ตอนที่ 2
ภายใต้ผืนฟ้าสีคราม แสงสว่างจากเสาไฟฟ้าทอดผ่านทางเท้าบริเวณด้านหน้าอาคารสไตล์คลาสสิค เสียงดนตรีดังออกมาจากตัวอาคารซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับจุดชมวิวอันโด่งดังของมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศในด้านการผลิตนักบริหารที่เปี่ยมศักยภาพ
เชอร์ริชกะพริบตามองแสงนีออนที่ลอดผ่านออกมาจากหน้าต่างบาร์ด้วยความตื่นเต้น ชั่วเวลานั้นเขาอดที่จะดึงแขนเอเลียสที่ยืนอยู่ข้างๆ ให้เดินเข้าไปในบาร์พร้อมกันด้วยความเบิกบานไม่ได้
ถึงแม้ว่าแสงไฟภายในบาร์จะสลัวไปหน่อย แต่ด้วยออร่าของพวกเขา ทำให้ทุกสายตาหยุดอยู่บนร่างของชายหนุ่มร่างเล็กผู้มีใบหน้าโดดเด่นสะดุดตาทันทีราวกับโลกหยุดหมุนไปชั่วอึดใจหนึ่ง
“วู้ว หวานใจของฉัน ทำไมนายถึงได้น่ารักแบบนี้กันนะ!” หญิงสาวเ้าของเส้นผมทองคนเดิมพุ่งเข้ามากอดคอเชอร์ริชพลางกู่ร้องเสียงใสด้วยความเบิกบาน
“พูดเกินไป ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวซะหน่อยที่ดูดี เนอะ เอเลียส” เชอร์ริชคลี่ยิ้มอันสดใสพลางเขย่าแขนคนงามที่ยืนอยู่ข้างกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่เต็มไปด้วยความเบิกบาน พาให้เอเลียสเผลอยิ้มตามไปด้วย
“อะ อืม” เอเลียสขานรับเขินๆ ขณะที่ใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงเล็กน้อยเพราะไม่อาจทานทนต่อพลานุภาพมหาศาลจากรอยยิ้มอันสดใสของ ‘คนน่ารัก’
“นั่นสินะ~” สาวผมทองยิ้มบางๆ ด้วยความลำบากใจนิดหน่อย เธอขานรับตามน้ำไปแบบนั้นเพราะเห็นแก่ความน่ารักของเชอร์ริช
“แบบนี้พวกนายต้องแยกกันนั่งแล้วนะ ใครใช้ให้ดูดีเกินไปทั้งคู่ล่ะ มาๆ นายมานั่งกับเรา” ก่อนที่หญิงสาวผมทองจะได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มร่างท้วมหน้าตาเ้าชู้คนหนึ่งก็เดินถือแก้วเบียร์ขนาดใหญ่มาเอ่ยกับพวกเขาด้วยสีหน้าอันเบิกบาน
“อะไรเนี่ย พวกฉันมาด้วย กันก็ต้องนั่งด้วยกันสิ อย่าพูดมาก พาพวกเราไปที่โต๊ะเลย” เชอร์ริชจะยอมให้เอเลียสผู้น่าสงสารถูกโยนเข้าไปฝูงสัตว์ร้ายได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงกอดแขนเอเลียสแน่นพลางเชิดหน้าเอ่ยกับทั้งสองเสียงสูงทันที
…ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่า การที่เขากระชับต้นแขนงามเอาไว้แบบนี้ มันทำให้ดวงตาสีดำของใครบางคนสั่นไหว
“ทำไมถึงเอาแต่ใจแบบนี้กันยะ มาเลยทางนี้!” หญิงสาวผมแดงเ้าของดวงตาสีเขียวอมฟ้าอันโดดเด่นโอบทั้งสองไปยังโต๊ะของเธออย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
“ฮ่าๆ” ชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้มเ้าของเส้นผมสีน้ำตาลอมทองในกลุ่มหัวเราะออกมาอย่างขบขัน เขาหันไปชนแก้วกับหญิงสาวผมทองผู้อ่อนหวานที่นั่งอยู่ข้างๆ ไปด้วย ขณะที่เชอร์ริชกับเอเลียสทิ้งก้นนั่งลงร่วมวงกับพวกเขา
“เอ้า ชน!” หญิงสาวผมแดงยิ้มกว้างอย่างอันเบิกบานพลางชนแก้วกับหญิงสาวผมทองที่นั่งอยู่ข้างกันจนเกิดเสียงดัง
“เอ่อ โทษนะครับ ผมขอแอดเพื่อนได้ไหมเอ่ย” ชายหนุ่มผมดำหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งก้าวเข้ามาขอแลกไอดีของเชอร์ริชเสียงอ่อยด้วยใบหน้าแดงก่ำอันน่าขัน
“ครับผม” เชอร์ริชขานรับเสียงใส จากนั้นก็ให้ไอดีของตัวเองไปโดยไม่คิดอะไรตามประสาคนเสน่ห์แรง
ขณะที่เชอร์ริชกำลังแลกไอดีกับหนุ่มคนนั้น เอเลียสก็หันไปหยิบเครื่องดื่มจากบริกรที่เดินถือถาดเครื่องดื่มผ่านมาพอดี โดยไม่ลืมที่จะหยิบเครื่องดื่มเผื่อเชอร์ริชด้วยอีกแก้ว
“ขอบใจนะเอเลียส” เมื่อหันกลับมาแล้วเห็นแก้วเครื่องดื่มวางไว้ตรงหน้า ชายหนุ่มก็หันไปขอบคุณคนงามผู้มีน้ำใจด้วยสุ้มเสียงอันซาบซึ้ง พาให้เอเลียสต้องส่งยิ้มงามๆ เป็เชิงตอบรับ
“พวกนายนี่มันตัวซีเคร็ตชัดๆ ว่าแต่ชื่ออะไรกันเหรอ ฉันฟรานเชสก้า ส่วนนี่เพื่อนฉันนาน่า แล้วก็ญาติของนาน่า โจ” ฟรานเชสก้าเอ่ยพลางชี้ไปที่หญิงสาวผมทองผู้อ่อนหวานกับลูกพี่ลูกน้องวัยเดียวกันที่นั่งดื่มเบียร์อยู่ข้างๆ นาน่า
“ฉันเชอร์ริช นี่เอเลียส” เชอร์ริชทักทายทั้งสามด้วยสีหน้าอันยิ้มแย้มโดยไม่วายที่จะแนะนำคนงามที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้ทั้งสามรู้จัก
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ฟรานเชสก้าเอ่ยอย่างเป็มิตร แล้วยกเบียร์ขึ้นมากระดกด้วยท่าทางห่ามๆ สไตล์หญิงแกร่ง
“รู้จักกันพอหอมปากหอมคอแล้ว มาเราดื่มกันต่อ!” โจที่แต่ไหนแต่ไรไม่ใช่คนหยุมหยิมก็หันมาชนแก้วกับเชอร์ริช จากนั้นจึงหันไปชนแก้วกับเอเลียสแล้วกระดกเบียร์ลงท้องอึกใหญ่ โดยไม่ได้สังเกตเห็นสายตาอันราบเรียบของดวงตาสีดำคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
“จะว่าไปแล้ว พวกนายจบที่ไหนเหรอ เราจบจากไพร์มรอยัลน์” นาน่าหันมาชวนทั้งสองสนทนาด้วยสุ้มเสียงอันนุ่มนิ่มสไตล์สาวหวานของเธอ
“ฉันจบจากแซงก์ครีเดิร์ลน่ะ” เชอร์ริชเอ่ยถึงโรงเรียนเก่าด้วยสุ้มเสียงอันมีชีวิตชีวาตามประสาคนที่มีเพื่อนเต็มโรงเรียน
…ใช่แล้วล่ะ สมัยเรียนที่แซงก์ครีเดิร์ล เขาเป็หนุ่มฮ็อตที่มีเพื่อนเป็ฝูง!
“นายล่ะเอเลียส?” ดวงตาสีม่วงอมชมพูของนาน่าเลื่อนมาหยุดที่ใบหน้าอันงดงามของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกับเชอร์ริชพลางเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงอันนุ่มนิ่ม
“จากเอมโพลีเยห์น่ะ” เอเลียสเอ่ยถึงหนึ่งในสถานที่ลงทัณฑ์ซึ่งเต็มไปด้วยสายตารังเกียจของเหล่าชนชั้นนำที่มีทักษะอันล้ำเลิศเ่าั้ด้วยสุ้มเสียงอันราบเรียบ
“หู้ว นั่นโรงเรียนอันดับหนึ่งเลยนะ นายต้องเก่งมากแน่ๆ!” โจเอ่ยชมเสียงสูงด้วยความตกตะลึง ขณะที่ในหัวก็โรงเรียนอันดับหนึ่งของประเทศที่รับเพียงลูกผู้ดีไอคิวสูงซึ่งรับนักเรียนแต่ละรุ่นแค่หนึ่งร้อยกว่าคนเท่านั้น
สองสาวมองชายหนุ่มผู้สง่างามเ้าของใบหน้าอันงามล่มเมืองกันตาค้าง ชั่วอึดใจต่อมาฟรานเชสก้าก็หัวเราะเสียงดังราวกับว่า เธอพึ่งจะค้นพบแรร์ไอเท็มอย่างไรอย่างนั้น
“ตัวซีเคร็ตชัดๆ ขอดื่มให้กับ เอมโพลีเยห์!” หญิงสาวผมแดงกู่ร้องอย่างเบิกบาน จากนั้นเธอก็นำแก้วของเธอไปชนกับแก้วของเอเลียสจนเกิดเสียงดังด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายของความชื่นชมที่ฉายออกมาอย่างเปิดเผย
ใครๆ ก็ชื่นชมคนเก่ง เธอเองก็เช่นกัน!!!
ขณะที่นาน่าได้แต่มองเอเลียสตาค้างด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายอันชื่นชมเพราะเขามีหน้าตาที่สวยมากๆ แถมยังจบจากสถาบันที่ขัดเกลาเพียงแค่อัจฉริยะที่มีเชื้อสายอันเก่าแก่
มีเพียงเชอร์ริชที่กะพริบตาปริบๆ เพราะเขาจบจากโรงเรียนเอกชนที่เต็มไปด้วยลูกเศรษฐีใหม่ซึ่งมีสภาพสังคมที่ชื่นชมรูปลักษณ์เป็หลัก
อันที่จริงแล้ว…ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจตัวเองในฝันบ้างแล้วว่า ทำไมถึงอิจฉาเอเลียส
ใครจะไม่อิจฉาไหวกันล่ะ ทั้งหน้าสวยระดับหยุดโลก ทั้งจบจากสถาบันอันดับหนึ่งของประเทศ แต่กระนั้นแล้วภาพสุดท้ายที่ตราตรึงอยู่ในความฝันก็ทำให้เชอร์ริชได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
เขาจะอิจฉาคนงามที่มีชะตาชีวิตน่าสงสารอย่างเอเลียสได้อย่างไรกัน…
“นั่งด้วยนะครับ” ขณะที่กำลังนั่งเหม่ออยู่นั้น ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งก็เดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะของพวกเขาพลางเอ่ยเสียงห้าวด้วยสายตาอันเป็ประกาย
“ได้จ้า” นาน่าที่แต่เดิมก็เป็คนเฟรนด์ลี่อยู่แล้วขานรับเสียงหวาน จากนั้นก็โบกมือให้เด็กเสิร์ฟเอาเครื่องดื่มมาเติมที่โต๊ะเพิ่ม
“ขอแอดเพื่อนหน่อยสิครับ” ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอมส้มคนหนึ่งนั่งลงบนม้านั่งข้างๆ กับเชอร์ริช เขาโน้มใบหน้าอันหล่อเหลาไปหาคนน่ารักพลางหยิบโทรศัพท์ออกมารอ
ถ้าคืนนี้ใครจะได้ครั้งแรกของเขาไป ก็ต้องเป็คนนี้แหล่ะ หล่อตรงสเป็กเลย! เชอร์ริชกู่ร้องอยู่ในใจด้วยความตื่นเต้น
“ได้สิครับ” เชอร์ริชโน้มหน้าไปใกล้ชายหนุ่มหน้าหล่อนิดหน่อยพลางคลี่ยิ้มอันสดใสให้อีกฝ่ายไปด้วย จากนั้นเขาก็แลกเปลี่ยนไอดีกับหนุ่มคนนั้นด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันน่ามอง
เชอร์ริชจำได้เลือนๆ ว่า ในความฝันเขาเสียครั้งแรกให้รุ่นพี่หน้าตาธรรมดาๆ
กระนั้นแล้วเขาก็คิดว่า ความฝันนั่นมันก็เป็แค่ความฝัน แต่อย่างน้อยเขาก็อยากให้ครั้งแรกมันน่าประทับใจ และคนแรกของเขาจะต้องเป็หนุ่มที่ตรงสเป็ก
แต่เดิมเขาก็ไม่เคยคิดจะเก็บเวอร์จิ้นเอาไว้เหมือนกับพวกหนุ่มช่างฝันอยู่แล้ว แต่ที่เขายังไม่ได้ขึ้นเตียงกับใครสักทีเพราะอยากจะรอเสียมันในคืนงานเลี้ยงต้อนรับกับใครสักคนที่ฮ็อตพอที่จะต้องตาเขา
เชอร์ริชไม่คิดจะผูกมัดผู้ชายคนนั้นเอาไว้ เขาก็แค่อยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งแรกอันงดงามเอาไว้ ซึ่งชายหนุ่มวางแผนเื่นี้เอาไว้ั้แ่อายุสิบห้าซึ่งเป็วัยที่คนรอบตัวเริ่มขึ้นเตียงกันแล้ว
เขาเคยได้ยินเพื่อนรอบตัวมาบ่นเื่เทคนิคอันอ่อนหัดของพวกม้าป่า ซึ่งทำให้เจ็บตัวในครั้งแรก ทำให้ชายหนุ่มกลัวนิดๆ ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงยอมเก็บมันเอาไว้เพื่อลิ้มรสความหอมหวานในวัยที่ม้าป่าพวกนั้นเริ่มสงบลง
“ฮ็อตเกิน ดูเพื่อนนายดีๆ นะเอเลียส คืนนี้ยิ่งมีแต่พวกหน้าหม้อ” ฟรานเชสก้าหันมากระซิบเอเลียสที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันเสียงเบา แม้ว่าในตอนนี้ชายหนุ่มหน้าสวยจะถูกชายร่างใหญ่พวกนั้นประกบอยู่ก็ตามที
“อืม” เอเลียสขานรับเสียงเบา พลางหยิบเบียร์ขึ้นมาจิบโดยมีชายหนุ่มร่างใหญ่นั่งประกบเขาอยู่
“มาดื่มกันครับ” หนึ่งในชายร่างใหญ่รับเหยือกเบียร์มาจากเด็กเสิร์ฟ เขาเติมเบียร์ให้กับฟรานเชสก้าพลางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันเป็มิตร แล้วจึงเติมเบียร์ใส่แก้วให้เอเลียส
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว โจที่ทนเห็นสาวๆ กับสองหนุ่มถูกฝูงหมาป่ามอมเหล้าไม่ไหวก็ตัดสินใจวางแก้วเบียร์ลงบนโต๊ะเสียงดัง
“ฉันว่าเราดื่มกันพอแล้ว ไปเต้นกันเถอะ” โจเอ่ยพลางหิ้วปีกสองสาวที่ถูกมอมเหล้าจนแทบหมดสภาพที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา เขาหันมาชวนเชอร์ริชกับเอเลียสที่ถูกมอมเหล้าจนนั่งตาเยิ้มหมดสภาพไม่ต่างกันด้วยสุ้มเสียงอันจริงจังที่มีความกังวลแฝงอยู่
“ไปเหอะพวก! ฉันยังดื่มไม่สะใจเลยเนอะ คนสวย เรามาดื่มกันต่อดีกว่า” แม้ว่าสองสาวก็เป็เป้าหมายของพวกเขาเหมือนกัน แต่เมื่อเห็นโจกระชับร่างของพวกเธอเอาไว้แน่น พวกเขาจึงปัดมือให้โจพาสองสาวไปที่ฟลอร์อย่างว่าง่าย
“อืม” เอเลียสคนงามที่ถูกมอมเหล้าจนเมาก็เผลอขานรับอย่างไร้สติไปแบบนั้น
โจได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างนึกกังวล จากนั้นเขาจึงพาสาวๆ จากไป ขณะที่หนุ่มร่างใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เติมเหล้าใส่แก้วให้คนสวยเป็รางวัล
“เรามาดื่มกันอีกแก้ว เนอะคนสวย”
ว่าแล้วหนุ่มร่างใหญ่ก็ชนแก้วกับเอเลียสเสียงดัง ขณะที่เอเลียสรับแก้วเบียร์มาแล้วกระดกเครื่องดื่มสีทองสว่างนั้นจนหมดแก้ว
แสงจันทร์ยามค่ำคืนส่องผ่านหน้าต่างห้องพักโรงแรมอันมีระดับที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดชมวิวในมหาวิทยาลัย
ภายในห้องสวีทที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีเขียวจางผสมฟ้าน้ำทะเลซึ่งเป็สีประจำมหาวิทยาลัย เสื้อผ้าถูกถอดกองระเกะระกะอยู่บนพื้นไม้ราคาแพงจากหน้าประตูจนไปถึงเตียงนอน ขณะที่ความเคลื่อนไหวบนเตียงคิงไซส์อันหรูหรากำลังดำเนินไปอย่างเร่าร้อน
“เจ็บอ่า!!!” เชอร์ริชที่กำลังเมาเละร้องจ๊ากด้วยความเ็ป เมื่อเยื่อบางๆ ที่ขวางกั้นสิ่งแปลกปลอมภายในช่องทางอันชื้นแฉะฉีกขาดเพราะแก่นกายของชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่้าสอดเข้ามา
“ฮืม ทน หน่อย” ชายหนุ่มที่คร่อมทับอยู่้าจุมพิตใบหูเล็กๆ อันน่ารักน่าชังของเชอร์ริชพลางกระซิบปลอบเสียงพร่าในสภาพที่เมาเละไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
“งืม~~” สุ้มเสียงแหบๆ อันไพเราะของอีกฝ่ายทำให้เชอร์ริชที่เมาไม่ได้สติยู่ปากราวกับเด็กน้อยพลางกระชับแขนที่โอบไหล่ของอีกฝ่ายให้แน่นขึ้นนิดหน่อย
ชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่้าพรมจูบใบหน้าอันน่ารักน่าชังด้วยความหลงใหล จากนั้นจึงก้มลงมอบรสจูบดูดดื่มลงบนริมฝีปากสีแดงเรื่ออันชุ่มฉ่ำ พาให้เรียวลิ้นของพวกเขาเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกันอย่างบ้าคลั่ง
รสจูบอันมอมเมา ใบหน้าอันน่ารักน่าชัง ผิวกายอันอ่อนนุ่ม แก่นกายขนาดพอดีมือสีเรื่อที่เสียดสีบริเวณหน้าท้องของเขา ทำให้ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวตักตวงความสุขที่อยู่ตรงหน้าอย่างมัวเมา
“อ้ะ อ้ะ อ๊ะ อ๊ะ อ้ะ” เชอร์ริชผละริมฝีปากจากคน้า เขาครางเสียงหวานด้วยความเสียวกระสันในยามที่แก่นกายของอีกฝ่ายกระทั้นโดนจุดอ่อนไหว
“จุ๊บ” ช่องทางสีหวานที่ขมิบรัดแก่นกายแน่น ทำให้ชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่้าก้มลงมอบจูบอันอ่อนหวานเป็การตกรางวัลให้คนน่ารัก ขณะที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาประคองต้นขาอันนุ่มนิ่มของอีกฝ่ายเอาไว้
จังหวะอันอ่อนหวานค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็รุนแรงขึ้นทีละน้อย เสียงของผิวเนื้อที่กระทบกันอย่างเป็จังหวะดังขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สองหนุ่มต่างก็มัวเมาไปกับกามอารมณ์ คละเคล้าไปกับกลิ่นหอมของผิวกายและลมหายใจอันเต็มไปด้วยแอลกอฮอล์ที่เข้าครอบงำสติสัมปชัญญะไปจนสิ้น
ชั่วเวลานั้นเชอร์ริชผู้เมามายไม่ได้เพ่งมองด้วยซ้ำว่า คนที่ทาบทับเขาอยู่นั้นยังเป็รุ่นพี่ในฝันคนนั้นหรือไม่
“ฮะ ฮ๊ะ อ้ะ อ้ะ ดีจัง อ๊ะ อ้ะ อ๊ะ” เขาครวญครางด้วยความฟินที่ได้รับประสบการณ์ครั้งแรกอันบ้าคลั่งและหอมหวานในเวลาเดียวกันแบบนี้อย่างไร้สติ ด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงอันเต็มไปด้วยความพึงพอใจอันสุดแสนจะเย้ายวน
ขณะบั้นเอวอันน่าหลงใหลของเชอร์ริชส่ายตามจังหวะสอดประสานอันแนบชิดกับชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่้าด้วยความละโมบ โดยไม่วายที่จะใช้ขาอันนุ่มนิ่มเกี่ยวเอวของอีกฝ่ายเอาไว้
“อึก!” เรียวขานุ่มที่โอบรัดบั้นเอว ทำให้ชายหนุ่มที่คร่อมอยู่้าครางในลำคอ เขาก้มลงขบยอดอกสีเชอร์รี่อันชุ่มน้ำของเชอร์ริชราวกับหมาป่าที่หิวโซ สองมือของเขาบีบต้นขาอันนุ่มนิ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แก่นกายของเขากระทั้นเข้าไปในช่องทางอันคับแน่นที่ชื้นแฉะอย่างบ้าคลั่ง
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊า~~” จังหวะอันแนบชิดที่หนักหน่วงทำให้เชอร์ริชครางกระเส่าขึ้นเรื่อยๆ ชั่วอึดใจต่อมาความเสียวซ่านที่ก่อตัวอยู่บริเวณท้องน้อยมานานก็ะเิออกมาเป็สายธารแห่งความปีติที่ฉีดพุ่งออกมาจากแก่นกายขนาดพอดีมือไปปะทะกับหน้าท้องของอีกฝ่าย
ชั่วเวลานั้นเชอร์ริชที่เมาจนไร้สติพลันมองเห็นดอกไม้ไฟนับพันดวงที่ะเิอยู่บนเพดานห้อง ขณะที่ของเหลวอันอุ่นร้อนของใครบางคนฉีดพ่นเข้ามาภายในช่องทางอันคับแคบของเขา