นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 317 จระเข้กงจักรหวน

        ตอนที่ 317 จระเข้กงจักรหวน

         

         

        พื้นที่ริมขอบแม่น้ำของป่าเขตชายแดนแห่งนี้อุดมสมบูรณ์กว่าที่มนุษย์ในเมืองศิลาลัยคาดการณ์ไว้มาก จำนวนของพืชพรรณและผลไม้บริเวณโดยรอบนี้มีปริมาณที่มากกว่าปกติเพราะจำนวนของสัตว์กินพืชที่น้อย และต้นเหตุย่อมเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารอย่างสองจระเข้กงจักร

         

        ในอาณาเขตนี้พวกมันไร้ซึ่งศัตรูทางธรรมชาติใด ๆ แม้แต่ฝูงของตั๊กแตนแม่น้ำก็ไม่อาจทำอะไรมันได้หากพวกมันไม่หาเรื่องเข้าไปกลางฝูง หากจะมีปัญหาที่สุดก็คงเป็นสัตว์อสูรใจกลางเนินเขาสูงที่อยู่ไกลออกไป นอกจากนั้นพวกมันไร้ซึ่งคู่ต่อกร

         

        สายพันธุ์ของพวกมันไม่ได้บริโภคมากนัก ดังนั้นถึงแม้พวกมันจะไร้ซึ่งศัตรูทางธรรมชาติ การคงอยู่ของพวกมันก็มิได้ทำลายระบบนิเวศถึงเพียงนั้น ยังคงมีพวกสัตว์ป่าอ่อนแอที่พวกมันไม่สนใจอาศัยอยู่โดยรอบ

         

        ผลกระทบส่วนใหญ่ตกไปอยู่กับเหล่าพืชพรรณที่ดูดซับสารอาหารจากซากของสัตว์อสูรที่ตกเป็นเหยื่อจนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดป่าทึบริมแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้

         

        วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่มันมีความสุขยิ่ง มันและคู่ของมันพึ่งจะล่าตั๊กแตนแม่น้ำตัวใหญ่ได้ วันนี้ทั้งวันมันไม่จำเป็นต้องกินสิ่งใดอีก สามารถใช้เวลาไปกับการพักผ่อนหรือไม่ก็ทำความเข้าใจคำแห่งพลังของมันได้โดยไร้สิ่งความหิวขัดขวางความคิด

         

        หางของมันถูกสะกิดอย่างรุนแรงด้วยหางของคู่ของมัน ดูเหมือนเขาจะยังไม่อิ่มเสียเท่าใด เป็นเช่นนี้หลายครั้งแล้วที่คู่สีขาวเผือกของเธอมักยังไม่อิ่มหลังจากการล่า

         

        “โฮก!”

         

        มันส่งเสียงอย่างรำคาญใจ มันรู้สึกว่าวันที่ดีเช่นวันนี้อาจทำให้มันเข้าใจคำแห่งพลังของมันได้มากยิ่งขึ้น มันไม่ต้องการเสียเวลาไปกับการช่วยคู่ของมันล่าตั๊กแตนแม่น้ำอีกตัวหนึ่ง

         

        คู่ของมันเห็นเช่นนั้นก็สะบัดหน้าหนีไป หากเธอไม่ต้องการช่วยเขาล่าเช่นนั้นเขาล่าตัวเดียวก็ได้ เขาทำเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว

         

        จระเข้กงจักรหวนมุดตัวลงไปใต้แม่น้ำอีกครา มุ่งหน้าออกห่างจากรังของมันและคู่ ล่องใต้ตามกระแสน้ำหวังล่าตั๊กแตนแม่น้ำที่หลุดฝูงออกมาอีกสักตัวหนึ่ง หลังจากมุ่งกลับมายังจุดเดิมครั้งนี้มันไม่พบตั๊กแตนแม่น้ำแม้แต่ตัวเดียว

         

        มันไม่แปลกใจนัก ก่อนหน้านี้มันและคู่ของมันพึ่งจะล่าไปตัวหนึ่ง และตัวนั้นคือตัวที่ออกมาหาอาหารไปมอบให้นางพญาของพวกมันโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามันหลุดอาณาเขตของตั๊กแตนแม่น้ำ เข้าสู่พื้นที่ของสองจระเข้

         

        ถึงแม้ตั๊กแตนพวกนั้นจะโง่แต่นางพญานั้นไม่ นางย่อมสอนสั่งเหล่าลูกฝูงถึงอาณาเขตของนาง แต่หลายครั้งก็มักมีบางตัวที่หลุดรอดออกมากลายเป็นเหยื่ออันโอชะให้แก่มัน

         

        เมื่อไม่พบสิ่งใดจระเข้กงจักรหวนจึงมุ่งหน้าลึกกว่าเดิม หวังพบตั๊กแตนแม่น้ำสักตัวหนึ่ง ด้วยความกว้างหลายสิบเมตรของแม่น้ำแห่งนี้ ปริมาณปลาและสัตว์อื่น ๆ ในแม่น้ำนั้นไม่น้อยเลย แต่พวกสัตว์ป่าทั่วไปเหล่านั้นมันไม่สนใจกิน สารอาหารและพลังจิตวิญญาณนั้นน้อยเกินไปสำหรับอริยะเช่นมัน ปลาพวกนั้นให้เป็นอาหารของพวกตั๊กแตนโง่ ๆ ไปเถิด

         

        หลังจากมุ่งหน้าออกมากว่าหลายกิโลเมตรมันก็ยังคงไม่พบสิ่งใด มันคำรามอย่างหงุดหงิดเมื่อมันไม่พบตั๊กแตนหลุดฝูงแม้แต่ตัวเดียว หากมันมุ่งหน้าเข้าไปลึกกว่านี้นั่นจะเป็นเขตแดนของพวกตั๊กแตนแม่น้ำแล้ว

         

        มันตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ความหิวจะเอาชนะความระมัดระวัง มันมุ่งหน้าลึกลงใต้ หวังรีบเข้าไปจับสักตัวหนึ่งที่บริเวณริมขอบอาณาเขต แล้วจึงรีบหลบหนีก่อนที่พรรคพวกตั๊กแตนจะมารุมมัน

         

        หากมันเข้ามาลึกกว่าเดิมอีกเกือบ 3กิโลเมตรมันก็ยังไม่พบสิ่งใด พื้นที่บริเวณนี้สมควรมีตั๊กแตนลาดตระเวนอยู่บ้างแต่ในครั้งนี้กลับไม่มี ความแปลกใจและหวาดระแวงเริ่มปรากฏในหัวของมัน มันชั่งใจอีกครั้ง สถานการณ์เช่นนี้ไม่ปกติเลย สัญชาตญาณของมันกำลังส่งสัญญาณ

         

        ในที่สุดมันจึงตัดสินใจถอยกลับ ไม่คิดเข้าไปสืบหาความจริงด้วยตัวคนเดียว หากแต่ท้องของมันก็คำรามเสียงดังไม่แพ้ตัวมันเอง มันมุ่งหน้ากลับอย่างหัวเสีย

         

        ความหงุดหงิดและความหิวทำให้มันตัดสินใจว่ายกลับชิดริมฝั่งแม่น้ำ หวังกินสัตว์ป่าตัวอื่นเพื่อรองท้อง ในตอนนั้นเองที่มันพบกับม้าแผงคอแดงตัวหนึ่งที่ริมฝั่งแม่น้ำ

         

        ม้าแผงคอแดงตัวนั้นกำลังดื่มน้ำริมลำธารอย่างสบายใจ ความระมัดระวังที่ม้าตัวนั้นทำมีเพียงการหันซ้ายหันขวามองรอบตัวเท่านั้น

         

        เมื่อดูจากขนาดตัวแล้วสมควรเป็นเพียงลูกม้าแผงคอแดงเท่านั้น การปฏิบัติตัวประมาทเช่นนี้ย่อมไม่ใช่วิสัยของม้าแผงคอแดงตัวเต็มวัยที่ทั้งฉลาดและรวดเร็ว จระเข้กงจักรหวนนัยน์ตาส่องประกายวาบ แม้จะตัวเล็กหากก็มากพอจะรองท้องมัน

         

        มันเคลื่อนไหวใต้น้ำอย่างเงียบเชียบ แม้จะไร้เสียงหากกลับรวดเร็วจนน่าตกใจ เพียงพริบตาเดียวมันก็ตัดผ่านพื้นที่หลายสิบเมตรเข้าประชิดริมฝั่ง ร่างของม้าแผงคอแดงตัวนั้นอยู่ห่างมันออกไปเพียงไม่ถึง 3เมตร

         

        ด้วยความสามารถในการเปลี่ยนสีขนของมันทำให้การพรางตัวใต้น้ำของมันนั้นยอดเยี่ยมกว่าจระเข้กงจักรตัวอื่น ม้าแผงคอแดงนั้นไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย

         

        เมื่อสบจังหวะมันจึงพุ่งกระโจนขึ้นสู่ผิวน้ำ เขี้ยวคมกริบของมันงับเข้าที่ลำคอของม้าแผงคอแดงอย่างแม่นยำ ในจังหวะเดียวกันนั้นเองที่มันสะบัดร่างกายท่อนล่าง ส่งให้หางขนาดใหญ่ของมันตวัดงับเข้าที่กลางลำตัว

         

        ความหวาดกลัวฉายชัดเต็มแววตาของลูกม้าแผงคอแดง กว่ามันจะถีบเท้ากระโดดถอยหนีทั้งร่างของม้าแผงคอแดงก็อยู่ภายใต้คมเขี้ยวของจระเข้กงจักรหวนแล้ว

         

        นี่คือวิธีล่าเหยื่อของจระเข้กงจักร ใช้ปากหลักเพื่อจับกุมจุดตายของเหยื่อ แล้วจึงใช้ปากใหญ่ที่หางตวัดกัดร่างของเหยื่อ

         

        แกร้ง!

         

        จระเข้กงจักรหวนที่กัดเต็มแรงกลับได้ยินเสียงอันแปลกประหลาดพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วปาก มันสัมผัสได้ถึงแผลตามไรฟันอันเกิดจากการที่ฟันของมันกระแทกเข้ากับของแข็ง

         

        ร่างของลูกม้าแผงคอแดงตัวนี้กลับแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ!

         

        มันพยายามสะบัดหางของมันเพื่อเพิ่มแรงกัดของฟันที่หาง หากหางของมันก็ประสบพบกับชะตากรรมเดียวกัน กัดกระทบเข้ากับแผ่นเหล็กหนาตันจนปากระบม

         

        ม้าแผงคอแดงตัวนั้นเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน ดาบขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากป่า เข้าสู่ปากของม้าแผงคอแดงอย่างแม่นยำพร้อมกับพลังจิตวิญญาณในร่างของม้าแผงคอแดงที่ระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง

         

        จากระดับที่เจือจางราวกับผู้เรียนรู้กลับทะยานขึ้นไปจนเหนือล้ำกว่าตัวมันที่เป็นนักสลักไตร!

         

        มันรู้ตัวแล้วว่ามันถูกหลอก พลังจิตวิญญาณในร่างของมันหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง หวังใช้งานคำแห่งพลังของมันบ้างเพื่อพลิกสถานการณ์หากก็ไม่ทันแล้ว ดาบขนาดยักษ์นั้นถูกม้าแผงคอแดงตวัดคอฟันเข้ากลางหลังของมันเข้าอย่างจังจนโลหิตสาดกระเซ็น

         

        จระเข้กงจักรหวนหน้าซีดเล็กน้อยเมื่อม้าแผงคอแดงตัวนี้กลับสามารถโจมตีทะลุขนของมันได้ด้วยแรงกายเพียงอย่างเดียว ยามที่มันคลายปากของมันออกพลังบีบอัดอีกสายหนึ่งก็ทะยานทับเข้ามาโดยไร้รอยต่อ

         

        ซ้ายขวาของมันถูกบีบอัดอย่างรุนแรง แผลที่กลางหลังนั้นฟันตัดกับแรงบีบอัดอย่างชั่วร้าย เมื่อร่างของมันโดนบีบอัดแผลที่กลางหลังจึงถูกบีบเคล้นจนฉีกขาด ความเจ็บปวดทำให้สติของมันดับวูบไปครู่หนึ่ง

         

        “โฮก!”

         

        เสียงคำรามโหยหวนของจระเข้กงจักรหวนดังลั่นกังวานหลายกิโลเมตร ด้วยพลังเสียงเช่นนี้ทั้งคู่ของมันและนางพญาย่อมต้องได้ยิน มันหวังใช้ความวุ่นวายเพื่อหลบหนีหากม้าแผงคอแดงตัวนั้นกลับไร้ท่าทีกังวลใด ๆ

         

        ในที่สุดคำแห่งพลังของมันจึงสามารถใช้ออก หอกวารีปริมาณมหาศาลพุ่งทะลวงออกมาจากผืนน้ำ พุ่งแทงเข้าใส่ร่างของม้าแผงคอแดงตัวนั้น มันไม่หวังให้หอกวารีของมันสังหารม้าตัวนี้ได้ ขอเพียงมากพอให้มันใช้ตั้งหลักเพื่อถ่วงเวลา

         

        จระเข้กงจักรหวนลดแรงกดดันไปได้มากเมื่อมันเห็นว่าม้าตัวนั้นเลือกที่จะกระโดดถอยหลบหอกวารีแทนที่จะต้านรับ มันใช้โอกาสนั้นเกร็งพลังทั้งร่าง ทำลายแรงบีบอัดซ้ายขวา พุ่งทะยานกลับลงแม่น้ำใหญ่

         

        หากมันกลับไม่อาจไปถึงแม่น้ำที่อยู่ห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรได้เมื่อสองตาของมันถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีฟ้าขาวอันเจิดจรัส

         

        มันยังไม่ทันสัมผัสถึงความร้อนหรือพลังจิตวิญญาณใด ๆ เพียงรู้สึกตัวอีกทีมันก็พบว่าหอกสายฟ้าที่เปล่งประกายดังดาวตกพุ่งตรงมายังใบหน้าของมัน ทั้งร่างของมันตื่นตัวอย่างเต็มที่ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์ป่าระดับจุดสูงสุดของห่วงโซ่

         

        มันไม่เข้าใจว่าการโจมตีที่ทรงพลังเช่นนี้อยู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ามนโดยไร้เสียงได้อย่างไร แม้แต่พลังจิตวิญญาณที่รั่วไหลหรือร่องรอยความเคลื่อนไหวตัดอากาศก็ไม่มีโดยสิ้นเชิง ไม่สิ มีร่องรอยอยู่ เพียงแต่ก่อนหน้านี้มันกลับมองผ่านไปโดยไม่สนใจ

         

        ดุจดังเคียวของทีรานที่เงื้อเข้าที่คอของมันยามหลับฝัน ทั้งร่างของมันบิดตัวออก ขนทั้งร่างตีแผ่ทับซ้อนกันหลายชั้นจนทั้งร่างขอมันเหลือเพียงเนื้อสีขาวนวล ขนทั้งร่างของมันบัดนี้รวมตัวกันกลายเป็นคมเขี้ยวขนาดยักษ์กัดสวนเข้าใส่หอกสายฟ้า

         

        วารีทั่วแม่น้ำสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว ทั้งมวลถูกดูดขึ้นฟ้าจนเผยให้เห็นผืนดินใต้แม่น้ำใกล้ตลิ่ง มวลน้ำมหาศาลลอยตัวขึ้นเสริมทับเข้ากับคมเขี้ยวขนนกนั้น เกิดเป็นสิ่งที่คล้ายกับจระเข้ขนาดยักษ์ที่ก่อกำเนิดขึ้นจากวารีและขนนก

         

        จระเข้ขนนกกัดสุดแรงลงไปยังหอกสายฟ้า เสียงระเบิดกึกก้องและม่านไอน้ำหนาทึบระเบิดออกเมื่อความร้อนของสายฟ้าปะทะเข้ากับมวลวารี ทุกสิ่งเกิดขึ้นในพริบตา หอยสายฟ้านั้นหยุดหมุนลง เผยให้เห็นร่มสีฟ้าเข้มที่ตกลงสู่พื้นดินพร้อมกับรอยฉีกขาดเล็กน้อย

         

        รอยฉีกขาดเพียงครู่เดียวก็หายไป ซ่อมแซมกลับคืนไร้ความเสียหายพร้อมกับหวนคืนสู่มือของร่างปริศนาในป่า

         

        จระเข้กงจักรหัวใจสั่นสะท้านปนไปกับความโล่งใจเมื่อมันสามารถป้องกันหอกสายฟ้าเมื่อครู่ได้ จระเข้ขนนกเมื่อครู่คือการผสานคำของมัน เป็นการโจมตีระดับสูงสุดที่มันสามารถทำได้ และการโจมตีสูงสุดของมันทำได้เพียงหยุดหอกนั้นได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะสลายหายไป

         

        มันรู้ดีกว่าใครหากมันโดนหอกนั้นปักศีรษะเข้าไปผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร มันไม่ได้มีกายาพิเศษ จุดตายของมันยังคงมีเฉกเช่นสิ่งมีชีวิตทั่วไป

         

        สัตว์อสูรระดับอริยะจะอย่างไรก็เป็นสัตว์อสูรระดับอริยะ เพียงพริบตาเดียวหลังจากการโจมตีหยุดลงมันก็อาศัยไอน้ำหนาทึบพุ่งตัวไปยังกลางแม่น้ำ พื้นที่ริมแม่น้ำนี้มีลักษณะเป็นทางลาดลง เมื่อมวลน้ำมหาศาลหดหายไปพื้นที่แม่น้ำจึงหดตัวลงไปหลายเมตร ต้องใช้เวลาอีกหลายวินาทีกว่าน้ำจากส่วนอื่นจึงจะไหลกลับเข้ามาเติมเต็มส่วนที่เสียไป

         

        ผืนน้ำอยู่เบื้องหน้ามันแล้ว หากมันกลับลงน้ำได้มันมั่นใจว่ามันสามารถใช้ความเร็วของมันหนีทัน มันไม่เคยรู้สึกรักผืนน้ำมากเท่าเวลานี้มาก่อนในชีวิต ยามนี้แม้แต่เงาของผืนน้ำที่สะท้อนใบหน้ายาวขนดกของมันยังน่ารักยิ่ง มันไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวมันยามไร้ขนสีขาวบริสุทธิ์จะมีลักษณะเช่นนี้

         

        เงาสะท้อนในน้ำนั้นเผยรอยยิ้มตอบดุจดั่งปีศาจร้าย แผงคอสีแดงปรากฏขึ้นในเงาสะท้อนอย่างน่าประหลาด กว่ามันจะรู้ตัวว่าสิ่งที่อยู่ในน้ำนั้นไม่ใช่เงาสะท้อนของมันปลายดาบยักษ์ก็ทะลวงผืนน้ำ พุ่งตรงเข้าสู่ดวงตาของมัน