อาเรนวิ่งจนไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งมาไกลแค่ไหน
ความมืดปกคลุมผืนป่า เสียงฝีเท้าของเด็กชายกระทบพื้นดินสลับกับเสียงหอบหายใจของตัวเอง กิ่งไม้ขูดแขนจนเป็รอย เืซึมออกมาตามข้อศอก แต่เขาไม่หยุด
เขาไม่กล้าหยุด
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงบางอย่างจากด้านหลัง อาเรนจะหันกลับไปมองด้วยหัวใจที่เต้นแรง ก่อนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
ดาบเก่าของพ่อถูกผูกไว้กับเอวอย่างลวก ๆ มันหนักกว่าดาบไม้ที่เขาเคยฝึกหลายเท่า จนต้องใช้มือประคองฝักไว้ไม่ให้กระแทกขา
“พ่อ... แม่...”
เสียงของเขาเบามากจนแทบไม่ได้ยิน
ภาพสุดท้ายก่อนออกจากบ้านยังคงวนอยู่ในหัว
สีหน้าของพ่อ เสียงของแม่
และประตูที่ถูกทหารพังเข้ามา
อาเรนกัดฟัน
เขาไม่รู้ว่าพ่อกับแม่เป็อย่างไร
แต่ส่วนลึกในใจของเด็กชายรู้คำตอบอยู่แล้ว
หากทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาคงตามหาเขา
เขาวิ่งต่อจนขาแทบไม่มีแรง กระทั่งสะดุดรากไม้และล้มลงกับพื้น
“อึก…”
ฝ่ามือถลอก
อาเรนพยายามลุกขึ้น แต่ขากลับสั่นจนยืนไม่ไหว น้ำตาไหลจนอาบแก้ม
เขาหอบอยู่พักใหญ่ก่อนหันกลับไปมองด้านหลัง เช็ดคราบน้ำตา
แต่ไม่พบใคร มีเพียงป่ามืดและเสียงลม
เด็กชายค่อย ๆ นั่งลงไปพิงต้นไม้ แล้วกำดาบของพ่อแน่น
ตอนนั้นเองที่ความกลัวทั้งหมดซึ่งถูกกดเอาไว้ั้แ่เมื่อคืนพังลงพร้อมกัน
น้ำตาไหลออกมาโดยที่เขาไม่สามารถห้ามได้อีกครั้ง
“พ่อ…”
เขาพยายามกลั้นเสียง
“แม่…”
ไม่มีคำตอบ
อาเรนก้มหน้าลงกับเข่าตัวเอง
เขาไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือควรทำอย่างไร
ชีวิตทั้งชีวิตของเขามีเพียงบ้านหลังเล็ก ๆ ในสลัม งานรับจ้าง พ่อกับแม่ และผู้คนที่รู้จักกันในตรอกเดียวกัน
แต่ภายในคืนเดียว ทุกอย่างหายไป
สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงเสื้อผ้าที่สวมอยู่กับดาบเก่าเล่มหนึ่ง
เขายกดาบขึ้นมอง
ใบดาบมีรอยบิ่นหลายแห่ง แต่ได้รับการดูแลอย่างดี
อาเรนจำได้ว่าพ่อเคยพูดถึงมัน ดาบเล่มนี้เป็ของพ่อก่อนที่เขาจะสร้างครอบครัว และตอนนี้มันเป็ของอาเรน
เด็กชายใช้นิ้วลูบด้ามดาบเบา ๆ
“ผมจะเอามันกลับไปคืน…”
คำพูดหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าพ่อยังอยู่ ผมจะกลับไปคืนให้”
แต่ทันทีที่พูดจบ เขาก็รู้ว่าตัวเองกำลังโกหกตัวเอง
เช้าวันต่อมา อาเรนตื่นขึ้นเพราะความหนาว
แสงอาทิตย์ส่องลอดใบไม้ลงมาเป็ลำ
เขานั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนพยายามลุกขึ้น
ท้องร้องจนปวด
เมื่อคืนเขาไม่ได้กินอะไรเลย
อาเรนมองไปรอบ ๆ แล้วเริ่มเดิน
สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาอาหาร
สิ่งที่สองคือหาน้ำ
ส่วนเื่อื่น…
เขายังไม่รู้
เด็กชายเดินตามลำธารเล็ก ๆ จนพบผลไม้ป่าบางชนิด เขาเคยเห็นแม่เก็บมันมากิน จึงเก็บมาเพียงไม่กี่ลูกก่อนหยุดคิด
แม่เคยบอกว่า
ถ้าไม่แน่ใจว่าอะไรกินได้ อย่ากิน
อาเรนจึงวางมันลง
เขาไม่อยากตายเพราะความหิว
หลังจากเดินต่อไปอีกพักใหญ่ เสียงน้ำไหลดังขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะพบแม่น้ำสายหนึ่ง
อาเรนรีบก้มลงดื่ม
น้ำเย็นจัดไหลผ่านลำคอ
เขาตักน้ำใส่มืออีกครั้ง ก่อนล้างหน้าและแผลตามตัว
ขณะกำลังจะลุกขึ้น เสียงบางอย่างดังมาจากพุ่มไม้ด้านหลัง
อาเรนหยุดนิ่ง
มือเลื่อนไปจับด้ามดาบทันที
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้น
เขาถอยหลังหนึ่งก้าว
สิ่งที่ออกมาจากพุ่มไม้ไม่ใช่ทหาร
แต่เป็หมาป่าตัวหนึ่ง
มันผอมกว่าที่ควรจะเป็ และขาหลังมีาแ
ทั้งสองมองหน้ากัน อาเรนไม่ขยับ หมาป่าก็ไม่ขยับ
เด็กชายจำคำสอนของพ่อได้
อย่าจ้องดาบ จ้องคน
แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่คน
อาเรนค่อย ๆ ลดมือออกจากดาบ
หมาป่าขู่ต่ำ ๆ
“ข้าไม่ได้มาทำร้ายเ้า…”
เขาพูดเหมือนกำลังเจรจากับคน
หมาป่าเอียงหัว อาเรนค่อย ๆ ถอยหลัง
แล้วหันเดินออกจากตรงนั้น เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำถูกหรือไม่
แต่เขาไม่อยากฆ่าสิ่งที่ไม่ได้คิดจะทำร้ายเขา
สามวันผ่านไป
อาเรนยังไม่พบหมู่บ้าน
อาหารที่หาได้มีเพียงผลไม้ป่า รากไม้บางชนิด และปลาตัวเล็กที่เขาใช้มือจับอย่างทุลักทุเล
คืนหนึ่งฝนตกหนักจนเขาต้องหลบใต้โขดหิน
เสื้อผ้าเปียกจนตัวสั่น
เขากอดดาบของพ่อไว้กับอก
“ถ้าผมเก่งกว่านี้…”
อาเรนพึมพำ
“พ่อกับแม่คงไม่มีจุดจบเช่นนี้” เขาหยุดพูด
เด็กชายหลับตาแน่น
วันรุ่งขึ้นเขาเริ่มฝึกดาบ ไม่มีพ่อคอยบอกท่าทาง ไม่มีพื้นที่ฝึก ไม่มีคนสอน มีเพียงดาบจริงที่หนักเกินไปสำหรับแขนของเด็กอายุสิบสี่ปี
อาเรนยกมันขึ้น
ฟันแต่ก็ยังพลาด ยกขึ้นใหม่ ฟันอีกครั้ง แขนสั่น ฟันอีกครั้ง จนในที่สุดเขาทรุดลงกับพื้น
เขานั่งหอบอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นลุกขึ้นแล้วเริ่มใหม่
ระหว่างฝึก อาเรนเริ่มสังเกตบางอย่าง
เมื่อเขาเหวี่ยงดาบโดยใช้แรงจากแขนเพียงอย่างเดียว มันหนักมาก
แต่เมื่อหมุนเอวและก้าวเท้าตามจังหวะ น้ำหนักของดาบกลับลดลง
เขาหยุด ลองอีกครั้ง ก้าวเท้า หมุนตัวฟัน ใบดาบตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงเบา ๆ
อาเรนมองดาบในมือ
“อย่างนี้…” เขาไม่ได้แข็งแรงขึ้น แต่เขาใช้แรงได้ดีขึ้น คำสอนของพ่อเริ่มกลับมาในหัวทีละประโยค
"ดาบไม่ได้มีไว้แค่ฟันคนอย่าฝืนแรงของตัวเองจดจำการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้"
อาเรนจึงเริ่มฝึกใหม่
ครั้งนี้เขาไม่ได้พยายามฟันให้แรง
เขาพยายามทำให้ ถูกต้องที่สุด
ในวันที่ห้า อาเรนพบถนน
มันเป็ถนนดินสายเล็กที่มีรอยล้อเกวียนอยู่เต็มพื้น
เขาหมอบลงดูรอยเ่าั้ยังใหม่ มีเกวียนผ่านไม่นานนัก
อาเรนเดินตามถนนทันที ไม่นานนักก็เห็นควันจากปล่องไฟอยู่ไกล ๆ
หมู่บ้าน
เด็กชายแทบวิ่งเข้าไป แต่หยุดเมื่อเห็นชายติดอาวุธสองคนยืนอยู่หน้าประตู
อาเรนก้มมองเสื้อผ้าตัวเอง
สภาพของเขาดูเหมือนเด็กขอทาน
เขาไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไร
จึงเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง
“หยุด!”
ชายคนหนึ่งยกหอกขึ้น
อาเรนหยุดทันที
“ข้า…ไม่ได้มาขโมยอะไร”
“ชื่ออะไร?!” ทหารคนนั้นถามเสียงดัง
“อาเรนครับ”
“แกมาจากไหน?”
เด็กชายเงียบ
เขาไม่รู้ว่าควรบอกหรือไม่
หากทหารของเวเรนเซียกำลังตามหาเขา การบอกว่าเขามาจากเซราดอาจทำให้เกิดปัญหา
ชายเฝ้าประตูมองเขาั้แ่หัวจรดเท้า
“มีเงินไหม?”
อาเรนส่ายหน้า
“อาวุธ?”
เขามองดาบที่เอว
“มีนึงเล่ม”
ชายคนนั้นถอนหายใจ
“งั้นไปทางอื่น”
อาเรนหันหลัง
แต่ก่อนจะเดินออกไป เขาหยุด
“ขอทำงานแลกอาหารได้ไหม”
ชายทั้งสองมองหน้ากัน
“ทำอะไรเป็”
อาเรนตอบโดยไม่ต้องคิด
“ยกของ ซ่อมของ ขัดอาวุธ ทำความสะอาด หรืออะไรก็ได้”
ชายเฝ้าประตูมองเด็กตรงหน้าอีกครั้ง
สุดท้ายจึงเปิดทางให้
“ไปถามเ้าของโรงตีเหล็ก”
เ้าของโรงตีเหล็กชื่อ ดอร์น
ชายร่างใหญ่ที่มีแขนเต็มไปด้วยรอยไหม้
เมื่อเห็นอาเรน เขาไม่ได้ถามเื่อดีตมากนัก
เพียงยื่นไม้กวาดให้
“กวาดพื้น”
อาเรนรับมา
“ถ้าทำดี มีข้าวให้”
เด็กชายเริ่มทำงานทันที
เขากวาดพื้น เก็บเศษโลหะ แบกถ่าน ล้างอุปกรณ์ และช่วยจัดอาวุธที่ลูกค้านำมาซ่อม
ดอร์นสังเกตว่าเด็กคนนี้ไม่เคยทำงานแบบขอไปที ถ้าไม่รู้ เขาจะถาม ถ้าทำผิด เขาจะจำ และถ้าถูกดุ เขาจะไม่เถียง
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ดอร์นจึงถามขึ้น
“ใครสอนเ้าขัดดาบ”
อาเรนชะงัก
“พ่อของข้า”
“พ่อเป็ช่างงั้นรึ?” ดอร์นถามด้วยท่าทีสงสัย
“ครับ”
“พ่อกับแม่เ้าอยู่ที่ไหนล่ะ?”
อาเรนก้มหน้าลง
“ไม่อยู่แล้วครับ”
ดอร์นเงียบเขาไม่ถามต่อ
คืนนั้น อาเรนได้รับขนมปังหนึ่งก้อน เนื้อแห้งชิ้นเล็ก และเงินสามเหรียญทองแดง
มันเป็เงินก้อนแรกที่เขาได้รับหลังออกจากเซราดอาเรนกำเหรียญไว้แน่น
เขาไม่เคยคิดว่ามันมีค่ามากขนาดนี้ เพราะเป็ครั้งแรกที่เงินเหล่านี้เป็สิ่งที่เขาหามาเอง
วันเวลาผ่านไปอาเรนยังคงทำงานที่โรงตีเหล็กและฝึกดาบหลังเลิกงาน
ดอร์นไม่ได้สอนเขาโดยตรง แต่บางครั้งก็แอบมอง
เด็กคนนี้ไม่ได้มีพร์ แต่เขาฝึกท่าเดิมซ้ำ ๆ จนกว่าจะทำได้ดีขึ้น
วันหนึ่ง ดอร์นเดินเข้ามา
“ทำไมถึงอยากใช้ดาบ”
อาเรนหยุด
“เพราะพ่อข้าใช้”
ดอร์นหัวเราะออกมา แต่ไม่ใช่เพราะตลกสิ่งที่อาเรนพูดแต่ด้วยความเอ็นดูก่อนเอ่ยปากพูด
“แค่นั้นรึ?”
เด็กชายมองดาบเก่าในมือ
“ไม่ครับ”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
“เพราะครั้งหนึ่งผมไม่มีแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องใคร”
ดอร์นไม่พูดอะไร
อาเรนมองไปยังถนนนอกโรงตีเหล็ก
ผู้คนกำลังเดินผ่านกันตามปกติ
พ่อค้า ชาวนา เด็ก ทหารติดอาวุธ
ทุกคนกำลังใช้ชีวิตของตัวเอง
ไม่มีใครรู้ว่าเด็กชายคนหนึ่งเพิ่งสูญเสียบ้าน ไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยเห็นคนบริสุทธิ์ถูกลากออกจากบ้านกลางดึก และไม่มีใครสนใจ
อาเรนกำดาบแน่นขึ้น
“ถ้าผมแข็งแรงกว่านั้น…”
เขาพูดช้า ๆ
“บางทีผมอาจช่วยพ่อกับแม่ได้”
ดอร์นมองเขา
“แล้วถ้าแข็งแรงพอ เ้าจะทำอะไร”
อาเรนเงียบไปนานคำตอบยังไม่มีรูปร่างชัดเจนเขายังไม่รู้จักโลกมากพอยังไม่รู้จักา ขุนนาง ประเทศต่าง ๆ ทำงานอย่างไร เขารู้เพียงสิ่งเดียว
“ผมจะไม่ยอมให้คนที่ไม่มีอำนาจต้องตายเพราะคำสั่งของคนอื่นอีก”
ดอร์นมองเด็กชายอยู่นาน ก่อนเดินกลับเข้าโรงตีเหล็ก
“งั้นก็ฝึกต่อไป”
อาเรนหันกลับมามองดาบของตัวเอง
เขายกมันขึ้น
ตั้งท่า
แล้วเริ่มฝึกอีกครั้ง
ในเวลานี้ อาเรนเป็เพียงเด็กชายจากสลัมคนหนึ่งที่มีดาบเก่าของพ่ออยู่ในมือ และมีโลกทั้งใบที่ยังไม่เคยรู้จักอยู่ตรงหน้า.