ตอนที่ 5 ทำความรู้จัก
“ถ้าอิ่มแล้วให้ผมไปส่งคุณนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นมา อยากทำความรู้จักกับสาวสวยคนนี้สักหน่อย
“ไม่ต้องลำบากเลยคะ รบกวนคุณเปล่าๆ” ปฏิเสธ!
“ผมวาง ไปส่งได้ครับ” ผมยังคงตื้อที่จะไปส่งเธอให้ได้แต่ก็แบบนุ่มนวล ไม่ได้แสดงอาการอะไรที่น่าเกลียดออกมาแน่นอน
“คุณไม่มีงานมีการทำเหรอคะ ฉันขอตัวเลยนะคะ” เมื่อพูดจบฉันก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเลย ตอนแรกฉันก็พยายามปฏิเสธเขาดีๆแล้วแต่เขาก็ยังตื้อไม่ยอมเลิก ก็คนไม่ได้รู้จักกันฉันเป็ผู้หญิงคงไม่กล้าขึ้นรถไปกับผู้ชายแปลกหน้าง่ายๆหรอก ฉันก็เลยต้องยอมเสียมารยาทพูดแรงไปหน่อยแต่ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจจริงๆฉันก็ต้องขอโทษด้วย
“จีบยากเหมือนกันแฮะ” ผมบ่นในขณะที่เธอเดินออกจากร้านไปแล้วแล้วทิ้งให้ผมนั่งอยู่คนเดียว ผมเรียกเด็กเสิร์ฟในร้านให้มาเก็บค่าอาหารแล้วผมก็กลับบ้านด้วยกระเป๋าใบใหม่ที่ผมไปแลกกลับคืนมาพร้อมกับของฝากของทุกคนที่ผมตั้งใจซื้อมาให้ด้วย ผมใช้เวลาไม่นานผมก็ขับรถกลับมาถึงบ้าน
“ทุกคนครับผมกลับมาแล้ว” ผมส่งเสียงมาแต่ไกล เมื่อเดินเข้ามาในบ้านแล้วผมก็ได้ยินเสียงคุณแม่พูดขึ้นว่า...
“ไหนล่ะลูกสะใภ้ฉัน” หายใจเข้าก็จะเอาลูกสะใภ้หายใจออกก็จะเอาลูกสะใภ้...ยังหาไม่ได้คร๊าบ
“ลูกสะใภ้อะไรกันครับคุณแม่ เธอเหมือนจะรู้ว่าผมจะจีบรีบปฏิเสธเลยครับ” แต่อย่างน้อยผมก็ได้เบอร์โทรของเธอมาแบบช่วยไม่ได้
“ฮ่าๆๆ เป็ไงล่ะ ไหนเธอปฏิเสธแกว่าอะไรไหนลองบอกพี่สิ” พี่ภีร์เดินเข้ามาพร้อมกับน้ำเสียงเยาะเย้ยผมเต็มที่
“เธอไม่ได้พูดอะไรที่ไม่ดีหรอกครับ แต่ผมรู้ว่าเธอปฏิเสธผมก็เลยไม่อยากเซ้าซี้” ผมพูดไปพร้อมกับนั่งลงที่โซฟาและกำลังหยิบของฝากที่ผมซื้อมา ออกจากกระเป๋าแล้วส่งให้ทุกคน
“หยุดความสัมพันธ์ ไม่ยอมไปต่อ” เสียงพี่สาวของผมเองครับ เดินเข้ามานั่งลงข้างๆผม
“ประมาณนั้นครับ” ผมไม่ค่อยยึดติดกับเื่ผู้หญิงสักเท่าไหร่ได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไรเพราะผู้ชายอย่างผมคงไม่ต้องวิ่งเข้าหาผู้หญิงขนาดนั้น
“เห็นป้าจันทร์บอกว่าแกกลับมาเปลี่ยนรถไป ถ้าแกขับอีคันขาวนั่นพี่ว่าแกอาจจะได้มีแฟนกับเขาสักที” เป็เสียงของพี่ภีร์ ที่ชอบมองว่าความรวยจะประทานทุกอย่างมาให้แต่ผมเป็พวกคิดต่าง ผมไม่ชอบความสุขจอมปลอมแบบนั้น
“ไม่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็กินแห้วแทนข้าวไปละกันวันนี้ ฮ่าๆๆ” ขำได้ก็ขำไป ผมไม่สนใจ
“ช่างเถอะ นี่ของฝากจากผมครับ” ผมหยิบของฝากให้คุณพ่อคุณแม่ และทุกคนในบ้านจนครบทุกคนจากนั้นผมก็เดินขึ้นชั้นบนเข้าห้องของตัวเองไปแล้วผมก็กำลังนอนมองเบอร์โทรของใครบางคนที่ได้มาแบบช่วยไม่ได้แล้วก็กำลังคิดอะไรสักอย่างจนเผลอหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
ภายในห้องรับประทานอาหารนั่งกันอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา มีคุณพ่อคุณแม่ พี่ภีร์พี่เข็มและผม
“นัสวันนี้ตอนเที่ยงแม่นัดหนูมีนาไว้ให้แล้วนะลูกทำตัวให้ว่างๆด้วยล่ะ” อะไรกันตกลงคุณแม่จะให้ผมหาเมียให้ได้เลยใช่ไหม
“ไม่ว่างครับคุณแม่ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมจะเป็คนเลือกผู้หญิงของผมเอง” นี่มันสมัยไหนแล้วทำไมต้องมาบังคับให้ผมไปชอบกับคนนั้นที คนนี้ที ผมไม่เอาด้วยหรอก
“ไม่ได้! แม่นัดหนูมีนาไว้ให้แล้วเดี๋ยวจะเสียผู้ใหญ่” ผมขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเพราะเริ่มไม่พอใจแล้ว
“แต่ผมก็บอกกับคุณแม่ไปแล้วนี่ครับว่าผมไม่้า ผมหาของผมเองได้” ผมเริ่มขึ้นเสียงกับคุณแม่จนทุกคนบนโต๊ะอาหารนั่งกันเงียบ เพราะรู้ดีว่าคุณแม่ของผมเป็คนยังไง คุณพ่อก็ด้วยแต่คุณพ่อจะไม่พูด แต่ท่านจะให้คุณแม่เป็คนพูดกับลูกๆแทน
“นัส!...” คุณแม่ทำเสียงดุๆ
“เอาน่า...แกก็ไปให้แม่เขาหน่อย ถ้าแกไม่ชอบน้องแกก็ปฏิเสธไป แค่นี้ก็จบ” เป็เสียงของคุณพ่อของผมที่พูดขัดขึ้นมาเพราะท่านคงเห็นสีหน้าคุณแม่เริ่มเอาเื่แล้ว
ผมก็เลยเลือกที่จะเงียบแล้วก็มองหน้าพี่ๆของผมทั้งสองคนที่นั่งทานข้าวอยู่เงียบๆเพราะทั้งพี่ชายและพี่สาวของผม ตอนนี้ก็ไม่ค่อยได้นอนที่บ้านสักเท่าไหร่
ทุกคนหันไปอยู่คอนโดกันหมดแล้วเพราะี้เีถูกคุณแม่บงการเื่แต่งงาน และยิ่งพวกท่านไม่มีใครพี่ภีร์กับพี่เข็มก็นานๆทีถึงจะกลับมานอนที่บ้านพวกท่านก็ยิ่งอยากให้ทุกคนมีครอบครัว เพราะพวกท่านอยากได้หลาน สงสัยจะเหงา
เฮ้อ...แล้วเื่ก็เลยมาตกอยู่ที่ลูกชายคนเล็กอย่างผมเพราะพี่ๆของผมไม่ยอมให้คุณแม่จับคู่ให้ แล้วตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้าพูดช่วยผมสักคนเพราะกลัวว่าจะซวยไปด้วยทุกคนบนโต๊ะอาหารเริ่มเงียบ คุณแม่ก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า...
“มีนาน่ารักนะ ถ้านัสเจอน้องแม่ว่านัสต้องชอบน้องแน่ๆ” ผมมองหน้าพี่ๆอีกครั้งแล้วทั้งสองก็มองมาที่ผมแล้วยิ้มให้ ไม่ได้ยิ้มยินดีหรอกนะครับแต่เป็ยิ้มเพื่อเป็กำลังใจ
“แหม...ดูคุณแม่จะมั่นใจเหลือเกินนะครับ” ผมเป็ลูกคนเล็กก็จริงคุณแม่ก็มักจะตามใจผมทุกเื่มาโดยตลอด แต่คงยกเว้นเื่นี้
“ไม่รู้แหละยังไงวันนี้นัสก็จะต้องไปพบกับน้องให้ได้แม่นัดไว้ให้แล้วอย่างให้เสียชื่อแม่ล่ะ” พี่ภีร์ที่นั่งตรงข้ามกับผมพยักหน้าให้ผมประมาณว่าให้รับปากไป คงจะกลัวว่าคุณแม่จะเสียหน้า
“ก็ได้ครับผมจะไปให้”
เวลาเที่ยง ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าผมเดินเข้ามาภายในร้านอาหารที่คุณแม่เป็คนจัดการ แล้วผมก็เจอกับพนักงานในร้าน
“จองโต๊ะไว้ครับ”
“คุณพนัสใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ”
“เชิญด้านโน้นเลยค่ะ” และเมื่อผมเดินเข้าไปผมก็เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหันหลังให้ผมอยู่น่าจะเป็มีนาอะไรนั่น ที่คุณแม่นัดไว้ให้ดูตัวผมเดินเข้าไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก เพราะผมไม่ได้เต็มใจมาแต่ถูกบังคับให้มาต่างหาก
“สวัสดีครับ ใช่น้องมีนาหรือเปล่าเอ่ย” ถึงในใจผมจะไม่ได้อยากมาแต่ผมก็มีมารยาทมากพอที่จะไม่แสดงอาการที่ไม่ดีออกมา
“พี่พนัสใช่ไหมคะ”
“ครับ แล้วน้องมีนามานานหรือยังครับ”
“อ่อไม่นานค่ะพี่พนัสนี่หล่อสมกับที่คุณแม่บอกเลยนะคะเนี่ย” เมื่อผมนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกันกับเธอเธอก็เอ่ยชมผมทันที พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งมาให้ผมจนผมรู้สึกว่าเกินงามไปหน่อย
“ขอบคุณครับ” แต่น้องไม่สวยเลย…ผมคิดในใจ
“มีนาก็น่ารักนะครับอยากทานอะไรสั่งเลยครับ” เธอทำท่าเขินอาย จนผมนึกรำคาญ
“ถ้างั้นมีนาไม่เกรงใจแล้วนะคะ”
“เชิญครับ” และแล้วเธอก็ส่งอาหารมาวางบนโต๊ะหลายอย่างจากนั้นเราก็เริ่มรับประทานอาหารกัน แล้วระหว่างนั่งรับประทานอาหารกันอยู่นั้นเธอก็พูดขึ้นมาว่า
“พี่พนัสคะเราจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ดีคะ” ห๊ะ!! ผมถึงกับไปไม่เป็ทำหน้าไม่ถูกเลยตอนนี้ ใบหน้าของผมเหมือนกับคนกำลังสำลักพริก
“เอ่อ...” อยู่ๆผมก็เห็นคุณฟ้า ผู้หญิงที่ผมบังเอิญเจอกับเธอเมื่อวานนี้เดินเข้ามาในร้านพอดีมันเป็ความบังเอิญหรืออะไรก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ ผมดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้งแล้วดูเหมือนว่าเธอกำลังจะเดินผ่านโต๊ะที่ผมนั่งอยู่พอดี