ติ๊ง....เสียงไลน์เด้งเข้ามา
ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอ่านเพราะกำลังรอข้อความจากใครบางคนอยู่พอดี
ปฐวี : คิดถึง
ลดา : ทำไรอยู่
ปฐวี : นั่งคิดถึงแฟน
ลดา : หื้อออ ... ปากหวาน
ปฐวี : หวานจริง อยากชิมมั้ยล่ะ
ลดา : ชิมอะไร?
ปฐวี : ปากไง
ลดา : บ้าเหรออออ .. เดี๋ยวนี้เป็คนแบบนี้?
ปฐวี : กับเธอคนเดียวเท่านั้น
ลดา : สติ๊กเกอร์รูปหัวใจ
ปฐวี : เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยนะ
ลดา : ไม่น่าจะได้นะเพราะเดี๋ยวดาต้องออกไปพบลูกค้ากับคุณพ่อหน่ะ
ปฐวี : สติ๊กเกอร็หน้าเศร้า
ลดา : ไม่งอนนะ เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยเจอกันก็ได้
ผวั๊ะ ...... ขณะที่มือกำลังกดพิมพ์ข้อความส่งกลับไปให้ปลาวาฬอยู่นั้น คุณพ่อก็เปิดประตูออกมาพอดี
อย่างที่เคยเล่าไปแล้วว่าพวกเราในกลุ่มเพื่อนส่วนใหญ่เป็ลูกคนเดียว ดังนั้น่เวลาที่ว่างเช่น่ปิดเทอมแบบนี้ก็ต้องเข้ามาบริษัทเพื่อเรียนรู้งานต่อจากคุณพ่อของพวกเรา ครอบครัวของฉันทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าอุปกรณ์ตกแต่งภายในบ้านและตึกอาคารแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็ หลอดไฟ โคมไฟ วอลเปเปอร์ ต่างๆ อีกมากมาย คุณพ่อเล่าว่า ในสมัยที่คุณปู่เปิดบริษัทใหม่ธุรกิจกำลังเริ่มเติบโตแต่ก็ยังไม่มีชื่อเสียงมาก พอคุณพ่อเรียนจบเข้ามาบริหารเต็มตัวธุรกิจก็ดีขึ้นมาก
" มีเื่อะไรดีเนี้ย ผู้ช่วยคุณพิมนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว " คุณพ่อเดินเข้ามาที่โต๊ะทำงานของฉันที่อยู่ด้านข้างพี่พิมเลขาของคุณพ่อ
" ไม่ทราบเลยค่ะท่านประธาน พิมเองก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ " พี่พิมพูดพร้อมกับยิ้มและส่งสายตาล้อเลียนฉัน
" ว่าไงเรา ยิ้มไม่พอหน้าแดงอีกต่างหาก " คุณพ่อว่า
" แหม ก็ เอ่อ ก็ "
" เอ .... จะเกี่ยวกับหนุ่มที่มารับคุณลดากลับบ้านรึเปล่าน้าาา "
" โธ่ !!! ... พี่พิมก้ออ "
" แล้วใช่มั้ยล่ะ ? " คุณพ่อพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้
" ก็ ... ใช่มั้งคะ " ฉันตอบตามความจริงโดยไม่คิดจะปิดบัง ปกติคุณพ่อท่านเป็คนหัวสมัยใหม่ คราวที่แล้วที่ฉันฟูมฟายร้องไห้กอดท่านเื่กวินก็ได้ท่านนี่แหละที่คอยให้กำลังใจและบอกให้ฉันไปเที่ยวพักผ่อนแต่ต้องมีเพื่อนไปด้วย
" หือออ ... ไม่เห็นเล่าให้พ่อฟัง หนุ่มที่ไหนกันน้าาา มาดามหัวใจให้ลูกสาวของพ่อได้เนี้ย "
" อื้ออ คุณพ่อก้อ อย่าแซวสิคะ " ฉันว่าพลางเดินเข้าไปกอดเอวของท่าน ท่านเองก็ยกมือขึ้นกอดคอของฉันเช่นกัน
" ไปกันรึยังสาวๆ " คุณพ่อเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุข ทุกวันนี้ธุรกิจของครอบครัวเราถือว่าไปได้ดีเลยทีเดียว ฉันคิดว่าพอเรียนก็จะให้คุณพ่อกับคุณแม่หยุดพักเพราะท่านทั้งสองทำงานหนักและเหนื่อยกันมามากแล้วถึงเวลาควรได้หยุดพักผ่อนเสียที
" ไปค่ะ พร้อมแล้ว " ฉันว่าพลางปล่อยมือจากเอวท่านและหยิบกระเป๋าเตรียมพร้อมที่จะไป
หลังจากออกจากบริษัทพวกเราสามคนคือ คุณพ่อ ฉัน และพี่พิมที่เป็เลขาของคุณพ่อ ก็มาถึงบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่งแม้บริษัทนี้จะไม่ได้ใหญ่โตเป็อันดับหนึ่งแต่ก็ถือว่ามีชื่อเสียงพอดูอยู่ วันนี้พวกเรามาคุยสัญญาเพื่อตกลงทำธุรกิจร่วมกันคือ เมื่อเขาก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยก็จะมีบริษัทของฉันเข้าตกแต่งให้สวยงามต่อทันที
การทำสัญญาเป็ไปด้วยดีเพราะทั้งสองบริษัทเคยทำธุรกิจอย่างอื่นด้วยกันมาแล้ว ความไว้วางใจซึ่งกันและกันก็มีมากกว่าที่จะร่วมงานกับบริษัทหน้าใหม่ๆ แต่ก็ใช่ว่าพวกเราจะไม่ลองเสี่ยงนะ มีบางบริษัทในเครือที่ร่วมทำธุกิจใหม่ๆกับคนรุ่นใหม่ คุณพ่อบอกว่าคนรุ่นใหม่บางคนแิทันสมัย และมีไอเดียในการทำงานที่ดี หลังจากทำสัญญาเสร็จเรียบร้อยพวกเราจึงแวะห้างที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นเพื่อแวะกินข้าวกลางวันกันก่อนที่จะกลับเข้าบริษัท
" หนูอยากกินอะไรลูก " คุณพ่อเอ่ยถามหลังจากเดินเข้ามาในห้าง
" แล้วแต่คุณพ่อเลยค่ะ ดาทานอะไรก็ได้ทั้งนั้น "
" งั้นเอาร้านเดิมละกันนะ " ท่านว่า
" โอเคค่ะ " ร้านเดิมที่คุณพ่อว่าเป็ร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงมาก อาหารของที่นี่อร่อยแทบทุกอย่าง เป็ร้านอาหารที่พวกเราทั้งบ้านมากินบ่อยๆ
หลังจากที่พวกเราสามคนรับประทานอาหารเสร็จเรีบร้อยและกำลังเดินออกจากร้านมา พลันสายตาของฉันก็สบเข้ากับสายตาคมที่จ้องมองอยู่พอดี เขาคนที่อยากเจอ อยากคุย และกำลังคิดถึงอยู่ตรงหน้าของฉันพอดี รอยยิ้มชวนหลงใหลและอบอุ่นถูกส่งมาให้ฉัน หัวใจที่เต้นแรงเพราะความดีใจที่ได้เจอหน้ากันและกัน
" วาฬฬฬ " ฉันเอ่ยเรียกชื่อพร้อมกับส่งยิ้มให้เขา พอดีกับที่เขาเองก็เดินเข้ามาหาฉันเหมือนกัน
" กินข้าวเหรอ " เสียงทุ้มเอ่ยถาม
" อึ้ม ... นี่คุณพ่อของเรา "
" สวัสดีครับ .... ดานี่ก็พ่อเราเอง " ฉันยกมือไหว้ท่านเช่นกัน
" ไหว้พระเถอะลูก " ท่านว่าพร้อมกับส่งยิ้มให้ฉัน
" ยัยดาเราไปกันเถอะ พ่อมีงานต่อ " จู่ๆ คุณพ่อก็จับที่แขนของฉันเตรียมจะพาเดินออกไป ฉันหันไปมองก็เห็นใบหน้าของท่านที่บึ้งตึง ไม่สบอารมณ์ ท่าทางแบบนี้ฉันเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
" คุณพ่อเดี๋ยวดาคุยกับ เอ่อ.... กับวาฬแป็บนึง "
" พ่อมีงาน " ท่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนดุ ทำให้ฉันไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีก ประจวบกับที่คนตรงหน้าก็พยักหน้าเป็เชิงว่า ไม่เป็ไร ไปเถอะ ฉันจึงไม่ได้ดื้อดึงอะไร
" เอาไว้ผมจะไปแนะนำตัวที่บ้านนะครับ " ปลาวาฬเอ่ยกับคุณพ่อของฉันพร้อมทั้งยกมือไหว้อีกครั้ง
" ไม่จำเป็ " เท้าของฉันหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินคุณพ่อพูดกับปลาวาฬแบบนั้น
นี่มันอะไรกัน ? เกิดอะไรขึ้นกับคุณพ่อท่านไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน ไม่เคยแสดงกิริยาท่าทางแบบนี้กับเพื่อนของฉันเลย เหมือนท่านไม่ชอบหน้าปลาวาฬอะไรอย่างนั้น แต่ท่านเองก็ไม่เคยรู้จักปลาวาฬมาก่อนเลยนี่นา
" ยัยดา ไปได้แล้ว "
" คุณพ่อ " ฉันที่กำลังจะพูดขึ้นอีกก็ต้องเงียบทันทีเมื่อสบกับสายตาที่แข็งกร้าวของคุณพ่อ ฉันเดินตามหลังท่านไปอย่างเงียบๆ
ระหว่างที่นั่งรถกลับบริษัททั้งฉันและคุณพ่อต่างไม่มีใครพูดอะไรกัน ท่านไม่อธิบายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณพ่อที่น่ารักและมีเหตุผลของฉัน วันนี้จึงเป็แบบนี้ ฉันหันไปหาท่านเผื่อว่าจะได้คำตอบในสิ่งที่สงสัย แต่!!! ... ก็ไม่ ท่านนั่งนิ่ง สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียวเหมือนกำลังครุ่นคิดเื่อะไรสักอย่างที่มันหนักหนา
ยังไงล่ะชั้น ยังไงดีล่ะทีนี้ ความรักที่คิดว่ากำลังราบรื่นดูท่าว่าจะไม่เป็อย่างนั้นเสียแล้ว ถ้าหากต้องผิดหวังอีกคราวนี้ฉันจะทำใจได้ยังไงเพราะฉันเองก็รู้ดีว่าอีกคนก็รักและมีใจให้ฉันเหมือนกัน เราสองคนรักกัน
เื่ราวกำลังเข้มข้น ฝากติดตามและเป็กำลังใจให้ความรักทั้งคู่ด้วยนะคะ