ร่างของเซี่ยซีหานกระโดดผ่านหลังคาบ้านหลังแล้วหลังเล่า เหล่าทหารบนกำแพงหลายคนวิ่งตาม ส่วนใหญ่ไม่กล้ากระโดดตามเซี่ยซีหาน เพราะรู้สึกว่าช่วงกระโดดของเซี่ยซีหานนั้นไกลเทียบเท่าเหล่านักรบขอบเขตสร้างปราณ
ซึ่งนักรบทั่วไปของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวไม่มีใครอยู่ในระดับนี้เลย
ทำให้พวกเขาต้องวิ่งลงกำแพงและวิ่งตามเซี่ยซีหานไปอย่างเชื่องช้า
เซี่ยซีหานทีบประตูเรือนไม้สำหรับเลี้ยงสัตว์
เมื่อมองเข้าไป เขาเห็นวัวขนอันเป็นสัตว์ให้นมของแดนเหนือหลายตัวนอนตายด้วยสภาพตัวปูดบวม
โดยทุกตัวนอนหายใจคล้ายใกล้ตาย รอบด้านมองดูไม่น่ามีความน่าอภิรมย์ใดๆ เพราะเหม็นไปด้วยกลิ่นมูลของสัตว์ ฝูงแมลงวันบินออกมาเร็วเป็นกลุ่มใหญ่
เซี่ยซีหานเดินเข้าไป ด้วยดวงตาแห่งวิหครุ่งอรุณเขามองเห็นร่องรอยแห่งคำสาป
วัวขนหลายตัวปากของพวกมันมีควันจางๆ สีแดงมืดปรากฏ ที่เมื่อละล่องออกมา มองดีๆ เห็นเป็นรูปหน้ามนุษย์กรีดร้องบิดเบี้ยว
เซี่ยซีหานถอนหายใจ
สองมือของเขากลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีฟ้า เมื่อเขาย่อตัวลงสองมือแตะไปที่พื้นเรือนไม้ เรือนปศุสัตว์ทั้งเรือนก็กลายเป็นโลกน้ำแข็งทั้งหมดในทันที
เมื่อเซี่ยซีหานยืนขึ้น รากไม้งอกออกมาจากแขนกลายเป็นขวานใหญ่ จากนั้น!สับ เซี่ยซีหานผ่าร่างวัวขนขาดเป็นสองส่วน แต่เลือดไม่เลอะเปรอะเลย
เพราะทั้งร่างของวัวขนแทบจะแข็งตัวเป็นก้อนน้ำแข็งไปหมดแล้ว
กองไส้ที่ยังไม่แข็งตัวอย่างสมบูรณ์ ค่อยๆ ไหลทะลักลงสู่พื้น
เซี่ยซีหานสังเกตเห็นลำไส้จุดหนึ่ง เนื้อดูปูดบวมเน่ากว่าจุดอื่นๆ เซี่ยซีหานเอามีดเล็กในเสื้อตัวเองกรีดมัน เลือดน้ำหนองไหลเยิ้ม ก่อนจะ...
กลิ้ง.... เสียงเหรียญทองเหรียญหนึ่งตกสู่พื้นกระทบพื้นที่กลายเป็นผลึกน้ำแข็งดัง
"มันคือไอ้เจ้านี่เอง" เซี่ยซีหานพูดเบาๆ ในลำคอ
ก่อนจะหยิบเหรียญทองรูปชายถือแก้วขึ้นมา มันดูคล้ายเหรียญทองธรรมดาสามัญ แต่สิ่งนี้เมื่อไปสัมผัสกับของที่ชื่นชอบของ 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด' หรือ 'เทพปีศาจแห่งโรคภัย' มันกลับสร้างการแพร่โรคที่น่าหวาดกลัวได้
เซี่ยซีหานยังไร้ประสบการณ์ในการทำลายคำสาป
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รองใช้พลังแห่งรุ่งอรุณของตัวเอง มือของเซี่ยซีหานสว่างจ้า ตัวเซี่ยซีหานสัมผัสได้ว่า เหรียญทองในมือตอนนี้มันกำลังสั่นระริก ก่อนจะค่อยๆ บิดเบี้ยว
เสียงกรีดร้องอันทุกข์ทรมานดังมาจากเหรียญ พร้อมกลุ่มควันหน้ามนุษย์ที่ดูโหยหวนบิดเบี้ยว เหรียญทองกลายเป็นทรายและล่วงหล่นจากมือของเซี่ยซีหานในที่สุด
"ใช้การได้" เป็นไปตามที่เซี่ยซีหานคิด
เหรียญทองซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่โรค มันพ่ายแพ้ต่ออำนาจแห่งรุ่งอรุณอย่างรุนแรง
จริงๆ เซี่ยซีหานสามารถเก็บเหรียญคำสาปของไอ้เทพปีศาจแห่งโรคภัยนี้เอาไว้ได้ มันมีวิธีใช้มากมาย
แต่ในฐานะมือใหม่แห่งโลกผู้วิเศษ เซี่ยซีหานไม่กล้าเก็บสมบัติใดๆ ของเหล่าเทพปีศาจไว้กับตัว เพราะมันอาจจะเป็น 'สื่อ' ซึ่งทำให้เทพปีศาจสัมผัสถึงตัวตนของเซี่ยซีหานได้
แม้ไอ้เทพปีศาจนี้จะตายไปแล้วก็ตาม แต่เซี่ยซีหานก็ยังมีความกังวลใจอยู่
ในฐานะคนขี้ขลาดมืออาชีพ เซี่ยซีหานจะไม่ทำอะไรเสี่ยงๆ เซี่ยซีหานเอาขวานใหญ่ผ่าร่างวัวขนตัวต่อไปทันที และก็ทำเช่นเดิมกับตัวอื่นๆ
เวลาผ่านไป
"!ซีหาน" เสียงสุภาพบุรุษผู้หนึ่งดัง เซี่ยซีหานแทบไม่ต้องหันกลับไป เขาก็จำเสียงได้ในทันที
"พี่ชายถางเทียนเจี๋ย ดูเหมือนท่านจะประสบปัญหาที่ยากลำบากตอนที่ข้าไม่อยู่นะ"
ถางเทียนเจี๋ยบุตรชายในป้อมถางอี้ถอนหายใจอย่างยากที่จะห้ามได้
ก่อนเขาจะถามเซี่ยซีหานว่ามาทำอะไรที่นี่ด้วยความเป็นห่วง พร้อมบอกให้เซี่ยซีหานรีบอพยพไปที่ปลอดภัย
หลายวันนี้ถางเทียนเจี๋ยแทบจะไม่ได้นอน โรคระบายที่ไม่ทราบสาเหตุน่ากลัวเกินไป จนตอนนี้คนในป้อมต่างหวาดกลัวและอยู่ไม่สุข
หากไม่ติดว่าโลกภายนอกป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวโหดร้ายยิ่งกว่าภายในป้อม ทุกคนคงจะหนีออกไปจากที่นี่ มากกว่าที่จะเสี่ยงกับโรคระบาย
เซี่ยซีหานไม่ได้ตอบรับคำของถางเทียนเจี๋ยในการรีบอพยพ แต่เขากลับเลือกพูดบางอย่างที่ทำให้ดวงตาของถางเทียนเจี๋ยเป็นประกาย
"ข้าพบต้นต่อของโรคระบาดและข้าทำลายมันได้"
"!เจ้าว่าอะไรนะ" น้ำเสียงของถางเทียนเจี๋ยเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างแท้จริง
ตอนนี้เซี่ยซีหานยื่นมือ
พร้อมแสดงเหรียญทองแห่งเทพปีศาจแห่งโรคภัยให้ถางเทียนเจี๋ยบุตรชายนายป้อมถางอี้ดู "นี่คือเหรียญทองที่มีอำนาจแห่งเทพปีศาจพี่ชายเทียนเจี๋ย ข้าคิดว่ามีใครบางคนที่ไม่หวังดีและนำสิ่งนี้เข้ามาในป้อมปราการของพวกเรา ในหลายวันนี้ก่อนเกิดโรคระบาด มีการขนส่งสินค้าหรือคนออกไปภายนอก และกลับมาในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของเราหรือไม่ขอรับพี่ชายเทียนเจี๋ย"
ถางเทียนเจี๋ยบุตรชายนายป้อมถางอี้ ตอนนี้เขาเกาคางคิดหนักแล้ว และเขาก็จำได้ว่ามีขบวนสินค้าที่ส่งออกไปภายนอก เพื่อขายยุทธภัณฑ์
และเมื่อขบวนสินค้านี้กลับมาไม่นาน โรคระบาดก็เริ่มแพร่กระจาย การคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเซี่ยซีหาน
"มี" เสียงถางเทียนเจี๋ยดัง
...
ในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ตอนนี้มีผู้นอนเจ็บป่วยมากมาย
คนที่มีอาการหนักส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก คนชราและสตรีซึ่งเป็นครอบครัวของคนงานเหมืองและนายช่างหลอม
ส่วนชายฉกรรจ์นั้น แม้มีบางส่วนที่เจ็บป่วย แต่หลายคนได้ฝึกปราณพลัง พวกเขาแข็งแกร่งและมีภูมิต้านดีกว่าคนธรรมดา โรคระบายจากคำสาปนี้ไม่ได้รุนแรงมากมาย มันยังนับเป็นคำสาประดับต่ำ
ปัญหาหลักของมันคือการแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
ดวงตาของเซี่ยซีหานตอนนี้แฝงความเศร้าสลด เด็กๆ หลายคนที่เขาช่วยชีวิตมาตอนนี้นอนเจ็บป่วยอย่างทรมาน มีบางส่วนที่เสียชีวิตไปก่อนที่เขาจะมาถึง แม้จะยังมีจำนวนไม่มากก็ตามที่เสียชีวิต แต่มันก็สร้างความเศร้าให้กับเซี่ยซีหาน
มือที่สว่างจ้าของเซี่ยซีหานสั่นระริก ในเวลาที่ขจัดคำสาปให้เหล่าเด็กๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่
มีเด็กคนหนึ่งพูดกับเซี่ยซีหานด้วยลมหายใจที่รวยรินว่า "ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยข้า ข้ามองเห็นดวงตาที่โศกเศร้าของพี่ชาย ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยข้าจากคนไม่ดี แต่การได้หลับใหลไปนิจนิรันดร์ก็ดูจะดีเหมือนกัน ท่านแม่สอนข้าว่า ข้าควรกล้าหาญและยืนหยัดอย่ายอมแพ้ต่อชะตา แต่พี่ชายรู้อะไรไหม หลังจากที่ข้าได้เห็นแม่ข้ากรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานจากเหล่าโจรร้ายที่ข่มเหงนาง และนางก็จากข้าไปอย่างไม่มีวันกลับ ข้าคิดถึงท่านแม่เหลือเกินขอรับพี่ชาย... ตอนที่มาที่นี่พี่ชายบอกว่า ท่านแม่ของพวกเราได้ไปอยู่ในสรวงสวรรค์นิรันดร์ เช่นนั้นข้าก็ปรารถนาจะไปด้วยเช่นกัน พี่ชายข้าจะไปได้หรือไม่ขอรับ..."
เด็กชายพูดอย่างกล้าหาญ แต่ก็ดูเหนื่อยอ่อนเหลือเกิน
เซี่ยซีหานพยายามกำมือเด็กชาย พร้อมใช้พลังวิเศษของตัวเองรักษาคำสาปอันเป็นต้นตอแห่งโรค โดยที่ตัวเขาไม่รู้จะตอบเด็กชายว่าอย่างไรดี เด็กชายดูทรมาน
"แน่นอน" เซี่ยซีหานพูดช้าๆ เด็กชายยิ้ม ก่อนลมหายใจสุดท้ายของเด็กชายจะค่อยๆ หายไป
เซี่ยซีหานไม่กล้าที่จะพูดและรั้งเด็กชายให้มีชีวิตอยู่ต่อ ในเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความทุกข์ใจอันมากมายของเด็กชาย
เซี่ยซีหานอยากแบกรับมัน
เขายกร่างเด็กชายและกอด กอดเด็กชายนั้นจนแน่น ในบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยเหล่าเด็กๆ ที่เจ็บป่วยจากคำสาป ทุกคนเห็นนายช่างใหญ่เซี่ยซีหานแผดเสียงร้องไห้ดัง จากการจากลาของเด็กชายคนหนึ่งที่เขาเพียงรู้จักได้ไม่นาน
...
ถางเทียนเจี๋ยโดยทั่วไปเขามีความสามารถในการมองคน
เจิ้นหั่วเขาคือชายหนุ่มที่พึงเข้ามาเป็นนายทหารเวรยามคนใหม่ของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวได้ไม่นาน เขายังไม่ได้สนิทสนมกับใครมากเป็นพิเศษ ดังนั้น เขาสามารถพูดถึงใครๆ ด้วยทัศนคติที่เป็นกลางได้มากกว่าคนอื่น ถางเทียนเจี๋ยเลือกเรียกตัวชายคนนี้อย่างเป็นส่วนตัว
และถางเทียนเจี๋ยถามอย่างตรงประเด็น ไปถึงกลุ่มคณะเดินทางของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ที่เดินทางออกไปขายยุทธภัณฑ์เมื่อไม่นานมานี้ เขาอยากรู้ว่า 'เจิ้นหั่ว' สังเกตเห็นใครที่ผิดปกติรึเปล่า
เจิ้นหั่วหน้านิ่วครู่สั้น ก่อนเขาจะนึกอะไรออก
"นายท่านถางเทียนเจี๋ยขอรับ ข้าพอจะนึกอะไรออกขอรับ"
"ในกลุ่มคนที่ไปกลับมาในขบวนขายสินค้านั้น ข้าสังเกตเห็นชายกลุ่มหนึ่งดูผิดปกติไปขอรับ พวกเขาดูมั่งคั่งมีเงินจับจ่ายมากกว่าปกติเมื่อไม่นาน เขาจ่ายเงินซื้อสุราชั้นดีและเรียกนางโสเภณีที่มีราคาแพงที่สุดจากโรงชำเรามาบำเรอตัวเองติดต่อกันหลายวัน"
"แม้มันจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ปัญหาคือคนพวกนี้ปกติพวกเขาไม่มีเงินเก็บมากพอใช้จ่ายแบบนี้ ด้วยเพราะเขามีหนี้ส่วนตัวมาก นอกจากนั้นการจ่ายค่าตัวนางโสเภณีชั้นดี ถ้าพวกเขาไม่จ่ายหนี้จนหมดก่อน เกรงว่าเจ้าของโรงชำเราคงไม่ปล่อยนางโสเภณีเหล่านั้นไปให้บริการมันแน่ๆ เกรงว่าอยู่ๆ ชายคนนั้นคงไปทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เขามีเงินจำนวนมากมา"
ดวงตาถางเทียนเจี๋ยเป็นประกายก่อนจะถาม "มันเป็นใคร..."