บทที่ 24 เย่ว่านหายใจไม่ออก
"บ้าเอ๊ย ผู้หญิงคนนั้นกล้าดียังไงมาเล่นสกปรกแบบนี้ บอกแล้วว่าพ่อฉันอายุมากแล้ว ทำไมถึงได้หลงกลเธอได้ลงคอ"
ฉิงเจี่ยบ่นเสียงดัง ไม่สนใจเลยว่าพ่อของเธอจะคิดยังไง
เื่นี้ก็โทษเธอไม่ได้หรอก ใครกันที่ทำให้พ่อของเธอต้องทะเลาะกับเธอหลายต่อหลายครั้งเพราะผู้หญิงคนนั้นแท้ ๆ
แบบนี้ยังจะหวังให้เธอเห็นใจอีกเหรอ ฝันไปเถอะ!
"ขอร้องล่ะ อาจารย์น้อย ช่วยฉันด้วย!"
หวังเจิ้งเซวียนได้ยินแล้วก็รู้สึกปวดตุบ ๆ ที่ขมับ เห็นว่าลูกสาวไม่น่าจะช่วยอะไรได้ จึงได้แต่เอ่ยปากขอร้องด้วยตัวเอง
ถ้าเป็อย่างที่อาจารย์น้อยว่า ฤทธิ์ของยันต์นี่ร้ายกาจนัก ถ้าไม่แก้ไข ที่เขาทำงานหนักมาทั้งชีวิตอาจจะตกไปเป็ของคนอื่นทั้งหมด ผลลัพธ์แบบนั้น แค่คิด หวังเจิ้งเซวียนก็รับไม่ได้แล้ว
ทว่า เหยายเหยากลับส่ายหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดูว่า
"ตอนนี้หนูไม่สามารถแก้ให้คุณได้หรอกค่ะ ไม่งั้นถ้าอีกฝ่ายรู้ตัวขึ้นมาแล้วหนีไปจะยุ่งยากกว่าเดิม"
เธอยังอยากจับตัวคนที่ทำร้ายแม่ให้ได้ โอกาสแบบนี้หายาก ไม่อาจปล่อยให้เขาหนีไปได้อีก
หวังเจิ้งเซวียนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป จากนั้นเขาก็คิดแผนขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายใช้วิธีการแบบนี้วางแผนเล่นงานตัวเอง เขาย่อมไม่อยากปล่อยให้หนีไปเช่นกัน
"งั้นฉันจะเรียกเธอมาดีไหม? อาจารย์น้อย เธอคิดว่าแบบนี้ดีไหม?"
ถ้าเธอมาที่นี่ อยู่ต่อหน้าอาจารย์น้อย ก็คงไม่มีลูกไม้อะไรให้ใช้แน่
เมื่อผลของอาคมถูกตัดขาด หวังเจิ้งเซวียนก็กลับมาเป็ปกติอย่างเห็นได้ชัด
สุดท้ายแล้วคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการธุรกิจมาครึ่งชีวิต จะเป็คนดีได้อย่างไร
"ได้ค่ะ" เหยาเหยายิ้มออกมา การเรียกคนมาที่นี่ก็เป็ความคิดของเธอเช่นกัน
"ดีเลย ฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้" หวังเจิ้งเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขารีบสั่งให้บอดี้การ์ดข้างกายกลับไปรับคน โดยให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล
"นายไปบอกเย่ว่านว่า ฉันพูดให้พ่อแม่ยอมรับได้แล้ว พองานเลี้ยงเสร็จจะพาเธอกลับไปอยู่บ้านตระกูลหวัง ให้เธอเก็บของแล้วมาเจอกัน"
การได้เข้าไปอยู่ในตระกูลหวัง เป็เป้าหมายของเย่ว่านมาตลอด และด้วยกับดักล่อใจนี้ เขาเชื่อว่า แม้จะรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ก็ต้องยอมตกลงมาแน่นอน
ทางด้านหวังเจิ้งเซวียน หลังจากสั่งการลูกน้องเสร็จ กู้เหิงก็ถามด้วยความสงสัย "เหยาเหยา ทำไมเธอถึงต้องช่วยตระกูลหวังด้วยล่ะ"
สำหรับน้องสาวคนนี้ แม้กู้เหิงจะไม่ได้รู้จักเธอดีนัก แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเื่ชาวบ้าน
ส่วนเื่ที่ว่าสกุลกู้ร่วมมือกับตระกูลหวัง ยิ่งเป็ไปไม่ได้ใหญ่ เพราะความร่วมมือนี้ล้วนมาจากการที่ตระกูลหวังเป็ฝ่ายร้องขอ น้องสาวของเขาในตอนนี้คือไข่มุกเม็ดงามของสกุลกู้ ไม่จำเป็ต้องไปสนใจเื่พวกนี้เลยสักนิด
"เพราะตัวเขามีกลิ่นของคนที่ทำร้ายแม่" เหยาเหยาเอียงคอพูด
ได้ยินดังนั้น กู้เหิงก็ชะงักไปครู่ เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็เพราะเหตุผลนี้
เมื่อตั้งสติได้ สายตาของเขาก็พลันเ็าลง จ้องมองไปยังหวังเจิ้งเซวียน จนอีกฝ่ายไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนต้องหดคอด้วยความหวาดกลัว
เมื่อเห็นดังนั้น เหยาเหยาจึงรู้ว่าพี่ชายเข้าใจผิด รีบอธิบายว่า "ไม่ใชเขา แต่เป็อาคมสะกดจิตที่อยู่บนตัวเขาต่างหาก"
กู้เหิงถึงได้ผ่อนคลายสีหน้าลง
จากนั้น เขาก็เข้าใจว่าทำไมน้องสาวถึงให้หวังเจิ้งเซวียนพาคนคนนั้นมาเจอ
อีกฝ่ายสามารถใช้คำสาปได้ แม้จะไม่ใช่ผู้อยู่เื้ัที่ทำร้ายแม่ของเขา แต่มันก็ต้องเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน
หากเธอมีวิธีของสำนักนักอยู่ในมือ คนธรรมดาไม่อาจรับมือได้เลย กลับกัน ยังอาจเป็การตีงูให้ใจนหนีไปได้
"พี่ต้องเตรียมอะไรให้ไหม?" กู้เหิงเอ่ยถาม
เช่น ยุติงานเลี้ยง ป้องกันไม่ให้เกิดเสียงดังตอนสู้กัน จนคนนอกมองว่าเป็เื่ตลกของตระกูลกู้
เหยาเหยายิ้ม "ไม่ต้องหรอกต่ะ พวกพี่อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ"
หากเธอจะลงมือ เธอคงไม่ทำในงานเลี้ยงอยู่แล้ว ลานจอดรถใต้ดินของโรงแรมกว้างขวาง เงียบสงบ และเป็ประโยชน์
อีกอย่าง แม่ของเธอทุ่มเทกับงานเลี้ยงนี้มาก หากต้องจบลงก่อนเวลาเพราะเื่นี้ ความพยายามที่ผ่านมาคงสูญเปล่า
เมื่อเห็นดังนั้น กู้เหิงจึงไม่ถามอะไรอีก แต่สั่งให้บอดี้การ์ดไปเฝ้าที่ลานจอดรถไว้ชั่วคราว ห้ามไม่ให้ใครเข้าไปสร้างปัญหา
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ไม่ลืมกำชับน้องสาวตัวน้อยว่า "อย่าประมาทคู่ต่อสู้เด็ดขาดล่ะ"
คนที่ปะทะกันอยู่นั่นคือคนจริง ๆ ยัยหนูเหยาเหยายังไม่ถึงสี่ขวบเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ฝีมือจะเก่งกาจแค่ไหน แต่ความคิดความอ่านยังไม่เจนจัดเท่าไหร่
ทางตระกูลกู้กว่าจะได้แก้วตาดวงใจมาสักคน ถ้าหากโดนกลอุบายจนได้รับาเ็ขึ้นมา พวกเขาจะไปร้องไห้กับใครได้
ไม่นานนัก รถ BMW คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถใต้ดินของโรงแรมอย่างช้า ๆ
คนขับรถคือคนขับรถของหวังเจิ้งเซวียน ตอนนี้บนเบาะหลังมีหญิงสาววัย 20 กว่านั่งอยู่ เสื้อผ้าลายดอกที่เธอสวมใส่นั้นขับเน้นให้เห็นรูปร่างที่งดงาม เธอเอนหลังพิงเบาะ นิ้วมือเคาะแป้นพิมพ์บนหน้าจออย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่ากำลังคุยกับใครบางคนอยู่
คนขับรถมือเย็นเฉียบ เหงื่อไหลซึมไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าทำไม แต่ทุกครั้งที่เขาเจอคนรักใหม่ของเ้านาย เขามักจะรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก
ราวกับถูกงูพิษจ้องมอง!
ตลอดทางที่ผ่านมา เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบ ๆ เหมือนมีคนมองอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่ใกล้จะถึงที่หมายแล้ว เขาเจอช่องจอดรถที่เ้านายสั่งเอาไว้ เลยค่อย ๆ เลี้ยวรถเข้าไปจอด
"คุณเย่ เชิญคุณรออยู่ที่นี่สักครู่นะครับ ผมจะไปรับท่านประธาน" คนขับรถหันไปพูดกับผู้หญิงที่นั่งอยู่เบาะหลัง
จากนั้นเขาจึงเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ กำลังจะก้าวออกไป ทันใดนั้นก็มีเสียงลึกลับดังมาจากด้านหลัง
“ลุงจาง เจิ้งเซวียนไม่ได้บอกอะไรกับลุงเลยเหรอ”
“คุณเย่ จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้บอกอะไรเลยครับ คุณถามมาตลอดทางแล้ว ถ้าคุณไม่เชื่อ ลองถามท่านประธานหวังดูสิครับ!”
ตอนนี้หัวใจของคนขับรถแทบจะหลุดออกมาจากปาก เขาพยายามข่มความกลัวในใจลง เสียงของเขาจึงติดขัดเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เบาะหลังเงียบไปครู่หนึ่ง ขณะที่คนขับรถกำลังจะทนไม่ไหว เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“งั้นลุงไปรับเจิ้งเซวียนมาเถอะ!”
“ครับ ๆ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
คนขับรถได้ยินเสียงนี้ก็รู้สึกโล่งอกอย่างมาก เขารีบลงจากรถทันทีโดยไม่กล้าเสียเวลาแม้แต่น้อย แล้วรีบเดินไปที่ลิฟต์
ส่วนที่เบาะหลัง เย่ว่านเอนหลังพิงเบาะอย่างเกียจคร้าน ใบหน้าอันงดงามของเธอยามนี้ดูผ่อนคลาย
เธอพึมพำกับตัวเองว่า “ในที่สุดยายแก่คนนั้นก็ยอมแล้ว หวังเจิ้งเซวียนนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ โดนคำสาปแล้วยังไม่กล้าทะเลาะกับที่บ้าน เสียเวลาฉันไปตั้งนาน”
“พอได้ของมาแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกแกหลุดรอดไปแน่”
แม้จะแปลกใจที่หวังเจิ้งเซวียนเปลี่ยนท่าทีฉับพลัน แต่เย่ว่านยังมั่นใจ เพราะคำสาปเสน่หาบนตัวเขายังอยู่ ตราบใดที่มันยังอยู่ เขาก็ไม่กลัวว่าหวังเจิ้งเซวียนจะกล้าหือ
เมื่อนึกถึงภาพที่ตัวเองต้องฝืนทำตัวเป็คนดีต่อหน้าตระกูลหวัง แถมยังถูกยายแก่คนนั้นด่าทอ เย่ว่านก็รู้สึกแค้นจนฟันแทบแหลก เธอสาบานกับตัวเองว่าจะต้องเอาคืนให้สาสม
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เรียกความสนใจจากเย่ว่านให้กลับมา
เธอเปิดโทรศัพท์ออกดู ก็พบข้อความเด้งขึ้นมาในแชทกลุ่ม
[เสวียนซิน อย่าประมาทเชียวนะ ่นี้ที่ปักกิ่งมีคนเก่งมาใหม่ ครั้งก่อนมันยังลบล้างอาคมของฉันได้เลย]
[เสวียนซิน แกอย่าทำอะไรให้เป็ที่จับตามองนักล่ะ ถ้าเจอมันเข้า แกหนียังไงก็ไม่รอดแน่]
เมื่ออ่านข้อความจบ ริมฝีปากของเย่ว่านก็ยกยิ้มเยาะ
เสวียนซินนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ แค่ออกโรงไปครั้งเดียวก็โดนจับได้ซะแล้ว
อายุแค่ 30 กว่า ๆ แต่โดนอาคมสะท้อนกลับจนตอนนี้สภาพเหมือนคนแก่ ผมหงอกขาวโพลน คงอยู่ได้อีกไม่กี่ปีหรอก
"ไม่รู้ว่าทางองค์กรคิดอะไรอยู่ ถึงส่งตัวไร้ประโยชน์แบบนี้มา ไม่รู้จะมาช่วยหรือมาฉุดขาหลังกันแน่"
เห็นได้ชัดว่า หวังเจิ้งเซวียนไม่ใช่เหยื่อรายแรกของเธอ การใช้คำสาปเสน่หาเพื่อล่อลวงผู้คนแบบนี้ เย่ว่านทำมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของมันเป็อย่างดี จึงได้กล้าที่จะประมาทแบบนี้ ทว่าครั้งนี้เธอเจอกับนักพรตฝีมือดี ย่อมต้องพลิกคว่ำในร่องน้ำเป็ธรรมดา
ขณะที่เธอกำลังจะพิมพ์ข้อความเยาะเย้ยเสวียนซิน ทันใดนั้นก็ััได้ถึงความผันผวนของลมปราณในอากาศ สายฟ้าแลบแปลบปลาบปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พุ่งตรงเข้าใส่เธอ
"แย่แล้ว!"
มีการซุ่มโจมตีจริง ๆ เหรอเนี่ย?
ไม่ทันได้คิดไตร่ตรองว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อรู้สึกถึงปราณนั้น สีหน้าของเย่ว่านก็เปลี่ยนไปในทันที เธอไม่รอช้า ยื่นมือออกไปผลักประตูรถ
แต่น่าเสียดาย ประตูรถถูกล็อคโดยคนขับ เธอมัวแต่สนใจโทรศัพท์มือถือ จึงไม่ได้สังเกต ดังนั้น เมื่อเธอออกแรงผลักอย่างแรง กลับไม่สามารถเปิดออกได้
ตอนนี้สายฟ้าได้พุ่งมาถึงตรงหน้าแล้ว เธอทำได้เพียงใช้พลังปราณของเธอต้านทานเอาไว้
เพียงแต่ พลังของเธอไม่แข็งแกร่งนัก แถมยังตั้งรับอย่างเร่งรีบ แสงคุ้มครองร่างกายของเธอจึงกะพริบเพียงสองครั้ง ก่อนจะแตกสลายไปในทันที สายฟ้าฟาดลงบนร่างของเธออย่างจัง ทำให้เืลมในร่างไหลเวียนผิดปกติ หญิงสาวกระอักเืออกมา กลิ่นอายของเธอก็อ่อนแอลงในชั่วพริบตา
จากนั้น บรรยากาศภายในรถก็พลันแปรเปลี่ยนไป เส้นเถาวัลย์มากมายปรากฏขึ้นและพันธนาการร่างของเธอทั้งมือและเท้า จนขยับไปไหนไม่ได้
สีหน้าของเย่ว่านถูกปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัว เพียงแค่ปะทะกันครู่เดียว เธอก็เดาได้ทันทีว่าคนที่บุกมาต้องเป็หนึ่งในกลุ่มผู้มีวิชาแน่นอน
สำหรับผู้มีวิชากลุ่มนี้ พวกเขามีวิธีจัดการกับคนนอกรีตอย่างเธอเหมือนกันหมด นั่นคือกำจัดให้สิ้นซาก ตอนนี้เธอตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายแล้ว บทสรุปคงไม่ต้องเดาให้ยากเย็น
ทว่า เธอไม่สามารถขัดขืนได้เลยแม้แต่น้อย หนามแหลมบนเถาวัลย์ยิ่งทำให้เธอเ็ปรวดร้าว
ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงดังขึ้นภายในรถ จากนั้นประตูรถก็ค่อย ๆ เปิดออก
เย่ว่านเงยหน้าขึ้นมอง คิดว่าจะได้เห็นศิษย์จากสำนักที่ทำร้ายเธอ แต่กลับต้องสบตากับดวงตากลมโตที่เปี่ยมไปด้วยความไร้เดียงสา ซึ่งเ้าของดวงตานั้นเป็เพียงแค่เด็กหญิงตัวน้อยวัยไม่เกินสี่ขวบ
"คราวนี้ แกหนีไม่รอดแล้ว"
เหยาเหยาพอใจกับผลงานการมัดของตัวเองเป็อย่างมาก เพราะสามารถจับคู่ต่อสู้ได้ ใบหน้าเล็ก ๆ จึงเผยความภูมิใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย เย่ว่านก็รู้สึกงุนงงขึ้นมาทันที
อะไรนะ? หมายความว่าเด็กคนนี้เป็คนทำร้ายเธองั้นเหรอ?
"เป็ไปไม่ได้!"
วิชาอัสนีบาตทั้งห้านั่น ทรงพลังมาก ดูท่าจะบำเพ็ญเพียรมานานหลายสิบปี เด็กน้อยคนนี้ อายุเท่าไหร่กันแน่!