ต่างคนต่างเดินแบกของขึ้นบันไดเนื่องจากไฟฟ้าดับทั้งเมือง ลิฟต์ถูกงดใช้บริการ เมื่อทั้งคู่ถึงชั้นหก ทั้งคู่นั่งพักกลางขั้นบันไดใหญ่ ชาวคอนโดฯยานกี้นำกล่องขนมออกมาให้เธอ “ ขอบใจมากนะหนู พวกเราไม่กล้าพูดกลัวเสียหน้ามาก วันนี้พวกเราได้ความรู้และไม่ยอมให้พวกพ่อค้าโกงราคาได้อีก โชคดีนะจ๊ะ“ เธอรับกล่องขนมด้วยความดีใจ นักบินหนุ่มอมยิ้มมองเธอแล้วส่ายหน้า “ คุณไม่ชอบของหวานก็ไม่ต้องกินนะคะ“ เขาจ้องขนมกล่องในมือของเธอ ชายหนุ่มเริ่มหมั่นไส้ท่าทางของเธอ เขาประชดนิดๆ “ จะเก็บไว้ไปกินที่หอพักของโรงเรียนก็ได้นะครับ เน่าพอดี“ เสีงหัวเราะเยาะของเขา ทำให้นิทตี้ค้อนให้ชุดใหญ่ “คนอะไร เหนียวไม่เข้าเื่” เธอแกะกล่องขนมเปิดออกกลิ่นหอมฟุ้งขึ้นมา เธอสูดเข้ากลิ่นหอมของขนมเข้าเต็มปอด นักบินหนุ่มกลืนน้ำลายก้อนโตทันที “เปลี่ยนคำพูดได้นะคะ ฉันไม่ได้ขี้เหนียวเพียงแต่เราต้องรู้จักใช้เงินให้คุ้มที่สุดเท่านั้น“ เธอป้อนขนมเขาหนึ่งคำ "อร่อยดี คุณซ่อมรองเท้าคู่นั้นกี่ครั้ง” เธอกินเองหนึ่งคำ “4 ครั้งค่ะ แม่สอนให้รู้จักถนอมของใช้และประหยัด“
วินนี่ลุกขึ้นแบกกล่องอาหารขึ้นบ่าต่อ เธอหิ้วถุงผักผลไม้เดินตามเขา ในที่สุดก็ถึงชั้นสิบ “โอ้ยยยย ข้อเท้าฉัน“ เสียงเธอร้องดังขึ้น ข้อเท้าพลิกเพราะเธอก้าวพลาด “วางของลงก่อนตรงนี้ ผมจะเปิดประตูให้คุณ รออยู่นี่นะ “ วินนี่iหอบข้าวของทั้งหมดเข้าไปในบ้าน เขาเดินลงมาช้อนร่างของเธอขึ้นแนบแผงอกกว้าง
"อย่าใ ผมจะนวดให้ “ เขาวางร่างของเธอวางบนโซฟายาว นักบินหนุ่มมองหาเทียนไข เหลือบเห็นกล่องเทียนไขใกล้ร่างของเธอ เขาดึงเทียนไขกล่องหนึ่งจากมือของเธอ เธอดึงกลับไม่ยอมให้เขา “ขอผมยืมก่อนสักกล่องได้ไหม เดียวผมคืนให้“ สักพักเขาดึงออกมาจนได้ “ผมจะพิมพ์ธนบัตรให้เอาไหม“
เธอก้มมองข้อเท้าเริ่มบวม วินนี่จุดเทียนไข 3 เล่ม ภายในห้องนั่งเล่นสว่างขึ้นมา ในมือของเขามียาทาแก้ปวดกล้ามเนิื้อ ปลายนิ้วมือของเขาแตะเนื้อยา ทาเนื้อยาเบาๆ แล้วค่อยๆนวดเบาคลึงเบาๆ นิทตี้รู้สึกปวดเเปลบ ร่างของเธอแกร่งขึ้น สองมือจับไหล่เขาไว้แน่น “ผมจะดึงข้อเท้าให้นิดหน่อย จะหยิกผมก็ได้ แต่เจ็บครั้งเดียว“ นักบินหนุ่มนับหนึ่งสองสาม มือของเขาดึงข้อกระดูกให้เธออย่างแรง Nittyนั่งนิ่ง ปลายเล็บจิกลงโซฟาไม่มีเสียงร้องกรีดออกมา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ สีหน้าซีดเผิือด เขาแปลกใจปกติคนอื่นร้องเสียงหลง หรือดิ้น “ ไม่เจ็บหรือคุณ “ เธอพยักหน้าช้าๆ “ เจ็บมากค่ะ แต่ทนได้ “ วินนี่นวดต่ออย่างเบามือที่สุด
ผ่านไปหลายนาที นิทตี้มองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าของเธอ “ลองเดินให้ผมดูหน่อย” นัทตี้ลุกขึ้นยืน ก้าวเดินไปมาอย่างสบาย “ปวดไหมครับ“ เธอส่ายหน้าว่าไม่ หันกลับมาถามด้วยความแปลกใจ “ คุณเป็หมอด้วยเหรอคะ“ นัทตี้ล้างมือในครัว เช็ดไม้เช็ดมืออย่างรวดเร็ว ดึงกระดาษทิชชูออกจากกล่องทิชชู ก้าวเข้ามาซับใบหน้าให้เธอ “ นักบินทุกคนเรียนเื่การปฐมพยาบาลเบื้องต้นครับ อาการบางอย่างมีวิธีแก้แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่เราแก้ไขได้“ เธอทึ่งในความสามารถของเขา “ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ “
นิทตี้เริ่มปรุงอาหารค่ำ ข้าวมันกุ้ง และสลัดผลไม้คือเมนูค่ำนี้ วินนี้เริ่มเก็บข้าวของไว้ตู้เก็บของและบางอย่างต้องทิ้ง นิทตี้ยืนมองอาหารแช่แข็ง “อาหารแช่แข็งไม่ค่อยดีนะคะ ต่อไปคุณควรทานอาหารปรุงสดดีกว่า” เขาเฝ้ามองดูเธอปรุงอาหารอย่างคล่องแคล่ว สักพักทุกอย่างเสร็จวางบนโต๊ะอาหาร "คุณล้างหน้า ล้างมือมาทานได้เลยค่ะ“หญิงสาวตักอาหารใส่จาน วินนี่เลือกหยิบกุ้งมาชิมก่อน “ อืมมม เผ็ดไปนิด “ นิทตี้ยื่นแก้วน้ำดื่มให้ “ไม่เผ็ดมากค่ะ ทานกับโรตีหรือข้าวสุกจะอร่อยรสชาติพอดีค่ะ“ เขานั่งลงตรงกันข้ามกับเธอ สายตาของเขามองใบหน้าที่สวยงาม ดวงตากลมโตเหมือนกวางน้อย ริมฝีปากได้รูปน่าจุมพิตเวลาพูดกับเขา นักบินหนุ่มหลุดปากถามออกไป “ คุณเคยมีแฟนไหม นิตยา“ หญิงสาวก้มหน้าลงไม่ตอบคำถามของเขา “ ผมถามคุณนะครับ “ เธอจ้องนัยต์ตาสีนิลเข้มคู่นี้ “ มีค่ะ เราเลิกกันแล้ว เขาแต่งงานแล้วเดือนที่แล้วเพราะฐานะฉันไม่ค่อยดี “
” คุณมีความสัมพันธ์แบบไหน “ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำลง นักบินหนุ่มเริ่มลงมือทานอาหารในจาน “ ไม่ใช่แบบคุณกับคู่หมั้นแน่นอน ถามทำไมค่ะ อยากรู้ว่าฉันเป็ผู้หญิงบริสุทธิ์ไหม เคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า แล้วทำไมถึงกล้านอนในบ้านคุณใช่ไหม “ เขาป้อนข้าวในปากของเธอก่อนที่เธอจะพูดต่อ “ พอได้แล้ว ผมเข้าใจครับ อาหารนี้อร่อยมากจริงๆ “
วินนี่ชื่นชมในฝีมือการปรุงอาหารของเธอ “ ผมอ้วนแน่ๆถ้าอยู่กับคุณ“ ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินวนรอบโต๊ะอาหาร เธอดึงจานสลัดเอาเข้าไปเก็บในตู้เย็น “ พรุ่งนี้เป็ต้นไป ฉันไม่ทำค่ะ คุณทานผลไม้อย่างเดียว” นักบินหนุ่มขมวดคิ้วมองหน้าเธอ เขาเดินอ้อมมาด้านหลังเธอ ฝ่ามือลูบเส้นผมที่สวยงามสีน้ำตาลตามธรรมชาติ “ อ้วนนะลดได้ ทำอาหารต่อนะครับ ประมาณปีกว่าๆ ผมไม่เคยกินอาหารบ้านอร่อยแบบนี้เลย” นิทตี้ลงมือล้างจาน สายตามองที่หน้าต่าง สายฝนตกกระหน่ำหนักกว่าเดินไม่มีที่ท่าจะหยุด หญิงสาวต้มชาเขียวสองถ้วย วางลงในถาดเล็กๆ “ ดื่มชาเขียว รับรองว่าคุณไม่อ้วนค่ะ“ เขาถอดเสื้อยืดออก ์นิทตี้ใถอยหลัง “คุณถอดเสื้อทำไม ตอนนี้อากาศเริ่มเย็น" วินนี้ขมวดคิ้ว ยักคิ้วหนาเข้มของเขา “ผมยืนใกล้ๆคุณ ผมรู้สึกร้อนไปหมด “ นิทตี้หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องครัวทันที
“คนบ้า ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ นึกว่าเป็สุภาพบุรุษ“ ชายหนุ่มได้ยินเต็มสองหู เอนหลังเฝ้ามองดูเธอทำความสะอาดห้องครัว เวลาผ่านไปไม่นานนักบินหนุ่มดันร่างของเขาลุกขึ้น ปิดบานหน้าต่างทุกบาน ปิดผ้าม่านในห้องนั่งเล่น เริ่มจุดเทียนไขอีกสองเล่ม เขาเดินย้อนไปที่ระเบียง ฝนตกน้ำไหลแรงจากรางน้ำฝนของอาคารตรงกันข้ามเสียงดังตลอดเวลา ไฟฟ้าดับไปรวมหกชั่วโมง แบ็ตเตอร์รี่ของมือถือเหลือเพียงสี่สิบเปอร์เซนต์ นักบินหนุ่มรีบโทรฯติดต่อแม่ของเขา “ แม่ครับ ได้รับยาแล้วใช่ไหม “ ซาทนาผู้เป็แม่เริ่มกังวลกับข่าวพายุถล่มกรุงเดลฮี ”พายุเข้าเดลี ลูกระวังด้วยนะจ๊ะ ริย่ากลับมาแล้วใช่ไหม“ เขาหันหน้ามอง นิทตี้ กำลังจุดเทียนไขอีกเล่ม “ เธอจะไปอเมริกาครับ น้องญาติอีกคนกำลังจะหมั้น” วินนี่ใช้เวลาคุยกันแม่นานพอสมควร จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการเดินวนไปเดินมาของนิทตี้
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นสนั่น ทำให้ตึกที่อยู่เริ่มสั่น เวลาห่างกันไม่นานเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นอีก ครั้งนี้แรงพอๆเท่ากับตอนกลางวัน นิทตี้ทรุดร่างลงนั่งต่อหน้าเขา ฝ่ามือปิดปากไว้ไม่ร้อง ก้มหน้าลง ห่อไหล่เพราะความกลัว “แค่นี้ก่อนนะครับแม่“ เขารีบวางสาย ก้าวเข้าหาร่างของเธอ “ฉันกลัวจริงๆ อยากกลับบ้าน ไปหาแม่ค่ะ พรุ่งนี้ไปส่งฉันได้ไหม“ วินนี่นั่งลงข้างๆเธอ “ นิตนา ผมอยู่ที่นี่กับคุณไม่ต้องกลัวครับ“ นิทตี้โผเข้ากอดร่างของเขาแน่น เขาขยับนั่งพิงกำแพงหน้าประตูห้องครัว “ฉันไม่เอาแล้ว ไม่ทำงานที่นี่ พรุ่งนี้ฉันจะกลับบ้าน “ นิทตี้ปล่อยโฮออกมา นัทตี้กระชับร่างเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม “ ผมรักคุณ “ คำสารภาพรักของเขาถูกเสียงฟ้าร้องกลบ เปลือกตาของเขาปิดสนิท เขานึกในใจ เขาพูดอะไรออกไป ทำไมมันรวดเร็วขนาดนี้ เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง เธอไม่ใช่ ริย่า คู่หมั้นของเขา เธอคือผู้หญิงที่มาจากบ้านนอกแตกต่างจากริย่าโดยสิ้นเชิง เขาสับสนในตัวเองจนทำอะไรไม่ถูก “ ดื่มน้ำไหม ผมจะเอามาให้คุณ“ วินนี่iเช็ดหยดน้ำตาให้เธอ "ดื่มน้ำก่อน เื่กลับบ้านผมจะจัดการให้คุณเมื่อพายุสงบลง
"