ตอนที่5 : เหตุเหนือธรรมชาติ
ดวงตาของนิโคลัสพร่ามัวลงเรื่อยๆเขาใช้มือกุมหน้าผากแล้วหลับตาตั้งสติ แต่เมื่อลืมตากลับขึ้นมาชายปริศนาที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องพิจารณาก็หายไปอย่างไร้ร่อยรอยแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความเ็ปจากอาการผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับเขาจางหายไปแต่อย่างใด
เสียงะโโวยวายเริ่มสงบลงผู้คนที่อยู่ในห้องพิจารณาค่อยๆถูกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลเชิญออกจากห้องพิจารณาไปแล้วเป็ส่วนใหญ่นิโคลัสตะเกียกตะกายยันร่างของตนขึ้นหยิบข้าวของของตนเพื่อพยายามออกไปจากห้องแต่ร่างของเขาก็กระทบเข้ากับร่างของใครบางคนจนเขาแทบจะลมลงไปกองกับพื้น
“คุณเป็อะไรรึเปล่า ทนายพาร์เลย์”
อัยการโรเมโร่เอ่ยถามพลางพยุงตัวนิโคลัสขึ้น คิ้วของอัยการโรเมโร่ขมวดเข้าหากันเขาจ้องมองดูนิโคลัสอย่างถี่ถ้วนเหมือนกับรู้บางอย่าง
“ผมไม่เป็ไร”
นิโคลัสรีบบอกปัดก่อนจะเดินเซตรงออกไปที่ประตูหน้า ทิ้งให้อัยการโรเมโร่ยืนมองร่างของเขาจากไปอย่างเงียบๆนิโคลัสไม่แม้แต่จะหันไปบอกลาอันโตนิโอซึ่งเป็ลูกความ
นิโคลัสหอบร่างที่มีสติเลือนรางมาจนถึงภายในห้องน้ำของศาลเขาพยุงตัวไว้กับอ่างล้างมือ พยายามที่จะเปิดน้ำล้างหน้าของตนแต่ไม่ทันไรร่างของเขาก็เซล้มลงเข้าไปในห้องสุขาที่อยู่ด้านข้าง
เขารู้สึกได้ถึงบางอย่างที่สั่นไหวอยู่ที่กระเป๋าเสื้อเขารีบล้วงมือหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากระจกสีเทาที่เคยมืดมัวบัดนี้เปล่งแสงสีแดงเืแสงเ่าั้ค่อยๆกันอย่างน่าพิศวง ก่อนก่อตัวเป็ลวดลายอักษรที่เขียนเป็ข้อความเบื้องหน้าเขานิโคลัสจำอักษรเหล่านี้ได้ มันคืออักษรในภาษาอูคาติซึ่งเป็ภาษาโบราณของทวีปอุคุสนี้
“ท่านพบเห็นความอยุติธรรม
แต่กลับเพิกเฉย....
โทษทัณฑ์จะถูกบังคับใช้แก่ท่าน
ระยะเวลาที่เหลือ8:53:38 ชั่วโมง”
“นี่มันเื่บ้าอะไร?”
นิโคลัสอดที่จะสบถออกมาไม่ได้จะบอกว่าอาการผิดปกติที่กำลังกัดกินตัวเขาจนต้องทรมานเจียนตายเช่นนี้เป็บทลงโทษที่เกิดขึ้นจากการที่เขานิ่งเฉยต่อคดีความของอันโตนิโออย่างนั้นเหรอ?
ถ้าจะพูดให้ถูกคนที่ช่วยอันโตนิโอให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีในครั้งนี้ไม่ใช่เขา แต่เป็ ‘นิโคลัส’ คนก่อนต่างหากทำไมเขาที่เพียงพยายามจะเอาชีวิตรอดอยู่ในโลกใหม่ที่ตนไม่รู้จักจะต้องกลายมาเป็ผู้รับผลกรรมแทน
ทว่าคำถามที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ใครกันที่เป็ผู้ตัดสินโทษของตัวเขา?ใครกันที่อยู่เื้ักระจกที่เทาที่อยู่ในมือเขา?
“แย่ล่ะ สติของเรา-”
อาการปวดหัวพลันรุนแรงขึ้นสติของเขาเลือนราง และในที่สุดก็ดับวูบไปเหมือนเปลวเทียนที่ถูกสายลมพัด
....
นิโคลัสสะดุ้งผุดลุกขึ้นในท่านั่งเขาพบว่าตัวเองยังคงอยู่ในห้องน้ำบนชั้นที่ 5 ของศาลอาญากลางแห่งเมืองยอร์คบรรยากาศภายนอกนั้นมืดครึ้ม บ่งบอกว่าขณะนี้ดวงอาทิตย์ได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้วดูเหมือนว่าเขาจะหมดสติไปพักใหญ่ อาการปวดหัวและเจ็บหน้าอกรุนแรงซึ่งเขาเผชิญก่อนหน้านี้ได้หายไปอย่างไร้ร่อยรอยกระจกสีเทาที่เขากุมอยู่ในมือก่อนหมดสติไปบัดนี้กลับมาอยู่ในสภาพปกติที่เป็เพียงกระจกสีเทาธรรมดา
ใจจริงเขามีความคิดที่จะโยนกระจกนี้ทิ้งไปเพราะมันอาจเป็ต้นเหตุของความผิดปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้นแต่เมื่อคิดดูแล้วเขาก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะทิ้งมันไม่มีอะไรรับประกันว่าหากเขาทิ้งมันไปแล้วจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกอีกทั้งเขายังต้องค้นหาคำตอบเกี่ยวกับข้อความปริศนาที่กระจกแสดงให้เขาเห็นเมื่อ่กลางวัน
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เก็บมันใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อก่อนจะลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าและหยิบกระเป๋าเอกสารที่หล่นกระจัดกระจายแล้วเดินออกจากห้องไป
นิโคลัสเดินออกจากตัวอาคารมาจนถึงประตูใหญ่น่าแปลกที่เขาไม่พบเจอกับผู้ใดเลยไม่ว่าจะเป็ภายในตัวอาคารมาจนถึงบริเวณประตูทางเข้า
ค่ำคืนในเมืองยอร์คนั้นเงียบเหงาแตกต่างจาก่กลางวันอย่างมากแสงสลัวจากโคมไฟตามทางให้บรรยากาศที่น่าพิศวงแต่นิโคลัสรู้สึกไว้ว่าบรรยากาศในวันนี้ผิดปกติไปก่อนหน้านี้ที่เขาเดินตัดผ่านเมืองในเวลากลางคืนเขาไม่รู้สึกวังเวงเช่นนี้ท้องถนนเวลานี้เงียบงัน ไม่มีแม้แต่เสียงของแมลงกลางคืนหรือสิ่งมีชีวิตใด
นิโคลัสที่เดินอยู่บนท้องถนนรู้สึกได้ถึงอากาศที่เย็นเยียบลงรู้ตัวอีกทีหมอกจางๆก็เข้าปกคลุมบรรยากาศรอบๆ แม้อากาศจะเย็นลงแต่กระนั้นตัวเขากลับหลั่งเหงื่อออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ตึก... ตึก....
ตอนแรกนิโคลัสคิดว่านั่นคือเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวขึ้นแต่แท้จริงแล้วกลับเป็เสียงฝีเท้าของใครสักคนที่กำลังเดินใกล้เข้ามาหาเขา
ร่างเงาที่เลือนรางค่อยๆคืบคลานมาตรงหน้านิโคลัสอย่างช้าๆจนเห็นชัดเจนขึ้นทีละน้อย
ชายในชุดคลุมสีดำยาวจรดพื้นสวมหมวกฟีดอราสีดำขนาดใหญ่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของนิโคลัสห่างไปประมาณ4-5 เมตร เขาคือชายปริศนาที่นิโคลัสเห็นในห้องพิจารณาก่อนที่เขาจะหมดสติไปเมื่อกลางวันไม่ผิดแน่กระจกสีเทาที่เก็บไว้บริเวณหน้าอกสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้งนิโคลัสไม่รู้ว่าชายเบื้องหน้า้าอะไรจากเขาแต่เขารับประกันได้ว่ามันไม่ใช่เื่ดีแน่ๆ
บรรยากาศบนถนนหนักอึ้งจนแทบััได้ไอหมอกสีดำแผ่กระจายไปทั่ว หมวกบนศีรษะของชายปริศนาขยับเล็กน้อยก่อนร่วงตกลงกับพื้นเผยให้เห็นศีรษะที่ปราศจากเส้นผมมีเส้นเืปูดที่ขยับขึ้นลงเป็จังหวะใบหน้าที่ถูกบดบังเมื่อครู่ บัดนี้ส่งกระทบกับกับแสงสลัวทำให้นิโคลัสได้เห็นในหน้าของชายปริศนาอย่างชัดเจน
มันเป็ใบหน้าของชายสูงอายุที่ซีดเซียวปราศจากชีวิตดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างจนแทบถล่นออกมาและมีสายโลหิตไหลรินออกมาจากทั้งสองข้างราวกับกำลังร่ำไห้
เขาสาบานได้ว่าเคยเห็นใบหน้านั้นมาก่อน
…มันคือใบหน้าของเดวิดจอห์น พอลล์ ผู้เสียหายในคดีของอันโตนิโอที่หายตัวไปแล้วกว่า 2 อาทิตย์!
“ให้ตาย... วันนี้มันวันอะไรกันวะเนี่ย”
แผ่นหลังของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อขาทั้งสองข้างแข็งทื่อ ไม่ว่ามองยังไงสถานการณ์ตรงหน้าก็ผิดปกติอย่างที่สุดแต่ความตกตะลึงของเขาไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้
แววตาของเดวิด จอห์น พอลล์ ที่ไร้แสงสะท้อนค่อยๆขยับมองมาที่เขา ทันทีที่มันเห็นนิโคลัส ั์ตาคู่นั้นก็เหลือกกลับหายเข้าไปในกะโหลกพร้อมสายโลหิตที่ปะทุออกมาเป็จำนวนมากนิโคลัสััได้ถึงความเคียดแค้นที่ลอยผ่านอากาศร่างของชายตรงหน้าขยายใหญ่ขึ้นจนผิดธรรมชาติ ทันใดนั้นบริเวณคอ หน้าอกซ้ายขวาและหัวไหล่ของมันก็ประทุออกมาด้วยเืและปรากฏเป็ใบหน้าของหญิงสูงวัย หญิงสาวสองคนและใบหน้าของเด็กชาย ใบหน้าเ่าั้กรีดร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
แขนของมันที่เคยมีเพียง 2 คู่แยกออกและเพิ่มจำนวนร่างนั้นโค้งตัวลงอยู่ในท่าคลานกับพื้นคล้ายสัตว์เดรัจฉาน ิัของมันเน่าเปื่อยเสื่อมสภาพอย่างรวมเร็วส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วเืที่ไหลรินค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็สสารสีดำปกคลุมไปทั่วทั้งร่างมันขยับไปมาราวกับมีชีวิตและกำลังชอนไชเยี่ยงปรสิต
ความสยดสยองเบื้องหน้าแทบจะทำให้นิโคลัสอาเจียนแต่ก่อนที่เขาจะได้ทันสำรอกอาหารที่กินออกมา สัตว์ประหลาดตรงหน้าก็พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
มือทั้งสิบคู่กะเกียกตะกายกับพื้นทิ้งคราบเหลวเหนียวหนะบนถนนไว้อย่างหน้าสะอิดสะเอียด
ก่อนที่มันจะเข้าถึงตัวเขา นิโคลัสก็เรียกสติกระโจนหลบไปด้านข้างไหล่ของเขากระแทกกับพื้นจนด้านชา แต่เขาก็สามารถหลบพ้นระยะโจมตีของสัตว์ประหลาดได้
โครมม!
เสียงอึกทึกจากการกระแทกดังกังวานขึ้นเหมือนจะยังไม่ชินกับการเคลื่อนไหนของตนสัตว์ประหลาดที่พลาดเป้าจึงพุ่งไปกระแทกกับกองขยะที่อยู่เื้ัตัวมันดิ้นพล่านพยายามตะเกียดตะกายทรงตัวขึ้น เช่นเดียวกันกับนิโคลัสที่ตอนนี้ลุกขึ้นได้ก่อนสาวเท้าออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต
“นี่มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย!”
นิโคลัสแหกปากร้องขอความช่วยเหลือ แต่ดูความเหมือนความพยายามของเขาจะไร้ผลรอบตัวเขาไร้ผู้คน แม้เขาจะร้องสุดเสียงก็เหมือนเพียงกำลังพูดกับตัวเอง ราวกับว่าเขาถูกส่งมาอยู่ในอีกมิติที่แปลกแยกไปจากความเป็จริง
เสียงหวีดร้องโหยหวนอย่างเ็ปดังขึ้นจากเื้ัร่างสีดำน่าสะอิดสะเอียดคืบคลานเข้ามาใกล้เขาขึ้นเรื่อยๆ
หากปล่อยไว้แบบนี้เขาคงถูกตามทันโดยไม่ยาก
เขาสอดส่องสายตาไปโดยรอบ ทันใดนั้นก็มองเห็นโรงงานร้างที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนักซึ่งอาจจะพอให้เขาหาที่หลบได้ นิโคลัสรีบเปลี่ยนเส้นทางวิ่งเข้าไปด้านในโรงงาน
ภายในโรงงานเต็มไปด้วยเครื่องจักรที่ถูกทิ้งร้างมันดูเหมือนกับโรงงานทำฝ้าย แต่บัดนี้มีเพียงแค่ฝุ่นที่จับตามพื้นนิโคลัสวิ่งเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังเครื่องทำฝ้ายขนาดใหญ่เพื่อพักหายใจ
ตูมม!
เสียงแตกหักและเสียงเครื่องจักรที่ล้มครืนดังขึ้นมาสัตว์ประหลาดที่เคยมีชื่อว่า ‘เดวิด จอห์น พอลล์’ บุกตะลุยเข้ามาภายในโรงงานแม้ว่าโรงงานนี้จะถูกทิ้งร้างมาเป็เวลานานแล้วแต่การที่มันสามารถพังกำแพงด้านหนึ่งเข้ามาได้เช่นนี้บ่งบอกถึงพละกำลังอันมหาศาล
แผ่นหลังของนิโคลัสเย็นวาบเขาพยายามกลั้นหายใจเอาไว้เพื่อไม่ให้สัตว์ประหลาดตัวนั้นได้ยินเสียงโหยหวนเมื่อสักครู่เปลี่ยนแปลงไปเป็เสียงครวญครางราวกับคนร้องไห้มันผสมปนเปไปด้วยเสียงร้องของหญิงสาวและเด็ก บางอย่างบ่งบอกเขาว่าที่เขาพบเจอกับสัตว์ประหลาดเบื้องหน้านี้ไม่ใช่เื่บังเอิญความแค้นที่มันมีเหมือนจะพุ่งเป้ามาที่ตัวของเขาโดยเฉพาะ
...หรือบางทีอาจเพราะตัวเขาคือทนายความของอันโตนิโอบุคคลผู้ที่ช่วยเหลือฆาตกรซึ่งฆ่าล้างครอบครัวที่น่าสงสารนี้ให้ลอยนวลบางทีสัตว์ประหลาดนี้อาจเป็ิญญาแค้นที่มาเพื่อชำระล้างความแค้นที่มีต่อ ‘นิโคลัส’ คนก่อน และคนที่ต้องรับกรรมต่อก็คือตัวเขาที่ถูกส่งมาอยู่ในร่างกายนี้
เมื่อหานิโคลัสไม่พบสัตว์ร้ายก็เริ่มส่งเสียงร้องโหยหวนอีกครั้งก่อนเริ่มทำลายข้าวของที่อยู่ภายในโรงงาน ไม่ช้าก็เร็วนิโคลัสคงหนีไม่พ้นชะตากรรมเป็แน่
ทันใดนั้นเขาก็รูสึกถึงอะไรบางอย่างอาจเพราะความตื่นกลัวเขาเลยไม่ทันได้สังเกตเห็นกระจกสีเทาที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อที่อกซ้ายของเขาเปล่งแสงสีแดงนิโคลัสรีบหยิบมันขึ้นมาดูแสงดังกล่าวก่อตัวขึ้นเป็ข้อความในภาษาอูคาติกต่อหน้าเขา
“.....เงื่อนไขถูกเติมเต็ม
ท่านได้พบเจอกับเหตุเหนือธรรมชาติเป็ครั้งแรก
ท่านมีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็ตัวแทนตุลาการ
ท่านจะยอมรับการแต่งตั้งหรือไม่
[ยอมรับ] [ไม่ยอมรับ]
คำเตือน: หากท่านยอมรับท่านจะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อีก”
นิโคลัสอ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสายตาของเขาหยุดอยู่ที่คำเตือนแล้วนึกย้อนถึงเหตุการณ์ตลอด่เวลา 2-3 วันที่ผ่านมา ต่อให้เขาจะอยากกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติธรรมดาแต่หลังจากที่ได้เห็นอะไรเช่นนี้แล้ว ต่อให้อยากทำก็คงทำไม่ได้อีกทั้งเขายังต้องไขปริศนาว่าเหตุใดเขาถึงถูกส่งมายังโลกใหม่นี้และต้องทำอย่างไรตนถึงจะกลับไปยังโลกเดิมได้
เสียงเครื่องจักรและสิ่งของถูกทำลายดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เขาคงจะไม่มีเวลามาสนใจรายละเอียดยิบย่อยเช่นนี้ล่ะมั้ง
“ผมยอมรับ”
นิโคลัสกล่าวเป็ภาษาอูคาติกข้อความเดิมจากกระจกค่อยๆเลือนหายไป ก่อนจะปรากฏข้อความใหม่ขึ้นว่า
“ยินดีต้อนรับสู่กระบวณพิจารณาท่านตัวแทนตุลาการ”
12.10.550
Nicolas Parlay
Judicial representative