THe Superman

    ตอนที่ 152 ซุปใสไร้สีปรากฏขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าประหลาด


            “ ได้สิไอ้หนู ! เรามาเริ่มกันเลย ! ” เมื่อจางต๋าตอบตกลงรับคำท้า เขาก็หันไปสั่งพนักงานในร้านให้ไปขนย้ายอุปกรณ์ทำอาหารพร้อมทั้งจัดสถานที่เพื่อทำการแข่งขันในทันที

             

             

            ซึ่งทางด้านคนที่มามุงอยู่ต่างก็ซุบซิบนินทากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้จากตอนแรกที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน มีการต่อสู้กัน แต่สุดท้ายคุยกันไปคุยกันมากลายเป็นว่าจะแข่งทำอาหารซะอย่างนั้น

             

             

            เหล่าพนักงานเองต่างก็สับสนแต่ก็ยังดีที่พวกเขาไม่ต้องเข้าไปต่อสู้กับหยางหลิวอีก

             

             

            “ แกว่าไอ้เด็กนั่นมันโง่หรือมันบ้าวะที่ไปท้าลูกพี่จางแบบนั้น? ”

             

             

            “ แกก็เห็นนี่ว่ามันบ้าขนาดไหน ! กูบอกเลยมันแม่งทั้งโคตรโง่และโคตรบ้า! แม่งยังมีหน้ามาบอกด้วยว่า “ ฉันจะทำข้าวผัดให้แกดูว่ามันอร่อยกว่าของแกยังไง!!! ” ฮ่า ๆๆๆ โคตรบ้าเลยว่ะ ตอนนั้นฉันล่ะกลั้นขำแทบตายดีนะไม่หลุดหัวเราะออกมา ไม่งั้นฉันก็กลัวจริง ๆ ว่าจะโดนแบบสามคนนั้น ”

             

             

            “ เออจริง ! ก็เห็น ๆ อยู่ว่ารองหัวหน้าเชฟจางต๋าชนะแน่ ๆ ฉันล่ะสงสารมันจริง ๆ จริงอยู่ที่หมอนั่นมีฝีมือด้านการต่อสู้สูงมากเอาจริง ๆ ต่อให้เข้าไปรุมมันกันสิบยี่สิบคนก็ไม่แน่ว่าพวกเราจะชนะด้วยซ้ำ แต่ในเรื่องอาหารมันต้องแพ้แน่มันต้องแพ้อย่างแน่นอนที่สุด ! แถมมันยังต้องขายหน้าด้วยนี่ยังไม่รวมที่ต้องเสียเงินเพิ่มเป็นสองเท่าอีกนะ ฮ่า ๆๆๆ แต่ก็ดี ! เมื่อกี้มันเล่นทำร้ายเพื่อนเราไปตั้งสามคน ให้มันรู้สึกขายหน้าบ้างก็ไม่เลว! ฉันเองก็อยากจะเห็นใบหน้าหยิ่ง ๆ ของมันแบบนั้นอีกสักครั้งเวลาที่มันแพ้อยากจะรู้นักว่าตอนนั้นมันจะทำหน้ายังไง !? ฮ่า ๆๆ ”

             

             

            ระหว่างที่พนักงานคุยกันอยู่นั้นที่บริเวณไม่ไกลก็มีพนักงานหญิงคนหนึ่งเหมือนกังวลอะไรบางอย่าง แฟนของเธอที่อยู่ข้างๆ จึงหันมาถามอย่างเป็นห่วง

            “ ทำไมเธอทำหน้าตาเครียด ๆ ล่ะ ? เป็นอะไรตรงไหนหรือเปล่า? หรือว่าเจ้าหมอนั่นมันทำให้เธอกลัว ? ไม่ต้องกังวลหรอกนะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ”

             

             

            “ เปล่าหรอก แต่ฉันรู้สึกคุ้นกับหน้าตาคนที่มาท้ารองหัวหน้าจางต๋าแปลกๆ ชอบกล มันคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ฉันนึกไม่ออกเลย เขาเป็นใครกันนะ ?” ผู้หญิงตอบกลับไปเพื่อให้แฟนของเธอคลายกังวลแต่ความสงสัยของเธอก็ยังไม่ถูกคลี่คลายอยู่ดีนั่นจึงทำให้เธอยังพยายามที่จะคิดต่อไป

             

             

            “ คงไม่ใช่ว่าเธอหลงเสน่ห์เจ้าหมอนั่นหรอกนะ !! ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ! ” จู่ ๆ พนักงานชายที่พูดอยู่ข้างๆ ก็พูดออกมาด้วยความหึงหวง

             

             

            “ ไม่ ๆ ! ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นซะหน่อยตาบ้า ! ” พนักงานหญิงกล่าวปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบข้างหูชายคนนั้นอย่างเขินอายว่า

            “ …ฉันก็มีเธอแค่คนเดียว ฉันไม่สนใจคนอื่นหรอกน่า”

             

             

            “ อืม ! ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไปอีกอย่างไม่ต้องคิดมากเรื่องผู้ชายคนนั้นหรอก ” พนักงานเสิร์ฟชายพูดอย่างขึงขังก่อนจะเปลี่ยนมาพูดอย่างอาย ๆ ว่า

            “ …เพราะเธอคิดถึงแค่ฉันก็พอ”

             

            
    …

             

             

            หลังจากนั้นไม่นานอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ถูกเตรียมพร้อมอย่างเรียบร้อยทุก ๆ อย่างถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างรวดเร็ว และฉับไว

             

             

            ทว่าเมื่อเริ่มแข่งขันทำอาหารกลับมีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้นอย่างน่าประหลาด

             

             

            หยางหลิวที่ป่าวประกาศว่าตนเองนั้นจะทำข้าวผัดเพื่อแข่งขันกับจางต๋าในครั้งนี้กลับใช้ทั้งหม้อ และกระทะในการทำอาหารซะอย่างนั้น !

             

             

            ซึ่งอันที่จริงข้าวผัดนั้นพูดได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกันกับหม้อเลยเพราะถ้าจะใช้หม้อในการผัดข้าว ทำไมไม่ใช้แค่กระทะ ? ทำไมถึงเลือกใช้ทั้งหม้อ และกระทะ ? แบบนี้มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?

             

             

            แต่ตอนนี้หยางหลิวกลับใช้หม้อในการทำอาหารด้วยทำให้ทุกคนที่สังเกตอยู่ รวมถึงจางต๋าคิดบางอย่างขึ้นมาได้

             

             

            สิ่งที่พวกเขาคิดนั่นก็คือว่าหยางหลิวอาจจะไม่ได้ทำข้าวผัดเพื่อมาแข่งกับจางต๋า!!

             

             

            จางต๋าที่อยู่ไม่ไกลแสยะยิ้มออกมาอย่างดูถูกเหยียดหยามพร้อมกันนั้นยังทำทีเป็นบ่นกับตัวเองเสียงดังว่า

            “ เฮอะ ! ทำเป็นปากดีบอกว่าแค่ข้าวผัดก็เอาชนะอาหารของฉันได้ฮ่า ๆๆ ช่างน่าขำจริง ๆ เด็กหนอเด็ก ! ”

             

             

            แน่นอนว่าด้วยคำที่จางต๋าพูดนั้นดังมากทุก ๆ คนที่ดูอย่างใกล้ชิดก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน และนั่นก็ทำให้พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปทางหยางหลิวอย่างดูถูกเล็กน้อยตามคำกล่าวว่าร้ายของจางต๋า

             

             

            แต่เมื่อหยางหลิวเองถูกคนจำนวนมากใช้แววตาเคลือบแคลงสงสัยจ้องมองมาที่ตนเขากลับไม่แสดงท่าทีแปลก ๆ ใด ๆ ออกมา

             

             

            ในทางกลับกันหยางหลิวก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำอาหารของตัวเองต่อไปอย่างไม่สนใจคนรอบข้างซึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาชินกับเรื่องแบบนี้แล้วก็ได้ เขาจึงไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องสนใจใครโดยเฉพาะพวกศัตรูที่มีดีแค่ปากแค่หยางหลิวจัดการมันจนได้รับความอับอายมันก็เพียงพอแล้ว !

             

             

            ขณะนี้หยางหลิวบรรจงใช้มีดอย่างพิถีพิถันเขาแล่เนื้อปลาอย่างรวดเร็ว และแม่นยำด้วยความชำนาญยิ่ง

             

             

            ทักษะการแล่ปลาระดับนี้ ใคร ๆก็มองออกได้ทันทีว่าหยางหลิวต้องเป็นเชฟอย่างที่เขากล่าวพูดไว้จริง ๆ แน่

             

             

            แต่พวกเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะดูถูกหยางหลิวต่อไปเพราะหยางหลิวเป็นคนพูดออกมาเองว่าจะทำข้าวผัดมาแข่งกับจางต๋า ทว่าเห็นได้อย่างชัดเจนตอนนี้หยางหลิวกำลังทำน้ำซุปปลาอยู่ซึ่งมันไม่ใช่ข้าวแต่อย่างใด !

             

             

            อย่างไรก็ตามแม้จะมีคนไม่น้อยที่ดูถูกหยางหลิวทว่าวิธีที่หยางหลิวใช้ในการแล่เนื้อปลาที่ทำให้มันบางมาก ๆ และยังใช้เทคนิคพิเศษทำให้เนื้อปลาดูใสมากขึ้นเรื่อยๆ นี้ มันก็ได้ทำให้ใครหลายคนรู้สึกสะกิดใจสงสัยแปลก ๆ

             

             

            เพราะมันทำให้รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นวิธีแล่เนื้อปลาและเทคนิคพิเศษเช่นนี้ที่ไหนมาก่อนอย่างน่าประหลาด !

             

             

            และด้วยเหตุผลนี้เองทำให้บางคนที่สนใจด้านอาหารอย่างจริงๆ จัง ๆ รู้สึกว่าหยางหลิวช่างดูคล้ายกับคน ๆ หนึ่งที่เคยเป็นข่าวดังเมื่อช่วงไม่นานก่อนหน้านี้อย่างยิ่งแต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยังรู้สึกสับสน และไม่แน่ใจนัก เพราะมันเคยมีข่าว ๆหนึ่งที่มาจากวงในด้านอาหาร

             

             

            และคนที่เป็นคนบอกข่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นนักชิมฟ่งยู่ที่น่าเชื่อถืออย่างสูง และสนิทอย่างมากกับคน ๆ นั้นนั่นเองซึ่งในคราวนั้นนักชิมฟ่งยู่ก็ได้ประกาศผ่านสื่อไปแล้วว่าคน ๆ นั้นถูกยิงที่จุดสำคัญจนอาจจะไม่สามารถเป็นเชฟต่อไปได้แม้จะใช้คำว่าอาจจะ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ที่สนใจในด้านนี้ต่างก็รู้ถึงความหมายของนักชิมฟ่งยู่พวกเขาคาดเดาไปว่าอนาคตของชายคนนั้นได้จบไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้มันก็ทำให้คนที่สนใจด้านอาหารรู้สึกเศร้าใจไปตามๆ กัน จนในที่สุดแทบทุกคนก็ได้ลืมชายอนาคตไกลคนนั้นไปจนหมดสิ้น

             

            
    ...

             

             

            แม้เวลาจะผ่านมานานจนหยางหลิวทำอาหารเสร็จแล้วเขาก็ยังคงไม่สนใจสายตาใด ๆ จากคนรอบข้างแม้สักนิดเดียว

             

             

            ตั้งแต่ที่หยางหลิวจัดเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดจนเสร็จสิ้นรวมถึงทุกขั้นตอนที่หยางหลิวทำอาหารเสร็จ ทั้งทำน้ำซุปซึ่งก็คือซุปใสไร้สีที่หยางหลิวเคยทำในตอนที่แข่งในรายการThe CC

             

             

            หรือแม้แต่ในระหว่างที่หยางหลิวรอให้ซุปใสไร้สีสุกพอดีเขาก็ไม่สนใจใครเลย แม้แต่เพื่อนของตัวเอง ทว่าหยางหลิวกลับหันไปเตรียมวัตถุดิบเพื่อทำข้าวผัดแทน

             

            ซึ่งแม้ว่ากระบวนการทำอาหารของหยางหลิวจะยุ่งยากซับซ้อนแต่เมื่อหยางหลิวเป็นคนทำเอง มันกลับผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเพลิดเพลินตามาก ประหนึ่งว่าหยางหลิวกำลังแสดงโชว์ศิลปะการทำอาหารให้คนมองดูยังไงยังงั้น

             

             

            ยิ่งในวินาทีที่อาหารทั้งสองอย่างถูกเตรียมจนได้ที่และถูกนำมาใส่ภาชนะอย่างพิถีพิถัน กลิ่นของทั้งน้ำซุป และข้าวผัดต่างลอยออกมาเตะจมูกของผู้ชมที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลซึ่งเหมือนว่ามีเสน่ห์บางอย่างคอยดึงดูดผู้ชมให้สนใจเฉพาะอาหารของหยางหลิวเท่านั้น

             

             

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบางคนถึงขนาดที่ว่าไม่สามารถควบคุมไม่ให้น้ำลายไหลออกจากปากได้!

             

             

            อันที่จริง ถ้าหากไม่มีคนจำนวนมากยืนอยู่ที่ตรงนี้มีเพียงแค่คนเดียวยืนอยู่กับอาหารที่อยู่ตรงหน้า มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกใจใด ๆ เลยถ้าเขาคนนั้นพุ่งเข้าไปทานอาหารของหยางหลิวอย่างไม่ลังเลในทันทีที่สัมผัสถึงกลิ่นหอมๆ เหล่านี้ !

             

             

            นี่สามารถบอกได้เลยว่าแค่กลิ่นของอาหารอย่างเดียวก็สามารถทำให้หยางหลิวได้รับชัยชนะจากใจคนดูแล้ว!

             

             

            ความคิดดูถูกและความรู้สึกเคลือบแคลงหยางหลิวของผู้ชมจำนวนมากหายไปอย่างปลิดทิ้งไม่มีใครสงสัยในความสามารถของหยางหลิวอีกต่อไป แม้แต่เรื่องที่ว่าหยางหลิวเคยป่าวประกาศว่าจะทำแค่ข้าวผัดพวกเขาก็ไม่ถือสาทว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการคือทำยังไงจะได้กินทั้งข้าวผัด และน้ำซุปนั่นต่างหาก !

             

             

            และตอนนี้ยังมีบางคนรู้แล้วว่าหยางหลิวเป็นใครกันแน่ปริศนาก็กระจ่างชัดอย่างฉับพลัน ซึ่งในวินาทีต่อมานั้นมีคนจำนวนหนึ่งหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรไปบอกข่าวนี้กับคนอื่นๆ อย่างพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย !

             

             

            ทางด้านจางต๋าทีแรกเขารู้สึกวิตกกังวลมากเมื่อเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้เพราะในตอนที่เขารับคำท้านั้นเขาคิดว่าหยางหลิวเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มบ้าดีเดือดและอวดดีก็เท่านั้น แต่จางต๋าคิดไม่ถึงเลยว่าทั้งทักษะ และเทคนิคในการทำอาหารของหยางหลิวนั้นจะเลิศล้ำถึงเพียงนี้!

             

             

            แค่เทคนิคดึงกลิ่นของอาหารออกมายั่วน้ำลายของใครหลายๆ คนก็น่าตื่นตะลึงมากพอแล้ว แม้แต่จางต๋าเองก็ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้

             

             

            ยังดีที่จางต๋าได้เปรียบเรื่องจำนวนคนเพราะหยางหลิวเป็นฝ่ายกล่าวออกมาเองว่าไม่ถือเรื่องที่จะให้ลูกน้องของจางต๋าโหวตให้กับตัวเขาเอง

             

             

            ซึ่งพนักงานในร้านที่มีอยู่ตอนนี้ทั้งพนักงานเสิร์ฟทั้งพนักงานในครัวมีรวมกันมากกว่า 30 คนเสียอีก  เมื่อรวมจำนวนแขกในร้านก็มีทั้งหมด 100กว่าคนเท่านั้น

             

             

            ดังนั้นขอแค่มีคนโหวตให้จางต๋าอีกประมาณ20 กว่าคน จางต๋าก็จะชนะการแข่งครั้งนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นต้องบอกด้วยว่าที่นี่เป็นถิ่นของจางต๋าลูกค้าส่วนใหญ่ที่มากินอาหารที่นี่ต่างก็เป็นลูกค้าประจำที่ติดใจในรสชาติอาหารของเขาอีกด้วยนั่นทำให้จางต๋าเชื่ออย่างไม่ลืมหูลืมตาว่าเขาจะไม่แพ้อย่างแน่นอน

             

             

            และด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง จางต๋าจึงใจเย็นมากขึ้นนอกจากนี้เขายังมีอาวุธลับที่จะทำให้ได้รับชัยชนะในครั้งนี้อยู่นั่นคือวัตถุดิบสุดพิเศษที่มีราคาแพงที่สุด และมีคุณภาพมากที่สุดในร้าน !

             

             

            จางต๋ายังเชื่ออีกว่าขอเพียงใช้วัตถุดิบนี้ยังไงเขาก็ชนะใส ๆ แทบจะไม่ต้องพึ่งพาฝีมือก็ชนะได้แล้ว อีกอย่างเมื่อได้เงินจากหยางหลิวสองหมื่นกว่าหยวนเขาก็สามารถใช้เงินที่ว่าไปซื้อวัตถุดิบที่ใช้ในคราวนี้คืนได้ แถมยังได้กำไรอยู่ไม่น้อยอีกด้วย

             

             

            ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีแผนการของตนและคิดไปว่าตนเองนั้นจะเป็นผู้ชนะ

             

             

            แต่ไม่ว่าหยางหลิวและจางต๋าจะคิดอย่างไร หรือผู้ชมคนอื่นจะมีปฏิกิริยาแบบไหนทว่าชายคนหนึ่งกลับเอาแต่จ้องบันทึกภาพของหยางหลิวอยู่อย่างเดียวโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัวเลยสักนิด!

    คล้ายกับเรื่องTHe Superman ที่คุณอ่าน

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810