เช้าที่แสนวุ่นวาย ร่างกาย พ่ายผอมของของนางที่แม้จะไม่มีไข้แต่ก็ไม่มีแรงเพราะได้กินเพียงโจ๊กธัญพืชเพียง2-3คำเท่านั้น เห็นตากลมของคนที่นางต้องยอมรับว่าเป็ลูกถึงกับถอนหายใจ น้ำได้อาบบ้างหรือไม่ก็มิอาจรู้ได้
“พ่อเ้าไปไหน” มู่ฉีที่นั้งห่างออกไปกรอกตาไปมา ปกติท่านแม่ไม่เคยเอ่ยถามถึงใคร ตื่นมากินข้าวที่ท่านพ่อทำก็มักจะออกไปตามหมู่บ้าน ไปรอม้าเร็วของตระกูลฉือมารับกลับบ้าน เป็แบบนี้ทุกวัน
“เหตุใดวันนี้จึงถามหาท่านพ่อกันเล่า” เด็กน้อยที่สงสัยไม่เก็บความใคร่รู้สักนิดเอ่ยถามออกไปตรงๆ
“ข้า เอ่อ แม่มีเื่จะพูดกับพ่อเ้า เ้ากินอะไรหรือยัง” ก่อนจะไปทำการอื่นใดนางต้องพูดคุยสนิทสนมกับเ้าลูกชายในโลกนี้เสียก่อนสินะ
“ข้ารอท่านพ่อ เมื่อวานบ้านเราไม่มีแม้กระทั่งธัญพืข ท่านอย่าพูดถึงข้าวเลย” คำตอบแบบนี้คนเป็พ่อคงออกไปหาอาหาร
“เฟิงเอ๋อ อยู่หรือเปล่า ข้ามาหาลือเื่ศพของเมียเ้า” เสียงะโเรียกทำนางรีบลุกขึ้น
“ไม่ได้ๆ ท่านแม่ออกไปไม่ได้นะขอรับ ท่านพ่อจะกลับมาจัดการเอง” เด็กน้อยอย่างมู่ฉีรีบเอามือแตะปากห้ามนางส่งเสียงดัง
“มู่เอ๋อ เขาเรียก” นางพยายามอธิบายว่าอย่างไรต้องออกไปรับหน้า
“อย่าออกไปขอรับ เขาจะรังแกเอา” นางรีบหันขวับมามองเ้าตัวเปี๊ยกที่ยืนเอามือกุมด้านหน้าไว้อย่างน่าเอ็นดู
“รังแกเ้ารึ” คิ้วเรียวขมวดแน่น ความทรงจำไหลบ่าเข้ามาไม่ขาดสาย หรือการที่นางทะลุมิติมาที่นี่ จะเป็การขอร้องในห้วงจิตสุดท้ายของร่างเดิมให้ช่วยปกป้องลูกและสามีของนางกัน ลี่อิงหายใจเข้าปอดลึกสุดใจ นางต้องสะกัดกั้นอารมณ์เดือดดาลให้สงบลงเพียงชั่วขณะจิตร
“เอาหล่ะ ระหว่างรอพ่อเ้ามาเจรจา แม่จะทำอาหารให้เ้าเสียหน่อย นั้งรอพ่อเ้านิ่งๆเข้าใจหรือไม่” เด็กชายผอมโซแม้จะหิวจนลำใส้บิดป่วน แต่เมื่อได้ยินว่าท่านแม่จะทำอาหารให้ก็นึกแปลกใจ
“ท่านทำอาหารไม่เป็” แววตากังขาทำนางยกมือขึ้นมาลูบหัวอย่างเอ็นดู
“แม่เ้าทำเป็เพียงแต่สนใจอย่างอื่นเลยไม่ได้ดูแลเ้าเท่าที่ควร มู่เอ๋อ ต่อจากนี้แม่จะดูแลเ้าให้ดี” …ให้สมกับห้วงจิตสุดท้ายของแม่เ้าขอ… ประโยคหลังนางทำได้แค่พูดในใจ ก่อนจะเดินไปทางหลังบ้าน จัดการวัตถุดิบที่แอบหยิบออกมาจากมิติพิเศษอย่างคล่องแคล่ว ชาติก่อนนางก็ทำอาหารให้คนทั้งบ้าน เื่แค่นี้ไม่เป็ปัญหาต่อนางสักนิด นางลงมือต้มข้าวขาวที่ใส่เพียงหยิบมือ แต่ใส่ธัญพืชลงไป1กำมือ ให้ไม่เป็ที่สงสัยของสามีอย่างเสว่โย่ว และอาจจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกในวันนี้ จัดการผัดน้ำมันผักอีก2อย่างเป็อันเสร็จ
เด็กน้อยที่ตามแอบตามมาดูถึงกับเบิกตากว้าง
“ท่านแม่เก่งขนาดนี้เชียวหรือ ข้าต้องเล่าให้ท่านพ่อฟังเสียแล้ว” ไม่ทันที่คนเป็ลูกจะวิ่งออกไปเสียงเอะอะบริเวณหน้าบ้านก็ดังขึ้น
“เฟิงซี เ้าคนเนรคุณ แม้ข้าจะไม่ได้คลอดเ้ามาแต่เมื่อตอนนี้เมียเ้าตายตกไปแล้ว เหตุใดจึงไปย้ายเข้าไปอยู่ท้ายไร่ที่ของแม่เ้า” แม่เฒ่าเหมยฮัวร้องไห้น้ำตาไหลเป็เผาเต่าโดยมีชาวบ้านเริ่มออกมามุงดู คนที่แบกฟืนมาเต็มตะกร้ารีบวางตะกร้าลงก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
“แม่ใหญ่ ท่านมาก็ดีแล้วข้าคิดว่าไปเก็บฟืนกลับมาจะไปแจ้งท่านอยู่พอดี” เขาหันมาเผชิญหน้าแม่เฒ่าเหมยฮัว พร้อมกับที่ผู้น้ำตระกูลและผู้ใหญ่บ้านที่เขาเดินไปเชิญตามมาจนครบทุกคน
“นี่พวกท่านถือจอบเสียมมาทำไม จะเอาร่างลี่อิงไปฝังงั้นรึ ข้าไม่อนุญาติให้ฝังร่วมกับตระกูลของข้า!” แม่เฒ่าเหมยฮัวไม่ฟังความใครทั้งนั้น ปากอวบอิ่มตีโพยตีพายด่าทอว่าเฟิงซีเป็คนเนรคุณ และมีคำอื่นๆตามมาอย่างหยาบคาย
“ใจเย็นเหมยฮัว เ้าร้องไห้แบบนี้เกรงว่าจะคุยกันไม่รู้เื่” ผู้เฒ่าหวังลี่ไฉ่ ซึ่งเป็ผู้นำตระกูลหวังเอ่ยห้าม
“นั้งลงกันก่อนเถอะ ให้ซีเอ๋อได้พูดบ้าง” ผู้ใหญ่บ้านตระกูลไป่ อย่างเย่วิเดินนำทุกคนไปที่ขอนไม้หน้าบ้าน ดูเอาเถอะ บ้านก็ผุๆพังๆ แม้ที่นั้งดีๆก็ยังไม่มี ผู้ใหญ่บ้านอย่างเย่วิคิดในใจพลางมองไปรอบๆบริเวณบ้าน