาก่อนเลยและมันแปลกมากคุณหนูของนางทำไมถึงทำเป็ได้
"เก่งมากเจียวจิงเอ๋อร์ลูกไปเรียนมาจากที่ใดรึ"เว่ยหรงซิ่วเอ่ยถามลูกสาวของนาง มันน่าทึ่งมากั้แ่นางเข้าครัวทำอาหารแต่ละอย่างที่นางทำมันช่างแปลกใหม่และอร่อยมากๆ
"ลูกไปที่ท่าเรือแล้วไปเจอสูตรอาหารของชาวต่างชาติมาเ้าค่ะเลยซื้อมาและลองทำดูซึ่งมันก็ไม่ได้ยากอะไร"เว่ยเจียวจิงโกหกออกไปจะให้นางบอกอย่างไรได้
"ลูกขอตัวไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้าเมืองก่อนนะเ้าคะท่านแม่"เว่ยเจียวจิงกล่าวและกลับห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด