พิชิตรักกำแพงใจ(จบ)

    14:แหวนคู่

    ร่างเปลื่อยเปล่านอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของอีกร่าง ทั้งสองซุกตัวอยู่ได้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ธันวาลืมตาตื่นจากนิทราพลิกตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อย เขากรีดนิ้วเรียวตามไรผมของใบหน้าคม ที่ยังคงหลับตาพริ้มไม่รู้เนื้อรู้ตัว ธันวาจูบที่หน้าผากเบาๆด้วยความเอ็นดู แสงตะวันแยงตาบอกให้รู้ว่าเป็นเวลาสาย เขาจึงลุกขึ้นคาดผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป “ที่รักมีอะไรกินบ้าง หิวแล้วนะ” ภู่กันต์เดินลูบท้องมายังห้องครัว เขาสวมกอดคนร่างโปร่งที่กำลังวุ่นวายอยู่กับอาหารเช้าจากด้านหลัง ใช้สองนิ้วเล่นปูไต่จากช่วงเอวไล่ขึ้นมาหน้าอก จึงถูกศอกแหลมๆแทงสวนกลับมาดัง อัก! “ไม่ช่วยก็อย่าเกะกะ” “ใจร้าย เมื่อคืนทารุณกรรมกันยังไม่พอ เช้านี้ยังทำร้ายร่างกายอีก” คนพูดทำทีหน้าง้ำถอยร่นกลับไปตั้งหลัก “ขอไข่ลวกสามฟองนะครับที่รัก” “ใครที่รักของนาย” “มู๋ธันไง หรือจะให้เรียก เมียจ๋า” “หึย! ขนลุก” อาหารจานสุดท้ายถูกเสริฟขึ้นโต๊ะ ทั้งคู่ต่างทานไปยิ้มไปรู้สึกอิ่มเอมใจ แทบจะทานข้าวไม่หมดจาน สายของวันนั้นสองหนุ่มตัดสินใจเดินสำรวจเกาะ ไหนๆก็มีเวลาเหลือแล้ว ดีกว่าอยู่เฉยๆให้ภู่กันต์แทะโลม เอาแต่ชวนขึ้นห้องไปเล่นจ้ำจี้เล่นมาทั้งคืนไม่รู้จักพอ
    ห่างจากตัวบ้านไปทางด้านหลังราวๆห้าสิบเมตรมีทางลาดลงสู่ด้านล่างของเกาะ หาดทรายขนาดเล็ก เม็ดทรายขาวละเอียดสะท้อนกับแสงแดดส่องประกายระยิบระยับ น้ำทะเลใสจนเห็นเม็ดทรายและตัวปลา ธันวารู้สึกแปลกใจว่าทำไมเจ้าของไม่สร้างท่าขึ้นเกาะตรงจุดนี้ แต่ดูแล้วทัศนียภาพที่สวยงามนี้ ผู้เป็นเจ้าของเกาะคงอยากเก็บไว้เสียมากกว่า ธันวาหย่อนก้นลงนั่งกวาดมือเล่นบนผืนทรายไปมาเหมือนเด็ก ส่วนอีกคนก็เดินเต๊ะน้ำให้กระเซนไปทั่วไม่ต่างจากเด็กเหมือนกัน “ที่รักชอบใช่ไหม” ภู่กันต์เล่นจนหนำใจแล้วก็มาแกล้งเย้าแหย่ธันวาต่อ เขาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆติดกับอีกคน ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพขณะที่อีกคนกำลังเผลอ แต่เมื่อธันวารู้ตัวก็ยกมือขึ้นมาป้องหน้าไว้และห้ามปราม แต่ก็ใช่ว่าจะหยุดภู่กันต์ได้ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ กว่าจะจบศึกก็เก็บได้หลายภาพทีเดียว “ลบเดี๋ยวนี้” ธันวาทำหน้าขรึมเสียงเข้มสั่งการให้คนดื้อด้านทำตาม “โห อะไรกัน ก็แค่ภาพคู่ไม่กี่ภาพจะอะไรนักหนา ดูภาพนี้สิ เมียจ๋ากำลังน่ารักเลย ตั้งเป็นโปรไฟล์ดีกว่า” พูดไปเขี่ยโทรศัพท์ไป พยายามยั่วยุสุดฤทธิ์ ซึ่งก็ได้ผลแค่ได้ยินว่าจะตั้งเป็นรูปโปรไฟล์เท่านั้นแหละ ธันวาฉวยจังหวะที่เผลอ คว้าโทรศัพท์ได้ก่อนจะลุกหนี ก็ถูกรั้งแขนจนตัวปลิวหน้าทิ่มเข้าสู่อ้อมแขนใหญ่ แน่นอนว่าศึกนี้ต้องชะนะ ธันวาจึงสู้สุดแรงทั้งยื้อยุด ฉุดกระชากฟัดกันอยู่สักพัก สุดท้ายภู่กันต์งัดท่าไม้ตายออกมาใช้ เป็นธันวาที่ต้องพ่ายแพ้อยู่ดี คนตัวใหญ่ใช้แรงแขนเหวี่ยงร่างโปร่งลงพื้นทราย ใช้มือหนาล็อคข้อมือเล็กขึงไว้เหนือศรีษะ ปากหนาไล่ประกบจูบไปทั่วทั้งใบหน้า ก่อนจะกดจูบที่ริมฝีปากเรียวด้วยแรงพิศวาส ร่างโปร่งดิ้นรนสุดชีวิตมือตี ตีนเตะ ฟันขบริมฝีปากหนาจนช้ำเลือดอีกฝ่ายจึงยอมถอนจูบ ภู่กันต์ใช้ลิ้นลิ้มรสเลือดที่ริมฝีปากแล้วมองหน้าธันวาด้วยสายตาดุดัน ด้วยเพราะรู้สึกกลัวธันวาจึงยอมคืนโทรศัพท์ให้คนหน้ายักษ์ดีๆ แบบไม่ต้องมีใครเจ็บตัว แต่คงไม่ทันแล้ว คนร่างใหญ่ทั้งกอด ทั้งอุ้ม วิ่งไล่ คลุกทรายจนเนื้อตัวมอมแมมด้วยกันทั้งคู่ ต่างหยอกเย้ากันเป็นเด็ก “ฤทธิ์เยอะยังงี้ต้องโดน” คนร่างใหญ่อุ้มธันวาพาดบ่าไปโยนลงทะเล ซึ่งคนร่างโปร่งเองก็ไม่ยอมลดลาวาศอกให้ ใช้แขนเกี่ยวคอภู่กันต์จนล้มหน้าคว่ำไปตามกัน ช่วงบ่ายของวัน ทั้งสองหนุ่มเหลียวหลังมองดูเกาะ ที่ค่อยๆห่างออกไปจนลับตา สปีดโบ๊ทเทียบท่าที่ผืนแผ่นดินใหญ่ ความรู้สึกหนักอึ้งก็วกกลับเข้ามาเต็มหัว ถึงเวลากลับมาเผชิญหน้ากับโลกของความเป็นจริง
    “จะไปไหน ทำอะไร พี่ไม่ห้ามนะแต่ช่วยระวังตัวกันหน่อย” แชทจากพี่ลูกแก้วเด้งเข้าโทรศัพท์ของธันวา พร้อมลิ้งค์ข่าวสารบันเทิงที่เป็นกระแสมากสุดในตอนนี้ ( เจอพี่ธันกับพี่กันต์ด้วยจ้า หล่อน่ากินแถมน่ารักมากมาย) โพสต์ของแฟนคลับสาวรายหนึ่ง เธอถ่ายภาพของสองหนุ่มขณะขึ้นรถได้ แล้วโพสต์ลงสู่โซเชียลจนเป็นที่พูดถึงกันต่างๆนาๆ (อร้าย! โฟกัสที่นิ้วจ้า) (หรือจะใช่อย่างที่คิด) ภาพถูกแชร์ไปมากกว่าหมื่นครั้งในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ธันวาเหลือบมองที่นิ้วนางแวบหนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ‘คงต้องทําอะไรสักอย่างกับแหวนนี่’ ( เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ พรุ่งนี้ทานข้าวกันไหม) แชทจากนิรมนต์ถูกส่งเข้ามาได้สักพักแล้ว ที่มุมห้องธันวานั่งพิงเก้าอี้ จ้องโทรศัพท์ในมือสลับกับมองคนร่างใหญ่ ที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียง ด้วยแววตาที่หาคำตอบไม่ได้ ‘สำหรับนายคงไม่ใช่เรื่องยากสินะ’ “ ทำไมหน้ามุ่ยอย่างนั้นล่ะ” ผู้เป็นแม่ยีหัวลูกสาวที่ทำหน้างอคอหักเมื่อมองหน้าจอมือถือ
    “ พี่ธันน่ะสิ ทำไมอ่านแล้วไม่ยอมตอบนะ ขิงรอตั้งนานแล้วเนี่ย” หล่อนเป็นฝ่ายคอยเดินตามตลอดไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ไหน ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ที่เป็นข่าวอยู่ในฐานะของคนเป็นแฟน เธอเองก็อยากรู้ไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่ธันวาก็ไม่อธิบายหรือให้ความกระจ่างอะไรเลย แค่ตอบแชทเขายังไม่ทำ เธอเองก็กลัวว่าจะเป็นจริงตามข่าว เพราะมีหลายสิ่งและเซ้นมันบอกมาอย่างนั้น
    เสื้อเชิ้ตคอจีนสีดำถูกปลดกระดุมด้านบนออกสามเม็ด เผยให้เห็นถึงหน้าอกที่ขาวนวลน่าจับ รูปร่างสูงโปร่ง ช่วงเอวและช่วงขาที่ยาวเหมาะกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ ผมที่ถูกเซ็ตเป็นทรงแหวกข้าง รับกับดวงตากลมโตได้รูป จมูกโด่งเป็นสันรับกับปากเรียวสีพีชเผยอยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าที่เซ็กซี่เผ็ดร้อนเบาๆชวนหลงใหลของธันวา ทำเอาสาวๆบริเวณนั้นดี้ด้ากันใหญ่ อย่าว่าแต่สาวแท้สาวเทียมในสตูเลย แม้แต่ชายแท้ๆยังต้องอิจฉากับความหล่อเหลือกินของคนผู้นี้ ใกล้ๆกันนั้น มารียาดาราสาวอันดับหนึ่งของวงการ สวมชุดสีแดงโทนเข้ม ผมสีน้ำตาลดัดลอนใหญ่สยายยาว รับกับใบหน้าเรียวทรงรี ริมฝีปากแต้มด้วยลิปสติกสีสด รับกับดวงตาคมที่ตวัดปลายอายไลเนอร์ปรับลุคให้ดูเข้มดุ
    มารียาสังเกตที่นิ้วมือของธันวาอยู่สักพัก แต่ไม่พบแหวนที่เป็นข่าว ‘หรือข่าวจะมั่ว’เธอเพียงแต่คิดว่าข่าวที่ออกมาอาจจะเป็นการปั่นกระแสของพวกแฟนคลับที่จิ้นเพื่อนกับอดีตแฟน แม้แต่สายตาคู่นั้นก็ยังคงนิ่งเฉย ท่าทางก็ไม่มีอะไรแปลกไป เธอจึงค่อยหายใจโล่งหน่อย “ ธันกลับยังไง” พี่ลูกแก้วที่ตามมาดูแลนักแสดงในสังกัดถึงสตูถ่ายแบบ เอ่ยถามธันวาเพราะเห็นว่าวันนี้มาคนเดียว “ BTSหรือไม่ก็แท็กซี่ครับ” ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเดินทางด้วยรถสาธารณะ ธันวาชอบที่จะนั่งรถไฟฟ้าเพราะเบื่อปัญหารถติด แม้จะเบียดกับคนอื่นบ้าง ก็ยอมแลกถ้าจะช่วยย่นเวลาในการเดินทางลง “ ได้ยังไงกัน ธันเป็นบุคคลสาธารณะ แล้วก็เป็นดาราดังมากๆด้วย ขืนไปนั่งรถไฟฟ้าก็โดนรุมแย่เดี๋ยวเราไปส่งเอง” มารียาเดินมาประกบข้างพร้อมกับเสนอตัวเชิงกดดัน ขอเป็นคนไปส่งธันวาที่คอนโด “ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนดังหรือไง รถมีก็ไม่ยอมขับ” พี่ลูกแก้วได้ทีก็บ่นใหญ่ แต่ก็เพราะห่วงหรอกนะตอนแรกกะจะเป็นคนไปส่งเองแต่เมื่อมารียาเสนอตัวมา พี่ลูกแก้วก็ไม่ขัดจึงปล่อยให้หนุ่มสาวเขาดูแลกันเอง ธันวาก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยงแต่อย่างใด “ ระหว่างน้องธันกับน้องกันต์เป็นยังไงกันแน่คะ” นักข่าวกรูกันเป็นวงล้อมธันวาไว้โดยรอบ ยื่นไมค์พร้อมกล้องส่องหน้าชายหนุ่ม ยิงคำถามตามกันรัวๆไม่เว้นระยะให้เจ้าตัวได้ตอบ แต่แค่นี้ไม่คณามือหรือทำให้ตกใจได้ ด้วยความเป็นคนสุขุมและยังเคยผ่านการจู่โจมทำนองนี้ เมื่อครั้งเป็นข่าวที่แคนาดามาแล้ว จึงไม่ยากที่จะควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความวุ่นวายได้ เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเอ่ยปากตอบคำถามสื่อ “ ไม่มีอะไรครับ เราเป็นเพื่อนกัน” เป็นคำตอบสั้นๆง่ายๆจบในประโยคเดียว พร้อมกับยกมือไหว้ตามมารยาทก่อนจากลา เขาโปรยยิ้มหวานละมุนเป็นการเปิดทาง เพื่อปลีกตัวจากวงล้อมขึ้นรถไป นักข่าวเองก็หงอยไปตามๆกัน ไม่รู้จะเล่นข่าวต่อยังไง หลักฐานที่ว่าเป็นแหวนก็ไม่เห็นมี แต่นี่เป็นการสัมภาษณ์แค่ธันวาเพียงฝ่ายเดียวยังเหลืออีกฝ่ายคือภู่กันต์ บรรดาสื่อทั้งหลายจึงเดินหน้าทำข่าวต่อแค่เปลี่ยนเป้าหมายไปที่อีกคน “ นักข่าวพวกนี้วุ่นวายจริงๆ ธันว่าไหม” มารียาออกจะหงุดหงิดอยู่บ้าง ทั้งที่ตนก็ยืนหัวโด่อยู่ แต่กลับดูไร้ตัวตนไปในทันที อีกอย่างก็ยังไม่ปักใจเชื่อซะทีเดียว จึงอยากไปดูให้เห็นกับตา รถหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดที่ชั้นจอดรถของคอนโดริมแม่น้ำ ธันวาเดินนำพามารียาไปยังห้องพัก อุตส่าห์ขับรถมาส่ง จะไม่เชิญไปดื่มน้ำดื่มท่าก็เป็นการเสียมารยาท ซึ่งเป็นไปตามที่มารียาคาดการณ์ไว้อย่างน้อยแค่ได้รู้แหล่งกบดานของภู่กันต์ก็ยังดี เพราะเธอเองก็ยังหวังว่าสักวันความสัมพันธ์จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ถึงแม้ภู่กันต์จะไม่เคยอ่านข้อความที่เธอส่งไปเลยก็ตาม
    “ กลับมาแล้วหรอ ที่…” คำทักทายยังถูกพ่นออกมาไม่หมดก็ต้องชะงักงัน ด้วยเหตุเพราะโดนคนที่พึ่งมาถึงเตะขาเข้าให้ และสายตาเหลือบไปเห็นคนที่ตามเข้าห้องมาติดๆ “ทำไมไม่บอกว่าจะพาคนนั้นมา จะได้ออกไปข้างนอก”จากอารมณ์ที่ร่าเริงเมื่อครู่ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จนคนที่มาเยือนรู้สึกหน้าชา เธอนั่งที่โซฟาตามคำเชิญของธันวา แม้จะเป็นห้องของเพื่อนแต่ก็รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก และเธอก็ต้องตกใจเมื่อสังเกตเห็นแหวนที่นิ้วนางของภู่กันต์ ความสับสนในหัวแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน มารียาข้องใจกับความสัมพันธ์ของเพื่อนและอดีตแฟน ที่ดูเหมือนจะใกล้ชิดกันเกินเพื่อน แต่คิดในแง่ของคนสนิทกันก็ไม่น่าแปลก จากท่าทางของธันวาก็ดูปกติดี จะมีก็แต่ภู่กันต์ที่เหมือนจะไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง อาจจะเพราะหงุดหงิดกับการมาของเธอ “ฉันจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอกนะ” สายตาคมดุจเหยี่ยวกำลังล่าเหยื่อ บอกให้เห็นการทำงานของกระบวนการทางความคิดที่เกินจะคาดเดา “โอ๊ย! ทำอะไรของนาย” ธันวาร้องลั่นเพราะถูกแขนใหญ่เหวี่ยงกระเด็นลงเตียง “แหวนอยู่ไหน” คนร่างใหญ่กระโดดขึ้นคร่อม ตะคอกถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “แล้วที่ให้สัมภาษณ์นั่น ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นหรอ” ภู่กันต์เค้นเสียงผ่านลำคอ บอกให้คนฟันรู้ถึงความไม่พอใจอย่างมาก “ฉันยังไม่พร้อม ที่จะบอกใครๆว่าเป็นพวกรักข้ามเพศนะ ไม่ใช่เรื่องง่ายนะเว้ย” ธันวาเอียงหน้าหลบไม่รู้ว่าคนร่างใหญ่จะทำอะไรกับตัวเองบ้าง “เรื่องนั้นผมเข้าใจ จะให้เวลาอีกสักพัก แต่ถ้ามู๋ธันไม่กล้าผมจะพูดเอง รวมถึงอธิบายกับครอบครัวของมู๋ธันเอง ผมจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ที่อยากรู้คือแหวนอยู่ไหน” ภู่กันต์สงบสติอารมณ์ลงและปล่อยมือจากแขนของธันวา ถอยตัวออกให้อีกคนลุกขึ้นนั่ง แรงเหวี่ยงทำให้กระดุมเสื้อหลุดไปบางเม็ด ที่คอเป็นสร้อยมีแหวนสวมอยู่ จึงรู้ได้ว่าธันวาสวมมันไว้ที่คอตลอดเวลา และเป็นที่แน่ชัดว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็น เพราะทุกคนต่างโฟกัสไปที่นิ้วมือ “อ่าว แล้วตอนถ่ายแบบไม่มีใครเห็นหรอ” “ก็ถอดเก็บดิ ถามไม่คิด” เมื่อได้คำตอบที่พอใจแล้ว ก็ให้รางวัลเป็นการหอมแก้มเนียนฟ้อดใหญ่ หยอกเย้าเล่นกันจนที่นอนยับยู้ยี้ แขนใหญ่สวมกอดคนร่างโปร่งจากด้านหลังอย่างหวงแหน ขาสองข้างเกี่ยวเอวเอาไว้แน่น จมูกโด่งถูกกดจมซอกคอเรียวยาว ไล่สูดดมตามซอกมุมจนหนำใจ