บทที่125 คืนเดือนหงาย
แคว้นหลุนนับเป็นแคว้นที่อยู่เหนือสุดของแผ่นดินใหญ่จึงได้รับอิทธิพลลมหนาวจากแดนเหนือ ทั่วทุกเมืองแห่งแคว้นหลุนจึงประสบแต่สภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีทว่าทั้งที่ภูมิประเทศเป็นเมืองเย็น ผู้คนในเมืองทั่วแคว้นหลุนกลับสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่กำลังจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินแห่งนี้เสมือนประหนึ่งต้นไม้แลหญ้าแห้งที่เสียดสีจนสะสมเป็นความร้อนซึ่งรอการปะทุเป็นเปลวเพลิงอันจะลามเลียแผดเผาไปทั่วผืนป่า
เพราะตอนนี้ทั่วแคว้นหลุนมีหนังสือปิดประกาศหากสามวันข้างหน้าแพทย์ไร้นามไม่ปรากฏก่อนคืนเดือนหงายเวียนมาบรรจบ พรรคภูษิตฟ้าจะทำการเผาผู้ติดตามรับใช้อันโฉดชั่วของมันให้ตายทั้งเป็น!
นี่นับเป็นสาส์นท้ารบอย่างซึ่งหน้านี่จะเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของแพทย์ไร้นาม และนี่จะมิใช่การต่อสู้ช่วงชิงเพียงพรรคภูษิตฟ้ากับแพทย์ไร้นามแต่กองกำลังฝีมือดีของทางการก็มาแล้ว หรือแม้แต่ยอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์ก็คงอยู่
ผู้คนมิชมชอบการหลั่งเลือดแลสงครามทว่าชื่อเสียงอันเลวร้ายของแพทย์ไร้นามในช่วงที่ผ่านมาส่งให้ชาวบ้านแคว้นหลุนมิอาจที่จะไม่รอวันนี้พวกมันต้องการเห็นแพทย์ไร้นามปรากฏตามวันนัดหมาย อยากจะเห็นเรื่องราวอันวุ่นวายปิดฉากแต่หลายผู้ก็ต่างคิดไปแล้วว่า คนโฉดชั่วแลอำมหิตอย่างแพทย์ไร้นามใยจะยอมเสี่ยงมาเพื่อสุนัขรับใช้เพียงแค่สองตัวของตนเพราะขนาดนิกายเทวะวจนะ ยังไม่เหลือบแลสุนัขรับใช้อย่างพรรคภูษิตฟ้าของพวกมันแม้เพียงกระผีก
หลายคนกังวลใจว่าแพทย์ไร้นามจะไม่มาหลายคนคิดว่ามันคงไม่เห็นค่าในชีวิตคนดังเช่นผู้มีพลังอำนาจคนอื่นๆ แต่พวกมันล้วนคิดผิดสำหรับแพทย์ไร้นามตัวจริง สำหรับตัวตนของฮุ่ยจวินผู้นี้ ต่อให้เป็นขอทานพิการเดินไม่ได้ขอแค่มันผู้นั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ ชายหนุ่มก็ย่อมจะมาช่วยโดยไม่มีเงื่อนไข
นี่ก็คือตัวตนจากก้นบึ้งของมัน
เช่นนั้นไม่จำเป็นต้องรอให้ฝ่ายตรงข้ามป่าวประกาศข่มขู่มันก็จักมาด้วยตัวของมันเอง!
สตรีอัปลักษณ์ยืนมองประกาศแผ่นใหญ่ที่ติดอยู่ตามผนังของตรอกซอกซอยต่างๆเห็นวิธีการของเจียซุนที่ใช้นี้ก็ต้องขมวดคิ้วเป็นปม แต่ความคิดของเจียซุนไม่เท่าไหร่ทว่าเหล่าผู้อาวุโส รวมถึงท่านประมุขแห่งแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์อาจารย์ตนก็เห็นดีเห็นงามกับมันไปด้วยนี่นับเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง แต่สตรีอัปลักษณ์ไม่มีเวลาคืนกลับไปถกปัญหานี้กับอาจารย์วันนี้คือวันนัดหมายตามประกาศแล้ว นางจึงมุ่งหน้าไปยังพรรคภูษิตฟ้าพร้อมกับเด็กหญิงที่ติดตามอยู่ข้างกายไม่เพียงนางที่มุ่งไป เหล่าชาวบ้านที่อยากเห็นว่าแพทย์ไร้นามเป็นอย่างไรก็ต่างตบเท้ามุ่งหน้าสู่พรรคภูษิตฟ้าด้วย
ผู้คนมากมายเดินทางรถม้าหลายคันเคลื่อนที่ อาชาดีควบตะบึงกันขวักไขว่ ทั้งหมดล้วนมุ่งไปที่พรรคภูษิตฟ้าเหล่าขุนนางแห่งราชวงศ์แคว้นหลุน เหล่าแม่ทัพฝีมือดีของแคว้น เหล่านี้เพียงรอดูท่าทีอยู่ในจวนหากเหตุการณ์กลับตาลปัตรผิดพลาด พวกมันจะเคลื่อนขบวนรวบรวมกองทัพมุ่งสู่พรรคภูษิตฟ้าทันทีแพทย์ไร้นามกระทำผิดอาญาแผ่นดินมากมาย ปล้นชิงทรัพย์อย่างเหิมเกริม หากไม่มีคนจัดการมันได้กองกำลังทหารทั้งหมดจะร่วมมือปราบปรามมันเอง!
วันนี้จึงดูเป็นวันที่แสนวุ่นวายที่สุดของแคว้นหลุนผู้คนรีบร้อนที่สุดกว่าที่เป็น ทว่าการกระทำของคนเหล่านั้นกลับมีผลทางอ้อมต่อสรรพสัตว์น้อยใหญ่ฝูงอาชาวิ่งผ่าน หมู่ลิงแตกกระเจิง เทียมเกวียนบดทับ กระต่ายขาหัก เพราะความวุ่นวายของคนสัตว์ป่าน้อยใหญ่จึงบาดเจ็บกันถ้วนทั่ว สตรีอัปลักษณ์นางนั้นได้มองเห็นภาพที่เกิดขึ้นก็ได้แต่ทอดถอนใจนางไม่เป็นวิชาแพทย์จึงได้แต่ช่วยในสิ่งที่ช่วยได้
แต่ในระหว่างทางอันแสนวุ่นวายนั้นนางบังเอิญได้พบกับคนผู้หนึ่งอีกหน อาภรณ์ในชุดแพรเงินที่เรียบง่าย ขลับกับผมดำที่ปะบ่าแลหยักศกเล็กน้อยเหล่านั้นช่างส่งเสริมใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับภาพวาดของมันยิ่งนัก แต่สิ่งที่น่าชมมองมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกก็คือจิตใจผู้อื่นล้วนเห็นแก่เรื่องส่วนตัวจนสร้างความลำบากแก่สรรพสิ่งอื่น ทว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้กลับไม่มองข้ามสรรพสิ่งน้อยใหญ่ที่ไม่อยู่ในสายตาของผู้อื่นเหล่านี้
ลิงบาดเจ็บช่วยลิงกระต่ายขาหักช่วยกระต่าย รอยยิ้มที่นุ่มละมุนซึ่งเกิดจากใจจริงที่ได้ช่วยผู้อื่นนั้นช่างเป็นภาพที่น่าชมมองยิ่งนัก
สตรีอัปลักษณ์ถูกสะกดด้วยรอยยิ้มน้อยๆที่ละมุนแลแฝงด้วยความโอบอ้อมอารี เป็นเด็กหญิงที่จดจำชายหนุ่มได้จึงวิ่งเข้าไปกล่าวทักทาย
“ท่านผู้มีพระคุณท่านก็จะไปพรรคภูษิตฟ้าเช่นเดียวกันหรือ"
ฮุ่ยจวินเงยหน้าขึ้นเห็นเป็นสตรีอัปลักษณ์และเด็กหญิงที่มันเคยช่วยก็แย้มยิ้มทักทาย
“พวกเจ้าสบายดี”
เด็กผงกศีรษะ
“ข้ากับพี่สาวย่อมสบายดี…ว่าแต่ท่านจะไปพรรคภูษิตฟ้าใช่หรือไม่ หากไม่รังเกียจก็ไปพร้อมกัน"
ฮุ่ยจวินพอกยาสมุนไพรลงยังร่างของลิงตัวหนึ่งเสร็จสรรพค่อยกล่าว
“พวกเจ้าไปเถอะข้ายังไม่รีบ"
เด็กหญิงแสดงสีหน้าเสียดายแต่ก็พอรู้ว่าบุรุษหนุ่มคงง่วนอยู่กับการรักษาสัตว์น้อยใหญ่เหล่านี้ นางอยากช่วยเป็นลูกมือแต่นางก็ไม่รู้ว่าตนต้องช่วยอย่างไรดี วิชาแพทย์ก็ไม่เป็น หากอยู่ก็คงจะสร้างความยุ่งยากวุ่นวายแก่บุรุษหนุ่มผู้นี้มากกว่า
“ท่านเป็นคนดีจริงๆหวังว่าพวกเราจะได้เจอกันอีกนะ"
เด็กหญิงกล่าววาจาสตรีอัปลักษณ์ก็เดินผ่านมาถึง นางมองฮุ่ยจวิน ฮุ่ยจวินก็ยิ้มทักทายนาง นางจึงกล่าวว่า
“ที่นั่นมินับเป็นสถานที่ที่น่าชมมองอันใดเจ้าอยู่ที่นี่ยังจะประเสริฐกว่า”
ความหมายของนางคือการที่มันติดตามไปดูเรื่องวุ่นวายดั่งเช่นคนอื่นก็มินับเป็นประโยชน์สู้อยู่ช่วยเหลือสรรพสัตว์ที่นี่มิได้แต่ฮุ่ยจวินกลับตอบด้วยนัยน์ตาที่นิ่งสงบราบเรียบว่า
“สถานที่ที่ไม่ควรไปบางครั้งก็ต้องไป”
สตรีอัปลักษณ์นึกถึงสถานที่ที่ตนจักต้องไปนึกถึงการกระทำของสถานที่แห่งนั้นจึงผงกศีรษะเห็นพ้องต่อคำกล่าวของฮุ่ยจวิน
“นับว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ"
พอกล่าวคำนี้ออกมานางก็เตรียมพาเด็กหญิงมุ่งหน้าสู่พรรคภูษิตฟ้าไป แต่ก่อนจากนางก็พลันสดุดตาในชุดแพรเงินบนร่างที่สวมใส่ของบุรุษหนุ่มนึกถึงเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนทั่วแคว้นหลุน จากนั้นก็ได้แต่คิดในใจว่า บุรุษชุดแพรเงินผู้นั้นจะใช่มันหรือไม่
สตรีอัปลักษณ์จากไปแล้วฮุ่ยจวินก็ง่วนอยู่กับการรักษาสัตว์ตามรายทางต่อ สัตว์ก็มีชีวิตแลจิตใจ แม้จะมิใช่สัตว์ประเสริฐแต่พวกมันก็รู้ถึงความหวังดีของบุรุษหนุ่มตรงหน้าจึงมีสัตว์ป่าจำนวนไม่น้อยออกมาจับกลุ่มตามต้นไม้ ป่าหญ้า จ้องมองบุรุษในชุดแพรเงินรักษาสหายในเผ่าพันธุ์ของพวกตนอย่างพร้อมเพรียงพวกมันทำเหมือนกับกำลังจดจำบุรุษในชุดแพรเงินผู้นี้ราวกับว่าจะไม่มีทางให้ลืมเลือนพระคุณของชายหนุ่มไปจากสัญชาตญาณและความทรงจำตลอดชีวิต
การช่วยเหลือสรรพสัตว์นอกจากได้แผ่ผลบุญไปถึงท่านลุงฮุ่ยไป๋ ท่านปู่ บิดา รวมถึงมารดาของมันแล้ว นี่ยังทำให้จิตใจของมันผ่อนคลายเป็นอย่างมากสมาธิก็บรรลุไปถึงจุดสูงสุด ระหว่างการรักษาจึงเป็นการขัดเกลามหาวิถีแลพลังลมปราณในกายร่วมด้วยความสงบสามารถสร้างสมดุล ความสมดุลสามารถดึงพลัง มันต้องเตรียมพลังขั้นสูงสุดเพื่อไปเผชิญหน้ากับตัวตนที่ไม่ธรรมดาแห่งแคว้นหลุนที่กำลังรออยู่นี้
มันอยู่ที่แคว้นหลุนมานานสืบทราบว่าตัวตนที่น่ากลัวที่สุดแห่งแคว้นหลุนอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่เสมอมาดินแดนศักดิ์สิทธิ์มิเคยย่างกรายสู่โลกภายนอกทว่าบัดนี้ตัวตนแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ล้วนตบเท้าออกมาสู่โลกภายนอกเพื่อรอพบมัน!
ฮุ่ยจวินเคารพคนเคารพสรรพสัตว์ มันไม่มีจิตใจคิดเพาะบ่มหรือสร้างศัตรูโดยง่าย หากคนผู้นั้นไม่ชั่วร้ายจริงไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริสุทธิ์จริง มันก็ไม่ต่อต้านหรือตอบโต้ แต่การที่แดนศักดิ์สิทธิ์ที่สมควรจะมองความเป็นธรรมมาเป็นอันดับแรกควรที่จะสืบสาวราวเรื่องให้เด่นชัด แต่ล้วนมองข้าม ทว่ากลับเห็นดีเห็นงามกับการกระทำอันโหดร้ายมันก็มิอาจจะปล่อยวางหรือยินยอมได้เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์หรือราชวงศ์แคว้นหลุน หากคิดสังหารคนบริสุทธิ์เพียงเพราะต้องการบีบคั้นมัน มันก็พร้อมจะเปิดหน้าแลก!
.
.
.
ที่พรรคภูษิตฟ้าตอนนี้มีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาดูเรื่องราวที่กำลังจะเกิด แต่พวกมันก็เพียงชมมองในที่ห่างไกลมิอาจเข้าไปใกล้ในรัศมีลานโดยรอบพรรคภูษิตฟ้าได้ เจียซุนเพราะไม่ต้องการให้พรรคเกิดความเสียหายมันจึงนำตัวประกันซึ่งเป็นสองสามีภรรยาออกมามัดที่แท่งไม้กลางลานศิลาหน้าพรรค ใต้พื้นที่เท้าของคนทั้งสองเหยียบยืนมีท่อนไม้สุมขึ้นเป็นกองใหญ่เตรียมไว้สำหรับทำการเผาพวกมันทั้งเป็น!
กองไม้ที่สองสามีภรรยาถูกพันธนาการคือใจกลางบริเวณโดยรอบจึงถูกจัดที่นั่งไว้แก่เหล่ายอดฝีมือและตัวตนสำคัญแห่งทางการแคว้นหลุนที่นั่งสำหรับดื่มสุราเหล่านี้จึงไม่มีคนธรรมดาอยู่แม้เพียงนิด
ทุกสายตาล้วนจับจ้องอยู่ที่เหล่ายอดฝีมือที่นั่งร่ำสุรารอบกองฟืนโดยเฉพาะกลุ่มคนในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ที่มีลวดลายหิมะฟ้าครามประดับ นี่ยิ่งดึงดูดสายตาผู้คนเป็นอย่างดี
เป็นครั้งแรกที่พวกมันได้เห็นคนจากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ปรากฏต่อหน้า
สตรีอัปลักษณ์พึมพำขึ้น
“ถึงขนาดให้ผู้อาวุโสมาเองเลยหรือดูเหมือนอาจารย์จะประเมินแพทย์ไร้นามไว้สูงส่งยิ่ง"
เด็กหญิงได้ยินเสียงพึมพำจึงเงยขึ้นไปมองหน้าสตรีอัปลักษณ์
“ท่านกล่าวกับข้าหรือไม่"
สตรีอัปลักษณ์ส่ายศีรษะเด็กหญิงจึงจ้องมองไปที่สองสามีภรรยา แล้วกล่าวต่อ
“น่าสงสารจริงๆพวกมันดูออกจะเป็นคนดีแท้ๆ เหตุใดคนเหล่านั้นถึงจับพวกมันทรมานไว้"
สตรีอัปลักษณ์กล่าวแผ่วเบา
“หลายอย่างมีเหตุผลสอดคล้องแต่ไม่ว่าเหตุผลใดก็ไม่ควรเลยจริงๆ"
ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไรไม่ว่าแพทย์ไร้นามจะมาหรือไม่ หรือต่อให้มาแล้วผลการต่อสู้จะเป็นเช่นไร หากถึงคราวนางต้องแสดงตัวลงมือนางก็จะไม่มีทางปล่อยให้คนทั้งสองต้องทนทรมานอย่างแน่นอน คนดีมีกรรมดีตอบแทน คนชั่วก็ย่อมมีบทลงโทษคืนสนองที่สมควรมิใช่จะต้องตกในสภาพที่ทรมานไร้ทางเลือกเช่นนั้น
ค่ำคืนเดือนมืดผ่านพ้นวันนี้ถึงคราวที่เดือนหงายมาเยือน ฟ้าแห่งแคว้นหลุนมืดแล้ว แต่จันทร์กระจ่างและแสงคบเพลิงยังทำให้ลานศิลาหน้าพรรคภูษิตฟ้าสว่างไสวมิต่างจากตอนกลางวันวันนี้ลมแรง ช่างเหมาะสมที่จะจุดไฟยิ่งนัก อีกไม่กี่ชั่วธูปไหม้ที่จะถึง หากแพทย์ไร้นามไม่มากองไฟก็จะต้องแผดเผา!
สองสามีภรรยาปรากฏหยาดน้ำตาร่วงหล่นพวกมันทั้งสองจับมือกันแน่นแต่ไม่ปริปากร้องขอชีวิต พวกมันไม่กลัวตาย แต่พวกมันแค่เสียใจที่จะไม่มีโอกาสได้เห็นบุตรชายเติบใหญ่เท่านั้น
ภาพของคนทั้งสองล้วนบีบหัวใจเหล่าชาวบ้านในหัวของพวกมันล้วนมีเสียงของคำถามดังก้อง สองคนนี้คือโจรผู้ร้ายจริงหรือ
รอจนราตรีเยือนก็ยังไม่เห็นเงาของแพทย์ไร้นามทุกผู้จึงต่างเห็นพ้องว่าแพทย์ไร้นามมันคงไม่สนใจชีวิตของสุนัขรับใช้เหล่านี้อย่างแน่นอนคนที่มีจิตใจอำมหิตจะนึกถึงผู้อื่นได้อย่างไร พวกตนก็น่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก จึงไม่ควรมาเสียเวลาอดหลับอดนอนเช่นนี้
เจียซุนวางจอกสุราสบถคำดูถูกเย้ยหยัน
“แพทย์ไร้นามตัวบัดซบ…เจ้าแท้จริงก็แค่เต่าหดหัว เพียงเป็นสุนัขลอบกัด!"
ยิ่งกล่าวยิ่งมีโทสะสิ่งที่มันสูญเสียทำให้มันข่มกลั้นอารมณ์ต่อไปมิไหวแล้ว ในเมื่อตัวบัดซบนั่นไม่มา เช่นนั้นมันก็จะเผาหนอนบ่อนไส้ทั้งสองเดี๋ยวนี้!
คบเพลิงที่เปลวไฟปลิวไสวจึงลอยออกจากมือของเจียซุนมุ่งไปยังสองสามีภรรยา!
เห็นคบเพลิงถูกโยนออกไปจากมือของเจียซุนสตรีอัปลักษณ์ก็ไม่รีรอชักช้าคิดขัดขวาง ทว่าหนึ่งก้าวของนางยังช้ากว่าหนึ่งก้าวของเงาร่างสายหนึ่ง
ท่าเท้าเหยียบม่านเมฆาวูบไหว
อาภรณ์แพรเงินโบกสะบัด
คบเพลิงที่ลอยละลิ่วระเบิดกระจุยกระจาย
ในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง
ในค่ำคืนเดือนหงาย…แพทย์ไร้นามปรากฏ!