4 : สีเป็เหตุ(แบบเล่นๆ)
หลังจากหน่วยมูลนิธิเข้ามาจัดการกับสิ่งที่พวกเนียร์เห็นเรียบร้อยแล้ว เนียร์ตัดสินใจว่าจะกลับบ้านเลยเพื่อย่อยข้อมูลที่รู้มา
แต่ดูเหมือนว่า คนคิดแบบนั้นจะมีแค่เธอคนเดียว
“จะรีบกลับทำไม มาถึงนี่ทั้งทีไปเที่ยวกันดีกว่า” คำเชิญชวนพร้อมรอยยิ้มแฝงความเ้าเล่ห์ของหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกคล้อยตามเลยสักนิด
หากไม่ใช่พี่น้องที่รู้ไส้รู้พุงมาก่อนละก็ เธอคงจะตอบตกลงทันทีด้วยความเต็มใจ แต่เพราะมันเป็พี่นี่ละถึงได้รู้สึกสยองยิ่งกว่าตอนเห็นหัวคนเสียบอยู่บนเสานั่นซะอีก
“ถ้านายอยากเที่ยวก็ไปคนเดียวเถอะ ฉันขอกลับก่อน” ยังไม่ทันจะได้ชิ่งหนี เด็กหนุ่มก็เข้ามาล็อกคอเธอจากทางด้านหลังซะก่อน ทินก้มลงมาพูดเบาๆ ที่ข้างหู ชนิดที่ฟังแล้วเหงื่อตกหน้าซีดได้
“คิดจะหนีรึไงไอ้น้องรัก มาดวลกันสักตั้งก่อนสิ” ทินยิ้มกว้างดูอบอุ่นแบบหญิงอื่นมาเห็นเข้ารับรองใจละลาย แต่สำหรับเนียร์แล้ว มันไม่ต่างจากรอยยิ้มพญามาร ที่เตรียมส่งเธอลงนรกรวดเร็วทันใจเหมือนติดไฮสปีดเลย
ไอ้พี่ชายเฮงซวยนั่น!
เนียร์สบถในใจอย่างอาฆาตแค้นชายข้างตัวที่พาเธอมายังสนามบาสเล็กๆในเมือง ถ้าถามว่าทำไมพามาที่แบบนี้แล้วถึงโกรธน่ะเหรอ ก็มันใช่เวลาไหมล่ะ ทั้งที่ยังมีเื่อื่นที่สำคัญกว่าต้องไปทำอีกแท้ๆหากทินไปที่ที่จำเป็กว่านี้ เธอจะไม่ว่าอะไรสักคำ
แต่ถึงจะบ่นไปอย่างนั้น เนียร์ก็แอบสนใจเหมือนกันในฐานะคนที่เล่นบาสอยู่ สนามบาสที่ใช้แข่งสตรีทบาส ซึ่งปกติจะมีผู้เล่นเพียงทีมละสามคน แต่อาจเป็จำนวนอื่นก็ได้ไม่มีใครเคร่ง อย่างตอนนี้เองที่กำลังแข่งกันอยู่ในสนามคือทีมละสองคน เพียงแต่จำนวนที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ นั้นคือสาม
พื้นสนามที่ใช้มีสีเขียวตุ่น ทั้งสองฟากมีแป้นบาสเล็กๆ ตั้งอยู่ ทั้งสนามถูกล้อมรอบด้วยตาข่ายป้องกันไม่ให้ลูกบาสออกนอกเขต
บัดนี้มีกลุ่มผู้ชายอยู่สี่คนกำลังเล่นกันอย่างดุเดือด มีเสียงเชียร์จากพวกข้างสนาม ซึ่งดูจากจำนวนคนแล้ว กลุ่มที่กำลังแข่งกันอยู่คงจะดังไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็มีเยอะพอๆ กัน
ไอ้การที่ทินคิดจะไปร่วมเล่นด้วยน่ะ เนียร์ไม่ลำบากใจนักหรอก แต่เนื่องจากรู้นิสัยพี่ตัวเองดี จึงรู้ดีว่าชายคนนี้คงไม่ทำอะไรที่ธรรมดาทั่วไปแน่นอน
พอเห็นรอยยิ้มนึกสนุกนั่นแล้ว ยิ่งทำให้เธอมั่นใจเต็มเปี่ยมว่ามันต้องคิดอะไรที่...บ้าเกินร้อยชัวร์
เมื่อพวกเธอเข้าไปตรงแหวกกลุ่มคนไปอยู่ข้างสนามได้สำเร็จ <ถูกอีกฝ่ายลากไปแกมบังคับ> ก็ทันเห็นผู้ชายตัวใหญ่ะโขึ้นดังค์ลูกได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ถึงแม้แป้นจะเตี้ยกว่ามาตรฐานเล็กน้อยก็ตาม ก็ยังหาคนที่จะดังค์ได้ยากนัก เพราะการจะะโไปให้ถึงแป้นเพื่อที่จะได้เอาลูกลงห่วงด้วยมือตัวเองนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลย
เนียร์รู้แบบนั้นจึงอดทึ่งไม่ได้ เผลอตบมือเหมือนคนอื่นๆ ที่ร้องเฮไปด้วย ในขณะที่ทินยังยืนเฉย มีเพียงรอยยิ้มพรายเต็มใบหน้าเท่านั้น
และโดยไม่ทันตั้งตัว ทินก็เรียกเสียงดังดึงความสนใจของพวกที่อยู่ทั้งในสนามและนอกสนามไปหมด
“เฮ้! พวกฉันขอร่วมเล่นด้วยสิ”
แน่นอนว่าประโยคนั้นประโยคเดียว ทำเอาทั้งสนามเงียบกริบ เกิดความสนใจให้ทินกลายเป็จุดรวมสายตาในบัดดล
ส่วนคนที่มาด้วยกันน่ะหรือ
บัดนี้อ้าปากค้าง หันขวับจ้องอีกฝ่ายอย่างตะลึง เมื่อมันพูดว่า ‘พวก’ ฉัน
ซึ่งนั่นหมายถึง มันไม่ได้จะไปตายคนเดียว แต่ยังลากเธอไปตายด้วยอีกคน เพราะดูก็รู้ว่าพวกที่กำลังเล่นอยู่นั้น คงไม่ใช่นักกีฬาที่ดีเต็มไปด้วยคุณธรรมมีน้ำใจนักกีฬาแน่นอน
ผู้ชายหนึ่งในคนที่กำลังเล่นอยู่มีรูปร่างสันทัดที่สุดในกลุ่มเดินมาทางทินพร้อมหนีบลูกบาสไว้ตรงเอว ท่าทางเหมือนจิ๊กโก๋พร้อมหาเื่ชัดๆ
“นาย...จะมาเล่นกับพวกเรา” เขาทวนสิ่งที่ทินพูดไปเมื่อกี้ ราวกับจะบอกว่า คิดผิดคิดใหม่ได้นะไอ้กร๊วก โดยมีทุกคนรอฟังว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อ
“เปล่า” คำตอบของทินทำเอาเนียร์โล่งใจ ว่ามันคงเพิ่งสำนึกได้ว่าไม่ควรไปแหย็มกับคนพวกนี้ แต่ประโยคถัดมาทำเอาเธอคิดผิดถนัด
“พวกฉันสองคนต่างหาก” ว่าแล้วก็พยักหน้าไปทางเนียร์ที่ยืนอยู่เคียงกัน
อีกฝ่ายหันมามองเนียร์อยู่ชั่วอึดใจเดียว ก่อนไปหยุดตรงผู้ชายอีกคนซึ่งอยู่ถัดจากเนียร์ไป
“นายงั้นเหรอ”
คนถูกจ้องส่ายหน้าแรงจนหัวแทบหลุดเมื่อถูกเข้าใจผิด ทำเอาคนถูกมองข้ามถึงกับฉุนขาด ทั้งๆ ที่ก็ยืนหัวโด่อยู่ข้างคนพูดแท้ๆยังมองข้ามไปได้นะ
“ฉันต่างหากล่ะ” เนียร์เอ่ยเสียงแข็งกระด้างไม่พอใจ ทำให้สายตาคนตรงหน้าเลื่อนกลับมามองอีกครั้งด้วยความแปลกใจ
ทินได้ยินแบบนั้นแล้วยิ้มมุมปาก รับรู้ได้ว่าคนที่มาด้วยเริ่มของขึ้นแล้ว เป็ไปตามที่เขาคิดไว้เป๊ะ
ส่วนคนที่เหลือพอได้ยินแล้วก็หัวเราะเสียงดัง เริ่มจากคนตรงหน้าเนียร์กับทิน ก่อนจะเผื่อแผ่ไปถึงอีกสามคนที่เล่นด้วยเมื่อกี้และลามไปทั่วทั้งสนามอย่างรวดเร็ว สร้างความขุ่นเคืองให้กับเด็กสาวไม่น้อย
ทั้งสองคนรอจนเสียงหัวเราะเงียบไปอย่างใจเย็น
“จะให้ผู้หญิงมาเล่นสตรีทบาสเนี่ยนะ นายบ้าไปแล้วรึไงหา!” เขาหันไปพูดกับทินที่ยังยิ้มให้ ก่อนจะหันมาตะคอกใส่เนียร์ใกล้ๆ จนถึงกับเห็นน้ำลายกระเด็นออกมา
“ที่นี่ไม่ได้เล่นกันตุ้งติ้งหน่อมแหน้มแบบในโรงเรียนนะยัยหนู กลับไปเล่นแบบพวกผู้หญิงโน่นไป” คำดูถูกอย่างเปิดเผยทำให้ความอดทนของเนียร์เริ่มถึงขีดสุดหากยังทนไหว ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดจะอยู่เฉยๆเป็ฝ่ายถูกโจมตีอย่างเดียว แต่ก่อนหน้าจะได้ทำอย่างนั้น ทินก็ชิงพูดตัดหน้าไปซะก่อน
“ฉันแค่ชวนยัยนี่มาหาอะไรทำแก้เซ็งก็เท่านั้นเองแหละ บังเอิญได้ยินมาว่ากลุ่มบาสแถวนี้เก่งสุดของเมือง เลยว่าจะมาแก้ความเข้าใจผิดสักหน่อย ว่าใครกันแน่...ที่เก่งสุด” คำท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวของทิน ยั่วโมโหอีกฝ่ายได้เช่นกัน
“นี่แกรู้มั้ยว่ากำลังพูดอยู่กับใคร” อีกฝ่ายยิ้มเหี้ยม
“ไม่รู้สิ” ทินยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “เอาไว้ตอนนายแพ้ ค่อยบอกฉันละกัน จะได้รู้ว่าฉันเอาชนะใครได้ อ้อ...ไม่สิ” ทินทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนจะยิ้มด้วยสายตาชั่วร้าย “ถ้าฉันชนะ คงไม่สนใจไอ้พวกขี้แพ้หรอก”
เนียร์ไม่รู้หรอกว่าพี่ชายตัวเองไปรู้เื่คนกลุ่มนี้มาจากไหน แต่ที่แน่ๆ คือ ตอนนี้พวกเธอกำลังได้มีเื่แก้เซ็งสมใจอยากแล้ว
แต่เนียร์กลับตื่นเต้นมากกว่าจะกลัว ที่จะได้เล่นสตรีทบาสกับคนอื่นนอกเหนือไปจากทิน และด้วยความอยากจะลบคำที่บังอาจมาดูถูกเธอไว้
คนที่ดูถูกเนียร์ส่งเสียงหึออกมา ใช้สายตามองทินั้แ่หัวจรดเท้า และหยุดลงที่หัวทินอีกที
“ตอนแรกฉันกะว่าจะไม่เอาเื่กับคำพูดสั่วๆของแกนะ แต่พอเห็นสีผมประหลาดของแกแล้วมันชวนให้น่าหงุดหงิดพิลึก เอาเป็ว่า...หลังจากฉันกระทืบแกในเกมแล้ว จะจัดการโกร๋นผมของแกให้เกรียนไปเลย” เขามองผมสีดำแซมทองนั้นที่แปลกไม่เหมือนใคร สำหรับผู้หญิงนั้นเรียกว่าเท่ แต่ผู้ชายด้วยกันกลับมองแล้วน่าหมั่นไส้
สรุปแล้ว ถือว่านั่นเป็การเปิดการแข่งระหว่างทินกับเนียร์ และ พวกเ้าถิ่นอีกสองคนไปโดยปริยาย
“เป็ไง ได้เปลี่ยนบรรยากาศแบบนี้ดีมั้ย” ทินหันมาถามคนข้างตัว
เนียร์หยิบยางรัดผมในกางเกงที่พกติดตัวไว้ขึ้นมารัดผมสีดำยาวเพื่อไม่ให้เกะกะ ในขณะที่ดวงตาสีดำสนิทจ้องคู่ต่อสู้ด้วยแววตาเป็ประกาย
“ไหนๆ ก็มาหาเื่ถึงที่แล้วนี่” เธอยิ้มมุมปาก “มาอาละวาดให้เต็มที่ไปเลย”
ทินยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยว และโดยไม่ต้องนัดหมาย ทั้งคู่ก็ยกหมัดขึ้นชนกัน ก่อนจะเดินไปหาคู่แข่งตรงกลางสนามบาสท่ามกลางเสียงเชียร์ที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
“ใครได้ 10 ลูกก่อน ชนะ” ผู้ชายที่เหมือนเป็หัวหน้าของที่นี่ชื่อว่าเจร็อคพูด “สตรีทบาสเป็ไง ฉันคงไม่ต้องอธิบาย...ให้มือใหม่เปิดสนามก่อนละกัน” ว่าแล้วเขาก็ส่งลูกบาสสีดำพ่นสเปรย์สีขาวเป็รูปกะโหลกไขว้ไปให้ทิน
กฎกติกาการเล่นของสตรีทบาสก็คือ ไม่มีกฎ!
ไม่ว่าจะกระแทกหรือทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายก็สามารถทำได้โดยไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด จึงทำให้ถูกเรียกว่าเป็เกมที่อันตรายไม่เหมาะจะเอามาเล่นกัน แต่เพราะว่ามันอันตรายนี่แหละ ที่ทำให้สนุก
ทินส่งลูกให้เนียร์เป็คนเปิด ก่อนจะไปยืนอยู่แถวๆ ใต้แป้นของฝั่งตรงข้าม โดยมีชายร่างใหญ่ที่ชื่อว่าบิ๊กสมรูปร่างคอยกันไว้
“เริ่ม”
เนียร์ส่งลูกให้เจร็อคและถูกส่งกลับคืนมาเป็การบอกเวลาเริ่มการแข่ง
ทันทีที่เริ่ม เนียร์เลี้ยงลูกเบี่ยงหลบคนตรงหน้าอย่างง่ายดาย ทว่า...ขณะที่เธอกำลังจะผ่านตัวเขาไปนั่นเอง
เปรี้ยง!
เด็กสาวถึงกับหงายหลังล้มไปบนพื้น พร้อมกับเสียงเฮดังลั่นของคนดูที่ชอบใจกัน คนโดนขาเหวี่ยงเข้าท้องเต็มรักก้มตัวงอด้วยความจุก
เมื่อลูกบาสหลุดจากมืออีกฝ่าย เจร็อคก็ชิงมาเป็ของตัวเองแล้วตรงไปยังแป้นฝั่งตรงข้าม โดยมีทินรีบวิ่งตามไปติดๆ ไม่ปล่อยให้ทำแต้มได้
เจร็อคส่งลูกให้บิ๊กที่ะโขึ้นชู้ต ส่วนทินก็โดดตามเพื่อบล็อกไว้ แต่คนตัวใหญ่กว่าใช้ศอกกระแทกเข้าหน้าทินแล้วยัดลูกบาสลงห่วงอย่างง่ายดาย
“ 1 – 0 ” เจร็อคว่าพลางเดินผ่านตัวทินที่ลงไปนั่งชันเข่ากุมจมูกตัวเอง “ไม่เห็นจะเก่งเท่าปากว่าเลยนี่หว่า”
ไม่มีเสียงโต้ตอบใดๆ จากสองคนนั้น เห็นแต่เพียงทั้งคู่ค่อยๆ ลุกขึ้นมา
ทินใช้มือถูจมูกตัวเองไปมา มีรอยแดงเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับเืกำเดาไหล ส่วนเนียร์ก็ยังจับท้องตัวเองอยู่ แม้จะยังจุก แต่ก็ดีขึ้นมากแล้ว
“...ระดับความรุนแรงที่พวกนายเล่นกัน คือไม่ถึงตาย กับ ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลก็พอสินะ” ทินยังคงยิ้มได้ในเวลาแบบนี้
“จะได้กะแรงถูก” เนียร์พูดบ้าง
เจร็อคได้ยินแบบนั้นแล้วไม่สบอารมณ์ เหมือนกับเ้าพวกนี้มันไม่ได้ปอดแหกขึ้นมาเลยสักนิด
พวกเนียร์เป็ฝ่ายเริ่มอีกครั้ง และยังคงเลี้ยงลูกเบี่ยงตัวหลบเจร็อค แบบเดิมอีกครั้ง
“อยากจะโดนอีกรอบรึไง” เจร็อคว่าอย่างดูแคลน พอจะยกขาขึ้นเตรียมฟาดเท่านั้นแหละ บางอย่างสีดำก็ปะทะเข้าหน้าอย่างจัง
มือที่ถือลูกบาสอยู่เลิกจับเลี้ยง แต่ยกขึ้นมาอัดหน้าของเจร็อคอย่างแรงแทน จนหน้าหงายล้มไปกองกับพื้นอย่างหมดท่า ส่วนเนียร์ก็ขว้างลูกส่งต่อไปให้ทินที่อยู่ตรงใต้แป้น
บิ๊กเข้ามาขวางเอาไว้ แต่ทินะโขึ้นใช้ศอกกระแทกลงกลางหัวคนตัวใหญ่กว่าด้วยน้ำหนักตัวทั้งหมด ก่อนจะรับลูกบาสมา จากนั้นก็เหยียบบ่าคนที่กำลังทรุดอยู่เป็เสาต่อขึ้นไปให้เขาชู้ตลูกลงห่วงอย่างสวยงาม
“ 1 - 1 ” ทินว่าแล้วก็ชูนิ้วโป้งคว่ำลงให้ เสียงเชียร์ยิ่งดังเป็ทวีเมื่อทีมเ้าถิ่นถูกสวนคืน
“ ‘ไม่เห็นจะเก่งเท่าปากว่าเลยนี่หว่า’” ทินทวนคำของเจร็อค “ไอ้คำพูดของนายน่ะ เก็บไว้บอกตัวเองเถอะ”
เนียร์ถอนหายใจ หมอนี่มันบ้า รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธ ก็ยังจะไปยั่วโมโหให้โกรธมากขึ้นอีก
แต่...ก็ดี
เธอขยับยิ้ม พวกเธอจะได้ลงมือแบบไม่ต้องยั้ง เพราะฝั่งตรงข้ามเจอแบบนี้เข้าไป คงไม่คิดออมมืออีกแล้วแน่นอน