ตอน ในแคว้นเจิ้ง
ทางด้านไป๋เหอหลังจากที่ถูกคนของท่านประมุขพาข้ามเขตแดนได้สำเร็จพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ตั้งของสำนักเมฆาสวรรค์โดยได้รับการปกป้องคุ้มครองจากคนที่ประมุขส่งมา
“ข้าขอบใจพวกท่านมากที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่ข้าฝากบอกท่านประมุขด้วยว่าทุกสิ่งที่ท่านประมุขทำให้ข้าไม่ลืมบุญคุณอย่างแน่นอน”
“ขอรับข้าจะกลับไปรายงานท่านประมุข”
เมื่อคนของตระกูลโจวจากไปไป๋เหอก็กลับสภาพมาเป็นคนเดิม
“พี่ไป๋เหอที่นี่คนพลุกพล่านมากเลยนะเจ้าคะดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาที่นี่ก็เพื่อมาเข้าเรียนที่สำนักเมฆาสรรค์ที่จะเปิดอีก 5วันข้างหน้า ”
ซวงเอ๋อร์ได้ยินการสนทนาหลายคนที่พูดถึงการจะเข้าเรียนที่นี่หากไม่มีป้ายหยกผ่านเข้าก็ต้องไปต่อสู้แย่งชิงกับคนอื่นดูท่าแล้วคนไม่น้อยที่ต้องผ่านการทดสอบเข้าไปโดยการต้องแข่งขันทำคะแนนและหนึ่งในนั้นก็รวมทั้งนางด้วยที่นางก็ไม่มีป้ายหยกเช่นกัน
“ใช่แล้วอีก5 วันพวกเราก็จะได้เข้าไปเรียนในนั้น” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ เขาไม่ได้เกรงกลัวว่าจะผ่านเข้ารอบไม่ได้เขามีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะเข้าไปด้วยความสามารถตนเองล้วน ๆ
แต่คนข้างกายอย่างซวงเอ๋อร์กลับกลัดกลุ้มด้วยคิดว่าความสามารถตนเองยังไม่ดีพอไม่รู้ว่าจะผ่านเข้ารอบไปเรียนได้หรือไม่ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงบางเบาแววตามีความเศร้าปนอยู่ในนั้น
“แต่ข้าไม่มีป้ายหยกหากข้าเข้าไปไม่ได้ท่านอย่าโกรธข้านะ”ซวงเอ๋อร์ที่เป็นกังวลในความสามารถของตนเองนางกลัวว่าจะทำให้พี่ชายผิดหวัง แล้วจะทำให้พวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันนี่คือสิ่งที่นางกลัวที่สุดหากต้องห่างไกลพี่ชายไม่รู้นางจะต้องทำยังไงต่อไปดี
ไป๋เหอหยุดเดินก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่มีใบหน้าเศร้าเขาเข้าใจความรู้สึกว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะเขาได้วางแผนไว้เรียบร้อยแล้วนางไม่ต้องมีความจำเป็นต้องกังวลเลยสักนิดเพียงแต่เขายังไม่ได้บอกนาง
“อะไรกันเจ้าเป็นน้องของข้าย่อมที่จะเข้าได้อยู่แล้วข้าอยู่ไหนเจ้าก็ต้องอยู่ที่นั่น อย่าเป็นกังวลเรื่องนี้เดี๋ยวข้าจัดการให้เจ้าเอง”ชายหนุ่มกล่าวยิ้ม ๆแม้หญิงสาวจะมีท่าทีสงสัยแต่เขายังไม่บอกนางตอนนี้ถึงวิธีการเข้าไปเรียนในนั้น
นางมองพี่ชายอย่างซาบซึ้งในน้ำใจที่ไม่เคยคิดทอดทิ้งนางไว้ลำพัง แต่จะทำยังไงให้นางเข้าไปในนั้นหญิงสาวไม่อาจจะรู้ได้นางขอเพียงแค่ได้อยู่กับเขานางก็ไม่ขออะไรแล้วไม่ต้องการห่างไกลพี่ชายเพราะเขาเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของนาง
พวกเขาพากันเดินไปเรื่อยๆท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตามีทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นคนมีฝีมือทั้งนั้น
“เอาล่ะเราพักที่นี่แล้วกันดูเงียบกว่าฝั่งโน้น”
ไป๋เหอพาหญิงสาวเดินออกมาไกลพอสมควรเขาต้องการที่พักที่สงบเงียบและที่นี่ก็ใช่เลยแม้ดูภายนอกโรงเตี๊ยมแห่งนี้จะทรุดโทรมไปหน่อยแต่เขาคิดว่ามันเงียบดีเหมาะแก่การพักผ่อนดีนักยังอยู่ในตรอกซอยลึกลับอีกคนอื่นอาจไม่อยากเข้าแต่เขาไม่ได้สนใจ
ซวงเอ๋อร์มองเห็นเช่นนั้นก็นึกแปลกใจว่าเมื่อกี้เดินผ่านมาก็หลายที่แต่พี่ชายไม่เลือกกลับมาเลือกสถานที่ไกลผู้คนแห่งนี้ทำให้หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะทำอะไรหรือคิดอะไรอยู่กันแน่
“ว่าแต่พี่ไป๋เหอคิดดีแล้วเหรอเจ้าคะที่เราจะเข้าไปมันดูเงียบเกินไปนะเจ้าคะ” หญิงสาวนึกเป็นห่วงสถานที่ที่เงียบเช่นนี้มันดูแปลกสำหรับนางมากดูไม่น่าไว้ใจอย่างยิ่ง
“ใช่มันดูเงียบเกินไปแต่เจ้าไม่ต้องกลัวไปหรอกนะไม่มีใครมาทำร้ายพวกเราได้”
ไป๋เหอที่ใช้จิตสัมผัสและดวงตาวิเศษมองมาตลอดทางก็เห็นว่าที่นี่คนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมนี้มีสตรี5 คน มีทั้งเด็กทั้งแก่หรือวัยใกล้เคียงกับเขาอีก 1 คน นอกนั้นมีบุรุษอยู่อีก13 คนและคนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีวรยุทธสูงกว่าเขาเลย แต่ยังมีคนหนึ่งที่อยู่เหนือเขาแต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะเขามีของดีอยู่ในตัวย่อมที่จะปกป้องตัวเองและคนรอบข้างอย่างซวงเอ๋อร์ได้สบาย
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปก็ได้มีชายคนหนึ่งรูปร่างผอมหน้าตอบเดินมาต้อนรับใบหน้าดูยิ้มแย้มเป็นมิตรอายุอานามน่าจะไม่เกิน30 ปี
“เชิญขอรับนายท่านทั้งสองไม่ทราบว่าต้องการกี่ห้องดีขอรับ”
“ข้าต้องการที่พัก 2 ห้อง” ไป๋เหอกล่าวและยังพิจารณาคนที่ยืนต่อหน้าด้วยความสงสัยมากมาย
“อย่างนั้นก็เชิญเลยขอรับที่โรงเตี๊ยมเราคิดไม่แพงแค่ห้องคืนละ 50 เหรียญขอรับ”
ซวงเอ๋อร์ที่ได้ยินถึงกับหูผึ่งนั่นมันปล้นกันชัดๆ โรงเตี๊ยมซอมซ่อแบบนี้ที่นางไม่เคยพักแต่รู้ว่าถูกกว่านี้มาก แค่ 5 เหรียญก็น่าจะเพียงพอแล้วนี่เล่นถึง50 เหรียญมันเอาเปรียบกันจนเกินไป หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจอย่างมากสีหน้าแสดงออกอย่างชัดเจน
“พี่ไป๋เหอซวงเอ๋อร์ว่ามันแพงไปมากเลยนะเจ้าคะ เขากำลังเอาเปรียบพวกเราอยู่” นางไม่เห็นด้วยที่จะให้พี่ชายเสียเงินจำนวนมากเพื่อมาอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ทั้งที่มันไม่ควรจะเป็นราคานี้ด้วยซ้ำเห็นชัดๆ ว่ากำลังคดโกงพวกตน
“ไม่เป็นไรแค่50 เหรียญเองแล้วที่นี่ก็เงียบสงบมาก”
ไป๋เหอต้องการพักที่นี่จนกว่าที่โรงเรียนสำนักเมฆาสวรรค์จะเปิด แล้วอีกอย่างแค่ 50เหรียญต่อคืนเองไม่มีปัญหา เขาได้เงินมา 5ล้านเหรียญจากการขโมยคนผู้นั้นที่อยู่บนเขาก็เหลือเฟือแล้วพอให้เขาได้ใช้อีกนานกว่าจะหมด
“ใช่แล้วขอรับที่นี่เงียบสงบจริงๆ และยิ่งอยู่ในช่วงที่สำนักเมฆาสวรรค์กำลังเปิดรับสมัครคนเข้าร่วมมากมาย โรงเตี๊ยมแต่ละที่คนเต็มทุกที่ท่านไม่ต้องพูดถึงเหลือแต่ที่นี่เท่านั้นแม่ดูจะซอมซ่อแต่ก็พอให้ท่านอยู่ที่นี่อย่างสบายมีอาหารให้ท่านกิน3 มื้อ” ชายผู้นั้นกล่าวต่ออีก
ไป๋เหอรู้เรื่องนี้อยู่แล้วเขาจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่แล้วการอยู่ห่างไกลผู้คนก็ดีเหมือนกันเพราะเขายังไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับความแข็งแกร่งให้ตนเองได้เพิ่มมากกว่าเดิมด้วยพลังลมปราณที่รับเข้าไปในตัวมันต้องหามากกว่าคนอื่นพอดูดเข้าไปก็เหมือนราวกับว่าไม่เกิดอะไรขึ้นส่วนหนึ่งก็มาจากจุดตันเถียนที่มันดูดเข้าไปด้วยแม้จะโมโหอยู่มากมายก็ตามเถอะมันทำอะไรไม่ได้แล้วในเมื่อมันอยู่ในร่างกายของเขา
‘น่าจะเป็นเจ้านั่นแหละที่อยู่ในร่างของเขา’ ชายหนุ่มนึกถึงคำที่ชายลึกลับในหอคอยเคยบอกไว้
“เอาอย่างนี้ไหมหากท่านคิดว่าแพงไปพวกเราก็มีข้อเสนอเพียงท่านใช้แผ่นป้ายหยกที่จะเข้าเรียนในสำนักเมฆาสวรรค์ออกมาให้ดูทางโรงเตียมของเราจะทำการลดราคาห้องพักเหลือเพียง 40 เหรียญเท่านั้น”
ชายผู้นั้นกล่าวพูดอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่เขาไม่ต้องการจะพลาดโอกาสสำคัญเช่นนี้ย่อมที่จะจับคนไว้ก่อน คนที่เดินเข้ามาในนี้ไม่ควรที่จะเดินจากไป
ไป๋เหอฉุกคิดชั่วครู่มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ การที่จะโชว์ป้ายหยกนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆมันมีคุณค่ากับชีวิตคนผู้หนึ่งมากด้วยหากไม่มีป้ายนี้เขาก็ไม่สามารถเข้าไปในนั้นได้ทุกคนต่างเก็บไว้เป็นอย่างดีจะมาโชว์สุ่มสี่สุ่มห้าได้ที่ไหน
‘โรงเตี๊ยมแห่งนี้ช่างแปลกนัก’