“ความจริงเรามีอาจารย์คนเดียวกัน”
“หืม...พวกท่านเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องงั้นหรือ?” นางเพิ่งเคยได้ยินอาจารย์เล่าเื่นี้เป็ครั้งแรก
ฮูหยินเกาผงกศีรษะ“ข้าเคยอยู่กับอาจารย์ั้แ่ยังอายุน้อยก่อนออกท่องยุทธภพส่วนเขาเป็ศิษย์คนสุดท้าย”
“ผีไร้หลุมผู้นี้ เห็นทีคงร่ำรวยนักยาที่เขาปรุงล้วนราคาสูง”
“เ้าเคยซื้อหรือ?”
“หลายครั้งเ้าค่ะท่านก็รู้ว่าด้วยอาชีพอย่างข้าต้องมีไว้ติดตัวบ้าง”
ิเฟยหลงนั่งจิบชาฟังการสนทนาของศิษย์อาจารย์เงียบๆเขารู้ว่าภรรยาของตนคร่ำหวอดอยู่ในยุทธภพมาั้แ่แรกรุ่นหากนางมิได้เป็นักแปลงโฉมคงประสบภัยไปแล้วสตรีที่เป็จอมยุทธ์หากไม่เก่งกาจจริงยากจะพ้นภัยทั้งการโดนคนชั่วมอมยาหรือไม่ก็ถูกจับไปเป็พรรคพวกยุทธภพมิได้มีเพียงผู้รักษาคุณธรรมเท่านั้น คนชั่วที่แฝงตัวอยู่มีมากมายสตรีทั้งหลายจึงมักแต่งตัวเป็ชายในยามเดินทางเพื่อความปลอดภัยนางรักษาตัวมาได้ขนาดนี้คงมีพิษสงอยู่รอบตัวิเฟยหลงครุ่นคิดถึงจอมยุทธ์ในยุทธภพที่มีความสามารถในทางการแพทย์ผู้ที่หงซือซือนับถือเป็อาจารย์คงมิใช่หมอยาธรรมดา เมื่อพินิจพิจารณาฮูหยินเกาอีกคราเขาก็เริ่มนึกถึงนามหนึ่ง‘ฮูหยินไร้รอย’
ในยุทธภพกล่าวขานถึงอดีตจอมยุทธ์ผู้หนึ่งที่มีฝีมือสูสีกับเ้ายุทธภพคนก่อน คนผู้นั้นเร้นกายหายหน้าไปนับสิบปีภายหลังกลับปรากฏสตรีผู้งดงามผู้หนึ่งที่มีความสามารถทางการแพทย์ยอดเยี่ยมแต่น้ำเสียงนางกลุ่มทุ้มห้าวคล้ายบุรุษฉายานางคือฮูหยินไร้รอย นางมิยอมบอกชื่อแซ่แก่ผู้ใดคนที่เคยพบเห็นและรู้จักทั้งอดีตจอมยุทธ์และฮูหยินไร้รอยเล่ากันว่านางมีลักษณะคล้ายจอมยุทธ์ผู้นั้นโดยเฉพาะน้ำเสียงที่เหมือนกันยิ่งฝีมือการปรุงยาของนางว่ากันว่าสูสีกับผีไร้หลุม เ้าหมอยมบาลที่ชอบขายยาสำหรับทำความเลวที่รู้จักกันดีในยุทธภพ
คุยกันไปพักใหญ่ หงซือซือจึงเล่าเื่ที่นางประสบมาเมื่อตอนสายให้อาจารย์ฟังนางล้วงเอากระบอกไม้ไผ่ใส่ข้าวต้มมีพิษออกมาให้อาจารย์นางดูฮูหยินเการับเอากระบอกไม้ไผ่นั้นเดินไปยังโต๊ะปรุงยาของนางเทน้ำข้าวต้มลงในชามกระเบื้องสีขาว จากนั้นหยิบเอาห่อผ้าขนาดกว้างเท่าฝ่ามือออกมาคลี่ออกในนั้นมีเข็มสารพัดขนาดทั้งสีเงินและสีทองเรียงรายอยู่นางหยิบเอาเข็มสีทองอันใหญ่ออกมาจุ่มลงไปในถ้วยเมื่อยกขึ้นดูปลายของมันกลายเป็สีแดงเข้ม
“พิษเจาะกระเพาะหากพวกเขากินข้าวต้มเข้าไปยามนี้ ไม่ถึงยามฟ้าสางวันพรุ่งต้องมีคนตายแน่”ฮูหยินเกาหันมาบอกคนทั้งสอง “เที่ยงคืนพวกเขาจะเริ่มปวดท้องพิษพวกนี้จะกัดกร่อนกระเพาะจนเป็รู หากมิได้ยาแก้พิษคนละสองถ้วยพวกเขา
ตายแน่”
“ในเมื่อมิได้เสียชีวิตในทันทีคนที่ตายก็จะถูกสรุปผลการชันสูตรเหมือนศพก่อนๆ คือ ป่วยตาย”ิเฟยหลงที่ให้องครักษ์เงาลอบเข้าไปขโมยผลการชันสูตรศพของผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านแห่งนี้เมื่อคราวก่อนเริ่มปะติดปะต่อเื่ราว
“อาจารย์ท่านปรุงยาแก้พิษทันหรือไม่?”
“ข้าขอเวลาครึ่งชั่วยามจำนวนคนที่กินพิษเข้าไปเท่าใดกันแน่?”
“หม้อข้าวต้มใหญ่นั่นคนทั้งที่ต่อแถวก็น่าจะสักห้าสิบคนได้เ้าค่ะ”
“เช่นนั้นพวกเ้าจงออกไปหาซื้อหม้อต้มยาใบใหญ่มาให้ข้าอีกใบและไหสำหรับกรอกยามาสักสิบไห”
“เ้าค่ะ” หงซือซือสั่งให้องครักษ์ทั้งสองออกไปซื้อของตามคำสั่งส่วนนางก็เข้าไปช่วยอาจารย์เลือกสมุนไพร “เอาอันใดบ้างเ้าคะ?”
“เ้าหยิบแปะตุ๊กโป้ยกั๊ก จี่ฉ่งย้ง ปักตังเซียมและกำเฉ้าใส่ให้เต็มนี้อย่างละเท่าๆ กันส่วนที่เหลือข้าจะเลือกเอง” ฮูหยินเกายื่นกระบุงขนาดย่อมให้นางสมุนไพรแต่ละอย่างล้วนเน้นการบำบัดและบำรุงกระเพาะอาหารหงซือซือเดินไปหยิบอย่างคล่องแคล่ว
ิเฟยหลงยืนละล้าละลัง“ข้าพอจะช่วยสิ่งใดได้บ้าง?”
“เ้าไปเตรียมฟืนให้พร้อมรอติดเตากองฟืนอยู่ด้านหลังเรือน”
เมื่อได้ของครบตามที่้าแล้วชายหนุ่มทั้งสามจากวังหลวงจึงไปสาละวนอยู่รอบเตาไฟ หงซือซือหันมาเห็นพี่สามของนางหน้าตาเคร่งเครียดคอยก้มลงมองหม้อยาอยู่เรื่อยก็นึกสงสารจากคนที่คอยชี้นิ้วสั่งรวมทั้งชี้เป็ชี้ตายคราวนี้ต้องมาวิ่งรอกคอยช่วยเหลือผู้อื่นขุนนางที่เคยหมอบกราบในท้องพระโรงคงนึกไม่ถึงกระมังว่าฮ่องเต้ของตนจะมีวันเช่นนี้
ไหยาถูกลำเลียงขึ้นหลังรถม้า หงซือซือล่ำลาอาจารย์“ท่านอย่าเพิ่งไปไหนนะเ้าคะ รอให้ข้าไปช่วยชาวบ้านเสร็จเสียก่อน”
“ข้ายังไม่ไปไหนหรอก?รีบไปเถอะ ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า” ิเฟยหลงสังเกตกริยาของนางยามเผลอฮูหยินเกาผู้นี้ดูอย่างไรก็ไม่มีกริยาเยี่ยงสตรีสักนิด
เมื่อขึ้นรถม้าไปได้เขาจึงสอบถามสิ่งที่สงสัยกับภรรยา
“ท่านเข้าใจถูกแล้วนางคือฮูหยินไร้รอย หมอยาพิสดารคนนั้นเมื่อหลายปีก่อนนางกินยาผิดสูตรร่างกายจึงค่อยๆ กลายเป็สตรีด้วยความอับอายจึงหนีหายไปหาวิธีแก้ไข ก็อย่างที่อาจารย์เล่าให้ฟังบัดนี้นางตั้งใจจะเป็สตรีเต็มตัวแล้ว”
“เดี๋ยวนะ ซือซือแต่เดิมอาจารย์ของเ้าเป็บุรุษวัยชราแล้วมิใช่หรือ?”
หงซือซือหัวเราะร่วน“ใช่! แต่ยาที่นางกินทำให้นางกลายเป็สตรีอายุน้อยนี่นางเพิ่งจะแก้เื่เสียงได้นะแต่ก่อนเวลานางพูดกับข้าทีไรข้าใทุกครั้งที่แม่นางคนงามมีเสียงราวกับชายแก่”
“มิน่า! เวลาอาจารย์เ้าหันมามองหน้าข้าทีไรข้ารู้สึกขนลุก” ิเฟยหลงพึมพำออกมาเบาๆหงซือซือได้ยินไม่ถนัดเพราะเสียงล้อรถและฝีเท้าม้าดังกลบ
“ที่อาจารย์เ้าคิดจะเป็สตรีมิใช่ว่านางเกิดชมชอบในบุรุษเข้าแล้วหรือ?”
หงซือซือได้ยินสามีกล่าวเช่นนั้นก็พลันนึกขึ้นได้“นั่นสิ! บุรุษใดกันที่ทำให้อาจารย์ข้านึกอยากจะเป็หญิงงามให้สมบูรณ์”
“นางก็เป็สตรีแล้วนี่ทั้งรูปร่างหน้าตาและน้ำเสียงก็มิต่างจากเ้า”
“ท่านยังไม่รู้อะไร?”หงซือซือชะโงกหน้าเข้ากระซิบ
“ไอ้หยา!”ิเฟยหลงร้องเอะอะจนภรรยาต้องยกมือขึ้นปิดปากเขา
“ท่านร้องเสียงดังลั่นประเดี๋ยวผู้อื่นก็แตกตื่นกันพอดี”
สีหน้าของสามีนางครึ้มลงหลายส่วน“ถ้าเขายังมีสิ่งนั้นอยู่ เ้าอย่าเข้าใกล้อาจารย์เ้ามากก็แล้วกัน”
นางหันมองใบหน้าบูดเบี้ยวของสามีแล้วยิ้มออกมา“นี่ท่านหึงข้าหรือ?”
ิเฟยหลงดึงร่างนางมานั่งตักล้วงเข้าไปในชายแขนเสื้อลูบเนื้อนวลเนียนของนาง“หากไม่ติดว่าหน้ากากนี้คืออ๋องเก้าข้าจะจูบเ้าเดี๋ยวนี้”
หงซือซือยิ้มหวาน“ข้าชอบเวลาที่ท่านหึงข้า” นางล้วงมือเข้าในสาบเสื้อตนเองดึงผ้าพับเล็กๆออกมาลูบมือแล้วลอกหน้ากากของเขาและนางออกว่องไว “ท่านพี่แสดงความหึงของท่านให้ข้าดูหน่อยสิเ้าคะ”
ิเฟยหลงดวงตาวาววับกดริมฝีปากบดเบียดกับนางอย่างเรียกร้อง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหน้าของหงซือซือจนนางรู้สึกคล้ายกำลังถูกจุ่มในน้ำร้อน