ระบบพลิกฟ้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 35

    “ไอ้บ้านี้แกช่วยเลิกนิสัยอยากจะพูดอะไรก็พูดขึ้นมาจะได้ไหม”เมิ่งฮ่าวบ่นออกมา


    “ถูก”ฉงติ่งเห็นด้วย


    “อ่าวก็มันน่าสนใจจริงๆนิหว่าจริงๆนะฉันละเห็นคุณหนูคุณชายหลายคนแล้วพอเจอทีไรก็มักจะมีคู่หมั้นกันไว้อยู่แล้ว”ถังหลินพูดขึ้นมา


    “เออๆปกติแหละอาจจะพูดได้ว่าแต่งงานเพราะธุรกิจล้วนๆเลยก็ว่าได้มีน้อยคนนักที่จะรักกันจริงๆ”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้น


    “อีกอย่างพวกฉันเป็นผู้สืบทอดตระกูลนะเลือกคู่มั่วๆไม่ได้หรอกนี้แหละความแตกต่างของผู้ที่ถูกเลือกกับผู้ที่ไม่ถูกเลือก”ฉงติ่งพูดขึ้นมาซึ่งถังหลินก้ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนักเนื่องจากขึ้นชื่อว่าตระกูลใหญ่เป็นไปไม่ได้หรอกที่มีผู้ชายคนเดียวภายในตระกูล


    “เอาละตอนนี้ที่ดินก้ได้มาแล้วฉันว่าเราควรไปดูสักหน่อยไหม”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนที่พวกเขาทั้งสามคนจะเดินทางไปดูตามปักหมุดที่ติงหยุนให้ไว้ซึ่งเดินทางจากตระกูลติงมาได้ไม่นานเท่าไหร่ก็เจอที่ดินโล่งๆสิบพืนตั้งอยู่แถวๆใจกลางเมืองซึ่งหายากเป็นอย่างมากที่จะมีที่ดินเปล่าๆแบบนี้ได้


    “ฉันชักจะเริ่มรู้สึกว่าตระกูลสือคงไม่ได้อยากให้สือกวางแต่งกับติงหรูเพราะตัณหาของเขาเฉยๆแล้วละ”ถังหลินพูดขึ้นมาเมื่อเขามองเห็นจุดทำเลที่ตั้งของที่ดินความสะดวกในการเดินทางการ และมีเส้นทางเข้าถึงได้ได้หลายเส้นทางแถมยังตั้งอยู่ใกล้ย่านธุรกิจและสถานบันเทิงต่าง ๆมากมายแถมยังมีโครงการที่รัฐจะพัฒนาขึ้นมาอย่างอีกด้วย


    “ถ้าตั้งบริษัทตรงนี้คงสุดยอดไม่เบาดูเหมือนว่าเราต้องหาผู้รับเหมาๆดีๆหน่อยแล้วละ”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้น


    “อะแฮ่มๆ”ฉงติ่ง


    “อาฉงเป็นไรวะส้นต*นติดคอเหรอวะเพื่อน”ถังหลินพูดขึ้นมาแต่เขารู้อยู่แล้วว่าเพื่อนตัวเองไอทำไมเขาแค่อยากแกล้งมันหน่อยก็เท่านั้นเอง


    “นั่นดิให้ฉันไปซื้อน้ำให้ไหม”เมิ่งฮ่าวก็เอากับเขาด้วย


    “…...”ฉงติ่งหมดคำจะพูดกับเพื่อนทั้งสองคนของเขาได้แต่สะบัดหน้าหนีอย่างเคืองๆ


    “เอาน่าๆฉันรู้แล้วยังไงเรื่องนี้ก็อย่าลืมบอกพ่อนายแล้วกันเรื่องงบฉันไม่เกี่ยงหรอกเอาสิ่งที่ดีที่สุดพอ”ถังหลินพูดขึ้นมา


    “แล้วแกต้องการกี่ชั้นวะ”ฉงติ่งถามขึ้น


    “ห้าชั้นก็ได้ส่วนข้างๆก็ทำเป็นที่พักบวกกับโกดังเก็บหยกคงพอพอดี”ถังหลินพูดขึ้นมาก้เพราะว่าพวกเขาต้องการตั้งร้านเครื่องประดับที่ทำจากหยกไม่จำเป็นต้องทำเป็นสิบยี่สิบชั้นหรอกถ้าเยอะขนาดนั้นใครเขาจะมาเดินดูกัน?


    “งั้นตามนี้แหละกลับกันเถอะพรุ่งนี้จะได้ไปดูเหมืองหยกด้วย”ถังหลิรพูดขึ้นก่อนที่พวกเขาจะตรวจสอบอะไรนิดๆหน่อยๆก่อนพากันทางกลับบ้านใครบ้านมันหลังจากที่ถังหลินเอารถไปจอดไว้ที่โรงรถแล้วนั่นเขาก็เดินมาเจอกังหยูพอดีขึงบอกไปว่า


    “พรุ่งนี้นายเขาไปดูเหมืองหยกกับฉันด้วยแล้วกัน”


    “ได้ครับว่าแต่ให้ผมเอาคนไปเพิ่มไหม”กังหยูถามขึ้นมา


    “ไม่ต้องหรอกนายคนเดียวคงพอแล้วละ”ถังหลินตอบก่อนที่เขาจะเดินไปที่ศาลากลางน้ำแต่ระหว่างนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาสะก่อน

    กริ๊ง กริ๊ง 


    “ฉินลี่หลินเธอโทรมาทำไมกัน”ถังหลินพูดขึ้นอย่างแปลกใจแต่เขาก็กดรับสายเพราะถ้าดูตามนิสัยของคุณหนูฉินแล้วถ้าไม่มีธุระเธอไม่โทรมาหาเขาหรอก


    “เฮ้ถังหลินนายไปทำให้ใครขุนเคืองมาหรือเปล่า”ฉินลี่หลินถามขึ้นหลังจากถังหลินกดรับสาย


    “ฮืมทำไมกัน?”ถังหลินถามออกไปอย่างงงๆถ้าทำให้ขุนเคืองเขาก็คิดออกอยู่แค่ที่เดียวนั่นแหละตระกูลถังแต่พวกเขาไม่น่าจะลงมือติดต่อกันแบบนี้นะ


    “ก็เพราะว่านักลงทุนหลักของเรื่องนะสิอยู่ดีเมือเช้าก็โทรมาถอนทุนออกและบอกว่าถ้าไม่เปลี่ยนพระเอกพวกเขาก็จะไม่ยอมลงทุน”ฉินลี่หลินพูดขึ้นมาเนื่องจากเมื่อเช้าเธอได้รับสายจากผู้กำกับเถี่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆแล้วผู้กำกับต้องการโทรหาถังหลินแต่เขาแค่ไม่รู้ว่าจะติดต่อกับถังหลินยังไงเลยติดต่อผ่านฉินลี่หลิน


    “แล้วกำหนดการเดิมของวันเปิดกองคือตอนไหน”ถังหลินกล่าวถามขึ้นมา


    “ก็ถ้าหาทุนมาทันคงเป็นอาทิตย์หน้านั่นแหละ”ฉินลี่หลินพูดขึ้นถ้าไม่ใช่ว่าพ่อของเธอไม่สนับสนุนเรื่องนี้เงินเล็กน้อยจำนวนนี้เธอหามาได้สบายๆอยู่แล้วแต่เนื่องจากเธอรับบทละครมาพ่อของเธอก็ได้ยึดบัตรเครดิตคืนไปทันทีถึงเธอจะออดอ้อนคืนมาได้ก็เถอะแต่เธอก็ยังอยาก รู้เหตุผลอยู่ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น


    “ฉันจะลงทุนเองแจ้งผู้กำกับเถี่ยกับบริษัทดรีมมิ่งมิเดียร์สะ”ถังหลินพูดขึ้นอย่างสบายๆ


    “นายแน่ใจงั้นเหรอหนังเรื่องนี้ต้องการทุนอย่างน้อยก็ห้าร้อยล้านนะ”ฉินลี่หลินพูดขึ้นมาอย่างแปลกใจเพราะถ้าลงทุนไปแล้วหนังเจ๊งขึ้นมาละก็ขาดทุนยับแน่นอน


    “เชื่อฉันเถอะน่ามันไม่เจ๊งหรอกตามนี้แหละและปัญหาอื่นๆฉันจะจัดการเองไม่ต้องห่วง”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนที่เขาจะวางสายไป

    ที่คฤหาสน์ตระกูลฉิน


    “สุดท้ายเขาก็ไม่ได้บอกเหตุผลนสินะครับคุณหนู”พ่อบ้านตระกูลฉินพูดขึ้นมาหลังจากเห็นคุณหนูของตัวเองวางสายไปแล้ว


    “ใช่แต่ฉันก้พอเดาออกแล้วละว่าใคร”ฉินลี่หลินพูดขึ้นพลางคิดในใจเพราะว่านายน้อยหนึ่งของตระกูลถังลงมือไปแล้วนายน้อยสองก้เหมือนกันพวกเขานะเป็นคนฉลาดคงไม่ลงมือติดต่อกันแบบนี้หรอกไม่งั้นคงเสียหายหนักกว่านี้แต่ก็ยังเหลือเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ลงมือ


    “ดูเหมือนลุงถังหมิงจะมีลูกชายที่ดีจริงๆนะคะคุณพ่อ”ฉินลี่หลินพูดขึ้นกับผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ


    “ชิฉันละไม่อยากยอมรับหรอกแต่หมอนั่นก็สุดยอดไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆทั้งที่โดนบีบออกไม่สิต้องพูดว่ายอมโดนบีบออกจากต่ำแหน่งผู้สืบทอดเพื่อวางแผนอะไรมากมายขนาดนี้”ฉินหยวนไป๋พูดขึ้นมาตัวเขานะคิดว่าเหตุการต่าง ๆที่เกิดขึ้นตอนนี้กับถังหลินนั้นเป็นถังหมิงที่วางแผนไว้ทั้งหมด


    “งั้นนายท่านเรื่องสัญญาเมื่อตอนนั้นยัง-”พ่อบ้านอี๋ยังพุดไม่จบเขาก้ต้องสะดุ้งขึ้นมาก่อนเพราะว่าฉินหยวนไป๋จ้องเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อท่านที


    “ไม่-มี-ทาง-เข้าใจไหมพ่อบ้านอี๋”ฉินหยวนไป่พุดขึ้นอย่างหงุดหงิด


    “แต่พ่อกับสัญญากับคุณลุงไว้แล้วนิค่ะแถมพ่อยังติดค้างบุยคุณเมื่อตอนนั้นด้วย”ฉินลี่หลินพูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้


    “นี้…เฮ้ออนิจจาเมื่อลูกสาวโตขึ้นแล้วก็อยากโพบินออกจากอ้อมกอดของพ่อและแม่”ฉินหยวนไป๋แสดงสีหน้าห่อเหี่ยวออกมา


    “เอาเถอะเขาก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นหรอก”ฉินลี่หลินพูดขึ้นเพื่อปลอบพ่อของตัวเอง


    “เอาละพ่อบ้านอี๋คำสัญญามีค่ามากกว่าทองพันชั่งส่งคนไปบอกเขาเถอะว่าสัญญาเมื่อตอนนั้นฉันตกลงแล้ว”ฉินหยวนไป๋พูดออกมาอย่างยากลำบาก


    “เฮะๆครับผม”พ่อบ้านอี๋หัวเราะออกมาแห้งๆก่อนที่จะรีบทำตามคำสั่งของหัวหน้าตระกูลฉิน


    ฐานลับแห่งหนึ่ง


    “นายท่านหัวหน้าตระกูลฉินส่งข้อความมาบอกท่าน”ชายคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้นมาข้างหลังถังหมิงก่อนที่เขาจะยื่นจดหมายซองหนึ่งมาให้ถังหมิงถังหมิงรับมาแล้วก้เปิดดูก่อนที่เจ้าตัวจะยิ้มออกมาอย่างแปลกใจและอดพุดขึ้นมาไม่ได้ว่า


    “ฉินหยวนไป๋หนอฉินหยวนไป๋ไม่คิดเลยว่านายจะยอมตกลงจริงๆ"ถังหมิงพูดขึ้นอย่าสะใจเขาจะได้เริ่มแผนการขั้นต่อไปสักที


    “เอาละภรรยาที่นี้คุณก็ไม่ต้องห่วงแล้วละว่าจะไม่ได้อุ้มหลาน”ถังหมิงพูดขึ้นพลางยืนจดหมายหมั้นหมายในซองนั่นให้เข๋อชิงดูเข๋อชิงก้รับมาดูอย่างอิ่มอกอิ่มใจแต่ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้


    “แต่ด้วยนิสัยของลูกเราแล้วเขาคงไม่ยอมรับการคลุมถุงชนแบบนี้หรอก”


    “เรื่องนี้ไม่ยากก็แค่พูดไปว่าตอนสามขวบเขาเป็นคงลงสัญญาเองนี่น่าแล้วอีกอย่างสัญญามีค่ากว่าทองพันชั่งนะดูสิๆพอพูดถึงแล้วตอนนั้นนะถังน้อยยังตัวเล็กนิดเดียวแถมยังน่ารักอีกด้วยแก้มกลมเป็นซาลาเปาเลย”ถังหมิงพูดขึ้นมาพลางชี้ไปตรงลอยประทับนิ้วมือที่ถังหลินเป็นคนประทับเองกับมือเขาไม่ได้กุเรื่องขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย! พร้อมเอารูปสมัยเด็กๆของถังหลินออกมาดูซึ่งดูไม่ออกเลยว่าพวกเขาสองคนเห่อลูกตัวเองขนาดไหน!


    “ฮัดชิ่ว!”ถังหลินจามออกมาและรู้สึกแปลกๆทันที


    “ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเรื่องวุนวายกำลังกวักมือเรียกหาฉันอยู่นะ”ถังหลินพูดขึ้นมาเบาๆ


    “นายน้อยเป็นหวัดงั้นเหรอครับให้ผมไปต้มยาให้ไหม”กังหยูเดินเข้ามาเนื่องจากเขาได้ยินเสียงจามชัดเจน


    “ไม่หรอกๆไหนนายก็มาแล้วเราก็ไปซ้อมกันเถอะ”ถังหลินพูดขึ้นมา


    “นี่จะดีเหรอครับ”กังหยูพูดขึ้น


    “เฮ้ยๆท่าจะแสดงความเป็นห่วงกันละก้ช่วยเก็บรอยยิ้มสยองๆนั้นทีจะได้ไหม?”ถังหลินพูดแซวออกมาเพราะถึงท่าทางของกังหยูจะแสดงออกมาว่าเป็นห่วงแต่ร้อยยิ้มที่แสยะของเขานั้นชังตรงกันข้าม!


    คฤหาสน์ตระกูลฉง


    “หมายความว่าเพื่อนของแกถังหลิน?ใช่ไหมต้องการสร้างบริษัทเครื่องประดับ”ฉงลิ่งพูดขึ้นมาอย่างแปลกใจเพราะว่าเมื่อเร็วๆนี้ไม่ใช่ว่า


    “เอาน่าพ่อในเมื่อมันไม่ยากพูดออกมาผมก้ไม่อยากเซาซี้อะไรหรอกแต่ว่าก็คงใช่นั้นแหละ”ฉงติ่งพูดขึ้นมาเมื่อเขาเห็นสีหน้าแปลกๆของพ่อตัวเองเพราะข่าวที่ว่าเหมืองหยกของตระกูลถังพึ่งเปลี่ยนมือนั่นเขาก็เอามาจากพ่อของตัวเองเหมือนกัน


    “เอาเถอะตามนั้นแหละงั้นสามชั้นแรกจะเป็นร้านค้าส่วนชั้นสี่และห้าจะเป็นส่วนของบริษัทแล้วกันรวมๆแล้วคงไม่ต่ำกว่าพันล้านบอกเพื่อนแกไปอย่างงี้แล้วกันเพราะพ่อต้องดูเรื่องวัสดุอีกที”ฉงลิ่งพูดขึ้นมาหลังจากที่เขาคำนวณในใจคร่าวๆขึ้นมา


    “โอเคครับ”ฉงติ่งพูดขึ้นพลางลุกออกไปทันทีเพราะจุดประสงค์ของเขาสำเร็วแล้วรีบออกไปเล่นมาริโอ้ต่อดีกว่า!


    “เรื่องนี้เป็นโชคชะตาหรือว่า….”ฉงลิ่งไม่ได้พูดต่อแต่ก็ได้มองตามแผ่นหลังลูกชายตัวเองอย่างลุ่มลึกทีหนึ่งซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นที่คฤหาสน์ตระกูลเมิ่งเหมือนกัน! และดูเหมือนฟันเฟืองของโชคชะตาจะค่อยๆขับเคลื่อนอย่างช้าๆแล้ว!


    ในระหว่างทางที่ถังหลินเดินไปห้องซ้อมก็อดถามเรื่องที่ตนสงสัยกับระบบไม่ได้ว่า


    “นี่พี่ระบบไหนพี่บอกว่าเส้นเวลาก่อนที่พี่จะมาฉันได้ครอบครองแค่บริษัทระดับพันล้านของตระกูลละถ้าพ่อของฉันมีอำนาจมากขนาดนี้มันไม่น่าได้แค่นั้นนะ”


    “ฮี่ๆถังน้อยสงสัยงั้นเหรอสงสัยใช่รึเปล่า”ระบบพูดออกมาอย่างตื่นเต้น?


    ถังหลินขมวดคิ้วทันทีพลางพูดขึ้นมาว่า


    “ใช่สิ”


    “งั้นก็จงเลือกมาสิว่าจะเอาอะไรมาแลกกฎแห่งความเท่าเทียมนะ”ระบบพูดขึ้นมาก่อนที่ข้างหน้าของถังหลินจะมีีหน้าจอเด้งขึ้นมาโดยมีความสามารถอื่นๆของระบบที่ถูกล็อคไว้อยู่


    ถังหลินคิ้วกระตุกทันทีพลางบอกไปว่า


    “ช่างเถอะไม่ว่าจะยังไงทุกอย่างก็เป็นอดีตเหมือนหมอกควันนั่นแหละตอนนี้ด้วยระบบชีวิตของฉันก็ถูกกำหนดไว้ให้ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว”


    “อ่านั่นสินะสรุปจะแลกไหมอะแลกเถอะน่าแลกเถอะ”ระบบเร่งเร้าถังหลินต่อ


    “ไม่แลก!!”ถังหลินตระโกนออกมาจนแม้แต่กังหยูยังสงสัยนายน้อยตระโกนอะไรกัน?


    “ไม่แลกก็ไม่แลกสิทำไมต้องตะโกนใส่กันด้วย”ระบบพูดออกมาอย่างน้อยใจถ้าถังหลินหูไม่ฟาดดูเหมือนเขาจะได้ยินเสียงกระซิกด้วยว่าแต่ระบบร้องไห้ได้ด้วยเหรอ?

     

    คล้ายกับเรื่องระบบพลิกฟ้าท้าสวรรค์ ที่คุณอ่าน