หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 53

    ณ ร้านป้านางสาขา 2 เวลา 2 ทุ่มครึ่งหลงเฟยเดินอ้อมเข้าไปหลังร้านอาหารที่ปิดอยู่ เป็นห้องครัวที่เปิดไฟสว่าง และมีคนนั่งอยู่สองสามคน“สวัสดีครับ มารับอาหารแล้วครับ เดี๋ยวโอนจ่ายเหมือนเดิมนะ” หลงเฟยบอกกับคนในร้าน“โอเคจ้า วันนี้มาค่ำเชียวนะจ้ะ พี่เอาก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วใส่รถเข็นรอไว้ให้น้องแล้วนะ เดี๋ยวก็เข็นไปได้เลยแล้วค่อยเอามาคืน พวกลูกจ้างก็กลับไปแล้วเอาไปคนเดียวได้นะ” เจ้าของร้านย้ำกับหลงเฟยอักทีนึงหลงเฟยเห็นที่ร้านนี้มีเพียงเจ้าของร้านผู้หญิงตัวเล็กๆกับตายายสูงวัยอีกสองคน ก็รู้แล้วว่าตัวเขาต้องเอาผัดซีอิ๊วกลับไปเองแน่นอน แต่ก็ถือว่าดีที่เจ้าของร้านเตรียมใส่รถเข็นไว้ให้แล้ว หลังจากเอาอาหารเข้ามาเก็บในบ้าน และเอารถเข็นไปคืนร้านแล้ว หลงเฟยก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดทหารให้เรียบร้อย แล้วมาเช็คของที่จะต้องนำไปที่โลก Magic ซึ่งทำให้หลงเฟยตระหนักขึ้นมาได้มาว่าเขาอยู่ที่ค่ายทหาร ไม่ได้อยู่ที่ร้านจึงไม่แน่ใจว่าจะเอาผัดซีอิ๊วนี้ไปส่งให้กับผู้ช่วยเขาได้ยังไง “ถ้าทำเรื่องขอออกจากค่ายอีกจะได้มั้ยนะ จะให้พี่วินเซนต์มารับของที่ค่ายก็ไม่ได้เพราะผัดซีอิ๊วนี่ไม่มีที่มาที่ไป เฮ้อ! น่าเบื่อกับเรื่องหาข้ออ้างโกหกคนอื่นอย่างนี้จริงๆ โชคดีที่วัตถุดิบในถุงย่ามยังยืดอายุไปได้ เปิดคอมฯหาข้อมูลต่อดีกว่า” หลงเฟยคิดไม่ตกกับเรื่องนำอาหารบริจาคกลับไปที่ร้าน แต่ในเมื่อตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ เขาก็ขอศึกษาสกิลต่อสู้ของเกมในเว็ปไซต์ต่อไปจนถึงเวลาเข้านอน ณ ห้องเตรียมการ“สวัสดีครับคุณรีเอล” หลงเฟยเข้ามาให้ห้องสไตล์จีนที่หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นดอกไม้ห้องเดิม แล้วจึงทักทายผู้ดูแลห้องนี้“สวัสดีค่ะคุณหลงเฟย” วันนี้รีเอลยิ้มหวานทักทายชายหนุ่ม เหมือนว่าเธอจะหายงอนหลงเฟยแล้ว“ผมมีเรื่องอยากจะถามคุณรีเอลน่ะครับ แหะๆ” หลงเฟยถามหญิงสาวด้วยเสียงอ่อยๆ“...ได้ค่ะ เชิญถามมาได้เลยค่ะ” หลังจากได้ยินคำถามของชายหนุ่ม รีเอลจากหน้าตายิ้มแย้ม กลายเป็นเฉยชาขึ้นมาทันที“คือตอนนี้ผมเหลือเพียงคุณรีเอลเท่านั้นนะครับที่ช่วยผมได้ ในช่วงสงครามแบบนี้ และผมที่ต้องติดอยู่ในค่ายทหารฝึกแต่พื้นฐานการต่อสู้ ผมคิดไม่ออกเลยจริงๆว่าจะเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดได้ยังไง ลางสังหรณ์มันบอกว่า ศัตรูครั้งนี้กองทัพแอนวีนไม่อาจต้านทานได้แน่ๆครับ”“ค่ะ ดิฉันรับทราบเหตุการณ์ทุกอย่างที่คุณได้พบเจอมาแล้วค่ะ แต่ดิฉันก็เชื่อว่าคุณหลงเฟยจะผ่านมันไปได้แน่นอนค่ะ” รีเอลตอบกลับมา“ผมไม่ได้ต้องการแค่ผ่านเรื่องนี้ไปได้ ผมต้องการปกป้องเมืองแอนวีน ปกป้องทุกคนในเมืองนี้ ปกป้องประชาชนของอาณาจักรมารีนจากข้าศึกที่รุกรานเข้ามา ด้วยการเป็นทหารใหม่ที่ยังไม่จบการฝึกด้วยซ้ำ ผมคงขับเคลื่อนแผนการไม่ได้แน่ แต่ถ้าเป็นการเพิ่มพลังของตัวผมเอง คุณรีเอลผู้ดูแลมิติลึกลับนี้ต้องรู้หนทางอย่างแน่นอน ผมมั่นใจ” หลงเฟยกล่าวออกมาอย่างยืดยาวด้วยความตั้งใจแท้จริง สายตาที่มุ่งมั่นจริงจังจ้องมาที่หญิงสาวผมดำยาว ในชุดจีนโบราณสีฟ้า ดวงตาที่เป็นหน้าต่างของหัวใจสื่อสารความหมายภายในออกมา รีเอลที่จับจ้องดวงตาคู่นั้นทำให้เธอหวนคิดถึงคนคนหนึ่ง บุรุษผู้กล้าดั่งในอุดมคติ ผู้ที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว สุภาพ เสียสละ และมีความสามารถเหนือผู้ใด“เฮ้อ!...จากที่ดิฉันสังเกตคุณอยู่ตลอด คุณต้องการฝึกวิชาในสายที่ตัวเองถนัดเพื่อจะได้เก่งขึ้นไวๆสินะคะ แต่ติดปัญหาตรงที่คุณยังไม่มีเวลาฝึกฝนพลัง หรือแม้แต่การหาความรู้ในเรื่องต่างๆของโลก Magic” รีเอลกล่าวออกมาอย่างเข้าใจหลงเฟย แต่เธอก็ไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์ที่ดีเลิศจากเขา“ใช่ครับคุณรีเอล คุณรู้แม้แต่ความคิดผมเลยเหรอ” หลงเฟยประหลาดใจเล็กน้อย“ดิฉันสังเกตจากการกระทำของคุณมากกว่า เอาเป็นว่าดิฉันจะแนะนำให้คุณหลงเฟยหมั่นตรวจเช็คค่าสถานะของตัวเอง และฝึกฝนร่างกายอย่าได้ขาด เมื่อเลเวลถึง 12 ก็สามารถฝึกพลังขั้นพื้นฐานได้โดยร่างกายไม่ได้รับผลเสียแล้วค่ะ ส่วนวิชาขั้นกลาง และขั้นสูงยังไม่แนะนำนะคะ”“แล้วอย่างนี้ถ้าฝูงมอนสเตอร์นับพันตัวบุกมาผมจะสู้ยังไงไหวล่ะครับ ยิ่งพวกระดับสูงๆอีก”“คุณหลงเฟยเป็นผู้ที่มีร่างกายต่างจากคนอื่น สามารถพัฒนาได้รวดเร็วมาก ขอเพียงแค่มีเวลาฝึกฝน ค่า INT ที่สูงมากกว่าคนในระดับเดียวกัน ก็ทำให้คุณเรียนรู้วิชาต่างๆได้เร็ว และหลากหลายกว่าคนอื่น ส่วนค่า Luck ที่มีมากที่สุดในโลก ทำให้คุณไม่ต้องกลัวความผิดพลาดใดๆในโลกนี้เลยล่ะค่ะ” รีเอลพูดออกมาอย่างรวดเร็วยืด และยาวเหมือนกับอัดอั้นตันใจมาจากไหน“อย่างนั้นแปลว่าที่ผ่านมาผมมัวแต่ทำอย่างอื่น เลยไม่ได้ฝึกฝนสินะครับ” หลงเฟยกล่าวออกมาอย่างเศร้าใจนิดๆ“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหลงเฟยหรอกค่ะ ไม่มีใครคาดคิดว่าสงครามจะมาถึงเมื่อไร อีกอย่างคุณเพิ่งเข้ามายังโลก Magic ได้ไม่นานยังไม่ทันได้เรียนรู้อะไร ส่วนการขายอาหารของคุณก็เป็นเรื่องที่ดีมาก สามารถพัฒนาชีวิตของคนในโลกนี้ได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ เพียงแต่เวลาอาจไม่เอื้ออำนวยเท่านั้น” รีเอลพยายามอธิบายว่าเธอรับรู้ในความตั้งใจของชายหนุ่ม“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีสินะครับ สิ่งที่ผมทำมันไม่ได้ไร้ประโยชน์” หลงเฟยใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย“เอาเป็นว่าอย่างสุดท้ายก่อนหมดเวลา ดิฉันขอแนะนำให้คุณหลงเฟยใช้ ‘สมอง’ ให้เยอะๆค่ะ อย่าใช้แต่กำลังเหมือนในอดีต เริ่มทำการส่งคุณหลงเฟยไปยังโลก Magic ในอีก 3…2…1” รีเอลพูดจบก็ตัดบทด้วยการส่งหลงเฟยข้ามมิติอีกเช่นเคย“ฮะ! เดี๋ยวๆ นี่หมายควา...” หลงเฟยยังไม่ทันจะพูดจบ ร่างของชายหนุ่มก็ถูกล้อมรอบด้วยแสงสว่าง และตัวของเขาก็หายไปจากห้องจีนโบราณอันหอมหวนด้วยกลิ่นบุพผาแห่งนี้ เวลาในโลก Magic ผ่านไปเพียง 1 วินาที ณ เรือนนอนทหาร ค่ายฝึกทหารแอนวีน เวลาตีสี่ ศูนย์นาที หนึ่งวินาที“ว่าไงครับ!” หลงเฟยโพล่งออกมาเสียงดังท่ามกลางความมืด“หืม...หลงเฟยละเมอเหรอ?” โทมัสที่นอนอยู่เตียงติดกันสะดุ้งตื่นมาถามขึ้น“อ่า...ใช่ๆ ฉันฝันร้ายน่ะ” หลงเฟยตอบปัดไม่อย่างนั้น“นั่นสิเนอะ เมื่อวานเจอแต่เรื่องร้ายๆนี่ เฮ่อ! ว่าแต่นายฝันว่าอะไรล่ะ” โทมัสถามต่อเพราะตอนนี้ตาสว่างแล้ว“ฝันว่ามีผู้หญิงมาหลอกด่าน่ะ” หลงเฟยตอบเสียเซ็งๆ“เอ๋...............” โทมัสรู้สึกงงในคำตอบของเพื่อนจริงๆ

    คล้ายกับเรื่องหลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ ที่คุณอ่าน