บทที่ 11 ใครอยากแต่งภรรยากัน
ประการที่สองคือสาเหตุทางจิตใจ
ใน่วัยเยาว์ หากต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมในการเติบโตที่ไม่ดีจะทำให้เด็กเกิดอาการปิดกั้นตัวเองไม่เต็มใจที่จะพูด ไม่ยอมสื่อสาร และต่อต้านการพูด
หากเดาไม่ผิดหนานเป่าน่าจะเป็กรณีหลัง
หากเป็อาการป่วยทางกายยังรักษาได้ง่ายกว่า แต่สาเหตุทางจิตใจนั้นต้องใช้กระบวนการที่ยาวนาน
หากไม่คลายปมในใจของนางและไม่ดูแลนางให้ดีเกรงว่าชั่วชีวิตนี้ นางอาจจะไม่สามารถเอ่ยปากพูดได้เลย
นี่ไม่ใช่เื่ที่จะจัดการได้ในเวลาอันสั้น
เจียงเหลียนจูไม่รีบร้อน ค่อยเป็ค่อยไปแล้วกัน
นางเอ่ยชมว่า "หนานเป่าเด็กดีลูกสาวที่น่ารักของแม่ขอแม่หอมทีหนึ่งนะจ๊ะ"
นางแอบหอมแก้มเล็ก ๆ ของนางหนึ่งฟอด หนานเป่าหน้าแดงก่ำราวกับกุ้งต้มในทันที
เอ้อร์เป่าที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดอย่างดีใจว่า "ท่านแม่ พวกเราขอให้ทุกวันเป็แบบนี้มีซาลาเปาไส้เนื้อชิ้นโตให้กิน มีลูกกวาดให้กินก็พอแล้วขอรับ"
เจียงเหลียนจูหัวเราะ "แค่นี้ก็ดีแล้วหรือ ยังมีวันที่ดียิ่งกว่านี้อีก มาเถอะ แม่จะให้พวกเ้าลองชุดใหม่ที่ซื้อมา"
"หา!" เอ้อร์เป่าถึงกับอึ้ง
ของอย่างเสื้อผ้าใหม่เนี่ย มีส่วนแบ่งถึงพวกเขาด้วยหรือ?
จนกระทั่งเจียงเหลียนจูนำห่อผ้าผืนใหญ่ที่บรรจุเสื้อผ้าออกมา พวกเขาจึงเชื่อ
มีเสื้อผ้าใหม่ให้ใส่จริง ๆ ด้วย!
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนต่างตกตะลึง
วันนี้มี ‘ครั้งแรก’ ที่มากมายเหลือเกิน
ครั้งแรกที่ได้กินซาลาเปาไส้เนื้อชิ้นโต ครั้งแรกที่ได้กินลูกกวาดที่หวานขนาดนี้และครั้งแรกที่ได้ใส่เสื้อผ้าใหม่!
เสื้อผ้าที่พวกเขาใส่อยู่ล้วนเป็ของที่เก็บมาจากเด็กบ้านอื่นที่ไม่เอาแล้ว ทั้งขาดรุ่งริ่งและมีรอยปะชุนเต็มไปหมด บางครั้งไม่มีแม้แต่เศษผ้ามาปะก็ปล่อยให้มันขาดอยู่อย่างนั้น
อีกทั้งยังไม่พอดีตัว ทั้งสั้นและเล็ก เวลาใส่แล้วเหมือนแขวนไว้บนตัวราวกับใส่เสื้อกั๊กตัวสั้น ที่ปกปิดร่างกายได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
เอ้อร์เป่าพูดพลางคลอเบ้าด้วยน้ำตาว่า "ท่านแม่ พวกเรา... ไม่ต้องใช้เสื้อผ้าใหม่หรอกขอรับ คนในหมู่บ้านเขาจะใส่เสื้อผ้าใหม่กันตอนปีใหม่เท่านั้น พวกเราเก็บเงินไว้ซื้อของกินเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้อีกหลายวันดีกว่า"
"ไม่เป็ไร มีแม่อยู่จะกลัวไม่มีอะไรกินได้อย่างไร ไม่ต้องประหยัดขนาดนั้นหรอก พอถึงปีใหม่พวกเราค่อยซื้อเสื้อผ้าใหม่กันอีก ไม่เชื่อใจแม่หรือ? ครั้งนี้แม่ล่าหมาป่าได้ ครั้งหน้าแม่ก็ล่าอย่างอื่นได้" ที่สำคัญที่สุดคือ แม้แต่ชุดสำหรับเปลี่ยนก็ไม่มีมันดูซอมซ่อเกินไป
เจียงเหลียนจูไม่อนุญาต!
นางจะเลี้ยงลูก ก็ต้องเลี้ยงให้ดี!
พอพูดเช่นนี้เด็ก ๆ ทุกคนก็ยิ้มออกมา
ท่านแม่ในตอนนี้ ช่างดีเหลือเกิน!
พวกเขาทุกคนชอบมาก
ไม่รู้ว่าเอ้อร์เป่ากับหนานเป่าเชื่อหรือไม่ แต่ต้าเป่านั้นเชื่ออย่างสนิทใจ
ทั้งตอนที่เจียงเหลียนจูล้มหมาป่าและตอนที่ซัดหลิวเอ้อร์โก่วนั้นเขาก็อยู่ในเหตุการณ์ ท่านแม่ในตอนนี้กล้าหาญและเก่งกาจมากทีเดียว
อีกอย่าง ในเมื่อซื้อเสื้อผ้ามาแล้วจะพูดอะไรตอนนี้ก็สายไปแล้ว
ดังนั้นเด็ก ๆ จึงเริ่มลองใส่เสื้อผ้าใหม่!
เสื้อผ้าของต้าเป่าและเอ้อร์เป่านั้น เนื่องจากเจียงเหลียนจูคาดการณ์พลาดไปเล็กน้อย จึงซื้อมาตัวใหญ่เกินไป
ทั้งแขนเสื้อและขากางเกงยาวเกินไปหน่อย
แต่ต้าเป่าและเอ้อร์เป่ากลับประสานเสียงว่าดี เอ้อร์เป่าพูดอย่างร่าเริงว่า "เสื้อตัวใหญ่ไม่เป็ไรขอรับ พวกเราโตเร็ว เดี๋ยวพับแขนเสื้อขึ้นก็พอแล้วขอรับ"
ตอนนี้เป็่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศยังคงร้อนอยู่บ้างเสื้อผ้าที่ซื้อมาจึงเป็ชุดผ้าชั้นเดียว
เสื้อผ้าใหม่ของหนานเป่าเป็ชุดผ้าชั้นเดียวสีแดงมงคลแบบผ่าหน้า
เสื้อผ้าของนางพอดีตัว เมื่อใส่แล้วดูอวบอิ่มกลมเกลี้ยงยิ่งดูน่ารักน่าเอ็นดูราวกับตุ๊กตานำโชค
หนานเป่าเองก็ดีใจจนเริ่มภูมิใจในตัวเอง นางให้พี่ชายตักน้ำมาให้เพื่อส่องกระจกจนแทบจะไม่ยอมห่างจากอ่างน้ำเลย
เจียงเหลียนจูเห็นดังนั้นจึงคิดว่า คราวหน้าถ้ามีเงินคงต้องซื้อกระจกทองแดงกลับมาสักบานถึงจะดี
ไม่มีกระจกมันไม่สะดวกจริง ๆ พูดตามตรง เมื่อวานตอนที่ทะลุมิติมาที่นี่ตอนอาบน้ำตอนกลางคืน นางก็ได้แต่ส่องผิวน้ำเพื่อดูรูปลักษณ์คร่าว ๆ ของตนเอง ยังไม่เห็นชัดเลยว่าหน้าตาจริง ๆ เป็อย่างไร หน้าตาน่าจะหมดจดงดงามละมั้ง
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เจียงเหลียนจูเปลี่ยนเสื้อผ้าเก่าของตนเองออกเช่นกัน
นางซื้อชุดกระโปรงสีเขียวอมฟ้าเรียบ ๆ ชุดของผู้ใหญ่ที่ตัดเย็บมาแล้วมักมีราคาที่สูงกว่า
ใส่แล้วก็ดูดี ร่างกายของเ้าของร่างเดิมดูผอมแห้ง แต่ส่วนโค้งเว้ากลับมีน้ำมีนวลพอสมควร สามารถใส่เสื้อผ้าให้ดูเป็ทรงได้ พอเปลี่ยนเป็ชุดใหม่คนก็ดูสดใสขึ้นมากจริง ๆ
"ท่านแม่ท่านสวยมากเลย!" เอ้อร์เป่ารีบเอ่ยยอทันที
หนานเป่าก็ชูนิ้วหัวแม่มือให้เจียงเหลียนจูเพื่อเป็การชมเชยเช่นกัน
"พวกเ้าก็ดูดีเหมือนกัน พวกเ้าทุกคนเป็แก้วตาดวงใจของแม่ ต่อไปพวกเรามาใช้ชีวิตให้ดีกันนะ"
"ขอรับ!"
จากนั้น เจียงเหลียนจูก็นำเงินยี่สิบอีแปะออกมา "จริงด้วย เอ้อร์เป่า นี่คือเงินที่เ้าจับตะขาบตัวใหญ่ไปขายเมื่อวาน เ้าจับได้ทั้งหมดยี่สิบตัวตัวละหนึ่งอีแปะ แม่ไม่เอาของเ้าหรอก เ้าเอาไปใช้ตามใจชอบเถอะ"
เอ้อร์เป่าอึ้งไปพักหนึ่ง
"ไม่ ไม่ ท่านเก็บไว้เถอะ ข้าไม่เอาหรอก"
เป็ไปได้ยังไงที่เจียงเหลียนจูถึงกับให้เงินเขาด้วยความเต็มใจ?
เจียงเหลียนจูคนก่อนนั้น วัน ๆ เอาแต่จับตาดูว่าพวกเขาหาอะไรได้จากในป่า ขายได้เงินเท่าไหร่ก็ต้องส่งมอบให้ทั้งหมด ห้ามเก็บเงินส่วนตัวไว้แม้แต่อีแปะเดียว
เจียงเหลียนจูยิ้ม "รับไว้เถอะ นี่คือผลตอบแทนจากการทำงานของเ้า"
เอ้อร์เป่ารู้สึกราวกับว่าเหรียญทองแดงนั้นร้อนลวกมือจึงถอยหลังหนีทันที
เป็ต้าเป่าที่ก้าวออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ท่านแม่ เอ้อร์เป่าก็เป็ส่วนหนึ่งของครอบครัว แม้ตะขาบจะเป็สิ่งที่เขาจับได้ แต่เงินทองควรให้ท่านแม่เป็ผู้เก็บรักษาจึงจะถูกต้อง ตอนนี้พวกเรามีกินมีใช้ พวกเราไม่จำเป็ต้องมีเงินติดตัวหรอกขอรับ"
เอ้อร์เป่ารีบเสริมว่า "ใช่ ๆ พี่ใหญ่พูดถูก มีกินมีใช้ให้ท่านแม่เก็บเงินไว้ พวกเราไม่เอาขอรับ"
เจียงเหลียนจูเม้มปากยิ้ม
แม้เงินจะไม่มากแต่การที่เด็กน้อยเหล่านี้คิดเช่นนี้ ถือเป็จุดเริ่มต้นที่พวกเขายอมเปิดใจให้นาง
ไม่ใช่เื่ง่ายเลยและเป็การเริ่มต้นที่ดี
เจียงเหลียนจูหัวเราะ "ถ้าอย่างนั้นตกลง แม่จะเก็บรักษาไว้ให้ แม่จะออมไว้ให้พวกเ้า พอโตขึ้นจะได้เอาไว้ใช้แต่งภรรยานะ"
เอ้อร์เป่าหน้าแดงก่ำทันที!
ถุ้ย!! ใครอยากแต่งภรรยากัน เขาไม่อยากแน่ ๆ เขาแค่้ากินข้าวให้อิ่มท้องทุกมื้อเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว
ถึงแม้ว่าเด็กคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเวลาเล่นขายของและเล่นการแต่งงานกัน แต่จะมีภรรยาเด็กไปเพื่ออะไรกัน แต่งมาเพื่อแบ่งอาหารของเขาหรือ
แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด เป็แบบนั้นไม่ได้ เขาจะไม่มีวันแต่งภรรยาเด็ดขาด
...
อีกทางด้านหนึ่ง หลังจากเก็บเงินเรียบร้อยเจียงเหลียนจูก็เริ่มซักเสื้อผ้าเก่าที่เปลี่ยนออก เด็ก ๆ ทุกคนอยู่รอบอ่างน้ำ หัวเราะคิกคักและเล่นสนุกกัน ทุกคนอยากเห็นว่าครั้งแรกที่ใส่เสื้อผ้าใหม่ของตนเองนั้นเป็อย่างไร
ตอนแรกต้าเป่าและเอ้อร์เป่าอาสาเข้ามาช่วยซักผ้า เพราะปกติเสื้อผ้าของพวกเขาจะซักกันเอง
แม้แต่เสื้อผ้าของเจียงเหลียนจูก็เป็พวกเขาสองคนที่ช่วยกันซัก
เจียงเหลียนจูบอกให้พวกเขาไปเล่น นางจะเป็คนซักเอง
ขณะซักผ้า นางก็นึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อสบู่ ช่างไม่รู้จักดูแลบ้านไม่รู้เื่ราวในบ้านเลย ของจุกจิกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จำเป็มีมากมายเหลือเกิน
เมื่อก่อนไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูก ดูท่าคงต้องค่อย ๆ เรียนรู้และเติมเต็มส่วนที่ขาดไป
ต้องขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านอีกครั้งที่สละบ้านหลังนี้ให้พวกครอบครัวนางอยู่ ในลานบ้านมีบ่อน้ำ จะใช้น้ำกินน้ำใช้หรือซักผ้าก็ไม่ต้องเดินไปตักน้ำที่ริมแม่น้ำไกล ๆ ช่วยประหยัดเวลาได้มากทีเดียว
เมื่อซักผ้าเสร็จ เด็ก ๆ ที่ชื่นชมเสื้อผ้าใหม่ของตนเองจนพอใจแล้วก็รีบวิ่งกรูเข้ามาช่วยกันตากผ้า คนหนึ่งหาไม้ไผ่ อีกคนหนึ่งหาเชือก