พลิกฟ้าผ่าปฐพี [翻天分地]

    ตอนที่ 34 อาวุธวิญญาณ


             

            “เจ้าคิดว่าอย่างไร”หยางสงป้าเอ่ยถามหยางเทียนหลงที่กำลังส่องคมดาบที่หยางสงป้านำมาดาบเล่มนี้ไม่ใช่ดาบธรรมดา แต่มันเป็นอาวุธวิญญาณซึ่งมีราคามาก

            อาวุธวิญญาณนั้นจะมีเพียงผู้ที่เป็นศิษย์สำนักตีเหล็กเท่านั้นถึงจะสามารถทำได้ซึ่งคุณภาพก็แตกต่างกันไปตามความชำนาญและกำลังภายในของผู้ตีอาวุธวิญญาณหรือชุดเกราะวิญญาณ อย่างกู๋เล่อนั้นก็คือว่าพอจะทำได้แต่เป็นรูปแบบที่ไม่สมบูรณ์เหมือนผู้ที่ได้ศึกษาวิชามาจากสำนักตีเหล็ก

            นอกจากโลหะอันเป็นวัสดุสำคัญแล้วสิ่งที่จำเป็นที่สุดต่อการตีอาวุธวิญญาณก็คือ...แมลงแห่งเต๋า

            แมลงแห่งเต๋าคือตัวแทนแห่งวิญญาณที่บรรจุทักษะเต๋าทักษะนั้นจะนำมาใช้ได้เช่นเดียวกับแก่นพลังอานุภาพของอาวุธและเกราะวิญญาณนี้จะเพิ่มมากขึ้นจากการดูดซับพลังจากฟ้าดินจึงสามารถโจมตีหรือป้องกันด้วยพลังเต๋า อาวุธธรรมดาเมื่อจะใช้วิชาใด ๆจำเป็นต้องแบ่งพลังเต๋าส่วนหนึ่งให้อาวุธเพื่อป้องกันแตกหักจากการใช้พลังเต๋าซึ่งเสียเปรียบอาวุธวิญญาณที่สามารถดึงดูดพลังฟ้าดินมาป้องกันผลกระทบจากการใช้พลังได้เอง

            อาวุธวิญญาณและเกราะวิญญาณแบ่งเป็น 6 ระดับใหญ่คือ ระดับสามัญ ระดับไพร่พล ระดับราชา ระดับจักรพรรดิ และระดับสมมติเทพและระดับเทพศาสตรา แต่ละระดับแบ่งเป็นสามขั้นย่อย คือ ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูง

            การจะตีอาวุธวิญญาณหรือเกราะวิญญาณระดับสูงได้นั้นวัสดุต้องเป็นชนิดพิเศษที่ดูดกลืนพลังฟ้าดินมาเป็นเวลานานแมลงแห่งเต๋าต้องระดับสูง เช่นเดียวกันกับกำลังภายในของผู้ตีเหล็กยิ่งระดับพลังสูงย่อมลดโอกาสการตีอาวุธวิญญาณ และเกราะวิญญาณระดับต่ำส่วนวิชาและความชำนาญจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการตีอาวุธวิญญาณ และเกราะวิญญาณระดับสูง

            ดาบที่หยางสงป้าเอามาหลอกล่อหยางเทียนหลงนั้นเป็นอาวุธวิญญาณระดับสามัญขั้นกลางแม้ว่ามันจะเป็นอาวุธวิญ-ญาณระดับต่ำแต่ก็มีค่าเมื่ออยู่ในหมู่บ้านหยางแห่งนี้!

            “เจ้าว่าต้องการอะไรนะ แค่เดินดูบ้านตระกูลเทียนรอบๆ แล้วจะมอบดาบเล่มนี้ให้ข้าอย่างนั้นหรือ?”

            หยางเทียนหลงถามเพื่อความแน่ใจแน่นอนว่าเขาต้องรอบคอบ เพราะครั้งก่อนเขาเสียเงินให้หยางสงป้าไปสามแสน!

            “ข้าขอบอกตามตรงเลยแล้วกัน”หยางสงป้าคลี่พัดออก เอาแล้ว! แผนชั่วอะไรจะออกมาจากปากของเขาในคราวนี้“เจ้าคงได้ยินเรื่องราวระหว่างตระกูลไถ่และตระกูลสงต้นเหตุคือการหายไปของป้ายวิญญาณ แต่ข้าไม่ได้เอาไปฉะนั้นท่านประมุขจึงให้เวลาตระกูลสงในการหาพยานหลักฐานมาแก้ไขข้อกล่าวหา”

            หยางเทียนหลงคิ้วขมวด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขา?

            “ข้าได้สืบทราบมาว่าเจ้าไปหาหยางไถ่โป๋เมื่อสี่วันก่อนและวันนั้นก็เป็นวันเดียวกันที่ป้ายวิญญาณหายไปจากคลังสมบัติของตระกูลไถ่พอดีถ้าเจ้าเป็นข้า เจ้าจะมองว่าอย่างไร?”

            “เจ้ามองว่าข้าเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างนั้นรึ?”

            “ถูกต้อง! ในช่วงเวลาห้าวันมานี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ไปพูดคุยกับหยางไถ่โป๋อย่างลับ ๆ เจ้าจึงเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด!” หยางสงป้าโบกพัดช้า ๆ พลางสังเกตปฏิกิริยาของคู่สนทนา“ข้าจึงให้ข้อเสนอที่จะกำจัดมลทินในข้อนี้ นอกจากเจ้าจะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์แล้วยังจะได้ดาบเล่มนี้ไปด้วยเจ้าคิดว่าอย่างไร?”

            “เจ้าจำเป็นต้องเดินเข้าไปทุกห้องหรือเปล่า?”

            “ไม่จำเป็น แค่เดินวนรอบห้องก็เพียงพอ”

            “ได้! ถ้าอย่างนั้นเจ้าจงตามข้ามา”

            หยางเทียนหลงเดินนำหน้าไป ทุกที่ที่เดินผ่านคนรับใช้จะโค้งคำนับเขา แต่จะตกใจเมื่อเห็นหยางสงป้าเพราะในมือของเขาถือดาบเรืองแสงราวกับจะมาฆ่าใครในตระกูลเทียน

            อาวุธวิญญาณจะเรืองแสงตามธาตุของตนเมื่อได้รับพลังเต๋าตามที่ได้ยินมา ป้ายวิญญาณจะตอบสนองต่ออาวุธวิญญาณที่ทำงานในระยะยี่สิบก้าวเพราะเหตุนี้เอง การเดินวนรอบห้องจึงเพียงพอให้อาวุธวิญญาณปรากฏตัว แต่ทว่า…

            “หยางเทียนหลง” หยางสงป้าหยุดเดินตามแล้วเอ่ยขึ้น“อาคารหลังนี้ใหญ่เกินไปที่ข้าจะพิสูจน์ด้วยการเดินรอบนอกได้ข้าต้องการเข้าไปข้างใน”

            “อาคารนี้เป็นคลังเก็บสมบัติ นอกจากบิดาของข้าแล้วมีเพียงพ่อบ้านหลี่เท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ ข้าพาเจ้าเข้าไปไม่ได้หรอก”หยางเทียนหลงชี้แจง แม้เขาจะเป็นนายน้อยก็ไม่มีสิทธิเข้าไปภายในและไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในบ้าง

            “ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้พ่อบ้านหลี่พาเข้าไปได้หรือไม่?”

            “อันนี้ก็อยู่ที่พ่อบ้านหลี่จะพิจารณา”

            “เจ้า” หยางเทียนหลงชี้ไปที่ชายคนหนึ่งที่กำลังยืนเฝ้าประตูทางเข้าคลังสมบัติ“เจ้าไปตามพ่อบ้านหลี่มา”

            ชายผู้นั้นพยักหน้ารับคำสั่งแล้วเดินจากไปไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับชายชราหลังค่อมคนหนึ่งซึ่งมีเส้นผมและหนวดเคราบนใบหน้าเป็นสีขาวโพลนเขาคือพ่อบ้านหลี่ผู้ได้รับผิดชอบคลังสมบัตินี้ตั้งแต่สมัยปู่ของหยางเทียนหลง

            “พ่อบ้านหลี่สหายของข้าคนนี้ต้องการเดินเข้าไปหาป้ายวิญญาณสักครู่หนึ่งเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตระกูลเทียนท่านพ่อบ้านมีความเห็นว่าอย่างไร” หยางเทียนหลงพูดอย่างนอบน้อม เพราะในตระกูลนี้พ่อบ้านหลี่มีอำนาจเทียบเท่าหยางเทียนหมิงผู้เป็นหัวหน้าตระกูลเทียนเลยทีเดียว

            “หืม?”พ่อบ้านหลี่มองหยางสงป้าตั้งแต่หัวจรดเท้า “ข้าไม่อยากพูดอะไรที่ล่วงเกินบอกได้คำเดียวว่าแม้หยางต้าเฉิงจะมาด้วยตนเองก็เข้าไปไม่ได้สถานที่หวงห้ามเช่นนี้ไม่มีตระกูลไหนอนุญาตให้พวกเจ้าเข้าไปเดินเล่นหรอก!”

            “ขอบคุณพ่อบ้านหลี่ที่ชี้แนะ”หยางสงป้าไม่ได้คาดคั้นที่จะเข้าไป แต่กลับคารวะอย่างนอบน้อม“ในเมื่อข้าเสร็จธุระที่นี่แล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน”

            “เดี๋ยวสิ แล้วไหนอาวุธวิญญาณของข้าล่ะ”

            “อาวุธวิญญาณ?”

            หยางสงป้าเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก

    “ข้อตกลงนั้นมีเงื่อนไขว่าให้เจ้าพาเดินรอบๆ ก็เพราะมันอยู่ในรัศมียี่สิบก้าว แต่อาคารนี้ใช้เงื่อนไขนั้นไม่ได้เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจึงตรวจสอบไม่ได้และเมื่อตรวจสอบไม่ได้จึงมิอาจบรรลุตามเงื่อนไข ดาบเล่มนี้จึงยังเป็นของข้าถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าลาล่ะ!”

    คล้ายกับเรื่องพลิกฟ้าผ่าปฐพี [翻天分地] ที่คุณอ่าน