อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 82 เอกสารสำคัญ

    บทที่ 82 เอกสารสำคัญ




    ทั้งสองฝ่ายจ้องหน้ากัน ฝ่ายหนึ่งสภาพเหมือนเพิ่งผ่านสนามรบ ท่าทางอ่อนเพลียและเคร่งเครียดนั้นทำให้ภาพไม่น่ามองเอาเสียเลย ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังนั่งเอนกายอย่างสบายใจ แม้จะเพิ่งผ่านการทบทวนความรู้มา แต่ก็เป็นการทบทวนอย่างสบายๆเท่านั้น


                


    หากไม่มีการเปรียบเทียบก็คงไม่เป็นอะไร ทว่าเวลานี้นักเรียนส่วนใหญ่ก็ออกมาจากห้องของอาจารย์ตนเองเช่นกัน พวกเขาย่อมเห็นภาพที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวนี้


                


    ก่อนหน้านี้มีคนกังวลแทนนักเรียนทุนอันว่าจะอยู่ในสถาบันนี้ไม่ได้ เธอคงจะถูกกดดันทางความรู้สึกจนสุดท้ายต้องลาออก แต่มองดูตอนนี้...นักเรียนอันคนนั้นกำลังถูกกดดันอยู่หรือ? ถ้าถูกกดดันแล้วยังดูสบายใจเช่นนี้ได้ ในขณะที่ฝ่ายของอาจารย์เหวินกลับดูไม่จืด เช่นนั้นช่วยมากดดันพวกเขาด้วยจะดีหรือไม่เล่า?


                


    อาจารย์เหวินและพวกนักเรียนที่ก่อนหน้านี้เยาะเย้ยนักเรียนทุนอัน ด้วยเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการให้พวกเขาเปิดประตูให้ หากไม่เปิดก็คงจะยืนรอด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็ต้องจมอยู่กับความไม่พอใจจนแทบกระอักเลือด ตอนนั้นพวกเขาก็ยังแอบหัวเราะขำในใจด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้พวกเขาได้รู้แล้ว...ในขณะที่ตนเองทำงานอย่างหนัก นักเรียนทุนอันกลับนั่งพักผ่อนอย่างสบายใจอยู่ได้


                


    ช่างดูเหมือนจะเป็นการทรมานตนเองแทนไม่ใช่หรือ?




    “นักเรียนทุนอัน!” อาจารย์เหวินอยากจะกรีดร้องออกมา เส้นเลือดที่ขมับของเธอขึ้นเด่นเป็นรอยนูน แสดงให้เห็นว่าเธอกำลังโกรธมากแค่ไหน




    “ค่ะอาจารย์” ซูหยวนยืนขึ้น แสดงท่าทางเป็นนักเรียนที่ว่านอนสอนง่ายขึ้นมา




    “เธอมาถึงแล้วแต่ไม่เข้าไปช่วยงานอาจารย์ข้างใน กลับมานั่งเล่นอยู่ตรงนี้หรือ!” 




    ถ้าคนที่ไม่รู้ พวกเขาจะต้องคิดว่านักเรียนอันคนนี้เป็นพวกเหลวไหลเสียจริง แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่คนโง่เท่านั้น นักเรียนหลายคนต่างซุบซิบกันตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาได้เห็นว่านักเรียนทุนอันเคาะประตูถึงสามครั้งก็ยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมา พูดให้ถูก...เป็นนักเรียนอันต่างหากที่จะต้องแสดงความโกรธออกมาน่ะ




    “อ้อ ถ้าอย่างนั้นครั้งต่อไป หลังจากที่ฉันเคาะประตูแล้วก็สามารถเข้าไปข้างในได้เลยใช่ไหมคะ เพราะไม่เข้าใจกฎของอาจารย์เหวินจึงไม่ได้ทำอย่างถูกต้อง ครั้งหน้าฉันจะเข้าไปทันที แม้ไม่ได้รับอนุญาตก็ตามค่ะ” 




    ซูหยวนพยักหน้ารับ เธอไม่ได้เถียงอาจารย์กลับ ไม่ได้ปฏิเสธว่าตนเองทำถูกต้องแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นใช้คำสุภาพและยอมรับแทน ทว่า...ความหมายในคำพูดนั้นกลับเหมือนเป็นการรัดขึงอาจารย์เหวินเอาไว้ ปล่อยให้ความอึดอัดใจเป็นของอีกฝ่าย


                


    ในเมื่อต่อว่าเธอ กล่าวหาว่าเธอทำไม่ถูก อย่างนั้นครั้งต่อไปก็ไม่มีสิทธิมาตำหนิเธออีกแล้ว ซูหยวนเองก็อยากจะรู้ว่าอาจารย์เหวินที่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานแล้วจู่ๆเธอก็เปิดประตูผลั๊วะเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจารย์จะยังใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ได้อย่างไร


                


    คนเป็นอาจารย์อ้าปากพะงาบๆ อยากจะด่าซูหยวนแรงๆ อยากจะทำโทษเธอและตำหนิที่เธอช่างไม่รู้เรื่อง ทว่า...คำพูดของซูหยวนปิดทางออกทั้งหมดเอาไว้แล้ว


                


    อีกฝ่ายกลับบอกว่าตัวเองไม่รู้กฎ ยอมรับง่ายๆว่าเป็นความผิดของตนเองที่ไม่รู้ อีกทั้งยังกวนประสาทเธอด้วยการบอกว่าครั้งหน้าจะทำในสิ่งที่แม้แต่เธอก็ยังไม่ชอบ อาจารย์เหวินต้องการปฏิเสธคำพูดนั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอกำลังพ่นน้ำลายรดหน้าตนเองงั้นหรือ? คำพูดที่พูดออกไปแล้วจะเป็นนายเสมอ ตอนนี้เธอจะทำอะไรได้อีกนอกจากจดบัญชีแค้นนี้เอาไว้!!




    “นอกจากเรื่องนี้ เธอก็ควรจะมาให้เร็วด้วย อาจารย์ทำเรื่องขอนักเรียนที่ผลการเรียนดีที่สุดมาช่วยก็เพราะงานวิจัยนี้สำคัญมาก ถึงจะรู้ว่านักเรียนทุนอันอาจจะไม่ชอบอาจารย์เนื่องจากเคยมีความเห็นไม่ตรงกันมาก่อน แต่อย่าลืมว่านี่เป็นงานสำคัญที่เกี่ยวพันกับชีวิตผู้คนมากมาย อาจารย์อยากให้เธอรู้จักแบ่งแยกความดีความชั่วเอาไว้ให้ได้ ใช้ความสามารถของตนเองเพื่อมนุษย์ชาติให้เต็มที่จะดีกว่า”


                


    อาจารย์สาวกล่าวอย่างยิ่งใหญ่ เธอทำราวกับว่าตัวเองไม่ได้ใช้อคติในการเลือก ไม่ได้มีแผนที่จะเล่นงานซูหยวนด้วย ทั้งยังไม่ได้ต้องการคัดเลือกซูหยวนมาด้วยตนเอง แต่เป็นเพราะเงื่อนไขที่เธอต้องการก็คือนักเรียนที่เก่งกาจ สุดท้ายจึงได้ซูหยวนมานั่นเอง


                


    เมื่อพูดคำนี้ออกมา นักเรียนหลายคนต่างก็เชื่อเช่นนั้น บางทีอาจารย์เหวินอาจจะคิดได้ว่านี่เป็นงานสำคัญที่มีผลกระทบเป็นวงกว้าง เธอจึงไม่เอาอคติส่วนตัวมาใช้ ดังนั้นที่พวกเขาคิดกันก่อนหน้านี้ก็อาจจะเป็นแค่การคิดไปเองก็ได้




    “เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์เหวิน ฉันจะไม่ใช้อคติใดๆในการช่วยงานอาจารย์แน่นอนค่ะ” ซูหยวนยังคงรับคำอย่างเรียบง่าย ราวกับว่าเธอเองนี่แหละที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นมานานแล้ว


                


    อาจารย์เหวินเหมือนชกไปที่ปุยนุ่นอีกครั้ง ความรู้สึกเจ็บๆคันๆพวกนี้ย้อนกลับหาเธอทั้งหมดได้ยังไง ดูเหมือนว่านักเรียนทุนคนนี้จะสารเลวไม่น้อยเลย ไม่อย่างนั้นจะเอาคืนเธอทุกดอกได้หรือ?




    “ดี ในเมื่อนักเรียนทุนคิดได้แบบนั้น ต่อไปก็มาตั้งใจทำงานด้วยกันเถอะ วันพรุ่งนี้ก็ช่วยมาที่ห้องทำงานก่อนฟ้าสว่างด้วยนะ พวกรุ่นพี่เหนื่อยมากแล้ว อาจารย์อยากจะให้ช่วยจัดเอกสารที่รื้อออกมาศึกษาให้เป็นระเบียบหน่อย”


                


    อาจารย์เหวินพูดแบบนี้ นักเรียนที่เพิ่งออกมาจากห้องทำงานต่างก็ลอบมองหน้ากันเอง พวกเขาถึงกับซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันเอาไว้ด้วย


                


    ก็นะ...ใครจะไม่รู้บ้างว่าห้องทำงานของอาจารย์เหวินเป็นอย่างไร เนื่องจากมันเป็นห้องของนักวิจัย ข้อมูลศึกษาทั้งหมดจึงเยอะมาก ตอนนี้พวกเขาแทบจะต้องแหวกตัวเข้าไปข้างในให้ได้ด้วยซ้ำ และที่สำคัญ...เอกสารพวกนั้น ถ้าไม่มีความรู้ก็ไม่เข้าใจแน่ๆ เช่นนั้นจะแยกได้ถูกต้องได้อย่างไร


                


    เชื่อได้เลยว่าจนกระทั่งครบ 1 สัปดาห์ งานที่ดูเหมือนเล็กๆนั้นก็ไม่มีทางทำเสร็จ!!




    “รับคำสั่งค่ะอาจารย์” ซูหยวนรับรู้ได้ถึงสายตาเจ้าเล่ห์ของทุกคน แต่เรื่องการจัดเอกสาร เธอก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกัน


                


    หญิงสาวมั่นใจในทักษะของตนเอง เธอเคยผ่านประสบการณ์ทำงานเช่นนี้มาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการประชุมใดๆ เอกสารเพื่อนำเสนอลูกค้า เอกสารเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ ทั้งหมดล้วนเป็นเธอที่จัดเตรียมให้เข้ารูปเข้ารอย ซึ่งมันไม่ใช่งานที่เพื่อนร่วมงานขอร้องให้เธอทำ แต่เป็นเพราะซูหยวนเองก็ต้องการใช้เอกสารเหล่านั้นบ้างในบางครั้ง เพื่อให้การทำงานราบรื่น ซูหยวนจึงใช้เวลาเล็กๆน้อยๆในทุกวันเพื่อจัดการเอกสารทั้งหมด


                


    เพื่อนร่วมงานและแม้แต่หัวหน้าเข้าใจว่าเป็นงานที่แม่บ้านช่วยดูแลให้ พวกเขาไม่ได้คิดเลยว่าแม่บ้านของบริษัท ไหนเลยจะรู้ว่าเอกสารพวกนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร แล้วจะต้องจัดแยกเอาไว้ในจุดไหน


                


    คิดย้อนกลับไปแล้วก็น่าขำ ซูหยวนไม่รู้หรอกว่าพวกเขาไม่สงสัยจริงๆ หรือแค่แกล้งไม่สงสัยกันแน่ เพราะถ้ารู้ว่าซูหยวนเป็นคนจัดการเอกสารเหล่านี้ ทั้งหมดก็คงทำหน้าไม่ถูก


                


    พวกเขาไม่ชอบซูหยวน มีอคติที่จะร่วมงานกับเธอ แต่กลับรู้สึกขอบคุณคนที่คอยจัดเอกสารพวกนั้นให้ทุกวี่ทุกวัน ถ้าไม่รู้หรือข้อมูลไม่แน่ชัดก็ว่าไปอย่าง ทว่า...หากความจริงเปิดเผย พวกเขาจะทำตัวอย่างไร


                


    ปล่อยให้ซูหยวนแตะต้องงานเอกสารของตนเองต่อไป แล้วก็ยังเอาเอกสารที่ถูกจัดระเบียบออกมาใช้อย่างหน้าด้านๆ หรือจะต้องทำงานทั้งหมดที่น่าปวดหัวนี้ด้วยตัวเองกันล่ะ....สุดท้ายการปล่อยเรื่องบางเรื่องให้เป็นปริศนาก็ไม่ใช่เรื่องแย่ เหมือนที่มีคนเคยพูด “ไม่ต้องรู้สักเรื่อง อาจเพิ่มความสุขในชีวิตได้” ดูเหมือนว่ามันจะไม่ต่างกับสัจธรรมในการใช้ชีวิตเลย


                


    เย็นวันนั้น ข่าวเกี่ยวกับการทำงานวันแรกของซูหยวนก็แพร่กระจายไปทั่วกระดานสนทนาภายในสถาบัน บางคนก็พูดว่าอาจารย์เหวินจงใจแกล้ง บางคนก็คิดว่าอาจารย์เหวินวางตัวเป็นกลางเพื่องานวิจัยที่สำคัญได้ แต่ไม่ว่าพวกเขาคิดจะเช่นไร ซูหยวนก็ไม่ได้มีเวลามาสนใจมากนัก


                


    เช้าวันต่อมา หญิงสาวเข้าไปที่ห้องทำงานของอาจารย์เหวินแต่เช้าตรู่ ครั้งนี้อาจารย์เหวินไม่ได้สร้างปัญหาเรื่องการเข้าห้องทำงานส่วนตัวของเธออีก ซูหยวนจึงสามารถเข้าไปได้ง่ายๆ ไม่ต้องรออยู่หน้าห้องอีกต่อไป


                


    แน่นอนว่าอาจารย์เหวินไม่มีทางใช้แผนเดิม ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ได้ทำให้นักเรียนอย่างซูหยวนเจ็บปวดใจได้หรอก...


                


    แต่เดิมแล้ว วันนี้ซูหยวนจะต้องเข้าเรียนวิชาบังคับอย่าง “วิชาจัดการกับสัตว์กลายพันธุ์พื้นฐาน” ซึ่งเธอได้อ่านข้อมูลทั้งหมดที่จะต้องรู้ในภาคการเรียนนี้แล้ว ทำให้ซูหยวนไม่กังวลใจว่าจะต้องเข้าเรียนทุกครั้งอีกต่อไป ในเมื่อเป็นแบบนั้น...สู้เอาเวลาไปเรียนรู้ข้อมูลอื่นๆจะเป็นประโยชน์มากกว่า


                


    เพื่อที่จะจัดเอกสารทั้งหมดนี้เข้าชั้นทั้งหมด และแบ่งหมวดหมู่ให้ชัดเจนได้ หมายความว่าซูหยวนจะต้องอ่านเนื้อหาคร่าวๆได้ถูกต้อง เพราะอย่าลืมว่าเอกสารเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ตำราความรู้เท่านั้น แต่ยังมีเอกสารที่เหล่านักวิจัยช่วยกันคิดและคำนวนออกมาด้วย


                


    ซูหยวนไล่เรียงเก็บตั้งแต่สูตรการคำนวณที่ 1 ไปจนถึงสูตรการคำนวณที่ X223 จนกระทั่งสำเร็จที่เอกสารหมายเลข X224 เธอจึงได้ทำสัญลักษณ์ด้วยการทำปกสีเขียวติดทับที่หน้าแรกให้อีกที


                


    ไม่ใช่แค่สูตรคำนวณเดียวเท่านั้น เธอทำเช่นนี้กับทุกสูตร ไม่ว่าจะเป็นสูตรการคำนวนอัตราความเร็วในการเติบโตของเมล็ดพันธุ์ทั่วไป สูตรการกินอาหารของพืชกลายพันธุ์ สูตรการใช้สารพิษสะสมในร่างพืชกลายพันธุ์ สูตรการไหลเวียนพลังงาน และอื่นๆอีกมากมาย 


                


    บางสูตรสำเร็จแล้ว เธอจึงได้ทำสัญลักษณ์ปกสีเขียวอีกชั้น ในขณะที่บางส่วนอยู่ในขั้นตอนการทำงานและการทดสอบ ซูหยวนก็ใส่สีเหลืองเอาไว้ ส่วนสูตรที่ยังหาทางไปไหนไม่เจอเลย ซูหยวนจะใส่สัญลักษณ์สีแดงเอาไว้บอกว่าแผนการคำนวนนี้แทบจะยังไม่ได้เริ่มต้น


                


    จัดเรียงเอกสารได้เพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น ในที่สุดเสียงคนแรกที่เสร็จจากการเรียนการสอนของตนเองก็มาถึง ประตูห้องถูกเปิดออกไม่ช้าไม่เร็ว คนที่มาถึงเป็นคนแรกก็คือรุ่นพี่นักเรียนชั้นปีที่ 4 ซึ่งกำลังให้ความสนใจกับการพัฒนาเมล็ดกลายพันธุ์นี้มาก


                


    ในความคิดของเขา ก่อนหน้านี้เขาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มวิจัยเมล็ดกลายพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นจึงรู้สึกเหมือนกับว่าขั้นตอนต่อไปนั้นก็คือความรับผิดชอบของเขาด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้เห็นเขาเป็นคนแรกในห้องวิจัยนี้ และจะได้เห็นเขาออกไปเป็นคนสุดท้ายเสมอ




    “นักเรียนทุนอัน?” 




    “สวัสดีค่ะรุ่นพี่”




    “เธอ...มาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร ไม่ได้เข้าเรียนรึไง” คนเป็นรุ่นพี่ขมวดคิ้วมุ่น 




    ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าอาจารย์ของเขาต้องการจะไล่นักเรียนทุนคนนี้ออก แต่กลับเกิดเรื่องผิดพลาดจนสุดท้ายแล้วเด็กสาวก็ยังคงอยู่ที่นี่ต่อไป ดังนั้นอาจารย์ของเขาจึงต้องการแก้แค้น ให้นักเรียนมาทำงานอยู่ใต้ตนเอง แล้วใช้โอกาสนี้เพื่อกดดันให้เธออยู่ในสถาบันไม่ได้ 




    อันที่จริงก็ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้เขาก็คิดเหมือนกัน ทว่า...หลังจากได้ยินคำของอาจารย์เมื่อวาน เขาก็เข้าใจ..




    อาจารย์ก็คงเหมือนกันกับเขา เมล็ดพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จในครั้งก่อน กลายเป็นความรับผิดชอบของพวกเขาต่อไปด้วย ดังนั้นที่อาจารย์บอกว่าต้องลดอคติทั้งหมดลงแล้วทำงานร่วมกับคนที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุด ทั้งหมดนี้ก็คงจะเพื่อให้งานวิจัยสำเร็จอย่างรวดเร็วก็เป็นได้




    ถึงอย่างนั้น รุ่นน้องคนนี้ก็ดูอยากจะสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของอาจารย์เขาจริงๆ คิดดูเอาเถอะ...เธอมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร? ไม่ยอมเข้าเรียน แต่มาซ่อนตัวในห้องทำงานของอาจารย์เหวินเช่นนี้ ไม่ได้จงใจใส่ความแล้วจะทำไปเพื่ออะไรกันล่ะ?




    “สำหรับวิชาเรียนวันนี้ เนื่องจากเป็นวิชาที่ศึกษาเองได้ ฉันจึงได้อ่านข้อมูลทั้งหมดแล้วค่ะ เห็นว่างานที่อาจารย์มอบหมายยังอยู่อีกเต็มไปหมด ฉันก็เลยอยากจะจัดการต่อให้เสร็จค่ะ”


                


    ราวกับนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานอาจารย์ได้สั่งงานรุ่นน้องคนนี้เอาไว้แล้ว เขาจึงได้มองไปรอบๆห้องเป็นครั้งแรก และภาพที่เขาเห็นก็ทำให้ต้องชะงักไป




    “เอกสาร...เอกสารที่ฉันศึกษาเอาไว้เมื่อครั้งก่อนหายไปไหน!!” ดวงตาของนักเรียนหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว


               


     เพราะการคำนวณไปพร้อมๆกับออกแบบจำลองไปด้วยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ถ้าเอกสารทั้งหมดที่เขาวางเอาไว้ใกล้กันถูกจัดอย่างไม่ถูกต้องจนเนื้อหาไม่สัมพันธ์กันอีกต่อไป นี่ไม่เท่ากับว่าเขาจะเสียเวลาไล่ตามหาเอกสารที่สำคัญอีกหรือ?


                


    ในความคิดของเขา รุ่นน้องนักเรียนทุนคนนี้ไม่มีทางจัดเก็บเอกสารด้วยความใส่ใจแน่ อย่าลืมว่าอีกฝ่ายมีเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นในการจัดเก็บเอกสารกองสูงท่วมหัวมากกว่า 5 กอง แม้แต่พวกเขาที่รู้ว่าอะไรควรจะอยู่ตรงไหนก็ยังจัดไม่เสร็จด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับคนที่ยังไม่เคยเข้าร่วมทีมวิจัยของพวกเขาเลยแบบซูหยวนกันล่ะ


                


    ตอนนี้นักเรียนหนุ่มรุ่นพี่กำลังโกรธจัด โกรธมากจนอยากจะปล่อยพลังงานออกมาฆ่ารุ่นน้องคนนี้ทิ้งไปเสียเลย โทษฐานที่กล้ามาก่อความวุ่นวายที่นี่!!




    ………………………………