บางทีมันอาจจะเป็นการต่อสู้ที่กินเวลายาวนาน
[สกิลเฉพาะตัว ‘บุ๊กมาร์ก’ ถูกเปิดใช้งาน]
[บุ๊กมาร์กหมายเลข 2 ถูกเปิดใช้งาน]
[ระดับเลเวลของสกิลบุ๊กมาร์กต่ำเกินไป ระยะเวลาในการใช้งานถูกปรับให้สั้นลง]
[ระยะเวลาในการเปิดใช้งาน : 1 นาที]
ทำไมล่ะมันมีของแบบนั้นอยู่ไม่ใช่หรือไง ต่อสู้กันจนกระดูกหัก เนื้อแหลกละเอียดหรืออย่างเลือดสาดจนกว่าจะตายกันไปข้าง
[ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละครต่ำเกินไป สามารถใช้งานสกิลของตัวละครได้เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น]
[ 「 ทักษะการใช้อาวุธ Lv.1」 ถูกเปิดใช้งาน]
แต่ผมไม่ได้ทำแบบนั้นพูดให้ถูกคือไม่มีเวลาว่างพอ
ผมใช้กำลังบุกเข้าโจมตีสุดแรงเค้นพลังที่เหลือทั้งหมดออกมา พุ่งกระโจนออกไปสุดฝีเท้า กัดฟันแน่นปะทะกับหนวดที่พุ่งตรงมา
ฟึบ!
ภาพรอบๆ เคลื่อนผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วเลือดสาดกระเซ็นเปรอะแก้มสิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงแค่ภาพติดตาที่แสงบริสุทธิ์เหลือทิ้งไว้กับสัมผัสที่ทำให้แน่ใจว่าฟันถูกอะไรบางอย่าง
[ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ ของคุณเพิ่มสูงขึ้น]
[บุ๊กมาร์กหมายเลข 2 ถูกปิดการใช้งาน]
รู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงถูกดูดออกไปจากร่างหมดเป็นการโจมตีที่ผมทุ่มสุดตัวจริง ๆและไม่นานหลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงสั่นเทาดังขึ้นจากกลางอากาศ
[...ท่านกลุ่มดาวทั้งหลาย เห็นเมื่อครู่นี้หรือเปล่าขอรับขะ...ข้ามองผิดไปหรือเปล่า...]
ดูเหมือนว่าโทแกบีบีรยูจะลืมหน้าที่ตัวเองไปแล้วความจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะตกใจ
[กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งสงสัยในสายตาของตัวเอง]
[กลุ่มดาว ‘มังกรทมิฬแห่งนรกอเวจี’ ถลึงตาจ้องเขม็ง]
เพราะเผ่าพันธุ์ปีศาจระดับ7ที่แข็งแกร่งตัวนั้นกำลังนอนนิ่งหงายท้องเหมือนแมลงสาบอยู่ตรงหน้าผมพร้อมกับหนวดที่ถูกทำลาย
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ดึงผมราวกับพึงพอใจ]
[คุณได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 500 เหรียญ]
พวกหนวดที่ถูกตัดขาดกลิ้งตกอยู่บนพื้นส่วนหนูกระชอนรอบ ๆ ถ้าไม่ตายเพราะได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ก็หนีหายกันไปนานแล้วมีแค่ผู้พิทักษ์ความมืดเท่านั้นที่ยังไม่หมดลมหายใจ มันคลานอยู่บนพื้นปากกระตุกถี่
“...คิ คิ คิ”
เดิมทีเผ่าพันธุ์ปีศาจระดับ7ตัวนี้ต่อให้ผมตายแล้วเกิดใหม่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะสามารถรับมือได้ผมถึงได้เตรียมตัวมาอย่างดี เพราะผมไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอย่างยูจุงฮยอกไม่ได้มีกลุ่มดาวผู้สนับสนุนที่ดีเหมือนอย่างอีฮยอนซอง
[กลุ่มดาวที่หมกมุ่นกับการย้ำคิดย้ำทำชื่นชมในการเตรียมพร้อมของคุณ]
[คุณได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 200 เหรียญ]
สิ่งเดียวที่ผมได้เปรียบเหนือคนอื่นก็มีแค่ ‘ข้อมูล’ แต่ ‘ข้อมูล’ ที่ว่านั่นเป็นพลังที่แข็งแกร่งที่สุดเหนือสิ่งใดในโลกใบนี้
ชิ้งงงงง
ผลลัพธ์ที่ได้จากข้อมูลพวกนั้นก็คือดาบแสงขาวที่อยู่ในมือของผมตอนนี้ยังไงล่ะ
[ดะ...‘ดาบพลังธาตุ’ ตั้งแต่ช่วงเริ่มซีนาริโอเลยงั้นหรือทะ...ท่านกลุ่มดาวนี่เป็นเรื่องจริงหรือขอรับ]
โล่งอกที่ถึงผมจะไม่อธิบายอะไรโทแกบีผู้รอบรู้ก็กำลังพูดพล่ามไม่หยุด
ดาบพลังธาตุเทคนิคสำคัญของอวตารที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มดาวระดับท็อปหากเป็นพวกผู้หวนคืนจากโลกวรยุทธ์ก็มักจะเรียกเทคนิคนี้ว่า[ปราณดาบ]
“ว่ากันตามตรงมันไม่ใช่ดาบพลังธาตุของจริงหรอก เพราะของจริงแข็งแกร่งกว่านี้เยอะ”
[ชะ...ใช่แล้ว! พูดง่าย ๆก็คือมันเป็นดาบที่สร้างจากการดูดซับพลังเวทโดยการใส่พลังดวงดาราบริสุทธิ์ลงไปในศรัทธาที่แตกสลาย...]
เจ้านี่ถึงจะเป็นโทแกบีแต่ก็ไม่ได้โง่เท่าไหร่นัก
[น่าทึ่งมาก...มีแต่คนแบบนี้อยู่ในช่องของเจ้าบีฮยอง...]
เสียงพรึ่บดังขึ้น‘คมดาบแห่งศรัทธา’ ดับลงราวกับเฝ้ารอจังหวะนี้อยู่แล้ว
[ความทนทานของ ‘ศรัทธาที่แตกสลาย’ ถูกใช้จนหมดสิ้น ไอเท็มนี้ไม่สามารถใช้งานได้อีก]
น่าเสียดายแต่ได้ถึงระดับนี้ก็ถือว่ามันได้ทำหน้าที่ในส่วนของมันแล้ว
“ซีนาริโอย่อยจบลงแล้ว เอารางวัลมาได้แล้ว”
[อึก ใช่แล้ว ระ...รอเดี๋ยว!]
บีรยูพิมพ์อะไรบางอย่างกลางอากาศอย่างเร่งรีบเพียงครู่ข้อความก็เด้งขึ้นมา
[บรรลุเงื่อนไขการเคลียร์ซีนาริโอย่อย!]
[คุณได้รับเงินรางวัล 500 เหรียญ]
[กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งประทับใจในซีนาริโอที่คุณสร้างขึ้น]
เงินรางวัลน้อยกว่าที่คิดแต่ก็แน่นอนอยู่แล้ว
เพราะผมยังไม่ได้ลงมือสังหาร ‘ผู้พิทักษ์ความมืด’ ยังไงล่ะ
[วะ...ว่าแต่จะไม่สังหารเจ้านั่นหรือ]
บีรยูถามผมด้วยแววตาแฝงความคาดหวังผมเหลือบมองผู้พิทักษ์ความมืดในขณะที่หอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากนั้นจึงพูดอย่างเปี่ยมเมตตา
“พอดีว่าฉันถือคติไม่ฆ่าใคร”
[มะ...ไม่ฆ่า?]
“ก็แบบมีนิสัยไม่ฆ่าใครง่าย ๆ ไง”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ ประทับใจมากและคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้!]
[คุณได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 100 เหรียญ]
แน่นอนมันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ มองคุณด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย]
[คุณได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 100 เหรียญ]
โทแกบีบีรยูตื่นตระหนกจนพูดตะกุกตะกัก
[ตะ...แต่ถ้าฆ่ามัน เจ้าจะได้เงินรางวัลเยอะทีเดียวนะถ้าเจ้าสังหารมันตอนนี้ เจ้าจะกลายเป็นบุคคลแรกที่สังหารเผ่าพันธุ์ปีศาจระดับ 7ข้าจะมอบเงินรางวัลให้มากกว่าเจ็ดพันเหรียญอย่างแน่นอน!เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ็ดพันเหรียญมันเป็นเงินที่มากขนาดไหน]
“บอกแล้วไงว่าไม่ฆ่า ฉันยังต้องเปิดหีบสมบัติอีก หลีกไป”
ผมพูดพลางปัดบีรยูที่ดูมีสีหน้าไม่พอใจเท่าไหร่ออกไปให้พ้นสายตาอย่างไรเสียเหตุผลที่ผมมาที่นี่แต่แรกก็ไม่ใช่เรื่องแบบนี้อยู่แล้วเพราะฉะนั้น...
ฉึก!
[เผ่าพันธุ์ปีศาจระดับ 7 ‘ผู้พิทักษ์ความมืด’ เสียชีวิตแล้ว]
...หืม?
โทแกบีมีสีหน้าสนุกสนานเป็นอย่างมากกับภาพของผู้พิทักษ์ความมืดที่ถูกดาบหนูกระชอนแทงจนสลายไปและ...
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ! เท่านี้ฉันก็สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้แล้ว! คิมดกจา ไอ้เวรตะไล!แกคาดไม่ถึงละสิ!”
ใบหน้าของฮันมยองโอฉีกยิ้มกว้างโดยถือดาบเจ้าปัญหานั่นไว้ในมือพอจะเข้าใจแล้วว่าเมื่อกี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น พลันข้อความก็ระเบิดขึ้นในหู
[คุณเป็นคนแรกที่ออกล่าปีศาจระดับ 7 ได้สำเร็จ!]
[คุณบรรลุความสำเร็จที่เป็นไปไม่ได้]
[คุณได้รับเงินรางวัล 8,000 เหรียญ]
[ผู้มีส่วนร่วม : คิมดกจา ฮันมยองโอ]
บางทีฮันมยองโอก็คงได้ยินส่วนหนึ่งของข้อความพวกนี้เหมือนกันถึงแม้จะได้รับเหรียญไปไม่มากเท่าไหร่ เพราะแค่ลงมือสังหารดาบสุดท้ายเพียงอย่างเดียว แต่ว่า...
ฮันมยองโอดูมีความสุขมากยามได้ยินข้อความพวกนั้น
“ถือคติไม่ฆ่า? ไอ้โง่!โลกเป็นแบบนี้แล้วจะไม่ฆ่าอะไรกัน! เพราะแบบนี้ไงคนแบบแกถึงได้อายุสั้นกันนัก!เข้าใจ...”
เขาจะรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ตัวเองได้ทำเรื่องโง่เง่าแค่ไหนลงไป
[เผ่าพันธุ์ปีศาจระดับ 7 ‘ผู้พิทักษ์ความมืด’ ถูกสังหาร ราชาปีศาจ ‘ปีศาจร้ายแห่งโทสะและราคะ’ สังเกตเห็นตัวตนของผู้ลงมือสังหาร]
[ราชาปีศาจ ‘ปีศาจร้ายแห่งโทสะและราคะ’ จะตามไล่ล่าจนกว่าผู้ที่ลงมือสังหารดาบสุดท้ายจะสิ้นชีพ]
[ราชาปีศาจ ‘ปีศาจร้ายแห่งโทสะและราคะ’ ร่ายคำสาปมืดใส่ผู้ที่ลงมือสังหารดาบสุดท้าย]
[ผู้ลงมือสังหารดาบสุดท้าย : ฮันมยองโอ]
“อะ...อะไรกัน ข้อความนี่มันอะไร!”
ฮันมยองโอกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ ชื่นชมในความเจ้าเล่ห์ของคุณ]
“อา...ผมไม่ได้บอกหรือไงว่าผมจงใจไม่ฆ่าน่ะ”
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ แนะนำซีนาริโอของคุณให้แก่<สตาร์สตรีม>]
ฮันมยองโอกำลังเงยหน้าเหม่อมองอากาศเหมือนคนสติหลุด
คำสาปของราชาปีศาจ ‘ปีศาจร้ายแห่งโทสะและราคะ’ จะทำให้หนึ่งใน ‘เรื่องที่หวาดกลัวมากที่สุด’ ของผู้ลงมือสังหารกลายเป็นจริงผมไม่รู้หรอกว่าเป็นเรื่องอะไร แต่เจ้าตัวคงจะได้เผชิญกับเรื่องที่โหดร้ายแน่
พอเหลียวหลังกลับไปมองก็พบว่ายูซังอากับอีกิลยองกำลังมองมาทางนี้ด้วยใบหน้าโง่งมผมยิ้มให้พวกเขาเป็นความหมายว่าไม่มีอะไรทั้งสิ้น
“พวกเราไปเปิดหีบสมบัติกันเถอะครับ”