หลังออกมาจากคุกจูนก็มุ่งหน้าไปหาพ่อเธอตามที่นัดหมายกันเอาไว้โดยมีจัสมินขับรถมาให้ ในขณะที่คนอื่นในทีมขับรถคันอื่นพาออสกลับบ้าน
ก่อนหน้านี้หลังจากที่แววมีเรื่องกับพวกกี้ก็มีการร้องขอให้ตรวจสอบประวัติของทั้ง4คนอย่างละเอียด แล้วระหว่างการไล่ตรวจสอบก็เจอเข้าในบันทึกรายวันของสมาชิก2-3คน มีการพูดถึงการนัดพบระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบันกับสาและแม่ของเธอแถมยังมีการถ่ายรูปแนบเก็บไว้อีกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนแยกข้อมูลก็ได้แยกเอาไว้ในหมวดข้อมูลทางการเมืองเลยทำให้ตรวจสอบแล้วเจอ
พอลองลงลึกเข้าไปก็พบว่า สา เป็นลูกนอกสมรสของรัฐมนตรีที่ซุกเอาไว้เป็นความลับ ที่สำคัญคือภรรยาและครอบครัวเขาไม่ได้รู้เรื่องนี้
เมื่อวานหลังจากที่แม่ของสากลับออกมาจากการเยี่ยมลูกสาว นายปิยะก็ส่งคนไปคุยทันทีว่าเรื่องมันเป็นมายังไงทางนั้นมีท่าทางอิดออดไม่ยอมบอก นายปิยะเลยบอกแผนของออสกับจูนว่าจะทำอะไรกับ3สาวทำให้แม่ของสาหวาดกลัวถึงที่สุด
ตอนแรกที่สามีเธอไม่ช่วยเพราะคิดว่าสาก่อเรื่องบ่อยเกินไปควรจะโดนลงโทษบ้าง ถึงขนาดยอมให้ติดคุก เธอก็คิดว่ามันคงไม่นานเพราะสาเป็นแค่เด็กวัย19ซึ่งตามกฏหมายอายุไม่ถึง20โทษมันเหลือไม่ถึงครึ่ง แถมถ้าสายอมขอโทษทำเป็นรู้สึกผิดสักหน่อยโทษก็น่าจะเบาลงอีก เธอเลยคิดว่าไม่น่าจะร้ายแรงมากอย่างที่สากลัว
ส่วนมหาวิทยาลัยเดี๋ยวค่อยหาวิธีคุยกับสามีเพราะถ้าสามียอมช่วยสาก็น่าจะเรียนต่อได้
แต่ไม่คิดว่าสาจะไปเจอกับคนระดับออสเข้า
พอนายปิยะรับปากว่าจะไม่ให้สาเจออะไรแบบนั้นแลกกับข้อมูลทั้งหมดเธอจึงยอมเปิดปาก
สรุปรัฐมนตรีเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน และก็มีความสัมพันธ์กับเธอที่เป็นลูกศิษย์ทั้งๆที่ตอนนั้นเขาก็มีครอบครัวอยู่แล้วและเรื่องเลวร้ายก็เกิดขึ้นพวกเธอคิดว่าป้องกันดีแล้วแต่มันก็พลาดจนได้
เธอท้อง
เขาพยายามให้เธอไปเอาเด็กออกแต่เธอไม่ยอมและเธอก็คลอดออกมาเป็นสา สุดท้ายถึงสามีเธอไม่อยากรับผิดชอบก็ต้องรับอยู่ดี เขาซื้อบ้านให้เธออยู่เงียบๆแล้วส่งเงินให้ทุกเดือนผ่านลูกน้อง ปีนึงโผล่มาเจอหน้าแค่2-3ครั้ง
แน่นอนเขาไม่ได้จดรับสาเป็นลูกแต่ให้ลูกน้องคนนึงจดแทน ทำให้สานั้นมีสถานะเป็นลูกคนขับรถของเขาแต่คนขับรถคนนั้นก็มีหน้าที่แค่เอาเงินมาส่งแค่นั้น
นายปิยะฉีกยิ้มทันที เพราะถ้าเรื่องนี้หลุดไปมันจะทำให้ชีวิตของรัฐมนตรี วรพล พินาศได้ง่ายๆเลย มีอะไรกับลูกศิษย์ตอนเป็นอาจารย์ ทำเด็กท้องแถมยังอยากให้ทำแท้ง แถมตอนนั้นยังมีครอบครัวแล้วด้วย ถ้าเรื่องตีแผ่ออกไปรับรองได้เลยว่าเขาจะไม่มีวันได้แตะงานการเมืองอีก
นี่ยังไม่นับเรื่องที่ภรรยากับลูกสาวจริงของเขาไม่รู้เรื่องด้วย ถ้ารู้ขึ้นมาแม้แต่ครอบครัวก็ไม่เหลือ
พอมาถึงนายปิยะก็มองเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังหวาดกลัวมองโน่นนี่ไปทั่ว ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่หน้าบ้านของ รัฐมนตรี วรพล นั่นเอง
เขาพึ่งจะให้จูนคุยกับออสเช้านี้เองว่าต่อรองกับแม่ของเธอเอาไว้ เอาจริงนายปิยะก็กังวลเหมือนกันเพราะถ้าออสไม่ตกลงแล้วจะเอาตัวสาไปโยนไว้ในคุกให้ได้เขาก็ต้องเป็นฝ่ายยอม แต่พอจูนอธิบายออสกับแววก็ตกลงง่ายๆเพราะเรื่องนี้มันสำคัญกว่าการแก้แค้น
“ฉันเคลียร์เรื่องที่เธอมีปัญหากับแววไปแล้ว อย่าทำอะไรโง่ๆแล้วชีวิตเธอจะดีขึ้นเข้าใจรึเปล่า”นายปิยะพูดกับสา
“มันจะไปมีอะไรดี ฉันไม่รู้ว่าคุณจะทำอะไรแต่หลังจากนี้พ่อคงจะเกลียดฉันไปแล้ว”สาพูดด้วยท่าทางซึมๆ
“เกลียดแล้วยังไงเขาไม่ยอมรับเธอเป็นลูกด้วยซ้ำ เธอต่างหากที่ควรเกลียดเขา”
สานิ่งไปเมื่อได้ยินนายปิยะพูด
“เอาเป็นว่านั่งเงียบๆก็พอ หน้าที่เธอมีแค่นั้นแหละ”นายปิยะสั่ง
สารู้สถานการณ์ดีว่ายังไงก็ต้องไปไม่มีทางหนีแล้ว ใบหน้าของเธอตอนนี้มีแต่ความกังวล
“เอาหละเข้าไปกันได้แล้ว”พอพูดจบเขาก็กลับขึ้นรถแล้วก็ให้คนขับเข้าไปในบ้านของรัฐมนตรีวรพล
เมื่อเห็นว่าคนที่มาคือนายปิยะคนใช้ในบ้านก็รีบพาไปยังห้องรับแขกแล้วโทรหาเจ้านายตนอย่างรวดเร็ว
นายปิยะกับจูนแล้วก็สาเดินตามคนใช้ในบ้านเข้าไปนั่งในห้องรับแขก ไม่นานก็มีน้ำชาร้อนมาเสิร์ฟให้กับทั้ง3คนส่วนจัสมินยืนระวังอยู่ข้างหลัง การ์ดคนอื่นๆของนายปิยะรออยู่ข้างนอกไม่ได้ตามเข้ามาด้วย
สาเคยแต่มองเข้ามาในนี้ผ่านรั้วด้านนอก เธอพึ่งเคยจะได้เข้ามาในบ้านของพ่อเธอจริงๆครั้งแรก
ตอนนี้สามองไปรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น ที่นี่ใหญ่กว่าบ้านของเธอไม่รู้กี่สิบเท่า
บ้านที่เธอกับแม่อาศัยอยู่เป็นแค่บ้าน2ชั้นหลังเล็กๆที่มีเพียง2ห้องนอน1ห้องน้ำเท่านั้น แต่ที่นี่กลับใหญ่หรูหราเป็นอย่างมาก
มองไปรอบๆเธอก็เจอรูปของครอบครัวบิดา มีภรรยา แล้วก็ลูกอีก2คนมีคนหนึ่งอายุมากกว่าเธอและอีกคนอายุน้อยกว่า เท่าที่เธอรู้มาคือคนโตเป็นผู้ชายอายุ25แล้วส่วนที่คนเป็นผู้หญิงอายุ16ปี
สายิ่งมองก็ยิ่งหดหู่ เป็นลูกเหมือนกันแต่ชีวิตต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ท่านประธานปิยะสวัสดีครับ”
ระหว่างที่สากำลังมองไปรอบๆก็มีเสียงทักทายดังออกมา
ชายหนุ่มวัย25ปีเดินเข้ามาในห้องรับแขกแล้วกล่าวทักทายนายปิยะ สาจำได้ทันทีว่านั่นคือลูกคนโตของพ่อเธอ แน่นอนว่าเธอรู้จักเขาฝ่ายเดียวทางนั้นไม่ได้รู้จักเธอเลยแม้แต่น้อย
“วรวุฒิสินะ แล้วจะไปไหนเนี่ยแต่งเสียหล่อเชียว”นายปิยะทัก
“กำลังจะไปงานอีเว้นที่โรงแรมแถวๆนี้ครับ งานเกี่ยวกับของกินเห็นว่าเอาของกินดังๆจากต่่างชาติมารวมกันในที่เดียวเลยผมเลยว่าจะไปซื้อหลายๆอย่างมาชิมซะหน่อย”
“นี่ก็ว่าจะออกไปแล้วแต่พ่อโทรมาบอกให้มาทักทายท่านปิยะแทนก่อน”วรวุฒิพูดยิ้มๆ
“เรียกอาเถอะไม่ต้องท่านหรอก จะว่าไปวันนี้อามารอคุยเรื่องสำคัญกับพ่อเราหนะ จริงๆจะไปงานก็ไไปได้เลยนะอานั่งรอเงียบๆได้”นายปิยะพูด แต่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“จะขับไอ้คันที่เอามาจอดรออยู่ข้างหน้านั่นสินะ”
“ใช่เลยครับ ผมพึ่งถอยมาเองแทนคันเก่าที่ใช้มาหลายปีแล้วสวยใช่มั้ยครับ”วรวุฒิได้ยินนายปิยะทักก็อวดทันที
“ก็สวยดีนะ ขับรถดีๆหละ ซื้ออาหารอร่อยๆแพงๆอะไรก็ถ่ายรูปมาอวดกันบ้างฉันจะรอดู”
“ครับได้เลยเดี๋ยวผมลงแล้วแท็กคุณอาไปอวดนะ งั้นผมไปนะ ไว้เจอกันนะคุณหนูจูน”เมื่อเห็นนายปิยะบอกว่าไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนเขาก็กล่าวลา แถมยังหันมาโบกมือให้จูนอย่างอารมณ์ดีอีก
“ค่ะ”จูนตอบสั้นๆอย่างไม่สนใจ
วรวุฒิเดินออกไปโดยที่ไม่รู้เลยว่านายปิยะวางระเบิดลูกเล็กๆเอาไว้
สาที่นั่งฟังอยู่แน่นอนว่าอดไม่ได้ที่จะเกิดความริษยาขึ้นในใจ