CHAPTER 06
บุุคคลน่าสนใจ
.
.
MUAY MARIN PART
“นี่หมวยเพื่อนเฮีย”
ฉันมองคนที่แนะนำว่าฉันเป็เพื่อนของเขาให้กับอีกคนได้รู้จัก… ฉันเนี่ยนะเพื่อน “ฉันเนี่ยนะเพื่อนนาย”
“แล้วคุณจะให้ผมบอกว่าคุณเป็ใคร?” เขาหันมาถามฉันเสียงเบา “ลงมากับผมเดี๋ยวจะพาไปนั่งรอ”
“อะ อ้าวเดี๋ยวสิ” พูดจบคนตัวสูงก็เปิดประตูลงจากรถไปคุยกับผู้ชายคนเมื่อกี้ ฉันนั่งมองสถานการณ์อยู่อึดใจก่อนจะเปิดประตูตามลงมา
“ปิงเฮียฝากหมวยด้วยนะ” ฉันลงมาทันได้ยินเขาฝากฝังฉันกับผู้ชายคนนี้ “คุณ นี่ปิงรุ่นน้องผม”
“อ่อ สวัสดี” ฉันเอ่ยทักทายอีกคนด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับพี่ชื่อหมวย…ใช่ไหมครับ”
“อื้อ” ฉันพยักหน้ารับ
“เฮียเฟยไอ้โค้กมันเอารถลงสนามไปก่อนแล้วเฮียตามไปได้เลยนะ ส่วนพี่หมวยเดี๋ยวผมดูแลเอง”
“เออ ฝากด้วย” เขาตบไหล่รุ่นน้องที่ชื่อปิง “เดี๋ยวผมมานะ นั่งรออาจจะเบื่อหน่อย”
“อื้อ” ฉันพยักหน้ารับอีกครั้งก่อนอีกคนจะเดินเข้าไปในสนามแข่ง
ย้อนไปเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้าตอนที่ฉันรู้สึกเซ็งกับชีวิตหลังจากไปสมัครงานใหม่ที่บริษัทไหนบริษัทนั้นก็ไม่รับทั้งๆ ที่เมื่อก่อนบริษัทเหล่านี้ล้วนแล้วแต่อยากดึงตัวฉันไปร่วมงานด้วยทั้งนั้นและที่มันลงเอยแบบนี้ก็คงจะเป็ฝีมือยัยวาดดาวไม่ผิดหรอก ยัยนั่นคงใช้บารมีพ่อตัวเองทำให้ฉันหมดอนาคตในหน้าที่การงานแน่ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดฉันเลยเดินไปเรื่อยเปื่อยจนไปหยุดอยู่ที่สะพานแห่งหนึ่งพอมันเครียดๆ ฉันก็แค่อยากจะรับลมเย็นๆ เพื่อเยียวยาจิตใจก็เท่านั้น แต่เื่ที่เหนือการคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อนายเฟยหนุ่มข้างห้องที่ไม่ได้เจอกันหลายวันจู่ๆ ก็พรวดพราดเข้ามาพูดจาอะไรก็ไม่รู้จนฉันงงไปหมดมิหนำซ้ำนายนั่นยังเข้ามากอดมาดึงตัวฉันให้ออกห่างจากราวสะพานอีกด้วยและนั่นฉันถึงได้รู้ว่าเขาคิดว่าฉันกำลังจะะโน้ำฆ่าตัวตายประชดชีวิต…ก็คิดไปได้
ยืนเถียงกันอยู่นานจนเขากำลังจะเดินกลับไปที่รถฉันก็ฉุกคิดได้ว่าจากตรงนั้นไปคอนโดค่อนข้างไกลเลยรีบวิ่งตามนายเฟยไปหวังจะขอติดรถกลับด้วยแต่สิ่งที่ได้คือเขาไม่ได้จะกลับคอนโดแต่เขาจะไปที่อื่น เป็เพราะนังโป้บินไปเกาหลีบวกกับฉันเซ็งๆ ไม่อยากกลับห้องเลยขอติดสอยห้อยตามนายเฟยมาด้วยและสุดท้ายก็มาอยู่ที่นี่นี่แหละ
“พี่หมวยครับ”
“หื้อ” ฉันหันกลับมามองคนที่เรียกชื่อฉันด้วยรอยยิ้มแปลกๆ
“ขึ้นไปนั่งรอบนนั้นเถอะครับเดี๋ยวผมพาไป” ฉันมองตามที่อีกคนบอก ‘บนนั้น’ ที่ว่าคืออัฒจันทร์ที่มีไว้นั่งดูการแข่งรถสินะ
“เอ่อ ปิงชื่อปิงใช่ไหม” ฉันเรียกคนที่เดินนำจนเขาหันมามอง เด็กสมัยนี้ทำไมตัวสูงขนาดนี้นะฉันสูงแค่ไหล่เขาเอง “เฟยเป็นักแข่งรถเหรอ”
“ครับ เฮียเฟยเป็นักแข่งรถมืออาชีพ” เขาตอบฉันแล้วขมวดคิ้วมอง “พี่หมวยไม่รู้เหรอครับ”
“เพิ่งรู้นี่แหละ” ฉันพึมพำขณะที่สายตามองไปยังผู้ชายที่พูดถึง ตอนนี้เขาอยู่ในสนามข้างรถแข่งคันสีดำหมายเลขเจ็ด นี่ก็เป็อีกเื่ที่ทำให้แปลกใจไม่น้อยก็คือฉันเพิ่งรู้ว่านายเฟยเป็นักแข่งรถนี่แหละ
“ว่ายังไงนะครับ”
“อ๋อ เปล่าๆ”
“แล้วพี่หมวยกับเฮียเฟยคบกันมานานแล้วเหรอครับ” คำถามชวนคิดไปไกลทำให้ฉันหันมามองคนถาม ‘คบกัน?’ “อ๋อ ผมหมายถึงเป็เพื่อนกันมานานหรือยังเพราะผมไม่เคยเห็นเฮียเฟยพาเพื่อนผู้หญิงมาที่นี่สักคน”
“ไม่เคยเลยเหรอ?”
“ครับไม่เคย พี่หมวยคนแรก” ฉันได้ยินแบบนั้นก็แปลกใจไม่น้อย ส่วนคนในสนามที่ยืนคุยกับคนอื่นๆ อยู่ก็หันมองมาทางนี้พลางโบกมือให้อีก…เขาโบกมือให้ใครกัน ฉันหันซ้ายหันขวาก็ไม่พบใครนอกจากฉันกับปิง “ไปนั่งตรงนั้นก็ได้ครับเดี๋ยวผมลงไปดูเฮียเฟยก่อน”
“โอเค ขอบใจนะ”
“พี่ปิงสวัสดี” ฉันยังไม่ทันจะไปนั่งก็ได้ยินเสียงทักทายจากด้านหลังเมื่อหันไปก็พบว่าปิงกำลังยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาดีเชียวแหละเหมือนทั้งสองคนจะรู้ว่าฉันแอบมองฉันเลยเลือกที่จะเดินไปนั่งตรงตำแหน่งที่ดูการแข่งได้ถนัด
ในสนามตอนนี้มีรถแข่งอยู่สองคัน คันหนึ่งสีดำส่วนอีกคันสีเหลือง สีดำน่าจะเป็ของเฟยส่วนสีเหลืองนั่นน่าจะเป็ของผู้ชายคนนั้นที่สวมหมวกกันน็อกเอาไว้ ฉันกวาดสายตามองทุกอย่างในสนามด้วยความตื่นตาตื่นใจเพราะนี่ถือว่าเป็ครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ฉันได้มาดูการแข่งรถแบบนี้
“สวัสดีค่ะ” ฉันเงยหน้ามองคนที่เดินมานั่งลงข้างกัน เธอคือผู้หญิงที่คุยกับปิงเมื่อครู่ “เพื่อนเฮียเฟยเหรอคะ”
“อ่า สวัสดีค่ะ” นายเฟยนี่ดูจะเป็ที่รู้จักของคนที่นี่แฮะ “แล้ว…”
“ชื่อเฟียร์ซนะคะเป็ลูกพี่ลูกน้องของเฮียเฟย” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก “ตกลงพี่เป็เพื่อนเฮียเฟยจริงๆ เหรอคะ”
“เอ่อ อื้อ” ฉันสมอ้างตามน้ำไป “ทำไมเหรอนายเฟยเหมือนคนไม่ค่อยมีเพื่อนเหรอ”
“ตรงข้ามเลยค่ะเฮียเฟยน่ะเพื่อนเยอะมาก” เธอพูดจ้อ “แต่แค่ไม่คิดว่าจะมีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทถึงขั้นพามาดูแข่งรถได้”
“มันแปลกเหรอ”
“มากค่ะ” เธอตอบยิ้มๆ “เฮียเฟยเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศและที่สำคัญเฟียร์ซก็ไม่เคยเห็นเฮียพาเพื่อนผู้หญิงมาที่นี่สักครั้ง”
“จริงๆ พี่ก็แค่ขอติดรถเขามาเฉยๆ”“เหรอคะ” ทั้งสายตาและน้ำเสียงของผู้หญิงตรงหน้าทำเอาฉันขนลุกแปลกๆ ทั้งปิงแล้วก็เฟียร์ซทำไมมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ “พี่ชื่อหมวยใช่ไหมเห็นพี่ปิงบอก”
“อือฮึ พี่ชื่อหมวย” ฉันยิ้มอย่างเป็มิตร “แล้วนี่นายเฟยขับมาไกลถึงชลบุรีเพื่อแข่งรถอย่างเดียวน่ะเหรอ”
“ใช่ค่ะ เห็นว่าพี่ฌอห์ณโทร.ไปตามให้มาแข่ง” พี่ฌอห์ณที่ว่าคงจะเป็เ้าของรถคันสีเหลืองนั่นสินะ “เริ่มแข่งแล้วค่ะ”
ฉันหันไปดูตามที่เธอบอกเห็นว่ารถทั้งสองคนเริ่มออกตัวทะยานด้วยความเร็วจนน่าหวาดเสียว ถึงว่าสิทำไมเขาถึงขับรถเร็วขนาดนั้นที่แท้ก็เป็นักแข่งนี่เอง
บรรยากาศในสนามเริ่มเต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นเมื่อรถทั้งสองคันพยายามจะเร่งความเร็วเพื่อแซงกันแย่งเป็ที่หนึ่ง ตอนนี้รถคันสีเหลืองนำอยู่นิดหน่อยแต่ต่อมานายเฟยก็เร่งเครื่องจนตีคู่มาได้ เสียงเชียร์ด้านล่างดังโหวกเหวกโวยวายน่าสนุกจากที่ตอนแรกไม่รู้สึกถึงความบันเทิงของการดูแข่งรถ มาตอนนี้ฉันกลับนั่งไม่ติดเพื่อร่วมลุ้นชัยชนะในครั้งนี้
“แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าใครชนะ” ฉันหันไปถามน้องเฟียร์ซที่นั่งข้างๆ กันเพราะเห็นรถทั้งสองคันวิ่งวนในสนามอยู่หลายรอบแล้ว
“วัดกันรอบนี้แหละค่ะ” เธอตวัดขาขึ้นมาไขว่ห้างแล้วกอดอกมองรถทั้งสองคัน “พี่ หมวยเห็นเส้นชัยลายตารางหมากรุกดำขาวนั่นไหมคะ รอบนี้เป็รอบสุดท้ายถ้าคันไหนถึงเส้นชัยก่อน ก็คันนั้นแหละค่ะที่ชนะ”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”
ฉันจดจ่ออยู่กับวินาทีแห่งความตื่นเต้นเมื่อรถทั้งสองคันหลุดโค้งสุดท้ายแล้ววิ่งตรงดิ่งไปยังเส้นชัย ฉันเผลอกำมือจนเล็บจิกลงบนฝ่ามืออย่างลืมตัวในตอนที่ลุ้นจนตัวโก่งว่าใครจะเป็คันแรกที่ถึงเส้นชัยนั้น และในวินาทีต่อมาฉันก็ะโโหยงด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่ารถคันสีดำแตะที่เส้นชัยก่อนคันสีเหลืองแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
“สุดยอดไปเลยนายเฟย”
“เราลงไปข้างล่างกันไหมคะพี่หมวย”
“เอาสิ” ฉันพยักหน้าเห็นด้วยแล้วเดินตามน้องเฟียร์ซลงมาด้านล่าง
เมื่อเดินเข้ามาในสนามที่รถทั้งสองคันจอดสนิทคนหลายคนก็เข้าไปล้อมรถทั้งสองคันนั้นไว้หนึ่งในนั้นคงเป็ฉันกับน้องเฟียร์ซ
“พี่เฟียร์ซสวัสดีค่ะ” ฉันมองผู้หญิงหน้าตาดีอีกคนหนึ่งที่ทักทายน้องเฟียร์ซ “แล้วนี่…”
“คนนี้พี่หมวยเพื่อนเฮียเฟย” เป็ปิงที่ตอบคำถามแทน “พี่หมวยครับนี่อุ้มเป็เรซควีนของทีม ส่วนนั่นโค้กเป็ช่างประจำทีม แล้วคนนั้นที่นิ่งๆ หน่อยชื่อพี่ฉัตรเป็ผู้จัดการทีมครับ”
“เพื่อนพี่เฟย?” คนที่ชื่อโค้กขมวดคิ้วมองฉัน “พี่เฟยพาเพื่อนมาเนี่ยนะ”
“มันน่าใขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันแอบกระซิบถามน้องเฟียร์ซเพราะอาการแต่ละคนดูแปลกๆ พอรู้ว่าฉันมากับนายเฟย “ทำไมการที่นายเฟยพาพี่มาทุกคนถึงดูตื่นใขนาดนั้น”
“แปลกมากเลยล่ะค่ะพี่หมวย เพราะเฮียเฟยไม่เคยพาเพื่อนคนไหนมาด้วยสักคน ยิ่งเพื่อนที่เป็ผู้หญิงนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ เพราะไม่เคยเลย”
“สวัสดีนะทุกคน” ฉันยกมือโบกทักทายไปมาให้กับคนอื่นๆ
“เอาเป็ว่าพักเื่พี่หมวยไว้ก่อน นู่นเฮียเฟยลงจากรถแล้ว”
ฉันมองไปยังประตูรถที่ถูกเปิดออกแล้วนายเฟยก็ก้าวลงมาก่อนจะค่อยๆ ถอดหมวกกันน็อกออก…โคตรเท่
เสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังให้ได้ยินทำให้ฉันหันไปมองแล้วก็พบสาวสวยสามสี่คนยืนส่งเสียงอยู่ไม่ไกลขณะที่สายตาพวกเธอจ้องมายังนายเฟย
“สุดยอดเลยเฮียเฟย” น้องเฟียร์ซเดินเข้าไปทักเขาเป็คนแรก
“อ้าวเฟียร์ซมาด้วยเหรอ” ดูเขาเองก็จะแปลกใจที่ลูกพี่ลูกน้องอยู่ที่นี่ “รู้ได้ยังไง”
“อือ พี่ปิงโทร. ไปบอก”
“อ๋อ” เขาครางรับน้องเฟียร์ซแล้วเบนสายตามามองฉันพร้อมกับยักคิ้วใส่ฉัน ถึงแม้จะหมั่นไส้จนต้องย่นจมูกใส่อีกคนแต่ฉันก็อดไม่ได้ที่จะต้องมองบนพร้อมชูนิ้วโป้งให้กับเขา
“ไม่อ่อนข้อให้กันเลยนะ” ฉันเลื่อนสายตาไปมองยังคนที่เดินลงมาจากรถคันสีเหลือง เขาพูดกับนายเฟยขณะถอดหมวกกันน็อกออก “ฝีมือไม่เคยตกจริงๆ”
ผู้ชายที่ตัวสูงโย่งคนนั้นดูท่าจะเป็ลูกครึ่งเพราะจมูกที่โด่งเป็สันและลักษณะเค้าโครงรูปหน้าที่บ่งบอกว่ามีเชื้อเป็คนต่างชาติแน่ๆ
“ไม่เท่าไหร่ครับพี่” ฉันมองนายเฟยที่พูดคุยตอบโต้กับอีกคนอย่างสนิทสนม
“วันนี้ห้ามเบี้ยวแล้วนะไหนๆ ก็มาแล้วไปดื่มกัน”
“แต่ผมพาเพื่อนมาด้วยนี่สิครับ” อยู่ๆ ก็รู้สึกเป็เป้าสายตาเมื่อทุกคนต่างหันมามองฉันเป็ตาเดียว
“…ก็พาเพื่อนไปด้วยสิ” ฉันส่งยิ้มให้กับชายลูกครึ่งเมื่อเขาเอาแต่จ้องฉัน
“จริงเฮียเฟย พาพี่หมวยไปด้วยก็ได้นี่เพื่อนเฮียไม่ใช่เหรอ” เป็น้องเฟียร์ซที่ช่วยสำทับ
“แป๊บหนึ่งนะ” นายเฟยเดินเข้ามาหาฉันขณะที่คนอื่นๆ มองมาอย่างให้ความสนใจ “คุณ คือว่าพี่ฌอห์ณเขาชวนผมอยู่ดื่มต่อ คุณโอเคไหมถ้าจะกลับช้าหน่อย”
“ฉันไม่ติดอะไรอยู่แล้วในเมื่อฉันขอตามนายมาเอง” ฉันตอบไปตามตรง “เออนี่ขอถามอะไรหน่อยสิ”
“อะไร?”
“ทำไมดูทุกคนใกันจังที่รู้ว่าฉันมากับนาย มันแปลกขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันขยับไปกระซิบถามเขา
“ก็…ค่อนข้างแปลก” นายเฟยตอบอย่างไม่คิด “เพราะผมไม่เคยพาใครมาด้วย คุณคนแรก”
“ฉันควรดีใจไหมเนี่ย”
“เอาน่าคุณไหนๆ ก็ขอติดรถผมมาแล้วไปดื่มด้วยกันก็ได้ผมรู้คุณชอบดื่ม” เขาบิดยิ้มร้ายกาจส่งมาให้ฉัน แค่เห็นรอยยิ้มฉันก็รู้แล้วว่านายนี่น่ะล้อเลียนฉัน
ฉันได้แต่แยกเขี้ยวให้กับนายเฟยที่เดินกลับไปคุยกับคนที่ชื่อฌอห์ณอีกครั้ง ส่วนหนุ่มลูกครึ่งตาน้ำข้าวนั่นก็มองมาที่ฉันจนฉันต้องก้มหัวทักทายเขาอยู่ไกลๆ
“พี่ชื่อหมวยใช่ไหมคะ”
“อ่อ ค่ะพี่ชื่อหมวย” ฉันเด็กสาวที่ชื่ออุ้มเธอดูเด็กกว่าน้องเฟียร์ซอีก “น้องชื่ออุ้มใช่ไหม แล้วน้องเป็อะไรนะอะไรควีนๆ นะ”
“เรซควีนค่ะคล้ายๆ พริตตี้”
“อ๋อ ที่พี่เคยเห็นในรายการแข่งรถแบบนั้นสินะ”
“ว่าแต่พี่เป็เพื่อนพี่เฟยจริงเหรอคะ” ฉันขมวดคิ้วอีกครั้งกับคำถามเดิมๆ
“เอิ่ม อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะแต่การที่นายเฟยพาพี่มาด้วยมันแปลกประหลาดขนาดนั้นเลยนะ? คือทุกคนเอาแต่ถามพี่แบบนี้ เป็เพื่อนนายเฟยนี่มันแปลกขนาดนั้นเชียว?”
“ก็พี่เฟยไม่เคยพาใครมาที่นี่เลยค่ะ แถมพี่ยังเป็ผู้หญิงคนแรกเลยด้วยที่พี่เฟยพามา” จริงๆ นายนั่นไม่ได้อยากพาฉันมาหรอกแต่เป็ฉันนี่แหละที่ะโตามเขามาด้วย “ก็เลยน่าแปลกใจไม่น้อย”
“โอเค คือพี่ตามเขามาเองจริงๆ นายนั่นก็ไม่ได้อยากให้พี่มาหรอก”
“แต่พี่เฟยก็พามา” เธอยิ้มเ้าเล่ห์อีกคนแล้ว คนรอบตัวนายเฟยยิ้มได้น่าขนลุกกันทุกคนเลยหรือไง
หลังจากที่ยืนรอนายเฟยคุยกับคนนั้นทีคนนี้ทีอยู่นานก็ได้ฤกษ์ที่เขาจะหันมาสนใจฉันที่ยืนตบยุงรอสักที “ยุงจะหามฉันแล้ว”
“ยังไม่ได้หามนี่ ก็ยังยืนบ่นได้อยู่”
“นายกวนฉันเหรอ”
“คุณนี่อารมณ์ขึ้นง่ายจริง” เขาส่ายหน้าคล้ายกับเอือมระอาฉัน “ไปกันเถอะ คนอื่นกลับไปเคลียร์ที่อู่รอแล้ว”
“สั่งคนนั้นคนนี้อย่างกับเป็เ้าของอู่” เพราะก่อนหน้านี้น้องเฟียร์ซบอกฉันแล้วว่าจะไปดื่มกันต่อที่อู่รถแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่นี่ คงน่าจะเป็อู่ของใครสักคนที่พวกเขารู้จัก
“ก็ผมนี่ไง เ้าของ” เขายืนเท้าเอวมองฉัน
“นายเนี่ยนะ” นายเฟยมีเื่ที่ทำให้ฉันแปลกใจอยู่บ่อยๆ แฮะ “โห รวยใช่เล่นล่ะสิ”
“แล้วจะเลิกบ่นงึมงำได้หรือยัง เดี๋ยวคนอื่นจะรอ”
“ก็นำไปสิ”
นั่งรถมาไม่นานก็ถึงอู่ซ่อมรถขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากสนามแข่งอย่างที่น้องเฟียร์ซบอก ตอนนี้ที่หน้าอู่มีรถจอดอยู่สามสี่คัน ฉันปรายตามองคนขับอย่างนายเฟยที่กำลังถอยรถจอดข้างรถคันสีดำ
“ที่นี่อู่รถของนายจริงเหรอ?”
“แล้วผมจะหลอกคุณทำไม?”
“นี่ฉันกำลังคุยอยู่กับเศรษฐีเหรอเนี่ย” ฉันกอดอกมองอีกคน
“อย่าเว่อร์น่าคุณผมก็ไม่ได้รวยขนาดนั้นไหม” เขาตอบยิ้มๆ ขณะที่ปลดเบลท์ “ว่าแต่คุณโอเคแน่นะที่จะกลับช้าน่ะ ถ้าคุณอยากกลับก็บอกนะ”
“ไม่เป็ไร ฉันขอตามนายมาเองนี่ อีกอย่างวันนี้นายก็แข่งชนะถ้าจะฉลองก็ไม่แปลกฉันโอเค”
“โอเคก็โอเค”
“เดี๋ยวก่อนนายเฟย” ฉันดึงชายเสื้อของเขาไว้จนเ้าตัวหันมามอง “ฉันจะไม่โดนถามคำถามเดิมๆ อีกใช่ไหมที่ว่าฉันเป็เพื่อนนายน่ะฉันเบื่อตอบแล้ว”
“เื่นั้นเดี๋ยวผมจัดการเอง”
ฉันพยักหน้ารับก่อนจะเปิดประตูก้าวลงมาจากรถแล้วเดินตามนายเฟยเข้าไปด้านใน ระหว่างทางฉันก็สังเกตเห็นสภาพของอู่รถที่ค่อนข้างดูดีเป็ระเบียบผิดกับที่เคยเห็นที่อื่น บนผนังติดรูปไว้มากมายส่วนใหญ่เป็รูปของรถแข่งสีดำที่ฉันเห็นนายเฟยขับในสนามดูเหมือนจะเป็รถคู่บุญของทีมนายเฟย
“นั่นนายเหรอ” ฉันชะงักเมื่อเห็นรูปนักแข่งคนหนึ่งที่อยู่ข้างรถคันสีดำ “ยังดูเด็กอยู่เลยแฮะ”
“ตอนเพิ่งเข้ามหาลัยน่ะ” เขาหยุดยืนมองรูปนั้นข้างๆ กัน
“ชอบแข่งรถั้แ่ตอนนั้นเลยเหรอ” ฉันเงยหน้าถามคนตัวสูง “ถามจริงกินอะไรถึงได้สูงขนาดนี้น่ะ”
“คุณตัวสั้นเองหรือเปล่า?” นายเฟยก้มมามองฉันด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “ผมสูงปกติ”
“ฉันก็ปกติย่ะ” ฉันเขย่งเท้าขึ้นสู้จนเราเกือบอยู่ในระดับเดียวกันแล้วฟาดฟันกันด้วยสายตา
“อะ แฮ่ม” เสียงกระแอมดังขัดจังหวะาสายตาและเป็น้องเฟียร์ซที่เดินเข้ามา “อุ้ย ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ…แต่ได้ยินเสียงรถนานแล้วไม่เห็นเข้ามาสักทีเลยออกมาดูก็ไม่คิดว่ากำลัง…”
“เฮียรู้นะว่าเราคิดอะไรอยู่” ฉันมองนายเฟยที่ชี้หน้าน้องเฟียร์ซสองคนนี้คุยเื่อะไรกัน “แล้วคนอื่นล่ะ”
“อยู่หลังอู่แล้วค่ะเฮีย” เธอเดินเข้ามาแล้วสอดแขนคล้องแขนฉัน “เราไปกันดีกว่าค่ะพี่หมวย ถือว่าเป็การฉลองต้อนรับพี่หมวยด้วย”
“ต้อนรับพี่เนี่ยนะ?” ฉันชี้นิ้วเข้าตัวเอง “เนื่องในโอกาสอะไร”
“ก็เนื่องในโอกาสที่พี่หมวย…เป็เพื่อนสาวของเฮียเฟยไงคะ”
หลังจากพูดจาฟังดูแปลกๆ จบน้องเฟียร์ซก็พาฉันเดินมายังด้านหลังอู่ที่เป็ลานหญ้าซึ่งตอนนี้มีโต๊ะสองสามตัวตั้งอยู่มีทั้งเครื่องดื่มและของกินมากมาย จะว่าไปฉันเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกันนะเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เที่ยง
“เฮียเฟยพี่หมวยมานั่งตรงนี้เลยครับ” ปิงกวักมือเรียกเราสองคนให้เดินไปยังโต๊ะที่มีคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว “เดี๋ยวผมไปเอาอะไรมาให้ทานนะครับ”
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวพี่ทำเองก็ได้ปิง” ฉันเกรงใจปิงที่อาสาจะไปหยิบของกินมาให้ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ แต่เขาก็ดูแลฉันอย่างดี
“พี่หมวยนั่งคุยเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่ปิงเขาจัดการให้” น้องเฟียร์ซส่งยิ้มมาให้ฉันก่อนจะเดินตามปิงไปตอนนี้ที่โต๊ะเลยเหลือแค่ฉัน นายเฟย แล้วก็…หนุ่มลูกครึ่ง
“พี่ฌอห์ณครับนี่หมวยเพื่อนผม”
“คุณ นี่พี่ฌอห์ณรุ่นพี่ผม” เฟยแนะนำคนตรงข้ามให้ฉันรู้จัก
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขายื่นมือมาตรงหน้าฉันจึงยื่นมือไปจับทักทาย “เพื่อนเฟยเหรอครับ คงจะสนิทกันมากเฟยถึงได้พามา”
ฉันยิ้มแห้งแล้วตวัดสายตามองคนข้างๆ ให้ทำอะไรสักอย่างฉันโดนเขาถามคำถามเดิมอีกแล้ว
“เอาล่ะทุกคน” นายเฟยโพล่งขึ้นเสียงดังจนคนอื่นๆ หันมามอง “นี่คือหมวยเพื่อนของเฮีย เฮียพาหมวยมาเองเพราะหมวยเป็เพื่อนสนิทเฮียเข้าใจตรงกันนะเลิกถามหมวยได้แล้วว่าเป็เพื่อนเฮียจริงเหรอ”
“นี่!” ฉันกัดฟันเรียกคนข้างตัว “พูดแบบนี้จะไม่เป็อะไรแน่เหรอ”
“อย่างน้อยก็ช่วยตัดปัญหาเื่ที่ทุกคนถามคุณได้ก็แล้วกัน”
“หึ” ฉันหันกลับมาสนใจคนตรงข้าม หัวเราะอะไรของเขา
“ขำอะไรคะ?”
“ครับ?” รุ่นพี่ของนายเฟยคนนี้ฉันมองดูแล้วอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับฉัน “เปล่า”
“ก็เห็นอยู่ว่ากลั้นขำ” ฉันกอดอกมองคนที่ยิ้มอวดฟันขาว “มีอะไรน่าขำหรือไง”
“คุณใจเย็น” นายเฟยกระซิบอยู่ข้างหูจนฉันเปลี่ยนเป็ตวัดสายตามองเขาแทน “โอเคๆ อยากทำอะไรก็เอาเลยเต็มที่”
เขาทำท่าขอสงบศึกกับฉันส่วนฉันก็หันมามองคนตรงข้ามที่เอาแต่จ้องฉันอยู่ได้ “ไม่มีอะไรน่าขำ มีแต่คุณที่น่ามอง”
“ห๊ะ…” ฉันไม่รู้ว่าเผลอทำหน้าตาแบบไหนตอนเขาพูดแบบนั้น
“เก็บอาการหน่อยคุณ” เฟยพูดเบาๆ ให้ได้ยินแค่ฉัน “ผมว่าเรามาดื่มกันดีกว่าครับพี่ฌอห์ณ”
“เอาสิ” ฌอห์ณรินน้ำสีอำพันใส่แก้วก่อนจะดันมาให้นายเฟยส่วนอีกแก้วเขาดันมาให้ฉัน “ดื่มได้ใช่ไหมครับ”
“ฉันก็ไม่ใช่เด็กแล้วทำไมจะดื่มไม่ได้” เมื่อคนตรงข้ามพูดแบบนั้นฉันเลยจัดการยกแก้วกระดกอึกเดียวจนหมดโชว์คนตรงข้าม ทันใดนั้นความขมปร่าก็เล่นงานที่ลำคอฉันทันที
“ฮ่าๆ ไหนว่าดื่มได้ไงทำไมทำหน้าแบบนั้น” ฌอห์ณนั่งหัวเราะอย่างไม่เกรงใจฉันเลย อีตาฝรั่งนี่!
“คุณโอเคไหม” ฉันส่งสายตาพิฆาตให้คนด้านข้าง “โอเค คงไหวแหละเนอะ”
“เฟยกับคุณหมวยสนิทกันมานานแล้วเหรอ?”
“เอ่อ” นายเฟยมองฉันอย่างขอความเห็น “ก็สักพักแล้วครับ”
“สักพัก? แต่ดูสนิทกันมากเลยนะ”
“นั่นสิคะ” น้องเฟียร์ซวางถาดบาร์บีคิวลงตรงหน้าแล้วมองฉันกับนายเฟยสลับกัน “เฮียเฟยก็เพิ่งกลับมาจากอเมริกาไม่กี่วันนี้เอง หรือว่าสนิทกันั้แ่สมัยเรียน…แต่เอ พี่หมวยก็อายุมากกว่าเฮียเฟยนี่คะเป็เพื่อนกันได้ยังไง เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ”
“พี่เห็นด้วยนะ พี่เองก็อยากฟัง” หนุ่มลูกครึ่งตรงข้ามก็เห็นด้วยกับน้องเฟียร์ซ
“นั่นสิครับเฮียเฟย ผมก็อยากรู้” ปิงก็อีกคน
หลังจากที่น้องเฟียร์ซเปิดประเด็นความสงสัยเื่ที่ฉันกับนายเฟยเป็เพื่อนกันคนอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะอยากรู้เช่นเดียวกัน
“อ๋อ ได้สิ” ฉันฉีกยิ้มแล้วหันมองคนข้างตัวที่กำลังกระดกน้ำสีอำพันในแก้ว “เดี๋ยวนายเฟยจะเล่าให้ทุกคนฟังเอง”
พรวด!
แค่กๆ
“ผมเหรอ?” เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองหลังจากที่สำลักเครื่องดื่มไปเมื่อครู่ “ให้ผมเล่า?”
“อื้อ ก็ใช่ไงนายเล่าสิ” ขณะพูดด้วยรอยยิ้มกับคนอื่นจากนั้นก็หันไปกัดฟันกระซิบกับอีกคน “นี่ปัญหาของนายนะจัดการสิ”
“เดี๋ยวผมมานะครับพี่ฌอห์ณ หมวยบอกอยากไปห้องน้ำ”
“ฉันเนี่ยนะ”
“แหม เร็วสิไหนว่าทนไม่ไหวแล้วไง” เขายืนขึ้นแล้วเร่งฉันให้ลุกตาม “เดี๋ยวเฮียมานะ”
“เดี๋ยวเฟียร์ซพาพี่หมวยไปก็ได้นะเฮียเฟย”
“ไม่เป็ไร เฮียพาไปเองดีกว่า” พอเห็นว่าฉันยังนั่งนิ่งเขาก็คว้าแขนฉันให้ลุกเดินตาม
“เดี๋ยวสินายเฟยฉันไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำนะ”
“ผมรู้” เขาหยุดแล้วหันซ้ายหันขวามองว่ามีใครตามเรามาไหม
“แล้วพาฉันมาทำไม”
“ก็คุณเล่นบอกคนอื่นว่าผมจะเล่าให้ฟัง…แล้วจะให้ผมเล่าอะไร?” เขายืนเท้าเอวมองฉัน “โยนมาให้ผมแบบนี้ผมคิดไม่ทันนะ”
“ถ้าคิดไม่ทันก็ไม่น่าบอกว่าฉันกับนายเป็เพื่อนกันั้แ่แรกสิ”
“แล้วจะให้บอกว่าอะไร?” เขากอดอกเลิกคิ้วถามฉัน “จะให้บอกว่าเพิ่งรู้จักคุณไม่กี่วันนี้เองเพราะคุณไปพังงานแต่งแฟนเก่าเราเลยได้รู้จักกันแบบนี้เหรอ ถ้าเป็แบบนั้นคนอื่นก็จะยิ่งถามต่อเรื่อยๆ คุณจะเอาไงล่ะจะให้ผมพูดความจริงหรือจะช่วยผมคิดว่าจะตอบยังไง”
“ก็…” ฉันตั้งท่าจะเถียงแต่ก็หาเหตุผลมาโต้เถียงไม่ออก “โอ๊ย ยุ่งยากชะมัดรู้แบบนี้กลับกรุงเทพฯซะก็ดี”
“ก็ผมถามคุณแล้ว” ฉันอยากจะขย้ำคอคนตัวสูงตรงหน้านี้เหลือเกิน “คุณยืนยันว่าโอเคไม่ใช่หรือไง”
“มันก็ใช่ แต่ใครจะไปคิดว่าเพื่อนๆ นายอยากจะรู้เื่ไม่เป็เื่พวกนี้นี่”
“แล้วจะเอายังไง จะให้บอกว่ายังไง”
เราสองคนต่างช่วยกันคิดหาทางออกของเื่นี้ จะมีทางออกไหนที่แเีพอที่จะให้ทุกคนไม่สงสัยในความสัมพันธ์ของเราสองคน “ฉันคิดออกแล้ว”
END PART