นับั้แ่ลงมารับประทานอาหารเย็นร่วมกัน พ่อน้องชายตัวดีก็เอาแต่ตักอาหารใส่ปากไม่พูดไม่จากับใคร ก่อให้เกิดความอึดอัดที่แผ่กระจายฟุ้งมาร่วมครึ่งชั่วโมง เมื่อไม่อาจจะทนรับไหวหญิงสาวจึงตัดสินใจทำลายความเงียบทันที
"เจ็ท..." ฝ่ามือเนียนนุ่มกอบกุมไปยังฝ่ามือหนาของเขา
"ไม่เป็ไร เจ็ทเข้าใจพวกพี่โตกันแล้ว อีกอย่างก็กำลังจะแต่งงานกันด้วย" เจตรินตอบกลับมาเสียงหนักแน่น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็คนที่หวงพี่สาวมากก็ตาม แต่ว่าเขาก็เข้าใจดีว่ามันเป็เื่ปกติของมนุษย์ แถมมันก็สุดแสนจะธรรมดามากขึ้นไปอีก เมื่อพี่สาวของเขาจะทำมันกับคู่หมั้นของตัวเอง
"แกเข้าใจผิดแล้ว" เธอพยายามอธิบายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคิดไปไกล
"เอ่อ...เื่ทั้งหมดนี่เกี่ยวกับผมหรือเปล่าครับ" ปีเตอร์เอ่ยถามขึ้นแม้ทั้งสองพี่น้องจะพูดกันในภาษาที่เขาไม่เข้าใจ แต่ท่าทางอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ของทั้งสองฝ่ายก็พอจะทำให้เขาคาดเดาได้
"ไม่มีอะไรหรอกครับพีท กินต่อเถอะครับ อันนี้อร่อยมาก ๆ เลยนะครับ พี่ลองกินด้วยสิ " ชายหนุ่มพยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ด้วยการตักอาหารให้พี่สาว
"ขอบคุณมากเจ็ท" หญิงสาวพยายามกินอาหารและปั้นสีหน้าสดชื่น ในใจของเธอกำลังรู้สึกผิดที่ต้องปิดบังเื่นี้กับน้องชาย แต่ด้วยทิฐิของตัวเธอเอง ที่ไม่อาจจะยอมให้สิ่งที่ลงแรงไปทั้งหมดไร้ค่า ดังนั้นไม่ว่ายังไงเธอก็จะต้องรักษางานแต่งงานครั้งนี้เอาไว้ให้ได้
"ผมนัดกับไกด์ที่จะพาเราไปส่องสัตว์แล้วนะครับ เค้าอาจจะพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง แต่ว่าเค้าชำนาญเื่สัตว์ป่ามาก ๆ เลยนะครับ "
"ไม่เป็ไรครับ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวผมค่อยถามพวกคุณสองคนเอาก็ได้ครับ"
สองชั่วโมงต่อมา
"เฮ่ ๆ ยู ๆ นั่นไง Look at here ช้าง elephant elephant " โชคชัยไกด์หนุ่มร้องบอกปีเตอร์ ที่กำลังตื่นเต้นกับบรรยากาศรอบตัว
"oh I see ว้าว " ปีเตอร์ร้องลั่นเมื่อเห็นโขลงช้าง
"เบา ๆ ค่ะพีท เดี๋ยวพวกเค้าในะคะ" สิตางค์หันมาปรามเขาเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มจะเสียงดังเกินไปแล้ว
"ขอโทษครับคุณช้าง ผมไม่ได้มาทำอะไรคุณนะครับแค่มาดูเฉย ๆ " เขาหันไปขอโทษช้างโขลงใหญ่ โดยมีสิตางค์ที่กำลังภาวนาต่อเ้าป่าเ้าเขา ขอให้ชายหนุ่มโดนช้างลากไปกระทืบสักทีสองที แต่เมื่อมาลองคิดดูอีกที...
"ปีหน้าละกันนะคะ ขอหลังจากที่เขาแต่งงานกับลูกช้างแล้วจะดีกว่า แล้วลูกช้างจะพามาใหม่นะคะ" เธอรีบมุบมิบปากขอเ้าป่าใหม่อีกครั้ง ด้วยกังวลว่าพรที่ขอจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเธอ
"นั่งลงดี ๆ นะคะพีท " เมื่อเห็นว่าเขายังมีประโยชน์อยู่อีกมาก เธอจึงต้องรักษาเขาสุดพลัง
"พีทครับไกด์บอกว่าเดี๋ยวข้างหน้าจะเป็แหล่งดินโป่งนะครับ" เจตรินหันมาบอกชายหนุ่ม
"เจ็ทช่วยถามเค้าหน่อยได้มั้ยครับ ว่าตรงนั้นมีตัวอะไรบ้างที่น่าสนใจ"
"have กระทิง....กระทิง... cow buffalo in forest นะ ยู " ไกด์หนุ่มหันมาตอบเองอย่างตื่นเต้น เพราะว่าวันนี้มีชาวต่างชาติมาให้เขาลองฝึกพูดภาษาอังกฤษ ที่ได้ร่ำเรียนผ่าน application ชื่อดัง
"กา...ทีนนนน " เขาพยายามออกเสียงตาม
"yes yes กระทิง big strong difficult to see นะ you " เมื่อเห็นว่าลูกทัวร์พอจะเข้าใจตัวเองบ้าง ไกด์หนุ่มก็ยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้นเป็เท่าทวีคูณ
"strong like me?" ปีเตอร์เบ่งกล้ามโชว์
"เออ ใช่ครับ มันมา eat ดินโป่งนะ แบบนี้ " ไกด์หนุ่มพยายามเเสดงท่าทางการกินดินโป่งของกระทิง
หลังจากที่ทั้งสองคนได้พูดคุยกันสักพัก พวกเขาก็เข้าขากันอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้ง ๆ ที่คนหนึ่งพูดภาษาไทยได้น้อยนิด ส่วนอีกคนก็พูดภาษาอังกฤษได้นิดนึง สองหนุ่มพูดคุยสนทนากันเป็เื่เป็ราว จนหญิงสาวอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาเข้าใจกันได้อย่างไร เพราะขนาดเธอที่เชี่ยวชาญทั้งสองภาษา พยายามตั้งใจฟังทั้งคู่ขนาดไหนก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้เลย
"ในป่านะ in the past มีเสือ มีกวาง มีลิง ค่าง บ่าง ชะนี เยอะแยะเลย " ไกด์หนุ่มเล่าถึงเื่ราวในอดีต
"ซือ..เอือ เซือ..." ชายหนุ่มผู้รักในการเรียนภาษาไทยออกเสียงตามทันที
"เสือ ครับพี่ เสือ " โชคชัยผู้ที่วันนี้รับบทบาทพิเศษเป็ครูสอนภาษาไทยไปในตัว ออกเสียงให้นักเรียนตัวโตฟัง
"สะ..เสือ แป...วา...อา..ไร้...ค้าบบ " ปีเตอร์หันมาถามคู่หมั้นจอมปลอมพร้อมทำตาแป๋ว
"tiger ค่ะ"
"เสือเหรอครับ เฮ้อ..เสียดายจังทุกวันนี้ไม่มีแล้ว ผมอยากเห็นจะแย่" เขาถอนหายใจออกมาอย่างนึกเสียดาย
"ดีแล้วแหละค่ะที่ไม่เห็นวันนี้ มันดุนะคะอาจจะเป็อันตรายได้ พูดถึงเสือนะคะพีท จริง ๆ แล้วคนไทยชอบเรียกคนเ้าชู้ ๆ ว่า"เสือผู้หญิง" นี่ถ้าคุณอยากเห็นมากก็ไปส่องกระจกดูสิคะ หรือไม่ก็ไปดูหน้าเจ็ทก็ได้เพราะพวกคุณมันเป็ "เสือผู้หญิง" " หญิงสาวแขวะเ้าเสือร้ายออกมาเบา ๆ
"เซือ..ผู้..ยิงง "
"ใช่ค่ะ"
"เจ็ทเปน "เซือ..ผู้..ยิง " " เขาหันไปหาหนุ่มรุ่นน้อง ก่อนจะพูดซ้ำอีกรอบ
"อย่ามาโยนกันแบบนี้สิพีท ไม่ใช่ว่าคุณมาเป็พี่เขยผมแล้วผมจะยอมนะครับ " หนุ่มรุ่นน้องเถียงทันที
"โชค เปน..เซือ...ผู้...ยิง " เมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายทันที
"เอาเถอะครับไม่มีใครอยากเป็โชคเป็ก็ได้ I am "เสือผู้หญิง" call short short เสือ นะ you " ไกด์หนุ่มยอมแพ้
"พ้ม...กรา..ทินน" เขานึกสนุกตั้งชื่อตัวเองตามสัตว์ป่า
"งั้นผมสิงห์ละกัน" เจตรินก็อยากเล่นกับเขาด้วย
"ซิง lion เร้อ..ค้าบบบ "
"ใช่ครับ คุณรู้ได้ไงเนี่ยพีท เก่งมากเลยนะครับที่รู้จักคำนี้ พี่สอนพีทเหรอ" เขาอดแปลกใจไม่ได้ เมื่อเห็นว่าว่าที่พี่เขยรู้จักคำยาก ๆ แบบนี้
"ฉันไม่ได้สอนเค้าหรอก" สิตางค์ตอบเสียงเบา อย่างเหนื่อยใจกับเหล่าสรรพสัตว์ตรงหน้า
"อ้าวเหรอ แล้วคุณรู้ได้ไงครับ" เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งทำให้เขาประหลาดใจมากขึ้นไปอีก
"ผมเห็นบนขวดเบียร์ที่เรากินกันวันก่อนครับ ผมเก่งมั้ย "
"ที่สุดเลยพีท ผมเชื่อแล้วว่าการเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน โชคดูสิพีทเค้ารู้จักสิงห์จากการที่ดืมเบียร์กับพี่นะเนี่ย เจ๋งป่ะ? " คำตอบของหนุ่มรุ่นพี่ประทับใจเขามาก จนอดไม่ได้ที่จะต้องแปลให้ไกด์หนุ่มฟัง
"กระทิง you good "
"ค๊อบ..คุณ เซือ..."
"สิงห์ Like it "
"ดูพวกคุณสิคะ เป็ทั้ง "เสือ" เป็ทั้ง"สิงห์" เป็ทั้ง"กระทิง" นี่ขนมาหมดป่าแล้วนะคะ" สิตางค์เอ็นดูพวกเขาที่เล่นอะไรตลก ๆ เป็เด็กตัวเล็ก ๆ
"เสือ สิงห์ กระทิง ขาดอะไรไปอีกอย่างนะ?" โชคชัยไกด์หนุ่มพยายามคิดถึงคำที่ขาดหายไป ที่มันติดอยู่ปลายลิ้นเขา
"เเรด! ไง แรด!" เจตรินตอบทันที
"แรด! แรดคืออะไรครับ" เมื่อมีคำศัพท์ใหม่ปีเตอร์ก็พร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา
"แรดคือ rhino ค่ะ " หญิงสาวด้วยความเอ็นดูให้กับความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ของเขา
"โอเค โชค"เซือ" เจ็ท"สิงห์" ผม"กรา..ทิง" ส่วนคุณ อืม...."แรด!" ก็แล้วกันนะครับ " เขาหันมาส่งยิ้มหวานออกมา เมื่อคิดออกว่าชื่อเล่นของเธอควรเป็อะไร แถมยังออกเสียงชื่อเ้าสัตว์สมาชิกตัวใหม่ อย่างชัดถ้อยชัดคำไม่มีการตกหล่นเลยทีเดียว
"เอาล่ะ let's gooooo " เมื่อได้ชื่อสมาชิกครบแล้วกระทิงก็พร้อมออกลุยทันที โดยไม่ได้หันมามองหน้าเ้าสัตว์ตัวสุดท้ายเลย ว่าเอนจอยกับชื่อเล่นตัวเองมากขนาดไหน
"เค้าไม่รู้ภาษาไทย เค้าไม่รู้ภาษาไทย" หญิงสาวพยายามบอกกับตัวเอง เพราะไม่เช่นนั้นเธอคงจะต้องะโกัดคอเขาเป็แน่ หากเกิดสติหลุดขึ้นมา
หลังจากนั้นทัวร์สัตว์ป่ามหัศจรรย์ก็ดำเนินต่อไป โดยมีเ้าเสือนำทาง เ้าสิงห์เป็ช่างภาพ เ้ากระทิงที่เป็โทรโข่งประจำทริป และมีเ้าแรดตัวน้อยที่นั่งเป็หมาหงอยตลอดทาง