ด้านนอกชานเรือนลั่วเหยียนเอ๋อยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ ดวงหน้าอ่อนหวานแต้มรอยยิ้มพึงใจ
ในมือของเธอถือกล่องผ้าไหมสีชมพูอ่อนเตรียมไว้สำหรับวันที่ชื่อของ “ไป๋หลิงซิ่ว” จะถูกลบออกจากทะเบียนจวนแม่ทัพหม่าอย่างเป็ทางการ
เธอหมุนตัวกลับเข้าห้อง ยกยิ้มบางอย่างผู้ชนะ“ในที่สุด…ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ก็จะเป็ของข้าเสียที”
แต่ในขณะที่ทั้งสองต่างจมอยู่กับความรู้สึกของตนเอง
หญิงอีกผู้หนึ่งกลับนั่งอยู่ในเรือนฝั่งซ้ายภายใต้แสงจันทร์สีทองอร่าม
สวี่หว่านถิงทอดสายตามองออกไปยังท้องฟ้า
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเย็น
“ในที่สุดชีวิตของไป๋หลิงซิ่วก็จะได้เริ่มต้นใหม่ซะที…คราวนี้ฉันจะลิขิตชีวิตของไป๋หลิงซิ่วเองจุดจบในนิยายนั่นจะไม่เกิดขึ้นเพราะฉันจะไม่มัวมาแย่งชิงแม่ทัพหน้าโง่กับนังผู้หญิงหน้าด้านนั่นเด็ดขาดจุดจบคือการถูกเฆี่ยนตีจนเกือบตายก่อนเนรเทศไปเป็ทาสในชายแดนอย่างนั้นเหรอเชอะเื่อะไรจะต้องมารับโทษเพราะผู้ชายคนนั้นคราวนี้ฉันจะพาชีวิตของไปหลิงซิ่วไปโบยบินในตำหนักอ๋องอย่างหงส์ผู้สง่าไม่ใช่ผีเสื้อปีกหักที่ถูกขังในจวนนี่”
เสียงลมพัดผ่านม่านบางเบา เงาของเธอซ้อนทับกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องใหญ่ช่างดูนุ่มนวลแต่ทว่ากลับเด็ดเดี่ยวราวกับหญิงที่พร้อมจะเดินบนเส้นทางของตนเองด้วยความมั่นคง
ค่ำคืนนั้น....
แต่ทว่าจู่ๆท้องฟ้าที่มีแสงจันทร์กลับพลันมืดมิดลงจากเมฆหมอกฝนที่เคลื่อนตัวทับอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยสายฝนโปรยลงมาอย่างหนักอย่างไม่ทันตั้งตัว ไฟตะเกียงสั่นไหววูบในทางเดินหน้าจวนสะท้อนเงาร่างคดโค้งของชายผู้หนึ่งซึ่งก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวใคร
แม่ทัพหม่าคล้ายคนหมดท่า จอกเหล้าแตกกระจายเกลื่อนกลาดเป็คราบตามทางเดินเสื้อคลุ้มที่ดูหลุดรุ่ยไม่เป็ระเบียบคล้ายคนไร้ศักดิ์ศรีที่ถูกปั่นป่วนด้วยความอับอายและโทสะ
เขาเดินโซซัดโซเซไปตามทางเดินอย่างโศกศัลย์เสียงฝีเท้าหนักๆะเืไปทั้งจวน ใบหน้าแข็งกร้าว มุมปากเม้มแน่นเมื่อเห็นประตูเรือนฝั่งซ้ายที่สวี่หว่านถิงพำนักอยู่
“ไป๋หลิงซิ่วข้ามาเพื่อให้เ้าเปลี่ยนใจ!”เสียงทุ้มคำราม พลางใช้มือกระชากหมายเปิดประตูจนเสียงคานดังลั่น
สวี่หว่านถิงที่กำลังนั่งวาดฝันถึงวันที่จะได้โบยบินอย่างอิสระกลับลุกพรวดด้วยความใครั้นเมื่อประตูที่ลงกอนอย่างดีกลับถูกคนร่างใหญ่ใช้กำลังเปิดมันออกได้อย่างง่ายดาย
เมื่อแม่ทัพหม่าเดินเข้ามา ใบหน้าของสวี่หว่านถิงกลับร้อนวูบวาบไม่ใช่เพราะความกลัวหรือเสน่หาหากแต่เป็เพราะความโกรธ
“นี่ท่านเข้ามาในห้องของข้าทำไมกันออกไปเดี่ยวนี้นะ” เธอเอ่ยเสียงดังอย่างไม่พอใจก่อนจะพยายามผลักตัวเขาออกจากห้อง
แต่ทว่าแม่ทัพหม่ากับดื้อรั้นมือหยาบยื่นออกมาหวังจะดึงเธอไว้ เขาพูดเชิงเหนี่ยวรั้งและอาละวาดในคราวเดียวกัน
“เ้าจะหย่าไม่ได้ ข้าจะให้เ้าคืนดีกับข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าไปจากข้า!”
คำพูดนั้นยังไม่ทันจบ เขายื่นมือมาพลางพยายามจะจับแขนเธอด้วยท่าทีรุนแรง
แต่ทว่าสวี่หว่านถิงกลับขยับตัวไวกว่าเพียงเสี้ยววินาทีเธอกระชากข้อศอกหลบ แล้วยกเท้าถีบส่งเขาอย่างแรง ด้วยเพราะอาการมึนเมาเป็ทุนเดิมชายร่างสูงพุ่งกระเด็นถลาออกมานอกทางเข้าประตูเปิดกว้างและเสียงร่างของเขากระแทกพื้นดังอึกอย่างแรง
“อ๊ะ!” เสียงร้องครางแ่หลุดจากปากของเขาทั้งความเจ็บจุกและความอับอายผสมกัน
สวี่หว่านถิงไม่รอช้า ก้าวเข้าไปยืนเหนือเขาดวงหน้าสงบนิ่งที่บอกได้ว่าไม่มีแววแห่งความเมตตาเหลือแม้แต่น้อย
เธอเท้าสะเอวจ้องหน้าเขาก่อนจะบ่นด่าอย่างไม่อายปาก
“ไอ้ ไอ้ไอ้เ้าแม่ทัพบ้าเอ๊ย!คิดจะทำบ้าอะไรข้าก็สดใสของข้าอยู่ดี ๆแท้ๆดันมาทำให้ข้าโมโห จะหย่ากันอยู่แล้ว ยังจะมาข่มเหงรังแกข้าอีกหรือข้าบอกแล้วว่าจะไม่ยอมเป็ฮูหยินโง่อุ่นเตียงให้ยังจะพูดไม่รู้เื่อีกโน่นไปที่เรือนนอกโน่นไป๊!”
คำแต่ละคำถูกขับออกมาด้วยความโกรธจนเหล่าสาวใช้คนใช้ในจวนที่ยืนมองดูเหตุการณ์ถึงกับกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
แม่ทัพหม่าพยายามลุก แต่เพราะความเมาจึงทรงตัวไม่อยู่เขามองเธออย่างอับอายและโกรธปนกัน
“เ้า เ้ากล้าทำเช่นนี้กับข้างั้นเหรอ”
สวี่หว่านถิงยกมือขึ้นห้าม
“ฟังให้ดีนะท่านแม่ทัพ ข้าจะบอกท่านเป็ครั้งสุดท้ายในระหว่างที่รอราชสำนักลงนามการหย่าระหว่างข้ากับท่านถ้ากล้ามาแตะต้องข้าอีก แม้แต่ปลายนิ้วเดียวข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านมีที่ยืนในแผ่นดินนี้อีกต่อไป เข้าใจหรือไม่!”
คำกล่าวนั้นเย็นะเื เหมือนเป็การประกาศศาลเตี้ยที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน