ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 99 พบพานโดยไม่ได้นัดหมาย

            หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยขี่กระบี่เหาะเหินอยู่สองชั่วยาม ในที่สุดก็เดินทางมาถึงตีนเขาของเขาแสงงาม

            หลิ่วเทียนฉียืนอยู่ตรงตีนเขา เขามองเห็นผู้ฝึกตนสองสามคนสวมชุดต่างกันยืนจับกลุ่มเตรียมพร้อมขึ้นเขาก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ในใจคิด ‘ผู้ฝึกตนที่มาค้นหาสมบัติ มีไม่น้อยเลยจริงหนอ’

            เขาจำได้ ในนิยายต้นฉบับเคยเล่าว่า พระเอกกับเฉียวรุ่ยผ่านการฆ่าฟันมาหลายรอบ ถึงนำผลไม้ทิพย์หลายลูกนั่นกลับไปอย่างปลอดภัยได้ ดูท่าว่าการได้สมบัติมาจะไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วสิ!

            “ผู้คนมากนักเชียว? ไม่รู้ว่าสัตว์อสูรถูกสังหารเกลี้ยงแล้วหรือยัง!” พูดจบ เฉียวรุ่ยก็แอบกังวลเล็กน้อย

            หากล่าสัตว์อสูรไม่ได้ เทียนฉีก็ไม่ได้กระดูกสัตว์อสูรกับเลือดสัตว์อสูรมาผสมหมึกยันต์สิ

            “ไปกันเถอะ!” แม้ผู้คนไม่น้อยนัก แต่หลิ่วเทียนฉีคิดว่าสัตว์อสูรบนเขาคงไม่ถึงขั้นถูกฆ่าจนเกลี้ยง อย่างไรภูเขานี่ก็ไม่เล็กเลยนะ? แถมครั้งนี้ หลักๆ มาเพราะต้องการเลือดสัตว์อสูรกับกระดูกสัตว์อสูรให้ได้มากสักหน่อย สัตว์อสูรระดับล่างตัวหนึ่งขายได้ไม่กี่ก้อนศิลาทิพย์ ผู้ฝึกตนขั้นสามมากมายล้วนไม่เห็นค่ากันหรอก

            “อืม!” เฉียวรุ่ยพยักหน้ารับ มุ่งหน้าขึ้นเขาตามฝูงชนไปด้วยกัน

            เดินทางไปได้สามวัน พวกเขาเริ่มพบสัตว์อสูรขั้นหนึ่งจำนวนหนึ่งบริเวณรอบนอก เมื่อพบอสูรขั้นหนึ่งจำพวกอสูรกระต่ายกับอสูรไก่ ทั้งสองคนจึงใช้หมัดทำร้ายสัตว์อสูรโดยตรง จากนั้นเก็บเลือดตามด้วยเก็บศพ

            เดินทางอีกสิบวัน เริ่มพบสัตว์อสูรขั้นสองจำนวนหนึ่ง สัตว์อสูรขั้นสองจัดการยากกว่าขั้นหนึ่งอยู่บ้าง แต่สำหรับทั้งสองคน พวกมันยังเป็นเพียงอาหารเรียกน้ำย่อยจานหนึ่งเท่านั้น

            “ฮ่า!” เฉียวรุ่ยเหวี่ยงหมัด เขาสู้กับเสือดาวสองหัวขั้นสองช่วงปลาย ส่วนหลิ่วเทียนฉียืนอยู่ด้านข้างช่วยเฝ้าระวัง ไม่ได้ลงมือ

            “โฮกๆ...” ศีรษะหนึ่งโดนหนึ่งหมัด เสือดาวสองหัวถูกต่อยพลันร้องขึ้นมาในทันที ความโกรธเกรี้ยวเพิ่มขึ้นจนมันกระโจนเข้าใส่เฉียวรุ่ยอีกครั้ง

            “ฮ่า!” เฉียวรุ่ยกระโดดทีหนึ่งขึ้นไปบนหลังเสือดาวสองหัว มือหนึ่งกำขนบนคอของมันเอาไว้ อีกมือหนึ่งกำเป็นหมัดต่อยอย่างแรงเข้าใส่ศีรษะที่เต็มไปด้วยบาดแผล

            “โฮกๆๆ...” เสียงร้องอันน่าเวทนาของเสือดาวสองหัวฟังแล้วดูเศร้าโศก น่าสลดใจเป็นอย่างมาก

            “ห้าวหาญจริงเชียว!” อวี๋ชิงโยวมองเฉียวรุ่ยกระหน่ำอัดเสือดาวสองหัวอย่างชำนาญบนหลังมัน อดร้องตกใจไม่ได้พลางคิด ‘บุรุษสองเพศตัวน้อยผู้นี้ช่างมีความสามารถเสียจริง!’

            พระเอก หลันอวี่หมิงเห็นเฉียวรุ่ยมีพลังต่อสู้แข็งแกร่ง ต่อยสัตว์อสูรด้วยมือเปล่าได้เช่นนี้ ถึงกับเลิกคิ้วสูง เขาคิดไม่ถึงว่าบุรุษสองเพศตัวน้อยจะร้ายกาจปานนี้

            หลิ่วเทียนฉีสัมผัสได้ว่าทั้งสองคนใกล้เข้ามา จึงขยับสองสามก้าวมาอยู่ตรงหน้า ขวางทั้งคู่ไว้

            ในขณะเดียวกัน เฉียวรุ่ยปราบเสือดาวสองหัวได้สำเร็จ ต่อยมันคว่ำลงกับพื้น

            เฉียวรุ่ยเคลื่อนไหวอย่างชำนาญ เอายันต์ตรึงร่างแผ่นหนึ่งออกมาแปะไว้บนหน้าผากของเสือดาวสองหัว จากนั้นเริ่มรีดเลือด ควักผลึกอสูร เก็บศพอย่างคล่องแคล่วว่องไว

            “ใช้ได้นี่เฉียวรุ่ย หมัดของเจ้านี่แกร่งนักเชียว!” อวี๋ชิงโยวเห็นเฉียวรุ่ยสู้จบ กลับมาอยู่ข้างกายหลิ่วเทียนฉีก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนบอก

            “ศิษย์พี่อวี๋ ชมเกินไปแล้ว!” เฉียวรุ่ยมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชาทีหนึ่ง พูดอย่างไม่แสดงอารมณ์

            “เหนื่อยแล้วสินะ?” หลิ่วเทียนฉีชำเลืองมองคนข้างกายพลางถามด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆ

            “ไม่เป็นไร แค่ขั้นสองตัวหนึ่ง ไปกันเถอะ พวกเราไปดูด้านหน้ากัน ดูซิว่ายังมีสัตว์อสูรตัวอื่นหรือไม่!” เฉียวรุ่ยรู้ เป้าหมายสำคัญของพวกเขาคือล่าสัตว์อสูร ไม่ใช่ตามหาสมบัติ ทุกวันนี้เขาจึงมีท่าทีกระตือรือร้นตามคนรักไปหาสัตว์อสูรอยู่เสมอ

            “ได้ ศิษย์พี่ทั้งสอง พวกเราขอตัวก่อน!” หลิ่วเทียนฉีประสานมือคารวะทั้งสองคน เดินจากไปพร้อมกัน

            พระเอกมองแผ่นหลังของพวกเขาเดินจากไปพลันขมวดคิ้ว รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่กลับบอกชัดไม่ได้ว่ามันอยู่ที่ตรงไหน

            “ฮึ หลิ่วเทียนฉี เจ้าหนูนี่โชคดีจริง ถึงกับหาคู่หมั้นที่ห้าวหาญเช่นนี้ได้ เกรงว่าหลังจากนี้คงไม่มีใครกล้ารังแกเขาอีก!” ผู้ฝึกตนที่ร่ำเรียนศาสตร์ทั่วไป วิชาต่อสู้มือเปล่ามักไม่ใคร่ดีนัก วิชาพลังทิพย์ก็ธรรมดา แต่หลิ่วเทียนฉีกลับมีผู้ฝึกยุทธ์เป็นคู่หมั้น เรียกได้ว่าชดเชยกันได้อย่างสมบูรณ์ คนหนึ่งปัญญาอีกคนหนึ่งยุทธ์ ส่งเสริมกันได้พอดิบพอดีเชียว!

            “ฝีมือของเฉียวรุ่ยไม่เลวจริง!” ไม่ว่าหน้าตาหรือว่าพลัง ในหมู่บุรุษสองเพศ เฉียวรุ่ยนับว่ามีคุณสมบัติดียิ่ง

            “ฮ่าๆๆ ทำไม? หวั่นไหวแล้วหรือ?” อวี๋ชิงโยวชำเลืองมองพระเอกแล้วถามล้อ

            “พูดเหลวไหลอะไรเล่า? เขาเป็นบุรุษมีสามีแล้ว และข้าก็ไม่ชอบบุรุษสองเพศด้วย!” พูดถึงตรงนี้ ในหัวใจพระเอกพลันโหวงเหวงอยู่นิดหน่อย

            ถึงเขาจะมั่นใจอย่างยิ่งว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับบุรุษสองเพศคนนั้น แต่ไม่รู้ทำไม ทุกครั้งที่เห็นเฉียวรุ่ย ในหัวใจเขามักมีความรู้สึกโหวงเหวงบางอย่าง คล้ายว่าเดิม คนผู้นี้ควรเป็นของตน แต่กลับถูกใครสักคนฉกชิงไป ใจมันโหวงเหวงเป็นอย่างยิ่ง!

            มีบางครั้ง พระเอกเคยถูกความคิดนี้ทำให้ตกใจ เขาถึงขั้นรู้สึกว่านี่เป็นความหลอนไปเอง!

            “ฮ่าๆๆ ข้าล้อท่านเล่นน่า ท่านจริงจังปานนั้นทำไมเล่า? ข้ารู้หรอกว่าท่านชอบซานซานของท่านอยู่!”

            ได้ยินอวี๋ชิงโยวเอ่ยถึงหลิ่วซาน ชั่วพริบตา พระเอกเผยรอยยิ้มอ่อนโยน สีหน้าเย็นชาบนใบหน้าพลันหายไป!

            “ฮ่าๆๆ ข้ารู้อยู่แล้ว ในใจท่านคิดถึงแต่ซานซาน เฉียวรุ่ยดีเท่าไรก็ไม่อยู่ในสายตาท่านหรอก!” อวี๋ชิงโยวพูดเหมือนเป็นเรื่องถูกต้อง

            พระเอกคิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขามักรู้สึกว่าตนกับเฉียวรุ่ย จนถึงก่อนหน้านี้ไม่ควรเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่คุ้นหน้ากันเท่านั้น! คล้ายกับ คล้ายกับขาดอะไรไปบางอย่าง

            .........

            “หลันอวี่หมิงที่น่าชังนั่น ทำไมหลอกหลอนข้าไม่เลิกราเช่นนี้นะ? พวกเราเดินทางไปที่ไหน เขาล้วนต้องตามไปที่นั่นอย่างนั้นหรือ?” นึกถึงเจ้าหมอนั่น เฉียวรุ่ยยังหงุดหงิดไม่หาย

            “บังเอิญกระมัง! ก่อนหน้านี้ พวกเราก็พบศิษย์พี่ศิษย์น้องจากวิทยาลัยเซิ่งตูอยู่หลายคนเหมือนกันมิใช่หรือ?” หลิ่วเทียนฉีจูงมือคนรักพลางปลอบเสียงเบา

            พระเอกกับเสี่ยวรุ่ยเกี่ยวพันกันลึกนัก ในนิยายต้นฉบับยามเล่าถึงเขาแสงงาม ได้เล่าไว้ชัดยิ่งว่าพระเอกกับเฉียวรุ่ยตามหาสมบัติด้วยกัน ทำให้เขามาอยู่ที่นี่ อันที่จริงก็ไม่แปลกนัก แต่พอมองเขาในฐานะศัตรูความรัก หลิ่วเทียนฉีย่อมมีความรู้สึกไวต่อเรื่องนี้

            “ก็ใช่ ผู้คนมากมายปานนั้นล้วนมาหาสมบัติ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจมาเสี่ยงโชคเหมือนกัน” เฉียวรุ่ยพยักหน้า รู้สึกว่าที่เทียนฉีพูดนั้นมีเหตุผล

            “ไม่ต้องสนใจพวกเขาหรอก ล่าสัตว์อสูรได้พอประมาณพวกเราก็กลับ สมบัติปล่อยไปตามวาสนาก็พอ!”

            “อืม ข้ารู้!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า วิ่งไปถึงในพงหญ้า ขุดสมุนไพรทิพย์ขั้นสองออกมาสองต้น

            “ให้แมลงผายลมกินสิ มันใกล้เลื่อนระดับเป็นขั้นสามแล้ว!” เฉียวรุ่ยส่งสมุนไพรทิพย์ให้พลางยิ้ม แล้วบอก

            “ได้!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า รับสมุนไพรทิพย์มา โยนเข้าไปในถุงเลี้ยงอสูรของตน

            หลังจากพวกเขาไปวิทยาลัยเซิ่งตู ตลอดมาศิลาทิพย์ในมือไม่ค่อยมีเหลือเฟือนัก สิ่งที่แมลงผายลมกินจึงเป็นสมุนไพรทิพย์กึ่งแห้งเหี่ยวราคาถูกมาตลอด ถึงได้ส่งผลต่อการเลื่อนระดับของมัน ทำให้ห้าปีมานี้ แมลงผายลมยังติดอยู่ที่ขั้นสอง ไม่อาจเลื่อนขั้นได้โดยง่าย!

            .........

            หลายวันให้หลัง เฉียวรุ่ยกับหลิ่วเทียนฉีได้พบสัตว์อสูรขั้นสามตัวแรก

            เป็นเจ้าอสูรแมงป่องมหึมาสูงสามเมตรกว่าตัวหนึ่ง สองก้ามคมกริบอย่างยิ่ง พวกเขาจึงออกรบด้วยกัน ต่อยลงบนเปลือกแข็งของแมงป่องไปหลายหมัดแต่ล้วนไม่เป็นผล

            เฉียวรุ่ยเอาขวานของตนออกมา ส่วนหลิ่วเทียนฉีเอาลูกคิดทองออกมาด้วย ทั้งสองคนล้อมแมงป่องยักษ์ไว้หน้าหลังเตรียมกระหนาบโจมตี ต่อสู้อย่างลำบากยากเย็น

            “เจ้าสองคนนี้ ทำไมไม่ใช้วิชาพลังทิพย์เล่า?” อวี๋ชิงโยวเห็นทั้งสองคนล้อมแมงป่อง โรมรันด้วยกายเนื้อ จึงเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย

            “กลัวสิ้นเปลืองพลังทิพย์กระมัง?” พระเอกก็รู้สึกว่าแปลก แมงป่องตัวนั้นเป็นแค่สัตว์อสูรขั้นสามช่วงต้น หากพวกเขาใช้วิชาพลังทิพย์กับยันต์วิเศษจัดการ แมงป่องนั่นย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่ทำไมทั้งสองคนถึงไม่ใช้วิชาพลังทิพย์กันเลยเล่า?

            “ฮ่า!” เฉียวรุ่ยตวาดเสียงดังคำหนึ่ง ขวานของเขานำพาเสียงลมเหวี่ยงเข้าไป สะบั้นก้ามใหญ่ข้างหนึ่งของแมงป่องขาด มันร้องอย่างเจ็บปวด ถอยร่นกลับไปไม่หยุด

            หลิ่วเทียนฉีขวางทางไปของอีกฝ่าย ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ ฉีกยันต์ระเบิดกำหนึ่ง

            “ตูมๆๆ...”

            หลิ่วเทียนฉีได้ยินเสียงระเบิดใต้เท้าก็ผนึกลูกบอลใสลูกหนึ่งเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว บาดแผลบนร่างแมงป่องมีเลือดซึมออกมาทันที จากนั้น เลือดทั้งหมดบนร่างของมันราวกับถูกดึงดูดเข้ามาในลูกบอลวารีใสกลางฝ่ามือ

            “ฟึบๆๆๆ...” แมงป่องรู้สึกว่าเลือดของตนถูกดูดเอาไปจึงดิ้นรน ยกหางขึ้นโจมตีใส่หลิ่วเทียนฉีที่อยู่กลางอากาศ

            “ฮ่า!” เฉียวรุ่ยตวาดก้องก่อนยกขวานในมือขึ้น กระโดดไม่กี่ก้าวขึ้นมาบนหลังแมงป่อง ขวานเดียวฟันสะบั้นหางของมันในทันที

            แมงป่องหันหัวมาอ้าปากงับเฉียวรุ่ย ขวานเล่มหนึ่งของเฉียวรุ่ยพลันเหวี่ยงไปตัดคางของมันจนขาด

            ด้วยการร่วมมือของเฉียวรุ่ยกับหลิ่วเทียนฉี แมงป่องจึงถูกดูดเลือดจนแห้ง ศพล้มตึงลงกับพื้น

            หลิ่วเทียนฉีเก็บลูกบอลโลหิตในมือเข้าไปในยันต์เก็บของ ก่อนเข้าไปช่วยเฉียวรุ่ยควักผลึกอสูรและเก็บศพ หลังทั้งสองคนล่าสังหารเสร็จ หันกลับไปก็พบพระเอกกับอวี๋ชิงโยวยืนดูอยู่ด้านข้าง

            เฉียวรุ่ยเห็นทั้งสองคนก็ขมวดคิ้วขึ้นอย่างรำคาญใจพลางคิด ‘ทำไมไปที่ไหน ถึงต้องพบสองคนนี้ตลอดเลยนะ?’

            “ศิษย์พี่หลัน ศิษย์พี่อวี๋ พบกันอีกแล้ว!” หลิ่วเทียนฉีเห็นพวกเขาก็เป็นฝ่ายก้าวเข้าไปทักทายก่อน

            “ใช่ พบหน้ากันอีกแล้ว พวกเราช่างมีวาสนาต่อกันจริงเชียว!” อวี๋ชิงโยวยิ้มเย้า รู้สึกว่ามีวาสนากับสองคนนี้อยู่พอสมควร ถึงได้พบกันครั้งแล้วครั้งเล่า

            “สัตว์อสูรในเขตลึกของเขาแสงงามมีมากมายนัก สู้จับกลุ่มเดินทางกับพวกเราไม่ดีกว่าหรือ?” พระเอกมองหลิ่วเทียนฉี จากนั้น โดยไม่ทันรู้ตัว สายตาเขากลับไปจับจ้องบนร่างของเฉียวรุ่ย คำเชื้อเชิญถูกกล่าวขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ

            “ใช่แล้ว สี่คนอยู่ด้วยกันย่อมปลอดภัยกว่า!” อวี๋ชิงโยวพยักหน้า ไม่โต้แย้ง

            “ขอบคุณเจตนาดีของศิษย์พี่ทั้งสอง แต่ข้าชอบอยู่ลำพังกับเสี่ยวรุ่ยมากกว่า เช่นนี้ยิ่งส่งเสริมความรู้สึกของสามีภรรยาได้ดี!” พูดจบ หลิ่วเทียนฉีจับมือคนข้างกาย มุมปากกระตุกรอยยิ้มเรียบเฉย

            พระเอก เจ้าอยากแย่งเสี่ยวรุ่ยกับข้างั้นหรือ ไม่มีโอกาสหรอก!

            “ใช่แล้ว ข้าไม่ต้องการอยู่ด้วยกันกับพวกท่าน” เฉียวรุ่ยพยักหน้า ไม่ยินยอมตกลงร่วมทาง

            หลันอวี่หมิงชั่วร้ายยิ่งนัก เขานึกกลัวขึ้นมา กลัวตนไม่ระวังให้ดี ถูกอีกฝ่ายเข้าควบคุมจิตใจ คนเช่นนี้ควรเคารพแต่อยู่ให้ห่าง

            “ฮ่าๆๆ นั่นก็ใช่!” สามีภรรยาอายุน้อยอยู่ด้วยกัน ได้คลอเคลียกะหนุงกะหนิง ย่อมไม่ยินดีร่วมทางกับผู้อื่น

            ได้ยินพวกเขาปฏิเสธตรงๆ ก้นบึ้งหัวใจพระเอกวูบโหวงอย่างห้ามไม่อยู่ รู้สึกว่าบางสิ่งคล้ายจะเฉียดคลาดเขาไปอีก!

            “ศิษย์พี่ทั้งสอง พวกเราขอตัวก่อน!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้าให้ จูงมือเฉียวรุ่ยเดินจากไปด้วยกัน

            พระเอกมองแผ่นหลังของทั้งสองคนที่จากไปอยู่เนิ่นนาน ไม่เอ่ยวาจาใด!

            “ศิษย์พี่ พวกเราก็ไปกันเถอะ!”

            “อืม!” พระเอกพยักหน้า เดินจากไปพร้อมอวี๋ชิงโยวเช่นกัน

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508