โปรแกรมสร้างนักรบ

    นักเวทย์ผู้เก่งกาจ 22 – มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น!!

            ฉั๊วะ! ฉั๊วะ! ฉั๊วะ!


            “ปราการไม้เลื้อย”


            กึก! กึง!!


            “ดาบผ่าปฐพี!”


            ฉั๊วะ!!!


            “ฟู่! เรียบร้อยไปอีกตัว น่าจะเหลืออยู่อีกแค่ไม่กี่โถงแล้ว!”


            หลังจากที่จัดการกับ ‘จิ้งจอกมายาหกหาง’ ได้ ออสการ์ก็เอ่ยพึมพำออกมา งานในถ้ำที่ 5 แห่งนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากนัก เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกฝนทักษะเวทย์ที่เพิ่งเรียนรู้มาใหม่เสียด้วยซ้ำ


            มันเป็นถ้ำของ ‘เวทย์วิญญาณ’ ที่น่าจะผสมผสานกันมาทั้ง ‘สายอัญเชิญ’ และ ‘สายบีสต์มาสเตอร์’ โดยมีหัวหน้าของแต่ละโถงเป็น ‘จิ้งจอกมายา’


            เหมือนเช่นเคย มันจะเป็นหมาจิ้งจอกหรือตัวอะไรเด็กหนุ่มไม่เคยสนใจ แค่จมูกยาว ๆ หูแหลม ๆ ตัวเล็ก ๆ และมีรูปร่างคล้ายหมา ออสการ์ก็ตั้งชื่อพวกมันว่า ‘จิ้งจอก’ ทั้งหมด ยิ่งเป็นหมาที่ไม่ได้มีหางเดียวด้วยแล้ว เขานึกชื่อสัตว์ชนิดอื่นไม่ออกจริง ๆ


            ‘มายา’ เป็นคำที่ใช้แทนการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนเห็นเพียงเงาร่างของมัน


            สรุปรวมแล้วนี่เป็นชื่อที่ตั้งสื่อความหมายได้ดีพอสมควรมิใช่หรือ?


            ในแต่ละโถงจะมีจิ้งจอกมายาอยู่หลายตัว การอัญเชิญของพวกมันจะแตกต่างกันออกไป บางตัวอัญเชิญได้แค่วิญญาณสัตว์โปร่งแสงที่ไม่มีวันตาย ในขณะที่บางตัวอัญเชิญหมาป่าตัวใหญ่ที่มีเลือดเนื้อจริง ๆ ออกมา


            พวกมันสร้างความยากลำบากให้ออสการ์!?


            ไม่เลย! อย่างที่บอกไปแล้ว เขาใช้ถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกฝนทักษะเวทย์ไม้ ‘ปราการไม้เลื้อย’ ที่เพิ่งจะซื้อมาใหม่ รวมถึงฝึกฝนทักษะการต่อสู้เก่าให้มีความชำนาญและเชี่ยวชาญมากขึ้น


            การฝึกฝนที่น่าจะพูดถึงคือการใช้ดาบยักษ์ร่ายรำดาบลมกรด


            แต้มความแข็งแรงของออสการ์เพิ่มขึ้นมาอีก 1 แต้ม และนั่นทำให้เด็กหนุ่มใช้ดาบยักษ์ได้อย่างคล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น


            เขาท่องไพรไปทั้งแปดทิศเพื่อไล่สังหารเหล่าวิญญาณอัญเชิญด้วยดาบยักษ์อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แทบจะไม่สนใจไล่ตามจิ้งจอกมายาที่เป็นผู้อัญเชิญเลยแม้แต่น้อย


            พวกมันจะถูกกำจัดในตอนสุดท้ายที่ออสการ์เริ่มรู้สึกว่าการไล่ฆ่าไล่สังหารมันเริ่มง่ายเกินไปแล้วเท่านั้น

            …


            “หือ… ทำไมเจ้าจิ้งจอกตัวนี้ถึงได้ชิงตายไปก่อนล่ะ?”


            เด็กหนุ่มพึมพำออกมาอย่างสงสัยเมื่อจิ้งจอกมายาแปดหางตัวสุดท้ายในโถงถ้ำที่ 10 ลมลงและหายไปทั้ง ๆ ที่ไม่ถูกจู่โจม


            “ใช้พลังเวทย์มากเกินไปจนขาดใจตาย? ไม่น่าใช่หรอกน่า… จะไปอ่อนแอขนาดนั้นได้ยังไง?”

            …


            “อีกแล้ว! แต่เดี๋ยวก่อนนะ… จำนวนของวิญญาณที่อัญเชิญออกมามันน้อยลงไปหรือเปล่า?”


            ออสการ์พึมพำออกมาเมื่อเหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นอีกครั้งในโถงถ้ำที่ 11 คราวนี้มีจิ้งจอกมายาแปดหางชิงตายไปถึง 2 ตัวโดยไม่ถูกโจมตีแม้แต่ดาบเดียว


            “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? มันควรจะเป็นแบบนี้อยู่แล้วอย่างนั้นเหรอ?”

            ………


            “ฟู่! จบได้เสียที แต่คราวนี้ดูจะง่ายเกินไปหน่อยแฮะ!”


            ในที่สุดออสการ์ก็จัดการกับ ‘จิ้งจอกมายาสิบสองหาง’ ในห้องบอสลงได้ และมันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เขาพูดออกมา แค่ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายถึงตายเพื่อสังหารมัน การไล่เก็บสัตว์และวิญญาณอัญเชิญไปเรื่อย ๆ เป็นวิธีที่ใช้เวลานาน แต่มันได้ฝึกฝนอย่างเต็มที่และปลอดภัยกว่ามาก


            “ดาบยักษ์ของเราฆ่าวิญญาณอัญเชิญได้? เพราะอะไร? เพราะมันเป็นอาวุธที่ติดตัวมาตั้งแต่ไพรทมิฬ? หรือว่าเหตุผลอื่น?”


            ใน 5 โถงถ้ำที่เหลือ รวมทั้งในห้องบอสแห่งนี้ เด็กหนุ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติขึ้นมาได้โดยบังเอิญ


            จิ้งจอกมายาเก้าหางในโถงถ้ำที่ 12 ไม่มีตัวไหนชิงตายไปก่อนอีก วิญญาณอัญเชิญมีจำนวนเท่า ๆ เดิมตั้งแต่ต้นจนจบ และพวกมันฟื้นฟูคือสภาพสมบูรณ์ได้เร็วขึ้นกว่าโถงถ้ำที่ผ่านมา ออสการ์ในตอนแรกคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของโถงถ้ำที่อยู่ลึกขึ้น


            แต่เมื่อมาถึงโถงถ้ำที่ 13 เหตุการณ์แบบเดิมก็เกิดขึ้นอีก จิ้งจอกมายาเก้าหางตายไป 1 ตัวโดยไม่ถูกจู่โจม วิญญาณอัญเชิญค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป และมันฟื้นฟูร่างกายได้ช้าเหมือนกับโถงถ้ำแรก ๆ ไม่มีผิด


            สิ่งเดียวที่แตกต่างกันระหว่างโถงถ้ำที่ 13 และ 14 คืออาวุธหลักที่เด็กหนุ่มใช้ในการสังหาร ดาบยาวถูกหยิบมาใช้ร่ายรำฝึกฝนทักษะดาบวายุอสรพิษในโถงถ้ำที่ 13 แทนที่การกวัดแกว่งดาบยักษ์ เหตุผลหลักคือเขาเริ่มเบื่อที่ต้องใช้กระบวนท่าเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอด


            ในโถงถ้ำที่ 14 มีการสลับกลับมาใช้ดาบยักษ์อีกครั้ง และตอนนั้นเองที่ออสการ์สังเกตเห็นว่าวิญญาณอัญเชิญอ่อนแอลง


            มันฟื้นตัวช้า และเมื่อถูกจู่โจมถึงตายหลายครั้งเข้า พวกมันก็ไม่ฟื้นตัวกลับขึ้นมาอีกเลย


            ดาบยักษ์ฆ่าวิญญาณอัญเชิญได้!


            การทดลองไนโถงถ้ำที่ 15 และ 16 ยืนยันผลได้อย่างชัดเจน ค่าความเชื่อมั่นน่าจะเกิน 99.99 เปอร์เซ็นต์เลยด้วยซ้ำ


            “ช่างมันก่อน! ถึงเวลากลับไปพักผ่อนให้เต็มที่แล้ว ถ้ำสุดท้ายเป็นถ้ำธาตุดิน มันคงจะไม่ง่ายแบบนี้อีกแน่!”


            เด็กหนุ่มพึมพำออกมาพร้อมกับตวัดดาบยักษ์ขึ้นพาดบ่าแล้วเดินย้อนกลับไปที่ทางเข้าเพื่อออกจากถ้ำ เขาใช้เวลา ‘ฝึกฝน’ อยู่ในนี้แบบไม่ได้หลับไม่ได้นอนมา 4 วันเต็ม


            มันถึงเวลาที่จะต้องพักผ่อนจริง ๆ จัง ๆ แล้ว

            ………………


            “ว่าไงออสการ์ เกือบจัดการกับชั้นที่ 2 ได้หมดหรือยัง แล้วช่วงนี้เห็นนัปป้าบ้างมั้ย?”


            เสียงทักทายดังนำหน้ามา ก่อนที่ ‘มารุ’ จะพาร่างกายที่สูงยาวและพร้อมเพรียวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมานั่งร่วมโต๊ะอย่างถือวิสาสะ เขาเป็น ‘มนุษย์เสือชีต้า’ เอ่อ… ออสการ์คิดว่าอย่างนั้น


            “เกือบแล้ว! เหลืออีกแค่ถ้ำเดียว ส่วนนัปป้าฉันไม่เห็นเขานานแล้ว แต่ก็ว่าไม่ได้หรอก ฉันไม่ค่อยได้อยู่ในหมู่บ้านเริ่มต้นมากเท่าไรนัก”


            เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี นั่นเป็นเพราะว่าเขาจัดการกับอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าจนเกือบจะหมดจานแล้ว การเข้ามาของอีกฝ่ายจึงไม่ได้เป็นการขัดจังหวะที่ทำให้เสียอารมณ์อะไรมากมายนัก


            “โอ้! เหลืออีกแค่ถ้ำเดียวแล้ว ถือว่าเร็วไม่ใช่เล่นเลย นายน่าจะฝึกใช้ … … … … แน่ ๆ ถึงได้เร็วแบบนี้ ส่วนฉันมีแค่ … … … … … กับ … …. … เลยทำเวลาไม่ค่อยได้เท่าไร”


            มนุษย์เสือชีต้าเอ่ยชมพร้อมกับบ่นถึงความยากลำบากของตัวเอง อาวุธประจำตัวของมารุคือธนูขนาดใหญ่ แต่ออสการ์ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายฝึกใช้เวทย์อะไรร่วมด้วย อีกฝ่ายถึงผ่านถ้ำบนชั้นที่ 2 มาได้ เพราะพลังการโจมตีของธนูเปล่า ๆ ไม่ควรจะฆ่าบอสได้ มันต้องมีการใช้เวทย์เจ๋ง ๆ ร่วมด้วยอย่างแน่นอน


            “นายถามหานัปป้า!? มีเรื่องอะไรจะคุยกับเขาอย่างงั้นเหรอ?”


            “โอ้! ไม่มีอะไรหรอก แค่พอดีเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 10 วันก่อน ออกมาจากถ้ำคราวนี้ก็เลยลองถาม ๆ ดูเพื่อจะได้รู้ว่ายังอยู่หรือตายไปแล้ว”


            “อ้อ… ฉันเพิ่งกลับออกมาจากถ้ำวันนี้เหมือนกัน คงจะช่วยนายยืนยันไม่ได้หรอกว่าเจ้าโล้นนั่นจะยังรอดอยู่หรือเปล่า ลองไล่ถามพวกหน้าใหม่ดูสิ เจ้านัปป้าจำง่ายจะตาย ต่อให้ไม่รู้จัก แต่ถ้าเคยเห็นก็คงจำกันได้นั่นแหละ!”


            ออสการ์แนะนำออกไป ก่อนที่จะก้มลงจัดการอาหารคำสุดท้ายบนจานจนหมดเกลี้ยง


            “จำง่าย! นายพูดเพ้อเจ้ออะไรออกมา พวกที่รอดชีวิตอยู่ได้นาน ๆ ส่วนใหญ่ก็หุ่นใกล้ ๆ กับเจ้าโล้นนั่นเกือบหมด ฉันสงสัยว่าที่นี่น่าจะเป็นการฝึก … … … … กับ … … … มากกว่า … … … อย่างแน่นอน คนที่หุ่นผอมบางอย่างฉันกับนายเหลืออยู่ให้เห็นน้อยมากจริง ๆ”


            สิ่งที่มนุษย์เสือชีต้าพูดบ่นออกมาในช่วงสุดท้ายทำให้ออสการ์ขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะพยักหน้ารับแบบเห็นด้วย


            “จริงของนาย! ฉันเองก็คิดแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน”


            โดยไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่

            ………


            “หอกน้ำแข็ง! หรือว่าจะเป็นหอกสายฟ้าดี? ไม่สิ! ถ้าคะแนนเหลือเอาทั้ง 2 อย่างเลยก็ได้นี่นา”


            รอยยิ้มของเด็กหนุ่มพร่างพรายอยู่บนใบหน้า เขาพึมพำวางแผนออกมาอย่างมีความสุขเพราะเวทย์ปราการไม้เลื้อยยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าทักษะเวทย์ยิ่งแพงก็ยิ่งดี มันสามารถเอาไปฝึกฝนประยุกต์ใช้ได้ง่ายกว่าเวทย์เบื้องต้นทั้งหลายมาก


            “ไหนดูสิ! ตอนนี้เรามีคะแนนอยู่เท่าไรแล้ว เดี๋ยวค่อยไปดูว่ามีเวทย์อะไรจ๊าบ ๆ โผล่ออกมาใหม่หรือเปล่า”


            ทันทีที่ผ่านร้านขายทักษะเข้ามา ออสการ์ก็มุ่งตรงไปที่หน้าจอโฮโลแกรมแสดงความมั่งคั่งของตัวเองทันที เขาไม่สามารถเปิดดูคะแนนที่สะสมเอาไว้ได้ตามใจชอบ จะดูได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในร้านขายอะไรสักอย่างเท่านั้น


            “เชี่… อะไรวะเนี่ย มันง่ายก็จริง แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเสียหน่อย เอาเวลา 4 วันของฉันคืนมาเลย!”


            เด็กหนุ่มครางออกมาอย่างปวดร้าว ก่อนที่มันจะกลายเป็นความฉุนเฉียวในตอนสุดท้าย เหตุผล!?


            คะแนนของเขาแทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลย! มันได้น้อยกว่าตอนเคลียร์ถ้ำที่อยู่ชั้น 1 เสียอีก…