เมื่อสองสาวเดินทางมาถึงเมืองอิงเก่อพวกนางก็รีบสำรวจมองไปรอบๆ
“เหตุใดตลาดเมืองนี้ถึงเงียบๆล่ะ ผู้คนไปไหนกันหมด” จูหลินสงสัย
“หรือว่าจะเกิดา” ตงตงสงสัย
“ไม่น่าใช่นะ ถ้าเกิดาจริง เมืองหลวงก็ต้องมีการเคลื่อนไหวแล้ว”จูหลินกล่าว
“แม่นางรีบไปหลบเร็วเข้า ที่นี่มีอสูรอยู่เต็มไปหมดเลย” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว
“ไหน ไม่เห็นมีเลย” ตงตงมองตามก็ไม่เห็นอะไร
“นั่นไง พวกมันลอยอยู่เต็มไปทั่วท้องฟ้าเลย” หญิงชาวบ้านชี้ไปที่ท้องฟ้า
สองสาวมองตามก็เห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆ
“ไปกันเถอะแม่นาง” หญิงชาวบ้านจึงดึงลากตัวสองสาวไปหลบในโรงเตี๊ยม
พอทั้งสองสาวเข้าไปอยู่ในห้องพักก็เลยคุยปรึกษากัน
******************************************************
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดชาวบ้านมองเห็นอสูรแต่พวกเรากลับมองไม่เห็นอะไรเลย” จูหลินสงสัย
“นั่นสิ” ตงตงเองก็บอกไม่ถูก
“เอาเป็ว่าพวกเรานอนพักกันก่อนเถอะนะ”จูหลินไม่อยากคิดมากอีก
สองสาวจึงนอนหลับไปด้วยกันผ่านไปเพียงไม่นาน ตงตงก็ลุกขึ้นแล้วรีบปลุกเพื่อนสาว
“ตื่นเร็วเข้า จูหลิน” ตงตงเขย่าตัวเพื่อน
“อื้อ ยังไม่เช้าเลยนะ รีบตื่นทำไม” จูหลินงัวเงียตื่น
“ข้าได้กลิ่นควันพิษ รีบปิดจมูกเร็วเข้า” ตงตงพูดพร้อมกับใช้ผ้ามาปิดจมูกไว้
“งั้นหรอ ทำไมเ้าถึงรู้ล่ะ ว่าควันมีพิษ” จูหลินสงสัย
“ไม่รู้เหมือนกัน” ตงตงเองก็งง
“งั้นรีบออกไปสังเกตการณ์กันเถอะ” จูหลินชวนเพื่อนสาว
สองสาวจึงใช้ผ้าปิดจมูกแล้วพากันะโเพื่อสังเกตการณ์อยู่บนหลังคา
“ควันมาจากไหนนะ” จูหลินสงสัย
“มันมีทั่วหมู่บ้านเลย”ตงตงชี้ให้เห็นร่องรอยควันที่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน
“ควันนี้มีพิษยังไงน่ะ” จูหลินอยากรู้
“ทำให้มองเห็นภาพหลอนมั้ง เ้าดูนั่นสิ” ตงตงชี้ให้สังเกตพฤติกรรมชาวบ้าน
จูหลินมองตามก็มองเห็นชาวบ้านพากันวิ่งออกมาจากบ้านและพากันกรีดร้องอย่างหวาดกลัว
“ปิศาจเต็มไปหมดเลย ช่วยด้วย” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งะโร้องขอความช่วยเหลือ
“ไป พวกเรารีบหนีเร็วเข้า” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว
ชาวบ้านพากันวิ่งกรูเข้าไปในป่ากันหมดทิ้งบ้านเรือนให้ร้างผู้คน
สักพักสองสาวก็มองเห็นต้นเหตุ
“เฮ้ย! พวกชาวบ้านไปหมดแล้ว รีบขโมยทรัพย์สินเร็วเข้า”หัวหน้าโจระโ
“ขอรับหัวหน้า”
กองโจรที่มีผ้าปิดจมูกนับ50 คนเดินเข้าออกบ้านเรือนอย่างสบายๆ และพากันขนข้าวของอย่างใจเย็น
“ไม่ได้การแล้วข้าจะรีบไปแจ้งทางการ เ้ารอข้าอยู่ที่นี่นะตงตง” จูหลินกล่าว
“ได้ เ้ารีบไปเถอะ” ตงตงกล่าว
จูหลินรีบะโลงมาจากหลังคาแล้วแอบวิ่งไปที่จวนผู้ว่าฯที่อยู่ใกล้ที่สุด
ทางด้านตงตงก็คอยเฝ้าจับตามองดูการกระทำของพวกกองโจรอย่างไม่ให้คาดสายตาจนกระทั่งนางมองเห็นโจรคนหนึ่งจับเด็กชายวัยเพียงสิบสองขวบได้
“ปล่อยข้านะพวกโจรชั่ว” เด็กน้อยะโ
“เป็เพียงเด็กน้อย ยังกล้าปากดีอีก”โจรที่อุ้มเด็กตะคอกแล้วหันไปถามหัวหน้าว่า “เอาไงดีลูกพี่”
“ปล่อยมันไปเถอะยังไงก็ไม่มีใครเชื่อคำพูดเด็กวัยไร้เดียงสาหรอก” หัวหน้าโจรกล่าว
พอวางเด็กลงเด็กชายคนนั้นก็รีบวิ่งไปที่ป่า หมายจะรีบแจ้งข่าวให้ชาวบ้านรับรู้
“เฮ้ยเด็กนั่นจะไปบอกชาวบ้านรีบจับมันเร็วเข้า” หัวหน้าโจรใและรีบสั่งการ
โจรคนหนึ่งจับเด็กได้แต่ก็ถูกเด็กกัดไปที่แขน “โอ๊ย!เจ็บนะเ้าเด็กบ้า” ด้วยความโกรธ โจรคนนั้นจึงรีบชักดาบหมายจะฟันเด็กให้ตาย
ตงตงทนไม่ไหว จึงรีบะโลงจากหลังคาไปช่วยเด็กน้อยทำให้ตงตงใช้กระบี่เข้าขัดขวางได้ทันการ
“เ้าเป็ใครยุ่งไม่เข้าเื่” โจรที่ง้างดาบกล่าว
“แม้กระทั่งชีวิตเด็กเ้าก็ยังไม่ละเว้นเลยนะ เ้าโจรชั่ว” ตงตงโมโห
พวกโจรห้าคนจึงพากันเข้ารุมทำร้ายตงตงทันที
ตงตงสามารถรับมือได้ก็จริง แต่ทว่าผ้าที่ปิดจมูกนางดันหลุดเสียได้ทำให้ตงตงเผลอสูดกลิ่นควันพิษและได้มองเห็นภาพหลอน
“ปิศาจมาจากไหนนี่ทำไมเยอะแบบนี้” ตงตงใที่มองไปก็เห็นแต่พวกเหล่าปิศาจ
เมื่อพวกโจรเห็นว่าจอมยุทธ์หญิงได้สูดกลิ่นควันพิษเข้าไปแล้วจึงปล่อยให้หญิงสาวฟันแทงอากาศธาตุอยู่อย่างนั้นรอให้สบโอกาสค่อยฆ่าหญิงสาวตอนนางเผลอ
ตงตงมัวแต่ฟันกระบี่ไปทางด้านหน้าทำให้พวกโจรมีโอกาสเข้าจู่โจมทางด้านหลัง
นางกำลังเสียทีแต่ทว่าชายชุดดำรีบถีบพวกโจรแทบกระเด็น
ตงตงยังคงฟันกระบี่ไปทั่วชายชุดดำจึงใช้สันมือกระแทกไปที่ต้นคอของนางจนนางสลบเขาอุ้มนางให้ไปนอนอยู่ข้างทางแล้วเขาก็คำรามเสียงดังจนทำให้พวกกลุ่มกองโจรพากันปวดหู
“เ้าเป็ใครกันแน่เ้าไม่ใช่คนใช่มั้ย” โจรคนหนึ่งกล่าว
“โจรชั่ว พวกเ้ากล้าใช้ควันพิษกับชาวบ้านแล้วขโมยทรัพย์สินอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตายซะเถอะ อย่าอยู่เลย” ชายชุดดำเข้าจู่โจม
ชายชุดดำแบมือสักพักเล็บของเขาก็ค่อยๆงอกยาวขึ้น และกำลังจะกลายเป็อาวุธปลิดชีพชายชั่วทั้งหลาย
พวกโจรเพิ่งเคยเห็นอสูรตัวจริงจึงพากันวิ่งหนีด้วยความกลัว ชายชุดดำก็ตามอย่างรวดเร็ว เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วมากแทบมองไม่ทัน
สักพักตงตงก็เพ้อเสียงดังอย่างคนละเมอทั้งๆที่นางกำลังนอนสลบอยู่ “อย่าฆ่ามนุษย์จับพวกเขาก็พอ”
อสูรกลับเชื่อฟังตงตงเขาทำเพียงจับกุมกองโจรทั้งหมดโดยแกะผ้าปิดจมูกของพวกมันออก เพื่อให้พวกมันสูดกลิ่นควันพิษของตัวเองและจับมัดมือเท้าเป็อย่างดี
สักพักอสูรชุดดำก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของกองทหารที่มาจากจวนท่านผู้ว่าฯกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ดังนั้นเขาจึงรีบะโหนีหายไป
พวกโจรที่ถูกจับมัดทำได้เพียงส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวเพราะเห็นภาพหลอนโดยพวกเขามองเห็นอสูรมากมายมารุมล้อมพวกเขาไว้
จูหลินและกองทหารที่มีผ้าปิดจมูกเรียบร้อยก็พากันแปลกใจที่มองเห็นว่ามีคนจับกุมตัวพวกโจรอยู่ก่อนแล้ว
จูหลินปล่อยให้ทหารจับกุมตัวพวกโจรไปที่จวนท่านผู้ว่าฯส่วนตัวเองก็รีบวิ่งไปดูตงตงที่นอนอยู่ข้างทาง
“ตงตงตงตง เ้าเป็อะไรไป” จูหลินสำรวจก็พบว่าตงตงแค่สลบไปเท่านั้นนางจึงรีบขอให้ทหารนายหนึ่งอุ้มตัวตงตงไปส่งที่ห้องภายในโรงเตี๊ยมให้
“ขอบคุณท่านมาก”จูหลินกล่าว
“ข้าไปล่ะ” ทหารเห็นว่าตนหมดหน้าที่ เลยรีบกล่าวลา
จูหลินพยักหน้าหลังจากนั้นก็ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดไปที่ใบหน้าของหญิงสาวเบาๆ
พอตงตงได้สติ ก็รีบลุกขึ้นจากเตียง “พวกโจรล่ะ”
“ถูกจับกุมไปหมดแล้ว”จูหลินกล่าวเสียงเรียบ
“ข้าเสียทีสูดควันพิษเข้าไปเลยเห็นภาพหลอนและเข้าต่อสู้กับภาพลวงตา” ตงตงกล่าว
“แสดงว่าเ้าก็ไม่ได้เป็คนจับกุมพวกโจรล่ะสิ”จูหลินวิเคราะห์
“มีคนทำร้ายข้าจนสลบไปน่ะและข้าก็ไม่รู้ว่ามันเป็ใคร” ตงตงเจ็บใจ
“บางทีคนๆนั้นอาจกลัวเ้าได้รับอันตรายจากการมองเห็นภาพหลอนเลยต้องทำให้เ้าสลบไปเท่านั้น” จูหลินคาดการณ์
“เอาเถอะพวกโจรถูกจับก็ดีแล้ว แล้วว่าแต่ เด็กชายวัยสิบสองขวบคนนั้นล่ะ เขาปลอดภัยหรือไม่”ตงตงเป็ห่วงเด็ก
“วิ่งกลับไปหาแม่ในป่าแล้วล่ะ”จูหลินกล่าว
“น่าแปลกทั้งๆที่เด็กก็สูดควันพิษเข้าไป เหตุใดเด็กคนนั้นถึงไม่เห็นภาพหลอนล่ะ” ตงตงสงสัย
“เพราะลูกข้าเป็ครึ่งอสูรน่ะสิ”หญิงชาวบ้านที่มาพร้อมเด็กชายคนนั้นกล่าว
“ครึ่งอสูรงั้นหรือ”จูหลินขมวดคิ้ว
“ข้ามาขอบคุณแม่นางแทนลูกของข้าและมาขอร้องท่าน ท่านห้ามบอกใครเื่ลูกชายข้าเด็ดขาด” หญิงผู้เป็แม่กล่าว
“ก็ได้แม่นางแต่แม่นางต้องอบรมสั่งสอนบุตรให้ดี อย่าให้เขาทำร้ายมนุษย์ได้” ตงตงกล่าว
“ข้ารับปากขอบคุณมากแม่นาง ข้ากับลูกขอตัว” หญิงชาวบ้านเห็นหญิงสาวแปลกหน้ารับคำจึงยอมจากไป
เด็กน้อยทำการคารวะสองสาวแล้วเดินตามแม่ไป
“เ้าเองก็วู่วามไม่แพ้กันนะตงตง”จูหลินกล่าว
“ทำไงได้ล่ะพวกมันกำลังจะฆ่าเด็กนี่” ตงตงกลัวเด็กตาย
สักพักมือปราบก็เดินเข้ามาหวังขอบคุณ“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะแม่นาง ขอบคุณพวกท่านมาก”
“ท่านพอจะรู้มั้ยว่าใครเป็คนจับพวกโจร” ตงตงสงสัย
“ไม่รู้หรอก เห็นโจรคนหนึ่งบอกว่าเป็ชายชุดดำคนหนึ่ง”มือปราบกล่าว
“เขานั่นเอง” ตงตงนึกขึ้นได้
“เ้ารู้จักเขางั้นหรือ”มือปราบสงสัย
“ไม่หรอกเ้าค่ะ” ตงตงรีบปฏิเสธ
“เอาล่ะข้าขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะแม่นาง” มือปราบกล่าว
พอมือปราบออกไปจากห้องจูหลินก็รีบแซวเพื่อน “แหม ชายชุดดำคนนั้นอีกแล้ว”
ตงตงแอบยิ้มแต่ปากก็ตอบไปว่า “เขาคงช่วยข้าเพราะมนุษยธรรมน่ะ”
“แต่มันอาจเป็เพราะความรักก็ได้นะ”จูหลินแซวเพื่อนบ้าง
“เขาเป็อสูรนะเขาไม่มีทางรักมนุษย์หรอกจูหลิน” ตงตงกล่าว
“แต่ก็ไม่แน่นะไม่งั้นโลกนี้จะมีครึ่งอสูรงั้นหรือ” จูหลินคิดว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้
“ข้าง่วงนอนแล้วข้านอนก่อนนะ” ตงตงไม่อยากพูดต่อ เลยแกล้งหลับเสียดื้อๆ
จูหลินเลยส่ายหน้าและพูดพึมพำว่า “แซวแต่ข้า เ้าเองก็มีชายอสูรคนรักคอยดูแลคุ้มครอง”