ตอนที่149 ทุ่งหญ้าที่เปลี่ยนเป็นนรกเพลิง
เขาจึงพยักหน้าและหันไปสั่งกองกำลังข้างหลังโลแกนให้มนุษย์ชั้นสูง 500 นายกระจายตัวตามต้นไม้รอบแนวป่าจากนั้นก็ส่งเฒ่าไมเคิลที่อาสาลงไปข้างล่างพร้อมกับมนุษย์ชั้นสูงผู้ใช้ความสามารถเพลิงอีกจำนวนหนึ่งแต่เขาก็ทิ้งไว้ที่นี้อีกส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน เพราะยังไงก็ต้องคอยปิดทางถอยของซอมบี้
ด้วยความที่ก่อนหน้านี้กองกำลังหมาป่าฆ่าซอมบี้ปีกไปจำนวนมากซอมบี้ที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่จึงเป็นพวกที่ไม่สามารถบินได้เมื่อมันบินไม่ได้ก็ต้องใช้การวิ่งปีนป่ายแต่ตอนนี้เริ่มมีมนุษย์ลงมาที่พื้นดินพวกมันจึงเลือกจะไล่ตามมนุษย์ชั้นสูงเหล่านั้นไป
ซอมบี้สติปัญญาเองก็เห็นเช่นกันว่ามนุษย์เหนื่อยล้ามากแล้วอีกไม่นานมันก็จะได้อาหารเริสรส และอาจจะถึงขั้นวิวัฒนาการเป็นระดับ 5เหมือนกับองค์หญิงแฝดทั้งสองที่ตอนนี้ก็เตรียมกวาดล้างมนุษย์แล้วในอีกไม่นาน
“ทำลาย”ซอมบี้ปีกยืนอยู่บนแทนขนาดใหญ่ที่แบกโดยซอมบี้ไททันด้านหลังมันยังมีซอมบี้ไททันระดับ 4 อีกหลายหัว และมีระดับ 5อยู่สองตัวซึ่งยังไม่เคยเปิดเผยออกมา
เพราะมันคิดว่าจะต้องเก็บไพ่ตายไว้ใช้ดังนั้นซอมบี้ไททันทั้งสองจึงเดินปะปนในฝูงซอมบี้ธรรมดาไม่ได้เข้าร่วมในครั้งนี้
ซอมบี้ไททันระดับ 4 ที่ได้รับการสั่งการก็เหมือนจะบ้าเลือดร่างที่สูงใหญ่กว่าสิบเมตรวิ่งชนทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าแม้แต่ต้นไม้ใหญ่กว่า 30 เมตรก็แหลกได้ด้วยหมัดเดียวมันจับต้นไม้ด้วยกล้ามเนื้อที่เหมือนจะปริแตกเพราะใช้พลังมากเกินไปยกต้นไม้ปาไปทิศทางที่หนึ่งในมนุษย์ชั้นสูงแมงมุมอยู่
ด้วยความที่เป็นการโจมตีกะทันหันจึงหลบไม่ทันร่างของมนุษย์ชั้นสูงที่อยู่ตรงนั้นสองสามคนโดนทุบเหมือนกับแมลงที่โดนตบร่างบี้แบนตายไปทันที
มนุษย์ชั้นสูงคนอื่น ๆที่เห็นก็พอกันถอยหนีตายเช่นกัน นั้นทำให้คนที่ลงไปล้อซอมบี้ที่พื้นลำบากมากขึ้นแต่พวกมันก็ทำสำเร็จ
สามารถหลอกล่อซอมบี้ทั้งฝูงมาที่กลางทุ่งหญ้าได้สำเร็จ
ซอมบี้ที่เหลือรอดกว่าสองถึงสามหมื่นตัววิ่งไปในหญ้าที่สูงสามเมตรมันไม่สามารถมองเห็นด้านหน้าได้ยกเว้นซอมบี้ไททันที่ตัวใหญ่และซอมบี้ปีกที่หลงเหลืออยู่
แต่พวกมันได้กลิ่นเลือดเลือดมนุษย์ที่มาจากอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้ดังนั้นมันจึงวิ่งสุดกำลังส่วนมนุษย์ชั้นสูงบ้างบาดเจ็บ บ้างเหนื่อยล้าจากการใช้ความสามารถกลายร่างติด ๆกันไปก็กัดฟันหลอกล่อพวกมัน
ส่วนมนุษย์ชั้นสูงอีกกลุ่มที่นำโดยโลแกนหลังจากเห็นว่าซอมบี้ส่วนใหญ่เข้าไปในทุ่งหญ้าแล้วมันก็พามนุษย์ชั้นสูงระดับ4 ที่เหลือรอดอยู่ 7 คนเข้าเล่นงานซอมบี้สติปัญญา ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะไม่ต้องการให้ซอมบี้สติปัญญาออกคำสั่งฝูงซอมบี้ที่ติดกับแล้วไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่ทำมาจะต้องเสียเปล่าไป
โฮกกก!!! ๆ ๆ ๆ
“ไปตายซะ” โลแกนที่กลายร่างเต็มรูปแบบกลายเป็นหมาป่าสีเทาตัวใหญ่ยักษ์กว่า 6 เมตร ด้านหลังยังมีหมาป่าอีก 3ตัวที่ขนาดไม่ต่างจากโลแกน ตามมาด้วยหมียักษ์สูง 7 เมตรอีกสองตัว งูเหลือมยาว 20เมตรอีกหนึ่ง และเสือโคร่งขาวที่ขนาดไม่ด้อยกว่าหมาป่ายักษ์ข้าง ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว
และนี้ก็คือความน่ากลัวของมนุษย์ชั้นสูงที่มีความสามารถประเภทกลายร่างพวกเขาคืออสุรกายในร่างมนุษย์ คือนักสู้ที่แท้จริงในโลกของสัตว์กลายพันธุ์นี้
เสียงร้องคำรามที่ดังก้องของโลแกนและพรรคพวกดังปลุกจิตวิญญาณต่อสู้ในร่าง ปลุกความเป็นสัตว์ร้ายของมนุษย์ชั้นสูงทุกคนขึ้นมาและความบ้าคลั่งที่แท้จริงจึงเกิดขึ้น
โลแกนพา 7มนุษย์ชั้นสูงสู้กับซอมบี้สติปัญญาที่ตอนนี้มีซอมบี้ไททันระดับ 5 สองตัวเข้าร่วมเฒ่าไมเคิลก็ไม่น้อยหน้านำมนุษย์ชั้นสูงที่ใช้พลังธาตุไฟเผาทุ่งหญ้าที่กว้างหลายสิบกิโลเมตรเป็นทะเลเพลิงแม้ฝนที่ตกลงมาก็ยังไม่สามารถดับไฟในที่แห่งนี้ได้ฝูงซอมบี้ที่ต่อให้เป็นซอมบี้เงาระดับ 3 ก็ไม่สามารถหนีเพลิงความร้อนระดับนี้ได้ตอนนี้กำลังเหมือนมดที่โดนความร้อนเผาทำลาย
ซอมบี้สติปัญญาที่รับรู้ได้ก็ถึงกับร้อนรนใจไม่ต่างเพลิงที่ลุกไหม้สั่งการด้วยพลังทั้งหมดนำพาฝูงซอมบี้ให้หนีออกมาแต่มันก็ไม่มีทางที่จะทำได้ เพราะโลแกนเข้ามาขัดขวางมันตลอด
ซอมบี้สติปัญญาระดับ 4ใช้ความสามารถพลังจิตของมันโจมตีไปที่พวกเขาทั้งแปดคน ถ้ามีแค่นั้นก็คงดีไปแต่กับมีซอมบี้สติปัญญาอีกสามตัวโจมตีผสานพลังจิตไปด้วยพลังจึงรุนแรงมากขึ้นหลายเท่า
แม้จะอยู่ในร่างของสัตว์ยักษ์แต่มันก็ช่วยป้องกันพลังจิตได้เล็กน้อยเท่านั้น
มนุษย์ชั้นสูงหมาป่ายักษ์ทั้งสามตัวหมียักษ์สองตัวเสือโคร่งขาวอีกหนึ่งที่ตามโลแกนมาถึงกับทนไม่ไหวร่างกายร่วงหล่นชักกระตุกด้วยความเจ็บปวดโลแกนก็ได้รับผลก็ทบเช่นกัน แต่ก็ไม่สนใจอาศัยเพียงจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นในใจที่นึกแต่ว่า
“ฉันคือหัวหน้ากองกำลังหมาป่าส่วนแกก็แค่ศพที่ตายไปแล้วเท่านั้น ดังนั้นจงตายอีกครั้งซะ”
ปากขนาดใหญ่ของร่างหมาป่ากัดฝังเขี้ยวเข้าไปที่หนึ่งในร่างของซอมบี้สติปัญญาระดับ3 ตัวหนึ่งจนมันตกตายไปพร้อมกับซอมบี้ไททันที่แบกมัน
แต่ดูเหมือนโลแกนจะมาได้เท่านี้เขาไม่สามารถต้านทานได้อีกแล้ว
แต่แล้วหนึ่งในมนุษย์ชั้นสูงที่ดูเหมือนจะถูกหลงลืมไปชั่วคราวก็เผยตัวออกมามันคือมนุษย์ชั้นสูงที่กลายร่างเป็นงูเหลือยยักษ์ที่จู่โจมในมุมอับสายตาของซอมบี้สติปัญญามันพันไปทั้วร่างของซอมบี้ไททันระดับ 4 ที่แบกซอมบี้สติปัญญาระดับ 4 อยู่
เสียงกระดูกที่ถูกบดของซอมบี้ไททันแสดงให้เห็นถึงพลังของงูเหลือมยักษ์ว่ามีมากแค่ไหนแต่งูเหลือยักษ์ก็ยังไม่สามารถฆ่าซอมบี้สติปัญญาได้ถึงอย่างนั้นก็ทำให้มันไม่สามารถใช้พลังจิตได้ชั่วคราว
ทำให้ทุกคนกลับมาสู้ต่อได้หมียักษ์ทั้งสองตัวฝืนระดับพลังเข้าต่อสู้กับซอมบี้ไททันระดับ 5 ตัวหนึ่งแต่เพียงหนึ่งการตบร่างของมนุษย์ชั้นสูงหมียักษ์ก็กระเด็นไปชนได้ไม้ใหญ่แตกละเอียดบาดเจ็บสาหัสทันที
อีกตัวสามารถหลบการโจมีแรกได้ทั้งยังสร้างความเสียหายให้กับซอมบี้บี้ไททันได้แต่มันก็โดนซอมบี้ไททันที่ไม่สนใจความเจ็บจับร่างฉีกออกจากกันตกตายไปทันที
คนอื่น ๆ ที่เห็นก็ไม่ได้หวาดกลัวแต่กลับพรุ่งเข้าหาคิดจะฆ่าทั้งสองตัวให้ได้
โลแกนและเสือโคร่งขาวช่วยงูเหลือมสังหารซอมบี้สติปัญญาที่ไม่มีซอมบี้ไททันระดับ5 ทั้งสองคุ้มกันได้สำเร็จ แต่ก็เป็นการแลกมาด้วยหนึ่งมนุษย์ชั้นสูงระดับ 4ที่กลายร่างเป็นหมีที่พึ่งตายไป
พวกเขารู้ว่าการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้คุ้มค่าแต่อีกด้านหนึ่งในใจก็บอกว่าพวกเขาช่างปัญญาอ่อนที่คิดแบบนั้น
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเศร้าเพราะแม้ซอมบี้ฝูงนี้จะสูญเสียการสั่งการไปแล้วแต่ซอมบี้ที่รอดอยู่ก็โจมตีตามสัญชาตญาณอยู่ดี และปัญหาก็คือซอมบี้ไททันระดับ 5ทั้งสองตัว
เฒ่าไมเคิลที่จัดการเผาทุ้งหญ้าเป็ทะเลเพลิงแล้วก็พาคนของตัวเองถอยกลับออกมาและมาช่วยโลแกนจัดการซอมบี้ไททันทั้งสองตัว
ถึงแม้มันจะโดนโจมตีอย่างต่อเนื่องก็ยังไม่ตายในตอนนั้นเองที่บนท้องฟ้าก็ปรากฏมนุษย์ชั้นสูงคนหนึ่งขึ้นบินมาด้วยความเร็วสูงแต่ที่เร็วกว่าคือดาบดำสองเล่มที่อัดแน่นไปด้วยเพลิงถูกปาออกมาจากมือเพียงแค่พริบตาต่อมาดาบดำก็เสียบคาหัวของซอมบี้ไททันระดับ 5 ทั้งสองตัว
ดาบดำที่ร้อนเริ่มเผาไหม้หัวของซอมบี้ไททันที่ใหญ่เกือบสองเมตรจนหัวของมันเป็นขี้เถ้าถึงได้หยุดเคลื่อนไหว
ตึก!!!
ตัวของซอมบี้ไททันระดับ 5ทั้งสองล้มลงพร้อมกับความตกตะลึงของทุกคนเพราะเบื้องหน้าของพวกเขามีชายคนหนึ่งยืนอยู่พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายคนนี้มาอยู่ตรงนี้ตอนไหน แต่พอเห็นน่าก็พากันโห่ร้องขึ้นมาเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาก็คือไนเรลที่เร่งรีบบินมาด้วยความเร็ว
“ท่านประธาน”
“ท่านไนเรล”
โลแกนและเฒ่าไมเคิลเดินเข้ามาทำความเคารพแต่ไนเรลกลับไม่ได้สนใจมากนัก เพียงแค่พยักหน้าและถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจากนั้นก็แบ่งโลหิตชีวิตบางส่วนให้กับมนุษย์ชั้นสูงที่บาดเจ็บสาหัส
ซึ่งคนที่บาดเจ็บมีมากแต่โลหิตแห่งชีวิตมีน้อยดังนั้นเขาจึงเลือกใช้มันรักษาชีวิตคนที่กำลังจะตายก่อนส่วนคนอื่น ๆ คงได้แต่ใช้วิธีการและยาปกติในการรักษาไปก่อน
แม้จะบอกว่าเป็นยาปกติแต่เพราะโลกที่เปลี่ยนไปพืชพันธุ์ก็เปลี่ยนด้วย ตัวยาที่สกัดได้ก็เปลี่ยนเช่นกันประสิทธิภาพของยาสูงขึ้นหลายเท่าตัว แม้ยาพวกนี้จะแพงแต่สำหรับความลำรวยของสมาพันธ์นักล่ามันช่างน้อยนิดนักถ้าสามารถใช้รักษาชีวิตคนได้
หลังจากนั้นไนเรลก็สั่งให้รวบรวมคนที่ยังพอมีแรงตามฆ่าซอมบี้ที่กระจายรอบๆ จนหมดและสั่งให้โลแกนสำรวจความเสียหาย
พวกเขาสามารถฆ่าซอมบี้ได้ทั้งหมดสี่หมื่นตัวแลกกับที่คนของกองกำลังหมาป่าตายไป 55 คน ม้ายักษ์อีก 124 ตัวซึ่งถือว่าเป็นความเสียหายที่รับได้
แต่ใบหน้าของไนเรลที่ฟังรายงานจากโลแกนก็ยังคงนิ่งเงียบอยู่ไม่แสดงความยินดียินร้ายคนที่เห็นก็มีท่าทีที่ต่างกันไป บ้างไม่พอใจ บ้างก็เงียบขึมบ้างก็ไม่สนใจเพราะตัวเองยังมีชีวิตอยู่
แต่แน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมดรู้ว่าอะไรควรไม่ควรและบางทีอาจจะเข้าใจเหตุผลการแสดงออกของไนเรลอยู่ลึก ๆ
เนโคปู่ของไนเรลเคยพูดว่าคนที่จะเป็นผู้นำต้องสงบนิ่งและคอยแบกรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้แม้ท้องฟ้าจะถล่มลงมาก็ต้องแบกรับมันไว้ให้ได้ ห้ามแสดงความหวาดกลัวออกมา
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไนเรลได้นำสิ่งนี้มายึดถือปฏิบัติบางที่อาจจะตั้งแต่ที่เขากระโดดหน้าผาตายไปในครั้งนั้นแล้วก็ได้
แม้ไนเรลไม่สนใจความตายของคนอื่น ๆแต่ความตายของกองกำลังหมาป่าไม่เหมือนกัน เพราะพวกนี้คือคนของเขาในทางอ้อม ๆอาจจะเป็นครอบครัวเพื่อนมนุษย์ด้วยซ้ำ ดังนั้นนี้จึงเป็นสิ่งที่ไนเรลรู้สึกเสียใจ
ถึงไนเรลจะเงียบขึมมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่สามารถปกปิดสิ่งหนึ่งได้นั้นคือจิตสังหาร โลแกน เฒ่าไมเคิลและคนอื่น ๆที่อยู่ใกล้ไนเรลถึงกับรับรู้ได้ว่ารอบ ๆหนาวเย็นกว่าเดิมราวกับโลกจะกลายเป็นน้ำแข็งแต่มันก็แค่ชั่วครู่เท่านั้นทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ
นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาปลดปล่อยจิตสังหารมามากขนาดนี้ครั้งแรกคือตอนที่อยู่ซานเมืองช่วงปะทะกับทหาร ครั้งนี้คือครั้งที่สอง
ไนเรลตั้งสติหันไปบอกกับทุกคนว่าเกิดเรื่องที่เมืองซานติเกียให้ถอยกลับไปก่อน ไปสมทบกับกองกำลังพยัคฆ์ซึ่งรอพวกเขาห่างออกไป 600กิโลเมตรก่อนถึงเมืองซานติเกีย
ส่วนไนเรลก็ไม่ลืมเก็นซากซอมบี้สติปัญญาทุกตัวไปด้วยและบินกลับตรงไปที่เมืองซานติเกียทันที
“ด้วยความเร็วน่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ไปถึงส่วนกองกำลังหมาป่าเนื่องจากบาดเจ็บพอสมควรคงจะใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงพร้อมกับที่กองกำลังพยัคฆ์และกองกำลังเวหาที่อาจจะไปเร็วกว่า
ดังนั้นตอนนี้นิเรียและคนที่เหลือน่าจะไปถึงแล้ว”ไนเรลคิดขณะที่สัมผัสถึงใบไม้รอยสักของความสามารถ [คำบัญชาเผ่าพันธุ์ C] ไปด้วย แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากนัก
หลังจากที่ไนเรลจากไปกองกำลังหมาป่าก็ออกเดินทางกลับไปที่เมืองซานติเกียด้วยความเร่งรีบไม่แพ้กันทิ้งทุ่งหญ้ากว้างกว่า 30 กิเมตรที่เปลี่ยนเป็นนรกเพลิงไว้เบื้องหลัง
และไม่นานไฟก็ดับเมล็ดพืชที่ยังเหลือรอดก็จะแทงยอดแตกใบกำเนิดชีวิตขึ้นมาจากกองเถ้าถ่านอีกครั้ง มันจะเติบโตขึ้นในโลกใบนี้เหมือนกับที่ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาซึ่งทุกอย่างนี้คือเรื่องที่จะเกิดในอีกหลายวันหลังจากนี้