ผมลงลิฟต์ไปที่ชั้นหกตรงรี่ผ่านประตูเลื่อนไปยังศูนย์กลางการวิเคราะห์ข้อมูลความทรงจำตอนที่เลขาสาวพาแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ย้อนกลับมาร้อยเรียงต่อกันผมเลี้ยวซ้ายตรงแยกโดยไม่ต้องเอ่ยปากถามทางใคร เพียงครู่เดียวก็ถึงที่อยู่ของทีมฟีดแบ็กเป็นสถานที่แรกที่ผมกับชายหน้าหล่อโคจรมาพบกัน
“ตอนนี้สหายอยู่ไหน”ผมแทรกขัดขึ้นมากลางวงสนทนาของชายหญิงสามสี่คนที่นั่งล้อมรอบโต๊ะสี่เหลี่ยมไม่สนใจว่าจะรบกวนสมาธิการทำงานของพวกเขา
“อยู่ในห้องค่ะ”หญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งตัวทะมัดทะแมงชี้ไปห้องบล็อกสี่เหลี่ยมอันหนึ่งที่อยู่ห่างไปสิบเมตร สีหน้าเธอดูประหลาดใจเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ รอบโต๊ะ ผมพยักหน้าขอบคุณแล้วรุดไปทางนั้นไม่แยแสเสียงซุบซิบนินทาของเหล่าพนักงานเมื่อครู่ที่ดังไล่หลัง
ประตูสีน้ำตาลอ่อนห้องของเขาเปิดเกือบจะในทันทีที่ผมกดกริ่งราวกับตั้งหน้าตั้งตารออยู่แล้วผมสาวเท้าเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ โดยไม่รอเชื้อเชิญเขาคงพยายามทำให้ตัวเองดูเป็นคนมีสไตล์ด้วยการตกแต่งเป็นแบบมินิมอลที่ค่อนข้างโปร่ง ผนังสีขาวราบเรียบไร้รอยเปื้อนน่าจะเป็นภาพที่สร้างจากสมาร์ตกลาส เฟอร์นิเชอร์อื่นมีเพียงโต๊ะทำงาน ตู้เย็น ชั้นวางของส่วนตัวและก็ตู้โชว์อันเดียวการที่ไม่มีจอคอมพิวเตอร์แสดงถึงการทำงานผ่านเอวีเอสอีร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกอย่างดูสะอาดสะอ้านไม่มีฝุ่นผงเลยสักเม็ด สายตาผมเหลือบไปเห็นของในตู้ตอนที่โฉบผ่านเกือบทั้งหมดคือเหรียญรางวัล โล่เกียรติยศ และป้ายประกาศคุณงามความดีรูปแบบต่าง ๆคงตั้งใจประดับด้านหน้าเพื่อประกาศศักดาให้ทุกคนที่หลงเข้ามาในห้องนี้ได้ชื่นชมความสมบูรณ์แบบของตนเอง
“นั่งลงก่อนสิ”สหายเอ่ยเป็นประโยคแรก ท่าทางดูสงบเสงี่ยมไม่ละสายตาจากงานที่ทำบนจอเครื่องเอวีเอสอีส่วนตัวมือไม้ที่นิ่งเฉยแสดงว่าชายผู้นี้สั่งงานด้วยความคิด
“ไม่นั่งจะทำไม” ผมขัดขืนด้วยการยืนค้ำหัวอีกฝ่าย
“ก็ตามใจ”น้ำเสียงเขาดูสบายใจเฉิบ “มีธุระอะไรรึเปล่า ไม่เห็นนัดมาก่อนเลย”
“ไม่ต้องมาทำไขสือมึงรู้อยู่แล้วว่ากูหมายถึงอะไร” ผมใช้คำสรรพนามตามอารมณ์ที่พุ่งพล่านในตอนนี้
ชายตรงหน้าไม่แม้แต่จะปริปากตำหนิกิริยาก้าวร้าวของผมด้วยซ้ำ ราวกับสื่อว่า ‘สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล’มึงจะทำอะไรก็ทำไป นิ้วเรียวของเขากดปุ่มข้างใบหูขวาเบา ๆเปลี่ยนกระจกทึบแสงที่คาดตาให้กลายเป็นโปร่งใส เผยให้เห็นดวงตาเย็นชาที่จ้องเขม็งมายังผม
“ให้เดานะท่านกำลังหาว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับคลิปไวรัลของท่านที่แพร่กระจายอยู่ในกราฟีใช่ไหม”
“ทำไมมึงไม่ยอมรับเหรอว่าตัวเองทำ อัญชันบอกกูหมดแล้ว” ผมพูดเสียงเข้มพยายามข่มไว้ไม่ให้ความโกรธปะทุออกมา
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม” สหายยืดอกขึ้น เงยหน้าเล็กน้อยเป็นการข่มไม่นึกว่ามันจะยอมรับง่ายดายขนาดนี้
"โธ่...อย่าโอเวอร์ไปหน่อยเลยท่านประชา...ก็แค่เรื่องตลกขำ ๆ เอง ท่านควรภูมิใจนะที่ความ ‘เด๋อด๋า’ ของท่านช่วยคลายเครียดให้เพื่อนร่วมงานได้มากขนาดนี้”รอยยิ้มแสยะที่มุมปากของมันดูไม่สำนึกผิดแม้แต่น้อย
“ตลกพ่อมึงสิ!”ผมไม่ได้พูดแรงขนาดนี้มาตั้งแต่ย้ายออกจากสลัมแถวบ้านตอนประถมหก“แน่จริงมึงลองมาเจอเองดิ จะได้รู้ว่าตลกไหม”
สหายสูดหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออกชัดเจนว่าหงุดหงิดเหมือนกัน แต่พยายามข่มใจให้ไม่สูญเสียมาดผู้ดีมันทำทีหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบอย่างสบายใจก่อนกล่าวต่อ
“ให้ทำไงตัดต่อหน้าเราไปใส่หน้าท่านเหรอ แค่คลิกทีเดียวก็รู้แล้วรึเปล่าว่าเป็นของปลอม”
ชายผู้นี้ช่างไร้ความสำนึกผิดโดยสิ้นเชิง
“ลบคลิปเดี๋ยวนี้แล้วกูจะปล่อยมึงไป” ผมข่มขู่ด้วยเสียงหนักแน่นแต่อีกฝ่ายดูไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย
“ท่านก็รู้ว่าลบยังไงก็ไม่หมดหรอกลบได้แค่ไฟล์ต้นขั้ว ถึงใช้ไวรัสลบข้อมูลดีอีซีวีก็ยังมีช่องโหว่ที่หลุดรอดเลย แต่ประเด็นคือถ้าเรายืนยันว่าจะไม่ลบ ท่านจะทำไม?”สหายท้าทายผมด้วยการยื่นหน้าเข้ามาใกล้พลางขยับแว่นเอวีเอสอีเล็กน้อยมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ซึ่งซ่อนความเย้ยหยันอยู่ที่มุมปาก“ท่านจะฟ้องหมิ่นประมาทเราเหรอ”
ประโยคนี้ทำผมหน้าซีดเผือดโดยอัตโนมัติคาดไม่ถึงว่าจะโดนจู่โจมกลับแบบไม่ทันตั้งตัว
ชายหน้าหล่อพล่ามต่อ“ฟ้องเราเลยสิ รอบนี้ท่านก็มีหลักฐานอยู่แล้วนี่ ขอแค่ไปแจ้งความตำรวจก็จะขอคลิปในคลาวด์ที่อัปโหลดจากเอวีเอสอีของอัญชันพอสาวไปถึงเจอคลิปตอนที่เขาทำสัญญาส่งต่อให้เรา แค่นี้ก็ดิ้นไม่หลุดแล้วเราจะบอกวิธีที่ง่ายกว่านั้นให้ แค่สืบจากแอปกราฟีโดยตรงก็ได้ไล่ดูการส่งต่อย้อนกลับไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอว่าเราเป็นต้นตออยู่แล้วชื่อกับไอพีแอดเดรสก็เขียนไว้ชัดเจน ส่วนประเด็นว่าท่านเสียชื่อเสียงยังไงก็ไปโม้ในชั้นศาลได้อยู่แล้ว”
“รอบนี้กูให้อภัยแต่ถ้ามีรอบหน้าก็ไม่แน่” ผมข่มขู่คู่ต่อสู้กลับทั้งที่รู้ว่าจนมุมแต่สหายชาญฉลาดกว่าที่คิด เขารู้ว่าจะเล่นงานจุดอ่อนผมที่ตรงไหน
“ไม่ต้องรอบหน้าหรอกฟ้องรอบนี้เลยสิ...หรือว่าท่านอยากฟ้องแทบตาย แต่ทำไม่ได้”สหายเน้นเสียงประโยคหลัง “เพราะไม่ใช่คนประเทศนี้”
ผมยืนนิ่งงันเหมือนถูกสะกดไว้ตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกทุกสรรพเสียงในห้องเงียบหายไปเว้นแต่เสียงหัวใจตนเองที่เต้นกระหน่ำทำไมมันถึงรู้เรื่องนี้ หรือว่ามันแค่เดาส่งเดชมั่ว ๆ
“พูดอะไรเพ้อเจ้อ”ผมโต้แย้งกลับ พยายามรักษาท่าทีให้นิ่งสุขุมสุดชีวิต
“ท่านไม่เคยได้ยินทฤษฎีสมคบคิดที่คนในบริษัทซุบซิบนินทาเกี่ยวกับตัวท่านเหรอพวกเขาลือกันว่าท่านเป็นคนต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมายเลยต้องออกมาเรียกร้องสนับสนุนนโยบายประชาคมโลกของพรรคแมวพลัดถิ่นอย่างออกนอกหน้า”
“ไร้สาระ”ผมฝืนใจแข็งไว้ ทั้งที่ภายในตอนนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดีบางทีสหายอาจรู้ความลับของผมแล้วนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงกล้าเผยแพร่ในพื้นที่บนดินแทนที่จะเป็นดาร์กเว็บเพื่อเย้ยหยันผมท้าทายกฎหมายเพราะมั่นใจว่าผมไม่มีวันฟ้องร้องได้และบางทีมันป่าวประกาศให้เพื่อนสนิทรู้เพื่อหาพรรคพวกหรือชักจูงให้คนในบริษัทหลายคนเชื่อทฤษฎีนี้และหันมาหวาดระแวงผมโดยอ้างความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมประหลาดในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา บางทีมันอาจมีหลักฐานอะไรที่ไม่คาดคิดซ่อนเร้นไว้อีกไม่มีหนทางต่อกรกับศัตรูตัวฉกาจคนนี้ได้เลย
“ท่านน่าจะขอบคุณเราด้วยซ้ำอุตส่าห์ทำให้เป็นคนดัง รู้ไหมมีคนในแผนกเราอยากรู้จักท่านเพิ่มขึ้นตั้งหลายคนถ้าเอาแต่เงียบขรึมเก็บตัวอยู่ในห้องจะไปมีใครรู้จัก คนยุคนี้ชื่นชอบความเรียลเป็นคนที่โกรธเป็น กลัวเป็น”
ผมกำหมัดแน่นสูดหายใจเข้าออกลึกแค่ไหนก็ไม่อาจระงับอาการสั่นเทาด้วยความเจ็บแค้นได้สหายคงสังเกตเห็นปฏิกิริยานี้ชัดเจนจึงพูดดักทางออกมา
“ใจเย็นก่อนนะเพื่อน เรามีเจ้านี่อยู่” เขาชี้ไปที่เครื่องเอวีเอสอีทรงแว่นตาข้างเดียวของตนเองไฟสีเขียวที่ส่องสว่างบ่งบอกว่ากำลังบันทึกภาพอยู่ พร้อมแบล็กเมล์ทันทีที่ผมใช้ความรุนแรงต่อยหน้ามันผมได้แต่ขบฟันแน่น
“กูถามตรงๆ มึงจะเอาอะไรจากกูกันแน่ ถ้ามึงอยากจีบอีฟมากนักก็ทำไปสิกูไม่ได้เกี่ยวด้วยแล้ว”
“พูดแล้วไม่คืนคำนะเมื่อคืนนี้ยังไปจู่จี๋กันสองต่อสองอยู่เลย” สหายจ้องเขม่นแววตาดูจริงจังขึ้นเมื่อเอ่ยถึงอิสรา
“อ๋อเพราะเรื่องนี้เอง ใช่ไหม มึงอิจฉากูเลยต้องมาหาเรื่องกู”ผมเริ่มเข้าใจเหตุผลที่ชายคนนี้เปิดฉากจู่โจมแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยสหายไม่ตอบแต่หันไปหยิบกาแฟขึ้นมาซดอีกครั้ง เหมือนตั้งใจกวนประสาทผม ใครจะปล่อยให้โดนอยู่ฝ่ายเดียวล่ะ
“แค่นี้ก็หวงเหรอ”ผมยั่วโมกลับไปบ้าง
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม”สหายชักสีหน้า “เราไม่สนหรอกว่าท่านสองคนจะคุยอะไรกันแต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่ายุ่งกับอิสราอีก ไม่งั้นท่านคงจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”มันทำมือชูนิ้วโป้งก้อยเป็นสัญลักษณ์รูปโทรศัพท์ หมายถึงว่าจะแจ้งตำรวจ
ผมผละจากสหายแล้วหันหลังก้าวพรวดออกมาจากห้องทำทีเดินเชิดหน้าให้ผู้ดีจอมปลอมเห็นได้เพียงครู่เดียวทว่าพอพ้นสายตาความรู้สึกที่แท้จริงก็ปรากฏ ผมลากสังขารเดินโซซัดโซเซจากไปราวกับผู้พ่ายแพ้เข่าอ่อนยวบเหมือนพร้อมทรุดฮวบลงกับพื้นได้ทุกวินาทีผมหลุบตามองต่ำอย่างไม่กล้าสู้หน้าใครรับรู้ถึงความขมขื่นและน่าอับอายที่ถูกบีบบังคับจากคนที่ผมเกลียดที่สุดตอนนี้มันถือไพ่เหนือกว่าผม เพียงแค่เผยออกมาให้กรรมการเห็นก็จะชนะทันที
ผมพยายามนึกถึงเรื่องดีๆ เพื่อคลายความเศร้าหมองแต่ภาพความทรงจำอันแสนหวานกับอิสราก็ไม่อาจช่วยในสถานการณ์นี้ได้เธอคงไม่มีทางปลอบใจผมได้อีกแล้ว
หรือว่าผมหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัวต่อสาธารณชนไม่ได้จริงๆ
--------------------
“ถ้าเป็นเราก็คงปล่อยไปเฉยๆ เดี๋ยวคนก็ลืมไปเอง”
ชายผอมสูงเปรยขึ้นขณะเดินไปหยิบแก้วน้ำส้มในตู้เย็นมาดื่มเขาเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมาโดยไม่ไต่ถามผมสักคำคงสังเกตจากปฏิกิริยาห่อเหี่ยวของอีกฝ่ายจนเดาได้ว่าเจอเรื่องอะไรมา
ตั้งแต่กลับจากที่ทำงานผมก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรงมองดูเมฆครึ้มนอกหน้าต่างด้วยสายตาเลื่อนลอย สลับกับดูคลิปแอบถ่ายหมกมุ่นกับท่าทีอกสั่นขวัญแขวนจนน่าขันของตนเองผมเริ่มหวาดระแวงไปถึงสถานที่ส่วนตัว บางทีอาจมีกล้องแอบถ่ายซุกซ่อนอยู่แม้จะชินชากับกล้องวงจรปิดในพื้นที่สาธารณะแต่ก็รับไม่ได้แน่หากมีสิ่งนี้ในห้องน้ำ ห้องส้วม หรือห้องทำงาน สี่เหลี่ยมส่วนตัวในบริษัทคอนโดแห่งนี้คงปลอดภัยระดับหนึ่งธรณีเป็นคนที่ไว้ใจได้ ถ้าเขาคิดไม่ซื่อคงทำไปนานแล้ว กล้องบนเพดานก็ถูกถอดปลั๊กออกตามคำขอร้องของผมตั้งแต่เดือนที่สองของการทำงานหลังกลับลงมาจากชั้นหกในช่วงบ่ายผมดาวน์โหลดแอปเรดาร์แม่เหล็กไฟฟ้า (ElectromagneticRadar App) มาลองใช้ ใช้ตรวจดูวัตถุที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในรัศมีสิบเมตรรอบตัว มีเพียงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ผมใช้ประจำปรากฏในจอไม่พบสิ่งผิดปกติอื่น พอทดลองตรวจคอนโดแห่งนี้ด้วยก็ให้ผลแบบเดียวกันทว่าความวิตกกังวลยังไม่เหือดหายไป สหายมีวิธีร้อยแปดที่จะทำลายชีวิตผมให้ป่นปี้ผมนั่งนิ่งเงียบเป็นก้อนหินเกือบชั่วโมงจนกระทั่งเพื่อนเปิดประตูเข้ามา
“กินสตรอว์เบอร์รีชีสพายไหม เพิ่งออกใหม่เลยซื้อมาลองน้ำตาลช่วยลดฮอร์โมนเครียดได้นะ”ธรณีหยิบขนมท่าทางน่ากินออกมาจากถุงพลาสติกย่อยสลายได้ที่เขียนชื่อร้านมินิมาร์ทที่อยู่ด้านล่างคอนโดฯไว้ตรงกลาง ผมส่ายหน้าอย่างไร้ชีวิตชีวา
“ไม่ต้องกังวลหรอกคนอื่น ๆ เขาแค่สนุกกับคลิปวิดีโอไปวัน ๆ ไม่ได้คิดมาก เชื่อเราไม่มีใครมองท่านแง่ลบเพียงเพราะกลัวผีหรอก มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ อีกอย่างตามสถิติแล้วเรื่องไวรัลในเน็ตมีอายุเฉลี่ยแค่สี่สิบแปดชั่วโมงพรุ่งนี้ก็มีเรื่องใหม่มากลบแล้ว“เพื่อนขยับร่างมาใกล้ ๆ ยืนประจันหน้ากับผมคลิปถูกปล่อยว่อนบริษัทขนาดนี้ก็ต้องผ่านตาธรณีอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฉันเสียหายนะจะให้ไม่รู้สึกได้ยังไง แค่เห็นคนรู้จักที่สำนักงานพากันหัวเราะเยาะ ก็โกรธแล้ว”ผมรู้สึกว่าภาพลักษณ์ตนเองถูกทำลายย่อยยับ
“แสดงว่าท่านยังไม่ได้อ่านคอมเมนต์ใช่ไหมอ้อ ลืมไป ท่านไม่ได้อยู่ในกลุ่มในกราฟี”
ขืนเข้าไปจริงก็คงไม่มีใครกล้าคอมเมนต์ ถ้าเห็นผมอยู่ในกลุ่มอยู่ดีธรณียื่นหลักฐานจากแอปในกลุ่มรวมนักข่าวออนไลน์ปฐมภูมิจากทุกแผนกให้ดู
“ท่านกลัวเสียอารมณ์เกินไปจริง ๆ แล้วไม่มีอะไรเลย อันนี้เขียนว่าน่ารักดี อีกอันบอกว่านึกถึงตัวเองเลย...”ธรณีอธิบายไปพลาง ๆ ผมไม่เจอความเห็นประเภทปรามาสว่าเป็นพวกแต๋วแตกอาจเพราะเพศทางเลือกเป็นเรื่องปกติของคนยุคนี้
“บางคนบอกว่าเรียกยอดไลก์เฉยๆ เรื่องแสดงทั้งนั้น บางคนบอกว่าถ้านี่เป็นเรื่องจริงดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่รู้นะอีกคนบอกว่าแบบนี้คนที่ทำเลวก็คือคนโพสต์เลย มีแค่เปอร์เซ็นต์เดียวเองมั้งที่หัวเราะตลกขบขัน”
“ไม่ใช่หรอกลองไปอ่านในเรียลลิสติซิซึมดูสิ” ผมเพิ่งค้นพบว่าสหายเอาไปลงในเว็บนี้ด้วยโดยซอยย่อยเป็นคลิปสั้น ๆ หลายอัน แม้ไม่บอกว่าเป็นใครแต่ถ้าค้นหาโดยใช้เอไอก็โยงใบหน้าผมกับอันเก่าได้รฐรักษ์ลบภาพแอบถ่ายทั้งหมดของผมไปแล้ว เพิ่งเห็นข้อดีอันน้อยนิดของเว็บนี้ที่ยังอนุญาตให้คนโพสต์ลบได้ไม่ได้ไล่เช็กทั้งหมด แต่กล้าสาบานเลยว่าต้องมีคนเซฟรูปไป แล้วโพสต์ขึ้นมาใหม่
ธิ๑าเจ้าสมุทS: ได้ข่าวว่าคนนี้ทำงานสำนักข่าวขี้ขลาดแบบนี้ สงสัยจะไม่ได้ดูข่าวที่ตามล่าหาความจริงซะแล้ว
I-sad: ตกใจได้น่ากลัวกว่าผีซะอีกฮ่าฮ่า
Odin@1234: โอ้ยขำไม่ไหว อยากรู้จักตัวจริงแล้ว จะเชิญมาเล่นหนังตลกสักหน่อย
ผมไม่อยากอ่านต่อแค่ตัวอย่างสิบอันแรกก็ชวนหดหู่แล้ว พอไม่ใช่คนใกล้ตัวก็วิจารณ์เสีย ๆ หาย ๆแค่ไหนก็ได้ ยิ่งเว็บที่ปกปิดตัวตนได้แบบนี้ ยิ่งไร้มนุษยธรรม ธรณีกดเลื่อนอ่านไปด้วยสีหน้าเฉยเมย
“เห็นไหมฉันบอกแล้ว ไม่เห็นโลกสวยเหมือนที่นายบอกเลย”
“โธ่เอ้ยนึกว่าเรื่องอะไร ก็ท่านไม่ได้ใช้คอมเมนต์ฟิลเตอร์ก็ต้องเจอไซเบอร์บูลลี่เป็นปกติอยู่แล้ว” ธรณีพูดราวกับว่าป้องกันการกลั่นแกล้งระรานทางไซเบอร์ด้วยวิธีง่ายๆ
“ใช้อะไรนะ”ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัย เขาพูดเร็วจนฟังไม่ทัน
แทนที่จะตอบธรณีเปิดแอป ‘ทุ่งลาเวนเดอร์’ ให้ผมดู