กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่สิบสอง On the Shoulder of Giant

    ตอนที่สิบสอง On the Shoulder of Giant

    สุภาษิตว่าเมื่อคนเรายืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ก็จะมองเห็นได้ไกลกว่าตัวยักษ์นั้นเอง

    ผมไม่ได้อยู่ดีดีก็จะเริ่มโปรเจคทดลองมนุษย์ ซูเปอร์โซลเยอร์จากศูนย์ ผมเริ่มจากรากฐานเลยต่างหากที่มีอัจฉริยะบุคคลหลายคนเดินมาก่อนหน้าผมแล้ว

    อย่างที่ท่านเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน กล่าวกับเหล็งฮู้ชงนั่นล่ะ

    “คนคนเดียวคิดสร้างชื่อเป็นเรื่องธรรมดา สำนักหนึ่งคิดสร้างชื่ออาศัยวีรบุรุษผู้กล้ามากมายสุดคณานับ”

    ผมคิดเรื่องเวทมนตร์และโครงสร้างของโลก

    โชคดีที่ผมไม่ใช่คนเดียว มีวีรบุรุษผู้กล้ามาก่อนหน้าผม

    แบบเดียวก่อนที่โอโรจิมารุจะมาเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็เป็นศิษย์ของท่านรุ่นที่สามและพัฒนาคาถาสัมพเวสีคืนชีพต่อจากที่ท่านรุ่นที่สองคิดค้นขึ้นไว้

    ไม่ได้เริ่มจากศูนย์

    ค้นบรรณานุกรมของมากาเร็ต วอล์ตเพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ผมรู้

    ซึ่งก็ง่ายเพราะเธอก็อยู่ในเมืองเดียวกันกับผมนี่ล่ะเป็นศาสตราจารย์ที่อยู่ในเมืองเดียวกัน

    เลโอนาร์ดมีบัตรห้องสมุดมหาวิทยาลัยและเคยยืมหนังสือจากมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใดในการค้นหาข้อมูลที่เปิดเผยในสาธารณอย่างดุษฎีนิพนธ์มาคนต้องทำดุษฎีนิพนธ์หากต้องการเป็นดร.และต้องมีการตีพิมพ์ผลงานวิจัยที่ทำออกมา

    คือระเบียบวิธีการทำวิจัยของการทำดร.

    ซึ่งเป็นความรู้อย่างดีมากในเรื่องเกี่ยวกับซุเปอร์โซลเยอร์

    และสร้างโครงสร้างคร่าวๆของโครงการวิจัยซูเปอร์โซลเยอร์ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของผม

    เลโอนาร์ดมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวใหม่เอี่ยมสมเป็นเด็กเนิร์ด

    ปริมาณฮอร์โมน เทียบกับขนาดของร่างกาย อัตราส่วนกล้ามเนื้อ ไขมันต่างๆฯลฯ

    ที่ผมต้องทดลองด้วยตนเองใช้เวลานาน แต่ด้วยระบบวิทยานิพนธ์ทำให้ผมอ่านการทดลองของ ดร.มากาเร็ตได้อย่างง่ายดาย

    และอย่างที่บอกผมได้บอกว่า “กว้าง”

    ผมได้เปรียบเทียบลักษณะของร่างกายทางวิทยาศาสตร์ กับโมเดลของร่างกายมนุษย์ที่มีวิญญาณเป็นส่วนประกอบ

    รวมไปถึงทฤษฏีมิติ จากดร.ชมิดช์ ที่คิดค้นเครื่องที่เจาะมิติไปมิตินรกและหายสาบสูญไปเมื่อหลายสิบปีก่อนได้

    แต่วิทยานิพนธ์ของเขาก็ยังใช้ได้อยู่

    สร้างเป็นรูปร่างของมนุษย์ที่มีโครงสร้างของวิญญาณและมิติที่ซ้อนทับกับโครงสร้างของความเป็นจริงขึ้นมา

    ผมยิ้มแก้มปริ เมื่อแผนภาพของร่างกายมนุษย์ มิติที่สูงขึ้นไปและวิญญาณต่างๆ ค่อยเป็นรูปร่างสมบูรณ์ขึ้นมา

    มันไม่ได้ทำให้ผมมีพลังสะท้านโลกแต่ทำให้ผมจินตนาการภาพของความเป็นจริงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าความเป็นจริงของร่างกายมนุษย์และวิญญาณมีองค์ประกอบอย่างไร

    จากนั้นผมใช้แหวนในการใช้”ตรวจสอบสภาพวัตถุ”

    ตรวจสอบร่างกายของผมเอง และมองแผนภาพที่ผมเขียนขึ้นด้วยสติปัญญาที่เพิ่มขึ้นจากแหวนและใช้สมองที่พัฒนาขึ้นนั้น เขียนสมการให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

    ผมถอดแหวนออกมาด้วยศีรษะที่ปวดเล็กน้อย

    แต่ลักษณะพื้นฐานของการสร้างร่างกายมนุษย์เทวะ The Primarch ได้มีโครงสร้างพื้นฐานแล้ว

    เขาเหลือบมองหนังสือที่เหลืออยู่คือ ตัวเลขมหัศจรรย์ การทำนายด้วยตัวเลข เล่นแร่แปรธาตุ สมุนไพร ตำราอี้จิง ศาสตร์ของอเลสเตอร์โครวลี่ย์ ฯลฯ

    และสารพัดศาสตร์และวิชาที่จะเพิ่มให้โครงสร้างของผมสมบูรณ์ขึ้นแต่ตอนนี้

    ผมยกร่างกายขึ้นลงตามตำราการออกกำลังกายและสารเคมีเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อตามตำราเพาะกาย

    ตอนนี้ผมต้องเพิ่มร่างกายให้ได้ตามขีดจำกัดของคนธรรมดาก่อน

    แหวนทำให้ผมกระตุ้นโครงสร้างกล้ามเนื้อและพัฒนาส่วนต่างๆของร่างกายได้รวดเร็วกว่าการออกกำลังกายปรกติ

    ผมพยายามเพิ่มทักษะการใช้เวทมนตร์และการฟื้นสภาพของร่างกายไปพลางในขณะที่พยายามทำให้โปรเจคนั้นสมบูรณ์แบบ

    จินตนาการ จัดหมวดหมู่ วิเคราะห์ แยกแยะ

    ผมรู้ตัวว่าแหวนนั้นสามารถทำให้ผมสามารถใช้ทักษะที่เกี่ยวกับวัตถุ หรือร่างกายได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

    สามารถใช้แหวนและกระโดดหมุนตัวได้ราวกับนักยิมนาสติคโอลิมปิค โดยไม่มึนงง

    แต่ผมใช้ในสิ่งที่เป็น”นามธรรม” หรือไม่เกี่ยวกับวัตถุ

    มันทำให้บางอย่างรู้สึกไม่มั่นคง

    ผมลองตรวจสอบผมว่าแหวนพบยายามทำให้”วิญญาณ”ของผมทำได้อย่างที่ผมต้องการ จนเกินกว่าที่สภาวะปรกติของวิญญาณจะรับได้

    มันไม่ได้ฉีกขาดหรืออะไร วิญญาณแข็งแรงกว่าที่เราคิด

    แต่มันจะสร้างภาระทางวิญญาณและเกิดผลสะท้อนกลับมาที่ร่างกาย

    ซึ่งตอนนี้ก็ค่อยๆดีขึ้นแล้ว ไม่เกิดอาการระดับเลือดกำเดาไหลออกมาอีกแล้ว

    แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะผมสร้างความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นให้กับกล้ามเนื้อด้วย

     

    ไม่หวังความสำเร็จใหญ่ ขอเพียงแค่ไม่ผิดพลาดใหญ่ ก็พอแล้วสำหรับผม

    ค่อยๆทำแต่ในเรื่องที่ตนเองถนัดไปและค่อยๆขยายโมเดลของแผนภาพความเป็นจริงไป

    ผมไม่คิดว่าตนเองจะดวลเวทย์กับเทพเจ้าหรือแม่มดเก่งๆได้ในเร็วๆนี้แต่ผมก็ได้เริ่มแล้ว

    ไม่มีอะไรขัดกันระหว่างเรียนเวทย์กับการสร้างร่างกายที่แข็งแกร่ง

    สาขาวิชาที่ผมคิดว่าตนเองได้เปรียบ มากาเร็ตของหน่วยสร้างซูเปอร์โซลเยอร์คือ การเล่นแร่แปรธาตุ

    ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมสนใจเพราะมันเกี่ยวเนื่องกับการสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ แถมเนื้อเรื่องมีตำนานเล่าว่านักเล่นแร่แปรธาตุที่เก่งๆ เป็นคนสาปแวมไพร์ให้เป็นหินได้หรือคนที่สร้างอุปกรณ์เวทมนตร์โกงๆที่อยู่ในเนื้อเรื่อง

    และแน่นอนครับ อุปกรณ์นั้นจะโผล่มาแล้วหายไป ส่วนผมคิดว่าเมื่ออุปกรณ์มีอยู่จริง ไม่มีเหตุผลที่เราจะสาร้างของพวกนั้นไม่ได้

    มันคือความสามารถที่นักเขียนไม่อยากให้พวกพระเอกได้ไป เพราะแบบเดียวกับโทนี่ สตาร์กนั่นล่ะ แทนที่จะเป็นไอรอนแมนอย่างเดียว เขาดันสามารถสร้างเคลื่อนย้อนเวลาได้ด้วยหากพล็อตเรื่องต้องการ

    เรียกว่าสายประดิษฐ์สิ่งของ สามารถมีความสามารถได้ทุกอย่าง หากมีเงินและเวลาและทรัพยากรมากพอ

    ผมไม่คิดว่าตนเองจะย้อนเวลาได้หรือเจาะมิตินรกได้เร็วๆนี้หรือทำได้ด้วยตนเอง

    ดร.ชมิทซ์ที่ผมเอาทฤษฎีมิตินรกเป็นต้นแบบก็ทำพลาดในการสร้างเครื่องที่จะเจาะมิตินรกเพื่อเอาแหล่งพลังงานไม่จำกัดมาใช้ แต่พลาดโดยตกลงไปสูมิตินรกนั้นเอง

    แน่นอน เขาเป็นคนเก่ง แต่ไม่รู้ว่ามิติที่เขาค้นพบนั้นคือมิตินรก เขาพลาดที่คิดแบบเอทิสม์แบบนักวิทยาศาสตร์ที่คิดว่าจะได้พลังงานไม่จำกัดจากมิตินั้น

    ไม่ใช่คนไม่ฉลาด แต่ละเลยข้อเท็จจริงแบบภาพกว้างไป

    ซึ่งผมอาจต้องศึกษาให้มากขึ้นกว่าว่าความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ในขั้นตอนไหน

    โชคดีที่ผมไม่จำเป็นต้องคิดด้วยตนเอง และไม่ได้เริ่มจากศูนย์เพราะระบบการศึกษาของเรามีระบบวิทยานิพนธ์และบทความวารสารต่างๆ แค่รู้ชื่อ กับเรื่องที่ต้องการ ผมก็ได้ข้อมูลพื้นฐานนั้นมาแล้ว

    ระบบวิทยานิพนธ์จงเจริญ

    เมื่อเรายืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ เราจะเห็นได้ไกลกว่าตัวของยักษ์เองเพราะอย่างนี้ล่ะ

     

    On the shoulder of giant

    ไอแซค นิวตัน หนึ่งในนักเล่นแร่แปรธาตุที่เก่งที่สุดในโลกได้กล่าวเอาไว้

    แน่นอน เล่นแร่แปรธาตุคือวิชาในฝันของผมเลย คือ ชัวร์ ปลอดภัย แน่นอน

    แต่ปัญหาก็มีคือ มันต้องใช้เงินทุนในการผลิตสิ่งของต่างๆและต้องใช้เวลา

    แต่เงินทุนและเวลาก็เรียกว่าดีกว่า เลือดเนื้อ วิญญาณ เครื่องสังเวยอื่นๆนั่นล่ะ

    ผมยอมจ่ายเงิน(ซื้อทองคำ แร่เงิน สมุนไพรต่างๆ ยังสบายใจกับผมมากกว่าการทำอื่นๆ

    ไม่ต้องพูดถึงที่ผมจะได้มีวิชาที่สาบแวมไพร์ให้เป็นหินได้ถ้าผมเชี่ยวชาญมากขึ้นด้วย

    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่เลโอนาร์ดมันสนุกกับการคิด คำนวณวิชาตัวเลขมหัศจรรยืได้อย่างชิลๆ แบบเดียวกับที่คนทั่วไปผิวปาก

    แต่น่าเสียดาย การคิดตัวเลขที่ซับซ้อนได้ในหัวทันที่ ไม่ใช่ความสามารถที่สาวๆเชียร์ลีดเดอร์ที่ เลโอนาร์ดหลงชอบจะมาสนใจ นั่นคือสัจธรรม