ผมเล่น ROV แต่ดันเทพเกินไป ไม่มีใครแบกผมได้ นอกจากตัวผมเอง

    ตอนที่ 45 : ทางแยกของพวกเรา

    หลังจากทีม Eclipse Rising ตัดสินใจลงแข่งขันระดับประเทศ บรรยากาศการซ้อมของพวกเขาก็เริ่มจริงจังขึ้นกว่าเดิมมาก ทุกคนพยายามแบ่งเวลาเรียน เวลาพัก และเวลาซ้อมออกจากกันให้ชัดเจน เพราะต่างรู้ดีว่า หากต้องการไปให้ไกลกว่านี้ พวกเขาจำเป็นต้องทุ่มเทมากกว่าที่ผ่านมาอีกหลายเท่า



    แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ ปัญหาที่แท้จริงก็เริ่มปรากฏขึ้นทีละน้อย



    โดยเฉพาะเรื่อง “อนาคต”



    คืนหนึ่ง หลังซ้อมเสร็จประมาณตีหนึ่ง ภายในห้อง Discord กลับเงียบกว่าปกติ ไม่มีเสียงเถียงกันเล่น ไม่มีเสียงหัวเราะเหมือนทุกวัน มีเพียงเสียงพัดลมจากไมโครโฟนดังเบา ๆ เท่านั้น



    ภาคินเริ่มรู้สึกได้ทันทีว่า บางอย่างกำลังเปลี่ยนไป



    ก่อนที่บิ้กจะเป็นคนพูดขึ้นช้า ๆ

    “กูมีเรื่องจะคุย…”



    น้ำเสียงของเขาจริงจังจนทุกคนเงียบลงทันที



    “ช่วงนี้ที่บ้านกูเริ่มให้เข้าไปช่วยธุรกิจแล้ว” บิ้กพูดต่อพลางถอนหายใจ “พ่อกูอยากให้เริ่มเรียนรู้งานจริง เพราะอนาคตยังไงกูก็คงต้องกลับไปดูบริษัท”



    ไม่มีใครพูดอะไรแทรก



    เพราะทุกคนรู้ดีว่า ครอบครัวของบิ้กทำธุรกิจนำเข้าสินค้าขนาดใหญ่ และเขาเองก็เป็นลูกชายคนเดียว

    “แล้วมึงจะเอายังไงต่อ” นัทถามเบา ๆ



    บิ้กเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

    “กูยังเล่นได้นะ… แต่ถ้าจะให้ซ้อมวันละสิบชั่วโมงแบบทีมโปร กูคงทำไม่ได้”



    บรรยากาศเริ่มหนักขึ้นทันที



    จากนั้นป๊อปก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดขึ้นบ้าง

    “บ้านกูก็คล้ายกัน พ่อแม่กูโอเคกับการเล่นเกมนะ แต่เขาก็อยากให้กูเรียนต่อเมืองนอกมากกว่า”



    “ส่วนกู…” บอยเกาหัวเบา ๆ “กูรู้ตัวเลยว่าฝีมือยังห่างจากระดับโปรเยอะว่ะ เล่นด้วยกันได้เพราะมีพวกมึงแบกนี่แหละ”



    “ไอ้บ้า” ภาคินพูดสวนทันที



    “จริงนะ” บอยหัวเราะ “กูเล่นเอาสนุกได้ แต่ถ้าจะเอาอนาคตไปฝากไว้กับอาชีพนี้ กูไม่มั่นใจ”



    สุดท้าย ทุกสายตาจึงหันไปหานัทที่นั่งเงียบมาตลอด

    ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ก่อนพูดออกมาตรง ๆ

    “ที่บ้านกูไม่ได้มีเงินเยอะเหมือนพวกมึง”



    ห้อง Discord เงียบลงทันที



    “พ่อแม่กูหวังกับกูเรื่องเรียนมาก” นัทพูดต่อช้า ๆ “ถ้ากูไม่จบดี ๆ หรือไม่มีงานมั่นคง มันกระทบทั้งบ้านเลย”

    คำพูดนั้นทำให้ภาคินนิ่งไป



    เพราะเขาเข้าใจดี



    โลกของโปรเพลเยอร์ แม้จะดูสวยงามจากภายนอก แต่ความจริงแล้วมีคนที่ไปถึงจุดสูงสุดได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

    ผู้เล่นอีกนับหมื่น ต่างหายไปตามกาลเวลา



    ไม่มีใครกล้ารับประกันอนาคตในเส้นทางนี้ได้จริง ๆ

    ความเงียบปกคลุมอยู่พักใหญ่ ก่อนบิ้กจะพูดขึ้นอีกครั้ง



    “แต่มีคนนึงที่ไปได้ไกลจริง ๆ”

    ทุกคนหันมามองพร้อมกัน



    “คือมึง ภาคิน”



    ภาคินชะงักไปเล็กน้อย

    ป๊อปพยักหน้าช้า ๆ ก่อนพูดต่อ



    “พวกกูเล่นเกมเก่งระดับมหาลัย… แต่ของมึง มันเกินไปแล้วจริง ๆ”



    “เออ” บอยหัวเราะเบา ๆ “ต่อให้เล่นด้วยกันทุกวัน กูก็ยังตามมึงไม่ทัน”



    นัทพูดเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง



    “พวกกูไม่อยากเป็นตัวถ่วงมึงว่ะ”



    ประโยคนั้นทำให้ห้อง Discord เงียบลงทันที

    ภาคินกำเมาส์แน่นเล็กน้อย ก่อนตอบกลับเสียงเรียบ



    “พวกมึงไม่เคยเป็นตัวถ่วง”



    “แต่ความจริงมันก็คือความจริง” บิ้กตอบกลับ “ถ้ามึงจะไปถึงระดับโลก มึงต้องอยู่กับคนที่เก่งระดับเดียวกัน”

    คำพูดนั้นแทงเข้ามาในใจของภาคินโดยตรง

    เพราะลึก ๆ แล้ว เขาเองก็เริ่มรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน



    แม้เพื่อนทุกคนจะเก่งมากในระดับทั่วไป

    แต่โลกของโปรเพลเยอร์ระดับสูง มันโหดร้ายกว่านั้นหลายเท่า

    การตัดสินใจช้าเพียงเสี้ยววินาที

    การพลาดเพียงครั้งเดียว

    อาจทำให้ทั้งทีมแพ้ทันที



    และภาคินเริ่มมองเห็นแล้วว่า ถ้าเขายังเดินต่อในเส้นทางนี้ สุดท้ายวันหนึ่ง เขาคงต้องแยกจากพวกเพื่อน ๆ จริง ๆ

    คืนนั้น หลังจากคุยกันจนดึก ทุกคนก็ตกลงร่วมกันว่า Eclipse Rising จะยังลงแข่งรายการระดับประเทศตามเดิม แต่หลังจบทัวร์นาเมนต์ ทุกคนอาจแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง



    ก่อนออกจากห้อง Discord บิ้กพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

    “อย่างน้อย พวกกูก็ได้พูดกับคนอื่นได้ว่า เคยเล่นทีมเดียวกับ KhinZ ละวะ”

    ทุกคนหัวเราะขึ้นเบา ๆ แม้บรรยากาศจะยังเศร้าอยู่ลึก ๆ



    แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า…

    คืนนั้น ภาคินแทบนอนไม่หลับ

    เขานั่งเงียบอยู่หน้าคอม มองรายชื่อเพื่อนใน Discord ทีละคน



    คนพวกนี้คือกลุ่มที่อยู่กับเขามาตั้งแต่วันธรรมดา

    ตั้งแต่ตอนยังไม่มีชื่อเสียง

    ตั้งแต่ตอนเล่นเกมกันในหอจนเกือบเช้า

    แต่ตอนนี้ ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ

    รุ่งเช้าวันต่อมา ภาคินได้รับข้อความจากธนาอีกครั้ง



    “คืนนี้ว่างไหม มีคนอยากคุยด้วย”



    ช่วงเย็น เขาจึงเดินทางไปยัง Gaming House ของ Phoenix Rising ตามเดิม แต่ครั้งนี้ บรรยากาศต่างจากก่อนหน้าอย่างชัดเจน เพราะภายในห้องประชุมมีผู้บริหารทีมและสตาฟฟ์นั่งรออยู่หลายคน



    ชายวัยประมาณสี่สิบในชุดสูทดำลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นเขา



    “สวัสดี ภาคิน”



    น้ำเสียงของเขาสุภาพ แต่เต็มไปด้วยความจริงจัง



    “ผมคือคุณธีร์ ผู้จัดการทีม Phoenix Rising”



    ภาคินพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนนั่งลง

    ผู้จัดการทีมมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดตรง ๆ



    “เราจะไม่อ้อมค้อมนะ”



    บรรยากาศทั้งห้องเงียบลงทันที



    “เราอยากเซ็นนายเข้าทีม”



    หัวใจของภาคินเต้นแรงขึ้นชัดเจน

    แม้จะพอเดาไว้บ้าง แต่เมื่อได้ยินจริง ๆ ความรู้สึกกลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง



    “ตำแหน่งตัวจริง?” เขาถามกลับช้า ๆ



    ผู้จัดการทีมยิ้มบาง ๆ



    “ไม่ใช่แค่ตัวจริง”



    เขาวางแฟ้มข้อมูลลงบนโต๊ะ ก่อนพูดต่อด้วยสายตาจริงจัง

    “เราจะสร้างทีมใหม่… โดยให้นายเป็นศูนย์กลาง”



    ห้องทั้งห้องเงียบสนิท

    แม้แต่ภาคินเอง ยังนิ่งไปหลายวินาที

    เพราะคำพูดนั้น มีความหมายมหาศาลในวงการอาชีพ

    การสร้างทีมรอบตัวผู้เล่นคนหนึ่ง หมายถึงองค์กรเชื่อมั่นในพรสวรรค์ของเขาระดับสูงสุด



    “สมาชิกคนอื่น…” ภาคินพูดขึ้นเบา ๆ



    “เราจะคัดเลือกใหม่ทั้งหมด” ผู้จัดการทีมตอบทันที “ผู้เล่นระดับท็อปจากทั่วประเทศ”



    จากนั้น เขาก็เลื่อนเอกสารอีกชุดมาตรงหน้า

    ภายในมีรายชื่อผู้เล่นชื่อดังหลายคน

    รวมถึง Ray

    และผู้เล่นระดับแรงค์สูงอีกหลายตำแหน่ง



    “นี่จะเป็นโปรเจกต์สำหรับลุยระดับเอเชีย” ผู้จัดการทีมพูดต่อ “และเราเชื่อว่า นายคือกุญแจสำคัญ”



    ภาคินมองเอกสารตรงหน้าเงียบ ๆ

    ในหัวของเขา ภาพของเพื่อน ๆ เริ่มย้อนกลับมาอีกครั้ง

    บิ้ก

    ป๊อป

    บอย

    นัท



    เสียงหัวเราะใน Discord

    การเล่นเกมกันจนเช้า

    การแข่งขันมหาวิทยาลัย

    ทุกอย่างเหมือนอยู่ไม่ไกล

    แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็รู้ดีว่า…

    เส้นทางของเขา กำลังมุ่งไปอีกโลกหนึ่งแล้วจริง ๆ



    โลกของผู้เล่นระดับสูง

    โลกที่ทุกคนถูกคัดเลือกมาอย่างสมบูรณ์แบบ

    โลกที่ไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเล

    และสุดท้าย ภาคินก็เงยหน้าขึ้น ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    “ผมขอเวลาไปบอกเพื่อน ๆ ก่อนครับ”

    คล้ายกับเรื่องผมเล่น ROV แต่ดันเทพเกินไป ไม่มีใครแบกผมได้ นอกจากตัวผมเอง ที่คุณอ่าน