ตอนที่ 173 เปิดตัว VR-Life ??
ตอนที่ 173 ตุบ !! เสียงยูมิกระคว่ำหน้านอนลงบนเตียงก่อนจะพูดออกมาเบาๆ “ฟูกนุ่มๆเนี่ยแหละคือสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้นมา !!” ยูมิหลับตาพยายามสัมผัสกับความสบายของฟูก “ไปอาบน้ำก่อนมั้ยครับคุณยูมิ” ดนัยบอกยูมิ “งือขอนอนสักแปปนะคะดนัยไปอาบก่อนได้เลย” ยูมิบอก “งั้นก็ได้ครับเดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” ดนัยพยักหน้า “จริงสิดนัยคะพวกลักลอบล่าสัตว์พวกนั้นจะโดนจับมั้ยคะ” ยูมิถามดนัยที่กำลังจะไปอาบน้ำ “ผมว่าไม่น่าจะรอดครับหลักฐานจากมือถือคุณยูมิที่ส่งให้พี่โชคค่อนข้างชัดเจนแถมเรื่องดูเหมือนจะไปถึงผู้ว่าแล้วด้วยถ้าทางการเอาจริงน่าจะติดต่อไปขอความร่วมมือจากทางฝั่งพม่าให้ช่วยกันสกัดจับพวกลักลอบล่าสัตว์พวกนี้ถ้าจับได้ยังไงก็ได้หลักฐานอย่างปืนหรือซากเสือแน่นอนครับ” ดนัยตอบ “นั่นสินะคะ” ยูมิได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าพอใจ “ถ้าอย่างไรขอตัวก่อนนะครับเดี๋ยวอาบน้ำเสร็จแล้วเราไปหาอะไรกินกันดีกว่าครับนี่ก็จะเที่ยงแล้ว” ดนัยบอกก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป . . . . . “คุณยูมิครับตื่นได้แล้วครับผมอาบน้ำเสร็จแล้ว !!” ดนัยพยายามปลุกยูมิที่หลับอยู่บนเตียง “อือ...ดนัยอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอคะโทษทีนะคะเผลอหลับไป” ยูมิลืมตาขึ้นมา “อ่าครับจริงๆก็อยากให้นอนต่ออยู่หรอกนะครับแต่นี่เที่ยงแล้วนะครับเราไปหาข้าวกินกันดีกว่าครับ” ดนัยพูด “ค่ะ” ยูมิได้ยินแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำส่วนทางด้านดนัยนั้นก็ออกไปรอที่ล็อบบี้ของรีสอร์ทครึ่งชั่วโมงต่อมายูมิก็ออกมาหาดนัยในชุดเดรสสีชมพูที่ดูเหมาะกับอากาศของไทยเป็นอย่างมาก “รอนานมั้ยคะดนัย” ยูมิเดินเข้าไปหาดนัย “ไม่นานครับปะครับไปกันเถอะเดี๋ยวผมพาไปกินของอร่อยๆ” ดนัยบอกจากนั้นเขาก็พาดนัยขึ้นรถที่เช่ามาจากกรุงเทพและก็ขับพายูมิไปกินข้าวกลางวัน ที่ร้านอาหาร “เอาไก่อบฟาง...ทอดมันกุ้ง...แกงจืดลูกรอก...ผัดคะน้าหมูกรอบแล้วก็ข้าวโถนึงครับ” ดนัยสั่งอาหารกับพนักงาน “ทั้งหมดสี่อย่างแล้วก็ข้าวหนึ่งโถนะครับเครื่องดื่มรับเป็นอะไรดีครับ” “เอาเป็นน้ำเปล่าแล้วกันครับคุณยูมิล่ะครับรับเครื่องดื่มอะไรดี” ดนัยบอกพนักงานก่อนจะหันไปถามยูมิ “เอาเป็นน้ำเปล่าแล้วกันค่ะ” ยูมิตอบ “น้ำเปล่าสองขวดครับน้อง” ดนัยบอกกับพนักงาน ทันใดนั้นเองโทรทัศน์ที่ถูกติดตั้งไว้ให้สำหรับลูกค้าดูก็มีภาพข่าวปรากฏขึ้น “ดนัยคะนั่นมันใช่อย่างที่คิดหรือเปล่าคะ !!” ยูมิชี้ไปดนัยมองไปที่โทรทัศน์ “หือนั่นมันภาพในคลิปของคุณยูมินี่นา” ดนัยมองตามไปก็เห็นว่าข่าวในโทรทัศน์นั้นกำลังเล่นภาพคลิปของยูมิอยู่ ซึ่งยูมินั้นได้ส่งคลิปนี้ให้โชคที่เป็นไกด์ไปหลังจากลงมาจากเขากระโจมและโชคก็นำคลิปนี่ไปส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ “นักข่าวกำลังพูดถึงอะไรเหรอคะ” ยูมิไม่รู้ว่านักข่าวพูดถึงอะไรบ้าง “ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันโทษนะครับน้องช่วยเร่งเสียงโทรทัศน์ให้หน่อยได้มั้ยครับ” ดนัยตะโกนบอกพนักงานซึ่งพอพนักงานได้ยินแบบนั้นก็เดินไปเร่งเสียงโทรทัศน์ให้ เบื้องต้นจากข้อมูลภายในคลิปนั้นถูกถ่ายขึ้นเมื่อคืนหนึ่งในกลุ่มลักลอบล่าสัตว์ที่ข้ามชายแดนมาจากพม่าเบื้องต้นทางตำรวจได้เข้าจับกุมกลุ่มลักลอบล่าสัตว์ชาวต่างชาติได้ที่โรงพยาบาลในตัวเมืองจังหวัดราชบุรีและแจ้งข้อหาไปสามข้อหา...หนึ่งคือลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย...สองลักลอบล่าสัตว์ป่าสงวน...สามมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนในครอบครอง...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางตำรวจยังไม่พบหลักฐานอย่างอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือซากสัตว์ป่าอย่างเสือตามที่เห็นในคลิปซึ่งทางตำรวจคาดว่าอาวุธปืนและซากเสือนั้นน่าจะอยู่ที่พรานท้องถิ่นชาวพม่าที่ยังไม่ได้ถูกจับกุม...และในตอนนี้ทางตำรวจกำลังขอความร่วมมือจากกองกำลังทหารและก็กำลังขอความร่วมมือไปยังทางการพม่าเพื่อเข้าสกัดจับกุมกลุ่มลักลอบล่าสัตว์กลุ่มนี้ เสียงนักข่าวในโทรทัศน์รายงานข่าวให้ทุกคนได้ฟัง “เขาว่าอย่างไรบ้างคะดนัย” ยูมิถามเมื่อเห็นว่ามีจังหวะที่จะถามได้ “จับกลุ่มพวกชาวต่างชาติได้แล้วครับโดนแจ้งไปสามข้อหาเหลือแต่พวกพรานที่ขนปืนกับซากเสือหนีกลับพม่าตอนนี้ตำรวจขอความร่วมมือจากทหารและประเทศเพื่อนบ้านไปแล้วน่าจะใช้เวลาไม่กี่วันก็จับได้หมด” ดนัยอธิบายให้ยูมิฟังว่านักข่าวรายงานเกี่ยวกับอะไรบ้าง “ดีจังเลยนะคะที่คนทำผิดกฎหมายถูกจับแบบนี้” ยูมิได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกโล่งใจ “ครับเอาเป็นว่าเรื่องนี้พวกเราไม่ต้องไปใส่ใจแล้วล่ะครับเรามารอกินข้าวกันดีกว่า” ดนัยพูดจากนั้นไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ หลายวันต่อมา ดนัยและยูมิเที่ยวพักผ่อนอยู่ในประเทศไทยหลายวันก่อนทั้งคู่จะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นเพราะมีงานและหน้าที่ต้องทำในฐานะหมอ ครืด !! ดนัยและยูมิลากกระเป๋าออกมาจากเกทของสนามบินฮาเนดะหลังจากออกมาจากเกทแล้วทั้งคู่ก็เดินไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อกลับไปที่โรงพยาบาล “ไปโรงพยาบาลทาเคนากะครับ” ดนัยบอกกับคนขับรถ “หือไปโรงพยาบาลทาเคนากะเหรอพวกเธอ...นี่เป็นนักข่าวหรือพวกนักธุรกิจล่ะมาเอาป่านนี้ไม่ช้าไปหน่อยเหรอ” คนขับรถได้ยินจุดหมายที่ดนัยต้องการจะไปก็นึกสงสัย “หือผมกับเธอไม่ได้เป็นนักข่าวหรือนักธุรกิจอะไรหรอกครับพวกเราเป็นหมอที่โรงพยาบาลนั้นต่างหากครับคุณลุง” ดนัยบอก “หือนี่พวกเธอเป็นหมอที่โรงพยาบาลทาเคนากะหรอกเหรอเนี่ยโอ้ยอดไปเลยนะที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่เป็นที่ภาคภูมิใจของคนญี่ปุ่นขนาดนั้น” ลุงคนขับรถส่งเสียงอุทาน “หือคุณลุงหมายความว่ายังไงเหรอคะทำไมโรงพยาบาลทาเคนากะถึงกลายเป็นโรงพยาบาลที่คนญี่ปุ่นภาคภูมิใจล่ะ” ยูมิได้ยินแบบนั้นก็อดถามไม่ได้ “หือนี่พวกเธอเป็นหมอจากโรงพยาบาลทาเคนากะจริงหรือเปล่าเนี่ยไม่รู้เรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เลยเหรอ” ลุงคนขับรถที่เห็นว่าดนัยกับยูมิเหมือนจะไม่รู้เรื่องก็แปลกใจ “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับลุงพอดีผมกับเธอพึ่งไปต่างประเทศมา” ดนัยได้ยินแบบนั้นก็รีบถาม “อ๋อ...พึ่งกลับจากต่างประเทศนี่เองเพราะแบบนี้เลยไม่รู้ข่าวสินะงั้นเอานี่ไปดูสิ” ลุงคนขับรถได้ยินแบบนั้นก็เข้าใจก่อนจะยื่นมือไปหยิบบางอย่างจากคอนโซลหน้ารถออกมาส่งให้ดนัยและยูมิที่นั่งอยู่เบาะหลัง “หือหนังสือพิมพ์ของเมื่อสองวันก่อนงั้นเหรอ” ดนัยรับสิ่งที่ลุงคนขับรถส่งมาให้ซึ่งนั่นก็คือหนังสือพิมพ์ของเมื่อสองวันก่อน “มีอะไรอยู่ในหนังสือพิมพ์เหรอคะ” ยูมิชะโงกหน้าเข้ามาอ่านหนังสือพิมพ์กับดนัย “ผมเองก็ไม่....หือนี่มัน !!” ดนัยมองดูหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ตอนแรกเขายังไม่ได้อ่านหัวข้อแต่เมื่อได้อ่านแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเพราะหัวข้อในหน้าหนึ่งนั้นมันเกี่ยวกับโรงพยาบาลของเขา ช็อกวงการแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียวร่วมมือกับบริษัทต่างชาติเปิดตัวเทคโนโลยีสำหรับฝึกผ่าตัดเสมือนจริงรุ่นใหม่ล่าสุด VR-Life “เครื่องนั่นมันนี่ฮิคารินำมันออกเปิดตัวให้สาธารณชนรู้จักเหรอเนี่ยข่าวนี้เมื่อสองวันก่อนแสดงว่าเป็นช่วงตอนที่เราติดอยู่ในหมู่บ้านตอนนั้นเราไม่ได้ใช้มือถือเลยไม่ได้ติดตามข่าวในเน็ตเลยแถมหลังจากนั้นก็ด้วยพวกเราไม่ค่อยได้เล่นมือถือเลยไม่รู้เรื่องเลยว่าฮิคาริทำอะไรแบบนี้ !!” ยูมิเองก็ตกใจเมื่อได้อ่านหัวข้อข่าว “ให้ตายสิทำแบบนี้มันอันตรายไม่ใช่หรือไงคนที่ทำให้พ่อแม่เธอตายเหมือนอุบัติเหตุยังอยู่ในที่มืดอยู่เลยนะเดี๋ยวก็ได้โดนคนที่ทำให้พ่อแม่เธอตายมาเล่นงานหรอกยัยบ้าเอ้ย” ดนัยพูด “ใจเย็นก่อนค่ะดนัยฉันว่าที่ฮิคาริทำอะไรแบบนี้เธอต้องคิดดีแล้วแน่นอนไม่แน่ว่าบางทีเธออาจจะวางแผนอะไรอยู่ก่อนแล้วก็ได้” ยูมิพยายามบอกให้ดนัยใจเย็น “เฮ้อ...จะบ้าตายนี่ยัยนั่นคิดจะทำอะไรอยู่เนี่ย” ดนัยได้ยินแบบนั้นก็พยายามใจเย็น กลับไปถึงโรงพยาบาลต้องรีบไปถามยัยนั่นหน่อยแล้ว จบ...