เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 132 เยี่ยมญาติ (1)

            สำหรับทิงเสวี่ยแล้ว คำว่า “เยี่ยมญาติ” ที่แท้จริง หมายถึงการกลับไปเยือน “บ้านเดิม” ของคุณย่า

            สมัยที่คุณย่ายังมีชีวิตอยู่ ทุกปีหลังพ้นวันตรุษจีน ท่านจะพาสองพี่น้องหลินกั๋วผิงและหลินกั๋วอัน พร้อมด้วยหลานสาวคนโปรด กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด แม้ พ่อแม่ของท่านจะลาโลกไปนานแล้ว แต่พี่น้องร่วมอุทรก็ยังคงอยู่พร้อมหน้า

            ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่คุณย่าจากไป ตามธรรมเนียมจีนถือว่ายังไว้ทุกข์ ไม่สะดวกที่จะไปมาหาสู่เพื่ออวยพร แต่ปีนี้เข้าสู่ปีที่สองแล้ว การกลับไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องจึงไม่ใช่เรื่องผิดธรรมเนียมอีกต่อไป

            ก่อนจะถึงวันปีใหม่ หลินกั๋วผิงได้ปรึกษากับน้องชายไว้แล้วว่า วันที่สามของปีใหม่ พวกเขาจะพาทิงเสวี่ยไปเยี่ยมเยียนลุงใหญ่และลุงรอง

            บ้านเดิมของคุณย่าคือ ตระกูลโจว

            ท่านมีพี่ชายสองคน คนโตอาศัยอยู่ในตัวตำบลเฉิงกวน ส่วนคนรองย้ายตามลูกไปอยู่ที่ตัวเมือง แต่จะกลับมารวมญาติที่ตำบลในช่วงเทศกาล

            ทิงเสวี่ยเฝ้ารอวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะบ้านคุณปู่ทั้งสองมีฐานะดีมาก ทุกครั้งที่ไปเยือน นอกจากจะได้กินของอร่อยจนพุงกางแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “อั่งเปา” ซองหนาปึ้ก!

            เช้าตรู่วันที่สามของปีใหม่ หลังจัดการมื้อเช้าเรียบร้อย สามคนพ่ออาหลานก็พร้อมออกเดินทาง

            ในอดีต การเดินทางไปตำบลเฉิงกวนต้องอาศัยจักรยาน ซึ่งกินเวลา ไม่น้อยและเมื่อยล้าเอาการ หลินกั๋วผิงปั่นพาทิงเสวี่ยซ้อนท้าย ส่วนหลินกั๋วอันปั่นพาคุณย่า

            แต่ปีนี้หลินกั๋วผิง ซื้อมอเตอร์ไซค์มาใหม่ การเดินทางสู่ตำบลเฉิงกวนจึงรวดเร็วฉับไวและสะดวกสบายกว่าเดิมหลายเท่าตัว

            ......

            กล่าวถึง ตระกูลโจว บ้านเดิมของคุณย่า

            ในอดีต ครอบครัวนี้เคยเป็นถึงคฤหบดีเจ้าที่ดินรายใหญ่ที่สุดในอำเภออวิ๋นเหมิง แต่เมื่อพายุแห่งการปฏิรูปที่ดินและการต่อสู้ทางชนชั้นพัดโหมกระหน่ำ ตระกูลโจวย่อมได้รับผลกระทบอย่าง หนัก ต้องเผชิญความยากลำบากอย่างยิ่งยวด

            ทว่าทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ เมื่อกาลเวลาผันผ่าน ตระกูลโจวก็ค่อยๆ ฟื้นคืนความรุ่งเรืองขึ้นมาอีกครั้ง

            โจวเทียนซุ่น พี่ชายคนโตของคุณย่าปักหลักอาศัยอยู่ในตำบลเฉิงกวนมาตลอด สมัยหนุ่มๆ ทำนา ก่อนจะขยับขยายมารับเหมาโรงอาหารโรงเรียน ลูกสองคนต่างได้ดิบได้ดี คนหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติ อีกคนทำงานรัฐวิสาหกิจ ไต่เต้าจนถึงระดับบริหาร

            โจวเทียนเซิ่ง น้องชายคนรอง เคยเป็นครูอัตราจ้างจวบจนเกษียณ ลูกสองคนประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน ตั้งรกรากสร้างครอบครัวอย่างมั่นคงในเมืองใหญ่ ปัจจุบันสองตายายจึงผลัดกันไปพักอยู่กับลูกๆ ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่าง มีความสุข

            ทิงเสวี่ยตามพ่อและอาสามมาที่บ้านของปู่ใหญ่โจวเทียนซุ่นเป็นที่แรก

            กำแพงรั้วสูงตระหง่าน ประตูไม้ทาสีแดงบานใหญ่แง้มเปิดอยู่ สุนัขเฝ้าบ้านเห่าทักทายคนแปลกหน้าตามสัญชาตญาณ

            เสียงเห่าทำให้คนในบ้านรู้ตัว ไม่นานนัก หญิงชราในชุดลายดอกสีแดงสดดูภูมิฐาน ผมขาวโพลนทั่วศีรษะ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มและริ้วรอยแห่งวัย ก็เดินออกมาต้อนรับ

            “สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณย่าสะใภ้ใหญ่!” ทิงเสวี่ยยกมือไหว้ทักทายเสียงใส

            ผู้ที่เดินออกมาคือภรรยาของปู่ใหญ่โจวเทียนซุ่น “แม่หนูคนนี้ปากหวานจริงเชียว ไม่เจอกันแค่ปีเดียว สูงขึ้นถนัดตาเลยนะ แถมยังสวยวันสวยคืนเสียด้วย”

            หญิงชรายิ้มกว้าง มองดูเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู พลางเอื้อมมือมาลูบศีรษะเบาๆ

            สองพี่น้องตระกูลหลินรีบทักทายผู้อาวุโส หญิงชรา ยิ้มแย้มอย่างใจดีให้ หลานชายทั้งสอง “มากันก็ดีแล้ว จะหอบหิ้วของฝากอะไรมาเยอะแยะ รีบเข้าบ้านเถอะ ลุงใหญ่ของพวกเธอบ่นถึงอยู่พอดี”

            ทุกคนเดินตามหญิงชราผ่านลานบ้านเข้าไป ปู่ใหญ่โจวเทียนซุ่นที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็เดินออกมาจากห้องโถงพอดี

    “คุณปู่ใหญ่ สวัสดีปีใหม่ค่ะ!” ทิงเสวี่ยร้องทักเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล

            “ดี... ดีมาก... ไม่เจอกันนานเสียวเสวี่ยโตขึ้นเยอะ สวยขึ้นด้วย มาให้ปู่ดูใกล้ๆ หน่อยซิ” สายตาของโจวเทียนซุ่นเปี่ยมไปด้วยความเมตตาอาทร ทิงเสวี่ยรู้สึกอบอุ่นราวกับถูกมองด้วยสายตาของคุณย่า

            พี่น้องตระกูลโจวมีเค้าโครงหน้าคล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะดวงตาและจมูกที่ถอดแบบกันมา

            ภายในห้องโถงรับแขกของบ้านโจวเทียนซุ่น โอ่โถงและเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้าวของเครื่องใช้ครบครันทันสมัย ทั้งโทรทัศน์สี ชุดโซฟารับแขก ตู้เย็น และ... โทรศัพท์บ้าน

            ต้องเข้าใจว่าในช่วงต้น ยุค 90 โทรศัพท์ยังไม่ใช่สิ่งที่ทุกบ้านจะมีได้ บ้านไหนมีใช้ถือว่าโก้หรูและฐานะดีมาก

            คุณย่าสะใภ้ใหญ่จัดแจงชงชาร้อนๆ และขนขนมขบเคี้ยวชั้นดีออกมาต้อนรับทิงเสวี่ย ก่อนจะเดินไปยกหูโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ กดหมายเลขเพียงครู่เดียวก็กรอกเสียงลงไป “พวกเธอ มาได้แล้วนะ กั๋วผิงกับกั๋วอันพาเสียวเสวี่ยมาถึงแล้ว”

            วางสายไปเพียงไม่นาน ประตูห้องโถงก็เปิดออก ต้อนรับคู่สามีภรรยาสูงวัยอีกคู่หนึ่ง

            ชายชราผู้เดินนำหน้า รูปร่างสูงโปร่ง ผมที่ขมับเริ่มแซมขาว ส่วนหญิงชราที่เดินตามหลัง รูปร่างท้วมสมบูรณ์ ข้อมือสวมกำไลทองคำวงโตส่องประกายวาววับสะท้อนฐานะ

            นั่นคือปู่รองโจวเทียนเซิ่งและย่าสะใภ้รอง

            หลังทักทายไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันพอหอมปากหอมคอ ทุกคนก็นั่งลงล้อมวงสนทนา

            ย่าสะใภ้รองมองสำรวจทิงเสวี่ยด้วยความชื่นชม “เสียวเสวี่ยยิ่งโตยิ่งสวยนะ เห็นหน้าหนูแล้วทำให้นึกถึงพี่สะใภ้ใหญ่ตอนสาวๆ... แต่หนูสวยกว่าท่านเสียอีก”

            ทิงเสวี่ยยิ้มรับอย่างถ่อมตัว “คุณย่าสะใภ้รองชมเกินไปแล้วค่ะ หนูเคยเห็นรูปคุณย่าตอนสาวๆ หนูเทียบท่านไม่ติดเลยสักนิดค่ะ”

            คุณย่าหลินงดงามถึงเพียงนั้น... หากไม่ใช่เพราะเกิดในยุคที่บ้านเมืองพลิกผัน ท่านที่เป็นถึงคุณหนูใหญ่ทายาทคนเดียวของตระกูลเศรษฐี เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและการศึกษา มีหรือจะต้องลดตัวมาแต่งงานกับชาวนายากจนที่มีลูกติดถึงสามคน

            ชะตาชีวิตช่างเล่นตลก... หากคู่หมั้นคู่หมายที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เล็กแต่น้อยไม่ด่วนจากไปเสียก่อน เส้นทางชีวิตของท่านคงโรยด้วยกลีบกุหลาบกว่านี้มากนัก

            “กั๋วผิง ลุงใหญ่เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้เธอไปขายซาลาเปาที่ตลาดแล้วเหรอ ดีแล้วล่ะ... ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ยังไงก็ดีกว่าหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินทำนา” โจวเทียนเซิ่งเอ่ยถามไถ่หลานชาย “แล้วกั๋วอันล่ะ ยังเลี้ยงหมูอยู่ใช่ไหม เลี้ยงหมูก็ดีนะ ตั้งใจทำเข้า ขยับขยายให้มันใหญ่โต อดทนทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวชีวิตก็ลืมตาอ้าปากได้เอง”

            โจวเทียนเซิ่งจากบ้านเกิดไปนาน ข่าวคราวทางนี้ส่วนใหญ่ก็ได้รับรู้ผ่านพี่ชาย

            เมื่อน้องสาวจากโลกนี้ไปแล้ว เขาก็อดเป็นห่วงหลานชายทั้งสองไม่ได้ คนหนึ่งเป็นพ่อหม้ายลูกติด อีกคนก็ยังครองตัวเป็นโสด สมัยก่อนยังมี น้องสาวคอยจัดการดูแลบ้านช่อง แต่ตอนนี้เสาหลักไม่อยู่แล้ว เขาจึงกังวลว่าหลานชายผู้ซื่อสัตย์ทั้งสองจะใช้ชีวิตอย่างลำบาก

            แต่เมื่อได้เห็นสองพี่น้องขยันขันแข็ง มุ่งมั่นทำมาหากิน ในฐานะลุง เขาก็พลอยรู้สึกเบาใจและยินดีไปด้วย

            คำพูดให้กำลังใจจาก ลุงรอง เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ ทำให้หลินกั๋วผิงและหลินกั๋วอันรู้สึกอบอุ่นวาบในอก

            เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน ลูกชายทั้งสองของคุณปู่โจวเทียนซุ่นต่างก็พาภรรยาและลูกๆ มาร่วมโต๊ะ ทำให้บรรยากาศในบ้านตระกูลโจวครึกครื้นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขในวันปีใหม่

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663