ท่านโหวกู้และบุตรใช้เวลาอยู่ที่สนามม้ากันอย่างมีความสุข ผิดกับจวนสกุลโจวที่กำลังจะลุกเป็ไฟด้วยโทสะของโจวฮูหยิน
“หยวนเอ๋อ เหตุใดท่านพ่อของเ้าถึงตกอยู่ในสภาพนี้กันเล่า” โจวฮูหยินถามลูกชายก่อนที่จะเข้าไปดูอาการสามี “ท่านพี่ ท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
“ท่านพ่อถูกท่านโหวกู้ทำร้ายขอรับ” โจวสือหยวนตอบ
“ท่านโหวกู้? ปกติแล้วพวกเขาไม่ค่อยได้พบหน้ากัน แล้วทำไมครั้งนี้พวกเขาถึงไปมีเื่กันได้”
โจวสือหยวนไม่อยากยอมรับว่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีสาเหตุมาจากตนเอง “ก็จะอะไรเสียอีกขอรับ ถ้าไม่เพราะโจวหยุนเฉิงไปพูดให้กู้เยวี่ยนเข้าใจผิดข้า ท่านโหวกู้ก็คงจะไม่มาระบายโทสะแทนลูกชาย และท่านพ่อก็คงไม่ต้องมาาเ็อย่างนี้”
“สาเหตุมาจากโจวหยุนเฉิงอย่างนั้นหรือ?” โจวฮูหยินะโสั่ง “ไปพาตัวโจวหยุนเฉิงกับมารดาของเขามาหาข้าเดี๋ยวนี้”
พ่อบ้านโจวมีนิสัยประจบประแจงเมื่อได้ยินคำสั่งของเ้านาย เขารีบไปที่เรือนของอนุหลานทันที ไม่นานสองแม่ลูกก็มาปรากฏตัวที่เรือนของโจวสือตง
“คารวะนายท่าน คารวะฮูหยิน คารวะคุณชายใหญ่เ้าค่ะ” อนุหลานมาถึงก็คุกเข่าคำนับแบบเต็มพิธี ความจริงแล้วตามธรรมเนียมทั่วไป นางสามารถยืนแล้วย่อตัวคำนับคนทั้งสามก็เพียงพอแล้ว เพียงแต่โจวฮูหยินมีคำสั่งให้นางต้องทำความเคารพเ้านายในจวนแบบเต็มพิธีเท่านั้น หากนางไม่ทำ นางกับลูกชายก็จะถูกโบย ตัวนางาเ็ไม่เป็ไร แต่ลูกชายที่ถูกพิษมาั้แ่เด็กจะเจ็บไม่ได้ อนุหลานจึงได้แต่ต้องทำตามคำสั่งโจวฮูหยินโดยไม่อาจปฏิเสธ
โจวหยุนเฉิงก็คุกเข่าทำความเคารพตามแบบมารดา แม้จะอัดอั้นแต่ก็ต้องอดทน เขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ท่านแม่ตัดสัมพันธ์กับจวนสกุลโจวอยู่หลายครั้ง แต่พูดเท่าไหร่ท่านแม่ก็ไม่ยินยอม นางให้เหตุผลว่า การที่นางกับลูกชายยังอาศัยอยู่ในจวนสกุลโจว โจวหยุนเฉิงก็จะมีสถานะเป็คุณชายรองตลอดไป แต่หากนางกับลูกชายตัดสัมพันธ์แล้วย้ายออกไป ตำแหน่งคุณชายรองของเขาก็จะรักษาเอาไว้ไม่ได้
โจวหยุนเฉิงอยากบอกมารดาเหลือเกินว่าตำแหน่งคุณชายรองอะไรนั่นเขาไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด หากต้องทนใช้ชีวิตอยู่เยี่ยงทาส เขายอมตัดขาดและออกไปใช้ชีวิตเหมือนชาวบ้านทั่วไปเสียยังดีกว่า อีกทั้งท่านแม่ก็ไม่ต้องมาถูกโจวฮูหยินกดขี่เช่นนี้
“คารวะท่านพ่อ คารวะฮูหยิน คารวะคุณชายใหญ่ขอรับ”
โจวฮูหยินลุกขึ้นไปหยิบแส้ในมือลูกชาย จากนั้นนางก็หวดแส้ใส่โจวหยุนเฉิงและมารดาของเขาแบบไม่ยั้ง โจวหยุนเฉิงกอดมารดาของตัวเองไว้แล้วเอาแผ่นหลังของตัวเองรับแส้แทน แม้มารดาจะพยายามผลักเขาออก แต่เขากลับกอดนางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“เฉิงเอ๋อ เ้าปล่อยแม่ แม่ยอมเจ็บตัว แต่แม่จะไม่ยอมให้เ้าต้องเจ็บ” อนุหลานพูดไปร้องไห้ไป “ก่อนหน้านี้เ้าเพิ่งได้รับาเ็กลับมา หากเ้ายังถูกตีอีก เ้าจะมีชีวิตรอดไปได้อย่างไร”
อนุหลานไม่รู้ว่า่ที่ลูกชายหายไปหลายวันนั้นเขาได้ทำการถอนพิษและฟื้นฟูกำลังของตัวเองกลับมาแล้ว โจวหยุนเฉิงไม่ได้บอกมารดาในเื่นี้เพราะเขากลัวว่ามารดาจะเผลอพูดความลับจนทำให้โจวฮูหยินกับโจวสือหยวนรู้ หากเป็เช่นนั้นทั้งเขาและมารดาก็จะถูกสองแม่ลูกวางแผนร้ายไม่หยุด อีกทั้งเื่การถอนพิษและฟื้นฟูกำลังก็เกี่ยวข้องกับมิติวิเศษของกู้หนิง เขาไม่อยากให้ผู้ใดรู้ความลับของนาง
“ท่านแม่ ลูกทนได้ขอรับ” โจวหยุนเฉิงยังกอดมารดาไว้แน่น
“นายท่าน ช่วยเฉิงเอ๋อด้วยเถิดเ้าค่ะ เขาเพิ่งได้รับาเ็กลับมา หากฮูหยินใหญ่ยังไม่หยุดมือ คราวนี้ข้าคงได้ไปส่งศพลูกชายจริงๆ แล้ว” อนุหลานกอดลูกชายแล้วร้องไห้
“หยุดมือ!” โจวสือตงะโขึ้น “ฮูหยิน เ้าหยุดมือก่อน”
“ทำไมเ้าคะ ข้าตีเขาก็เพราะเขาทำให้ท่านกับหยวนเอ๋อถูกคนสกุลกู้ทำร้าย ข้าสั่งสอนเขาแค่นี้ท่านถึงกับทนไม่ได้เลยหรือ” โจวฮูหยินพูดเสร็จก็ฟาดแส้ใส่สองแม่ลูกอีกหลายที
“ข้าบอกให้หยุด!” โจวสือตงะโเสียงดังกว่าเดิม
ครั้งนี้โจวฮูหยินถึงกับหน้าถอดสี “ท่านถึงกับะโใส่ข้า”
“เื่ที่ข้ากับกู้เสิ่นต่อสู้กันไม่เกี่ยวกับหยุนเฉิง” โจวสือตงบอกภรรยาเสียงเรียบ
“ไม่เกี่ยวหรือเ้าคะ” โจวฮูหยินหัวเราะ “เมื่อกี้หยวนเอ๋อเป็คนบอกกับข้าเองว่าเป็เพราะคำพูดของโจวหยุนเฉิงจึงทำให้ท่านถูกท่านโหวกู้ทำร้าย”
“เ้าจะให้ข้าพูดหรือเ้าจะพูดออกมาเอง” โจวสือตงมองหน้าลูกชายคนโต จริงอยู่ว่าเขาไม่ชอบลูกชายคนเล็กและไม่ได้ชื่นชอบอนุหลาน แต่สาเหตุที่แท้จริงของวันนี้เป็เพราะลูกชายคนโตไปพูดจาล่วงเกินคุณหนูกู้ เขาจึงเข้าข้างลูกชายไม่ได้ อีกอย่างการที่เขากับกู้เสิ่นต่อสู้กันในที่สาธารณะ อีกไม่นานเื่ก็คงจะถึงพระกรรณของฝ่าา ถึงตอนนั้นต่อให้อยากช่วยลูกชายปิดบังความลับก็คงทำไม่ได้แล้ว
โจวสือหยวนเห็นสายตาของบิดา เขาก้มหน้าแล้วพูดเสียงเบา “ความจริงแล้วข้าโกรธที่กู้เยวี่ยนทำร้ายข้าจนขาข้าเจ็บ ข้าก็เลยตั้งใจจะพาพรรคพวกไปเอาคืนเขา แต่...แต่ข้าเห็นว่าเขาพาแม่นางน้อยคนหนึ่งมาด้วย ข้าก็เลยอยากได้นางมาเป็สาวใช้อุ่นเตียง แต่ไม่คิดว่า...”
“ไม่คิดว่าอะไร? เ้ารีบพูดมาให้แม่เข้าใจ หรือว่าแม่นางผู้นั้นเป็สาวใช้ของคุณชายกู้” โจวฮูหยินรีบถามลูกชายอย่างสงสัย
“นางไม่ใช่สาวใช้ แต่นางเป็บุตรสาวของท่านโหวกู้ขอรับ”
“อย่าบอกว่าที่ท่านไปมีเื่กับท่านโหวกู้ไม่ใช่เพราะท่านอยากปกป้องลูกชาย แต่ท่านโกรธที่ท่านเพิ่งรู้ว่าว่านฟางซินมีบุตรสาวกับท่านโหวกู้อีกคนหนึ่ง” โจวฮูหยินหันไปยิ้มหยันให้สามี “โจวสือตง ตกลงแล้วในใจท่านยังมีแค่นางใช่หรือไม่ แล้วข้าเล่า ข้านับเป็อะไร”
“ข้าแต่งกับเ้าก็เท่ากับว่าเ้าคือฮูหยินของข้า ส่วนเื่ของซินซินมันเป็อดีตไปแล้ว ไม่จำเป็ต้องพูดถึงมันอีก ” โจวสือตงบอก
“เช่นนั้นข้าก็จะไม่พูดเื่เก่าอีกก็ได้” โจวฮูหยินชี้ไปที่อนุหลาน “แต่ข้าขอให้ท่านขับสองแม่ลูกคู่นี้ออกจากจวนของเราได้หรือไม่ ข้าไม่้าให้ท่านเก็บผู้หญิงคนไหนไว้ในจวนอีก หากท่านทำไม่ได้ ข้าจะไปบอกท่านพ่อให้มาช่วยจัดการ”
โจวหยุนเฉิงได้ยินอย่างนั้นก็รีบหันไปมองบิดา ความปรารถนาของเขาคือการได้ออกไปจากจวนที่แสนวุ่นวายนี้ และเมื่อเขาออกไปจากจวน เขาก็ไม่จำเป็ต้องปิดบังวรยุทธ์ของตัวเองอีก และท่านแม่ของเขาก็จะไม่ต้องถูกใครรังแก
“นายท่าน ท่านอย่าไล่เราสองคนไปเลยนะเ้าคะ อย่างไรเฉิงเอ๋อก็เป็บุตรชายของท่าน ขอให้เขาได้อยู่ในจวนต่อเถิดนะเ้าคะ” อนุหลานรีบพูดก่อนที่นางจะหันไปพูดกับลูกชาย “อยู่ในจวนอย่างไรเ้าก็ยังเป็คุณชายรอง แต่ถ้าหากเ้าออกไปข้างนอก เ้าจะไม่มีสถานะใดเลย”
“ข้าไม่สนใจสถานะพวกนั้นเลยขอรับ” โจวหยุนเฉิงกอดมารดา “ท่านแม่ เราออกไปใช้ชีวิตอย่างสงบกันสองคนไม่ดีกว่าหรือ”
“ได้ยินหรือยังท่านพี่ ลูกชายของท่านไม่้าอยู่ในจวนอีกต่อไปแล้ว” โจวฮูหยินบอก “อย่างไรโจวหยุนเฉิงก็เป็เพียงคุณชายไร้ความสามารถ เก็บเขาไว้ก็มีแต่จะทำให้อับอาย ส่งเขาออกไปอยู่ข้างนอกน่าจะดีกว่านะเ้าคะ อีกอย่าง...ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกเขาสองคนแม่ลูก เพราะมันทำให้ข้าอดที่จะนึกถึงเื่ในอดีตไม่ได้”
“หยุนเฉิง...พาแม่ของเ้ากลับเรือน สือหยวน...เ้าไปคุกเข่าในศาลบรรพชนหนึ่งชั่วยาม ต่อไปให้ระลึกไว้ว่าเ้าเป็บุตรชายผู้สืบทอดของตระกูลโจว จะทำสิ่งใดก็ให้มีสติ เพราะทุกสิ่งที่เ้าทำคือหน้าตาของจวนสกุลโจว ส่วนเื่ที่เ้าไปล่วงเกินคุณหนูกู้ เ้าต้องไปขอขมานางที่จวน นี่คือคำสั่ง” โจวสือตงพูดตัดบท
“ท่านพี่!” โจวฮูหยินกำลังจะพูด
“ฮูหยิน เ้าก็กลับเรือนของเ้าไป หากไม่มีคำสั่งจากข้า เ้าก็ห้ามก้าวขาออกจากจวนแม้แต่ก้าวเดียว” โจวสือตงมองภรรยา “หากเ้าอยากจะกลับไปฟ้องท่านพ่อตา เ้าก็บอกเขาให้หมดว่าที่ผ่านมา เ้ากับลูกชายของเ้าไปก่อเื่อะไรไว้ข้างนอกบ้าง ตำแหน่งรองแม่ทัพของข้า ข้าได้มันมาด้วยความสามารถของตัวเอง แต่หากเ้าคิดว่าตำแหน่งของข้าได้มาเพราะบิดาของเ้า ข้าก็ยินดีที่จะคืนมันกลับไป”
โจวฮูหยินไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีก เพราะนางถูกคนสนิทของสามีเชิญออกไปเสียก่อน โจวสือหยวนก็ถูกพาไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชน มีเพียงโจวหยุนเฉิงกับอนุหลานที่ยังไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า หากเป็เมื่อก่อนพวกเขาสองแม่ลูกคงถูกไล่ให้ออกจากจวนไปแล้ว แต่ครั้งนี้ทำไมท่านพ่อถึงไม่ไล่เขากับท่านแม่ไป ทั้งยังสั่งกักบริเวณฮูหยินใหญ่และสั่งลงโทษโจวสือหยวนต่อหน้าพวกเขาอีก
“พวกเ้าจะไม่ไปรึ” โจวสือตงถาม
“ขอบคุณนายท่านเ้าค่ะ” อนุหลานตั้งสติได้ก่อนลูกชาย คำพูดของสามีย่อมหมายความว่าลูกชายยังไม่ถูกขับไล่ “เฉิงเอ๋อ เรารีบกลับเรือนกันก่อนเถิด นายท่านไม่ไล่เราออกจากจวนแล้ว”
โจวสือตงนั่งอยู่คนเดียวจึงมีเวลาคิดทบทวน ทุกครั้งที่ลูกชายคนโตไปก่อเื่ ลูกชายคนเล็กจะต้องเป็คนรับเคราะห์ แม้เขาจะไม่รักลูกชายคนเล็ก แต่อย่างไรเด็กคนนั้นก็เป็ลูกชายของเขา อีกอย่างการที่ภรรยากล้าลงมือกับลูกชายคนเล็กและอนุต่อหน้าเขา อาจเป็เพราะภรรยาคิดอยู่เสมอว่าชาติกำเนิดของเขาต่ำต้อย และการที่เขาได้เป็ลูกเขยสกุลเหยาก็เพราะเขาอยากยกสถานะของตัวเองกระมัง
แต่ภรรยาคิดอย่างนั้นก็ไม่ผิด ที่เขาแต่งกับนางก็เพราะเขาอยากยกสถานะของตัวเองให้เท่ากับกู้เสิ่น เขาอยากทำให้ว่านฟางซินเห็นว่าตัวเขาไม่มีอะไรแพ้ให้กับกู้เสิ่นเลย นอกจากสถานะของครอบครัว
เพียงแต่เหตุการณ์วันนี้ทำให้โจวสือตงต้องกลับมาทบทวน เพราะไม่ว่าจะเป็วรยุทธ์หรือแม้แต่การอบรมสั่งสอนบุตร เขาสู้กู้เสิ่นไม่ได้สักอย่าง ลูกชายคนโตไปก่อเื่ แต่เขากลับโทษว่าเป็ความผิดของลูกชายคนเล็ก ก็เท่ากับเขาให้ท้ายลูกชายคนโต
แต่พอมองไปที่บุตรของกู้เสิ่น ทั้งที่เด็กทั้งสี่คนนั้นเกิดมาจากต่างมารดา แต่พวกเขากลับเคารพและอยู่กันอย่างปรองดอง ภาพที่สี่พี่น้องนั่งเก้าอี้ชมบิดาของพวกเขาต่อสู้ด้วยแววตาแห่งความชื่นชม และเมื่อเสร็จสิ้นการต่อสู้ เด็กทั้งสี่คนก็วิ่งไปแสดงความยินดีกับบิดา ภาพของครอบครัวที่แสนอบอุ่นเช่นนั้นเป็ภาพที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน
‘ซินซิน ข้าเข้าใจคำพูดของเ้าแล้ว ที่เ้าปฏิเสธและไม่ยอมแต่งงานกับข้า ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิดของข้าที่สู้กู้เสิ่นไม่ได้ แต่เป็หลักการคิดที่ข้าเทียบเขาไม่ได้ต่างหาก’
โจวสือตงเป็ลูกผู้ชายพอ เมื่อเขาคิดได้แล้วว่าเขาแพ้ให้กับกู้เสิ่นในเื่ใด เขาจึงตั้งใจว่าเขาจะจัดระเบียบภายในจวนเสียใหม่ และเขาจะไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของครอบครัวภรรยาอีกต่อไป อีกทั้งเขาเชื่อว่าเื่ที่เขากับกู้เสิ่นต่อสู้กันคงไปถึงพระกรรณของฝ่าาแล้ว เขาจะใช้โอกาสนี้หลุดพ้นจากอำนาจของพ่อตา แม้ตำแหน่งที่เขาตั้งใจจะย้ายไปประจำการนั้นจะต่ำกว่าตำแหน่งรองแม่ทัพก็ตาม