ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ166 สิ้นสุดสงคราม
หลังจากที่รู้เป้าหมายของอีกฝ่ายจากเศษเสี้ยวความทรงจำและบันทึกข้อมูลที่เหลืออยู่จินก็พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับการหลอมรวมมิติเพิ่มเติมเพราะนั่นคือเหตุผลหลักที่อีกฝ่ายเลือกบุกเข้าโจมตีอย่างป่าเถื่อนไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้ามันเป็นความโลภที่ต้องการจะครอบครองและเพิ่มพลังให้กับมิติประดิษฐ์ของตนเอง
สองมือควบคุมสายตาจับจ้องไปที่หน้าจอแสดงผลตรวจดูข้อมูลการสนทนาทั้งหมดรวมถึงประวัติการทำงานของเครื่องยนต์กลไกทุกประเภท
จากข้อมูลทั้งหมดเท่าที่มีดูเหมือนว่าชายชุดม่วงเองก็ไม่รู้วิธีใช้มิติประดิษฐ์อื่นเพื่อการยกระดับมิติประดิษฐ์ของตนเองเช่นเดียวกันดูเหมือนจะมีรายละเอียดบางอย่างที่ค่อนข้างซับซ้อนและไม่สามารถลองผิดลองถูกได้
แต่ถึงจะไม่มีวิธีการยกระดับมิติประดิษฐ์วิธีการหลอมรวมพื้นที่มิติก็ยังมีอยู่วิธีการนั้นไม่ยากเพียงแค่เปิดประตูมิติระหว่างสองมิติด้วยกำลังสูงสุดเชื่อมต่อทั้งสองมิติเข้าหากันให้มันหลอมรวมกันทีละน้อยจนกลืนกันเป็นหนึ่งเดียวหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของปรับสมดุลมิติและสร้างความเสถียรแล้ว
ทุกอย่างดูง่ายก็จริงแต่ในทุกขั้นตอนที่กล่าวมากลับต้องใช้พลังงานมหาศาลมากเสียแม้แต่จินก็ต้องลอบกลืนน้ำลายไม่ว่าจะเป็นการเปิดประตูมิติขนาดใหญ่ที่สุดจากทั้งสองฝั่งทิ้งเอาไว้ตลอดเวลาการใช้พลังงานรักษาเสถียรภาพของมิติไม่ให้เกิดการบิดเบี้ยวไหนจะการปรับสมดุลในตอนสุดท้าย
เรียกได้ว่ายิ่งใช้เวลานานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งใช้พลังงานมากขึ้นเท่านั้นและจากการคำนวณขนาดของพื้นที่มิติโดยระบบประมวลผลดูเหมือนว่าจะใช้เวลาราวห้าวันก่อนที่มิติทั้งสองจะรวมกันได้สำเร็จซึ่งเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ต้องตรวจสอบร่องรอยมิติในซากโบราณสถานก่อนหน้านี้ก็นับว่าสั้นกว่ามาก
ในเมื่อชายชุดม่วงส่งมอบทั้งพิกัดของต่างมิติมาให้ถึงที่เช่นนี้ภาระของจินก็ลดลงไปมากถึงแม้เวลาห้าวันจะนานกว่าระยะเวลาที่จินสามารถคงสภาพกายวิสุทธิ์เอาไว้ได้แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องรอถึงสิบวัน
การมาถึงของอีกฝ่ายมีแต่ประโยชน์มามอบให้ได้ทั้งสิ่งที่ตั้งใจและได้ทั้งของรางวัลที่ไม่คาดฝันอย่างมิติประดิษฐ์
จินวางแผนที่จะหลอมรวมพื้นที่มิติทั้งสองเข้าด้วยกันทันทีเมื่อมองจากปริมาณพลังงานสะสมของเขาเขามีสิทธิ์ที่จะหลอมรวมมิติได้อย่างสบายๆไหนจะมีพลังงานสะสมจำนวนแปดเปอร์เซ็นต์ที่ได้รับมาใหม่นี่อีกนั่นช่วยแบ่งเบาภาระการสูญเสียพลังงานไปได้มากทีเดียว
ร่างในชุดสีฟ้าตัดสินใจขับเคลื่อนมิติประดิษฐ์ทั้งสองออกจากซากโบราณสถานก่อนเป็นอย่างแรกที่นี่เป็นสถานที่ของราชวงศ์ฮาวีรอนในระหว่างกระบวนการหลอมรวมพื้นที่มิติไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหากเลือกพื้นที่รกร้างที่ไม่มีใครเดินทางผ่านน่าจะหลบเลี่ยงสายตาของผู้มีอำนาจได้มากกว่า
เมื่อคิดได้ดังนั้นจินก็พาเหล่าสมุนเดินทางกลับไปยังมิติประดิษฐ์ลำดับที่แปดก่อนจะเข้าควบคุมระบบสั่งการและให้มิติประดิษฐ์ทั้งสองเคลื่อนที่ลัดเลาะออกจากซากโบราณสถานไปพร้อมๆกัน
มิติประดิษฐ์ทั้งสองเกาะติดกันแน่นค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปยังพื้นที่รกร้างพยายามหาจุดที่ไม่มีผู้คนใช้งานเป็นประจำจากนั้นจึงเริ่มดำเนินการหลอมรวม
มิติประดิษฐ์ทั้งสองถูกบังคับให้เปิดประตูมิติขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้เปิดออกไปยังพื้นที่มิติฝั่งตรงข้ามจากนั้นจินจึงเร่งปฏิกิริยาของพื้นที่ให้เคลื่อนที่เข้าหากันหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
พื้นที่ทั้งสองเริ่มเคลื่อนที่เข้าหากันอย่างช้าๆทั่วทุกพื้นที่สั่นสะเทือนไปหมดแม้แต่ห้องควบคุมด้านบนสุดของหอคอยสีทองก็ยังรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้
จินจ้องมองสสารบางอย่างที่พุ่งผ่านประตูมิติฝั่งหนึ่งเข้ามาและเห็นสสารบางอย่างในพื้นที่มิติแห่งนี้ที่ค่อยๆไหลออกไป
ดูเหมือนว่าทั้งสองทิศทางจะมีการไหลเข้าออกที่เท่าเทียมกันแต่แท้จริงนั้นไม่ใช่
อัตราการไหลเข้ามาของสสารฝั่งนู้นดูจะมากกว่าที่ฝั่งนี้ไหลออกไปเล็กน้อยซึ่งนี่คือสิ่งที่จินต้องการให้เป็นมิติประดิษฐ์ของเขาจะค่อยๆกลืนกินพื้นที่มิติของอีกฝ่ายเข้ามาเป็นของตนเอง
ในการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวหากการไหลเข้าและออกเท่ากันพอดีก็คงไม่มีทางหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้สักทีมันจำเป็นต้องมีความไม่สมดุลเล็กๆและไม่อาจเสียสมดุลมากเกินไปไม่เช่นนั้นมิติจะพังทลายและสิ่งที่ตั้งใจทำมาจะกลายเป็นล้มเหลวไปหมดรวมถึงสูญเสียมิติประดิษฐ์ทั้งสองไปด้วย
จินจ้องมองการเคลื่อนตัวของพื้นที่มิติทั้งสองฝั่งด้วยความตั้งใจก่อนจะค่อยๆเร่งกระบวนการให้มันเร็วขึ้นด้วยการเพิ่มอัตราการไหลของทั้งสองฝั่งแต่สิ่งนี้ต้องทำอย่างระมัดระวังค่อยๆ เพิ่มในอัตราส่วนที่พอดี
การไหลของพื้นที่มิติค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็คงที่จินมองอัตราการไหลพร้อมกับพยักหน้าด้วยความพึงพอใจนี่เป็นความเร็วที่กำลังพอดีและไม่ได้สร้างความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างต่างๆในมิติและตามการคำนวณของมิติประดิษฐ์มันจะต้องใช้เวลาอีกราวๆห้าวันจึงจะสมบูรณ์
ระหว่างนี้จินตัดสินใจเปิดประตูมิติบานเล็กๆอีกบาน พยายามให้กระทบกับกระบวนการกลืนกินมิติให้น้อยที่สุดจากนั้นจึงขดตัวพุ่งออกไปจากมิติประดิษฐ์
ยังเหลือเวลาในการใช้งานกายวิสุทธิ์อีกสามวันหากไม่ใช้ประโยชน์ให้ดีก็คงเสียดายแย่เนื่องจากตำแหน่งที่จินอยู่ตอนนี้ไม่ได้ไกลจากเมืองหลวงของอาณาจักรฮาฟแลนดิสมากนักเห็นทีว่าเขาจะต้องเข้าไปสำรวจสิ่งต่างๆเสียหน่อย รวมถึงสืบหาข่าวสารภายในภูมิภาคนี้
ครู่เดียวร่างในชุดสีฟ้าก็หายไปจากจุดที่ยืนอยู่เป้าหมายปลายทางคือเมืองหลวงแห่งอาณาจักรฮาฟแลนดิส
…
เวลาผ่านไปสามวัน
ร่างที่นั่งอยู่บนเตียงภายในห้องพักพลันสลายตัวค่อยๆ เลือนรางหายไปคงเหลือเพียงร่างวิญญาณโปร่งแสงที่แม้มีใครผ่านทางมาก็ไม่อาจมองเห็น
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจินได้แทรกซึมเข้ามาในเมืองหลวงของอาณาจักรฮาฟแลนดิสเพื่อตรวจดูว่ามีสิ่งใดน่าสนใจบ้างหรือไม่เรื่องราวภายในเมืองส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้คนภายในเมืองข่าวซุบซิบนินทารวมถึงมีข่าวการสงครามภายนอกแว่วมาบ้างเช่นกัน
โดยรวมแล้วข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ได้มีสาระมากนักแม้แต่ข่าวเรื่องสงครามภายในสหพันธรัฐเขตCก็ค่อนข้างล่าช้าเล็กน้อยข่าวที่คนทั่วไปทราบกันจินได้รู้มันมาก่อนนานแล้ว
แต่สิ่งที่ดีคือเขาได้รู้ว่าข่าวการหายตัวไปขององค์ชายใหญ่แห่งอาณาจักรยังไม่ได้แพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างแม้แต่ภายในราชวงศ์เองก็อาจจะยังไม่ทราบเรื่องนี้ด้วยก็เป็นได้เพราะเวลายังผ่านไปได้ไม่นานนักแต่หากอีกฝ่ายยังหายตัวไปนานกว่านี้เชื่อได้เลยว่าจะต้องเกิดความวุ่นวายมากทีเดียว
ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นจินก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับที่นี่อีกแล้ว
ร่างวิญญาณที่ลอยค้างอยู่ถูกพลังบางอย่างฉุดกระชากไปยังพื้นที่รกร้างว่างเปล่าบริเวณนี้ไม่มีอะไรอยู่เลยมีเพียงเนินดินแห้งๆไร้สิ่งปลูกสร้างและสิ่งมีชีวิตแต่เบื้องลึกภายในมิติความว่างเปล่ามีพื้นที่มิติพิเศษสองแห่งกำลังหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
บัดนี้มิติประดิษฐ์ลำดับที่แปดได้กลืนกินพื้นที่ของมิติประดิษฐ์ลำดับที่สิบมาได้ค่อนข้างมากแล้วจินเริ่มเห็นพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างของพื้นที่อีกฝั่งอยู่ในลานสายตาขนาดของมิติเองก็ดูกว้างขึ้นมากดูท่าอีกไม่นานคงจะหลอมรวมเสร็จสมบูรณ์
ร่างวิญญาณมองการไหลของพื้นที่มิติอยู่อย่างนั้นพร้อมกับสั่งการเหล่าสมุนให้เคลื่อนย้ายไปตามกระแสอย่างเป็นระเบียบเพื่อไม่ให้กระทบกับการไหลของพื้นที่มิติ
และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกสองวันในตอนนี้พื้นที่มิติทั้งสองได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วแผ่นดินทั้งสองฝั่งเชื่อมต่อกันเป็นเนื้อเดียวโดยที่ครึ่งหนึ่งเป็นเขาวงกตคดเคี้ยวรอบด้านดูมืดมนวังเวงอีกฝั่งเป็นเหมือนเขตคฤหาสน์ขนาดย่อมมีตึกสวยงามมากมายดอกไม้นานาพันธุ์ช่วยผ่อนคลายจิตใจ
สุดขอบของทั้งสองฝั่งล้วนมีหอคอยสีทองที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบตั้งตระหง่านอยู่แม้พื้นที่ทั้งสองฝั่งจะให้บรรยากาศสองขั้วที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงแต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือหอคอยสีทองมันคือส่วนควบคุมหลักของมิติประดิษฐ์แต่ละแห่ง
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการหลอมรวมพื้นที่มิติและย้ายการควบคุมทุกอย่างมาอยู่ที่มิติประดิษฐ์ลำดับที่แปดและจริงๆแล้วกลไกของมิติประดิษฐ์ลำดับที่สิบยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วนตราบใดที่จินเข้าใจศาสตร์เบื้องหลังการทำงานของมิติประดิษฐ์ได้อย่างแท้จริงบางทีเขาอาจจะสามารถยกระดับมิติประดิษฐ์ของตนได้ด้วยวัตถุดิบที่มีอยู่ภายในมิติประดิษฐ์เอง
ขณะที่รอให้พื้นที่มิติปรับสมดุลจินก็ตรวจความเรียบร้อยทุกอย่างตอนนี้ปริมาณพลังงานสะสมลดลงไปมากเกจวัดพลังงานรวมเหลือเพียง[38%]เท่านั้นนี่รวมพลังงานแปดเปอร์เซ็นต์ที่ปล้นจากมิติประดิษฐ์อีกแห่งมาแล้วด้วยจะเห็นว่าการหลอมรวมมิติครั้งนี้สิ้นเปลืองพลังงานมากขนาดไหน
จินพยักหน้าด้วยความเข้าใจไม่ว่าจะเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับมิติประดิษฐ์มันล้วนใช้พลังงานจำนวนมากอยู่แล้วนี่โชคดีว่าชายชุดม่วงยังมีพลังงานหลงเหลือเอาไว้อยู่บ้างไม่เช่นนั้นจินคงประสบความสูญเสียครั้งใหญ่
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับตระกูลที่ผ่านมาจินเสียเวลาไปมากแล้วตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องกลับไป
มิติประดิษฐ์โฉมใหม่ค่อยๆเคลื่อนที่ออกจากจุดเดิมยามนี้มันมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าก่อนเก่าเกือบเท่าตัวแน่นอนว่ามันกินพลังงานมากขึ้นแต่ในอนาคตมันก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นด้วยเช่นกันนี่เป็นการวางรากฐานสำหรับมิติประดิษฐ์ในอนาคต
จินมุ่งหน้ากลับด้วยความเร็วสูงในไม่ช้าสามวันก็ผ่านพ้นไป
คฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์ที่คิดถึงอยู่เบื้องหน้าของจินมิติประดิษฐ์ค่อยๆเคลื่อนเข้าไปด้านใน
ประตูมิติก็เปิดออกทุกอย่างนิ่งเงียบไร้ซึ่งความเคลื่อนก่อนที่มันจะปิดตัวลงนี่ไม่ใช่ว่าไม่มีใครออกมาแต่เป็นเพราะไม่มีใครสามารถเห็นสิ่งที่ออกมาได้ต่างหาก
เมื่อกลับมาถึงจินก็ตรวจสอบข้อมูลข่าวสารทุกอย่างดูเหมือนว่าบรรยากาศโดยรวมจะไม่ค่อยดีนักราชวงศ์ฮอริสได้ล้มลงแล้วเหล่าขุนนางกระจัดกระจายฝ่ายกบฏเป็นผู้ชนะและนี่ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นแต่เป็นข่าวของเมื่อหลายวันก่อน
'รวดเร็วอะไรเช่นนี้นี่ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายกบฏมีกองกำลังที่แข็งแกร่งมากหรอกหรือ?'ร่างวิญญาณครุ่นคิดอยู่ภายในใจหลังจากได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด
ตอนนี้เขตCได้เปลี่ยนขั้วอำนาจเป็นที่เรียบร้อยและไม่รู้ว่าท่าทีที่มีต่อเขตอื่นที่เหลือจะเป็นเช่นไรในฐานะที่เป็นเขตที่มีพรมแดนติดกันเขต Bเองก็เริ่มเฝ้าระวังท่าทีของเขตCไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมีจุดมุ่งหมายอะไรต่อไป
หากเป็นเพียงการบริหารจัดการดินแดนให้เข้าที่เข้าทางก็ดีไปแต่หากอีกฝ่ายคิดสร้างความวุ่นวายดินแดนใกล้เคียงก็จำเป็นต้องเตรียมรับมือ
แน่นอนว่าเรื่องที่น่ากังวลมีไม่มากนักฝ่ายกบฏเพิ่งจะชนะสงครามและขึ้นครองอำนาจรากฐานต่างๆ ยังไม่แข็งแกร่งมากพอหากรีบร้อนสร้างความวุ่นวายผลลัพธ์อาจจะไม่ดีนัก
แต่เนื่องจากกองกำลังของอีกฝ่ายมีความเข้มแข็งมากเรื่องราวอาจไม่เป็นไปตามหลักเหตุผลปกติทำให้ผู้มีอำนาจทั้งหลายภายในเขตBต้องคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวในเขตCอย่างใกล้ชิด
จินเองก็กังวลเรื่องนี้เช่นกันฝ่ายก่อกบฏไม่ได้มีเพียงแค่ขุนนางที่แปรพักตร์แต่เป็นกองกำลังผสมแม้แต่สมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬและกองทัพสัตว์อสูรเองก็ร่วมสงครามในครั้งนี้ด้วยนั่นยิ่งทำให้เรื่องราวซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
ภายในใจของวิญญาณชายหนุ่มรู้สึกไม่ดีนักแม้ตนเองจะเป็นอีโวลระดับที่หนึ่งแล้วก็ตามเห็นทีเขาจะต้องกำชับให้มาคัสติดตามข่าวสารเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดหากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้เตรียมตัวรับมือทัน
ร่างวิญญาณส่ายหัวไล่ความคิดวุ่นวายออกไปก่อนจะลอยไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง