โนร่าไม่ได้อธิบายรายละเอียดของอาการให้กับหลินฟัง บอกเพียงว่าอาการค่อนข้างสาหัส ยังดีที่กลับมารักษาได้ทัน ไม่อย่างนั้นแล้วเธอคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ทำให้โนร่ารู้สึกขอบคุณหลินจริงๆ และไม่ลืมที่จะพูดออกมาเป็นรอบที่สาม แต่เธอก็ไม่ได้อธิบายสาเหตุที่ว่าทำไมน้องสาวของเธอถึงออกไปพร้อมกับคนสวมเกราะคนอื่นๆ
โนร่าพาหลินเดินไปด้วยกันเพื่อที่จะพาไปห้องพัก ระหว่างทางหลินก็ได้ถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงทราบว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากวาฬฟ้าที่กำลังตรงมาในทิศทางเดียวกันกับที่พวกเขาอยู่ เป้าหมายของวาฬฟ้าไม่ใช่พวกเขา เป็นเพียงเหตุการณ์บังเอิญ
เมื่อหลินได้ยินสิ่งที่โนร่าเล่าให้ฟังเกี่ยวกับวาฬฟ้า เขารู้ทันทีว่าโนร่ามีข้อมูลของวาฬฟ้าอยู่ก่อนแล้ว หลินจึงถามออกไปตรงๆ เพราะเขาไม่คิดว่ามันจะเป็นข้อมูลลับอะไร
หลินจึงได้ทราบว่า วาฬฟ้าเป็นถึงมอนสเตอร์ระดับปฐพี และจะพบเห็นได้ภายใต้ทะเลลึกที่มีความเข้มข้นพิเศษ มันมีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน มันเดินทางไปทุกท้องทะเลได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ภายใต้ท้องทะเลแห่งนั้นมีความเข้นข้นพิเศษ ไม่มีอะไรขวางกั้นการเดินทางของมันได้ มันมีพลังที่รุนแรง แต่มีการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า มันจะส่งสัญญาณเตือนหากมีสิ่งมีชีวิตใดๆเคลื่อนไหวอยู่ในเขตแดนของมัน และจะเริ่มโจมตีหากว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นยังคงอยู่ มันเป็นมอนสเตอร์ประเภทรักความสงบ
หลินยังถามต่ออีกว่าพวกเขาแบ่งระดับมอนสเตอร์อย่างไร ก่อนที่จะถามหลินได้กำชับกับโนร่าก่อนว่าหากมีเรื่องสำคัญอะไรที่ไม่สามารถบอกเขาได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องบอก เพราะเขามีคำถามอยู่หลายคำที่คิดจะถาม แต่โนร่าไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้และเลือกที่จะตอบคำถามของเขาแทน
ระดับของมอนสเตอร์และระดับของอุปกรณ์ถูกแบ่งอยู่ในรูปแบบเดียวกันคือ ระดับทั่วไป ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง ส่วนระดับที่สูงกว่านั้นคือระดับปฐพีและระดับนภา สำหรับผู้ที่มีครอบครองนั้นหากให้เปรียบเทียบกับจำนวนคน ในจำนวนคนหนึ่งแสนคนจะมีผู้ที่ได้ครอบครองระดับกลาง 1 คน หนึ่งล้านคนจะมีผู้ที่ได้ครอบครองระดับสูง 1 คน ส่วนระดับที่สูงกว่านั้นคงไม่อาจเอาจำนวนคนมาเปรียบเทียบได้
พอหลินได้ยินแบบนั้นเขาเองก็รู้สึกสับสน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เพราะเขาพอจะรู้อยู่ก่อนแล้ว หากให้เขาคาดเดาด้วยตัวเองจากระดับความสามารถของอุปกรณ์และทักษะ ระดับบลอนจัดอยู่ในระดับทั่วไป ระดับซิลเวอร์รวมไปถึงโกลเองก็ยังคงจัดอยู่ในระดับต่ำ ส่วนระดับแพลตตินั่มและอเมทิสต์ สวมควรจัดอยู่ในระดับกลาง
อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงความคิดโดยส่วนตัวของเขาเท่านั้น ยังต้องมีการทดสอบและตรวจสอบมากกว่านี้จึงจะทราบผลที่แน่นอน
หลินยังถามอีกว่าทำไมถึงมาเดินทางมาที่แห่งนี้ แน่นอนว่าเขาอยากทราบคำตอบ แต่ก่อนจะถามเขาก็คิดอยู่แล้วว่าโนร่าไม่น่าจะตอบคำถามของเขา เพราะนี่สมควรจะเป็นความลับ แต่ถึงอย่างนั้นโนร่ากับตอบออกมาอย่างง่ายดายว่ากำลังมองหาวิหารของเผ่าพันธุ์ที่ล่มสลายอยู่ พอได้ยินคำตอบจากโนร่าถึงกับทำให้หลินชะงัก
เมื่อรู้สึกตัวคือเขาเห็นว่าโนร่าหันกลับมามองเขาที่อยู่ดีๆก็หยุดเดิน พอหลินมองเห็นรอยยิ้มของโนร่าที่กำลังมองมาที่เขา ใบหน้าเคยขึงขังถูกแกมด้วยใบหน้าขี้เล่นที่ดูเหมือนจะเยอะเย้ยเล็กน้อยนั่น ยิ่งตอกย้ำความคิดของเขาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกว่า โนร่าเองก็คงรู้อยู่แล้วว่าเขาก็กำลังมองหาวิหารอยู่เช่นกัน
มันทำให้หลินรู้สึกอายอย่างมากที่ก่อนหน้านี้เขาบอกอีกฝ่ายว่าตัวเองเป็นนักเดินทาง ที่เขาพูดออกไปแบบนั้นเพราะเขาไม่ต้องการบอกความจริงออกไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้จุดหมายของเขาตั้งแต่แรก
"ท่านโนร่า ท่านหมอให้ข้ารีบมาแจ้งท่านว่าท่านรูบี้ได้สติแล้วขอรับ" ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาสะอาดสะอ้าน สวมใส่ชุดสีขาวคล้ายกับชุดของหมาที่หลินเคยเห็น เดินตรงเข้าไปในทิศทางที่พวกเขากำลังจะเดินไป กล่าวขึ้นอย่างนอบน้อม
"จะเป็นไรไหม ถ้าผมจะตามไปด้วยคน ?" ยังไม่ทันที่โนร่าจะถามความคิดเห็นของเขา หลินที่พอทราบสถานการณ์จึงชิงพูดขึ้นก่อน โนร่าพยักหน้าให้เป็นคำตอบ ก่อนที่พวกเขาจะเดินตามชายผิวขาวไป
เมื่อผ่านลานกว้าง ต่อไปก็เป็นตัวเรือ บนลานกว้างแม้จะมีขนาดใหญ่ แต่บนเรือลำนี้ก็เป็นได้เพียงส่วนหนึ่งหาใช่ส่วนสำคัญที่สุดของเรือไม่ เพราะตัวเรือนั้นมีพื้นที่และขนาดที่ใหญ่กว่ามาก บริเวณทางเดินค่อนข้างเงียบสงบ แต่ทั้งสองด้านต่างเป็นห้องจำนวนมากที่เหมือนจะมีไว้สำหรับคนงานทำงานโดยเฉพาะ
ชายหนุ่มผิวขาวนำเขาขึ้นบันไดผ่านชั้นสอง ซึ่งได้ยินเสียงพูดคุยของคนคุยกันอยู่พอสมควร และค่อนข้างผ่อนคลายกันทีเดียว เพียงพวกเขาเดินผ่านทั้งชั้นถึงกับเงียบลงเลยทันที มันคือชั้นที่พักของคนงานนั่นเอง ส่วนจำนวนห้องนั้นไม่ต้องพูดถึงเขาคิดว่ามันมีมากเกินไปสำหรับคนงานเสียด้วยซ้ำ บนชั้นที่สามต่างออกไปมันค่อนข้างเงียบสงบ แทบจะไม่มีคนเดินผ่านไปมาเลย หากให้เขาเดามันจะต้องเป็นที่พักสำหรับคนสวมเกราะเป็นแน่