Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 44 ควบแน่นพลังเวท

    ตอนที่ 44 ควบแน่นพลังเวท

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     

     

     

    พลังเวทรอบๆ ตัวเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง พวกมันต่างพุ่งเข้าสู่ร่างของเมอร์ลินอย่างน้ำหลาก

     

    ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา แม้เมอร์ลินจะไม่ได้ฝึกฝนการใช้เวท แต่เขาก็ยังใช้พลังเวทในการใช้งานอุปกรณ์เวทมนตร์ นั่นจึงทำให้เขาสามารถควบคุมความหนักเบาในการใช้เวทได้บ้างแล้ว

     

    ในคราแรกที่พลังเวทพุ่งเข้าสู่ร่างของเขาเหมือนพายุโหม แต่ในเวลาต่อมาพลังเวทเหล่านั้นก็กลายเป็นสายลมที่สงบมากยิ่งขึ้น จนท้ายที่สุดพวกมันก็สงบกลายเป็นสายน้ำที่ไหลเอ่ย

     

    เมอร์ลินไม่ได้ควบแน่นพลังเวทในทันที แต่เขากำลังควบคุมพลังเวทของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเมื่อถึงจุดหนึ่งเกิดความเชี่ยวชาญขึ้นมาจึงเริ่มทำการควบแน่นพลังเวทในวงเวท

     

    ภายในโลกบ่มเพาะ วงเวทของเมอร์ลินพลันปรากฏน้ำวนที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาข้างๆ ก้อนพลังเวทที่เหมือนดาวเคราะห์ขนาดใหญ่

     

    ใช่แล้ว ดาวเคราะห์ที่ว่านั้นก็คือหน่วยพลังเวท

     

    หากมองให้ดีก็จะพบว่าหน่วยพลังเวทนั้นถูกวางอยู่ในตำแหน่งของวงเวทที่เป็นกิจลักษณะ มันมีฐานรองรับหน่วยพลังเวท และมีฐานที่ว่างเปล่าอีกสี่แห่งซึ่งรอให้ผู้บ่มเพาะควบแน่นพลังเวทเติมเต็มให้กับมัน

     

    เวลานี้ฐานรองรับข้างๆ นั้นได้ปรากฏวังวนพลังเวทที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา

     

    วังวนนั้นราวกับสายน้ำที่มีใจกลางค่อยๆ ก่อตัวเป็นสถานะของแข็ง

     

    ของแข็งนั้นแน่นอนว่าเป็นหน่วยพลังเวท 

     

    มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาทันที แต่ค่อยๆ ก่อตัวปั้นแต่งให้ใหญ่ขึ้นเหมือนกับการกลิ้งตุ๊กตาหิมะ 

     

    อย่างไรก็ตามด้วยวิธีการนี้หน่วยเวทนั้นจะมีขีดจำกัดของมัน เมื่อควบแน่นพลังเวทถึงขีดจำกัดนั้นก็จะนับว่าพลังเวทก้อนนั้นคือหน่วยพลังเวทอย่างสมบูรณ์

     

    ระหว่างที่เมอร์ลินกำลังควบรวมพลังเวทอยู่นั้น บนใบหน้าของเขาพลันปรากฏหยดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้า 

     

    การควบแน่นพลังเวทให้ความรู้สึกเหมือนหัวใจที่เต้นคลายกับกำลังวิ่งอยู่ตลอดเวลา 

     

    เขากำลังควบแน่นพลังเวทอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งเสียงของศาสตราจารย์ออสตินดังขึ้น

     

    “เมอร์ลินพักก่อนเถอะ เวลานี้เธอควรทานข้าวแล้วพักผ่อนได้แล้ว”

     

    เมอร์ลินพลันได้สติขึ้นมาเขาหยุดการควบแน่นพลังเวทแล้วพบว่าหน่วยพลังเวทใหม่ของเขามีขนาดเท่ากับหนึ่งในสามของหน่วยพลังเวทที่อยู่ข้างๆ

     

    เขาที่ลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตอนนี้พระอาทิตย์ตกลงแล้ว เขาใช้เวลาทั้งวันไปกับการควบแน่นพลังเวทนี้

     

    “ยังไม่สำเร็จสินะ” เขากล่าวพึมพำออกมา ก่อนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะของชายชรา

     

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอคิดว่าการฝึกฝนพลังเวทง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรอ? เธอคิดว่าเวลาแค่หนึ่งวันจะทำให้เธอสร้างหน่วยพลังเวทให้สำเร็จ” ชายชรากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

     

    เมอร์ลินยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแล้วยกยิ้มอย่างแหยๆ

     

    “ผมคิดว่าจะทำแบบนั้นได้จริงๆ”

     

    “ถ้าเธอทำแบบนั้นได้ คาดว่าพวกจ้าวแห่งเวททั้งหลายคงจะวิ่งมารับตัวเธอไปเป็นลูกศิษย์แล้วล่ะ จงจำเอาไว้การฝึกฝนพลังเวทนั้นไม่สามารถเร่งรีบได้ ยิ่งเธอที่เป็นนักเวทฝึกหัดด้วยแล้ว หากรากฐานไม่มั่นคงเกรงว่าวันข้างหน้าจะล้มครืนได้ในคราวเดียว” ชายชรากล่าวแนะนำ

     

    “ครับ ผมเข้าใจแล้ว” เมอร์ลินกล่าวอย่างเชื่อฟัง

     

    เขาได้พิสูจน์ด้วยตนเองแล้วว่าการควบแน่นพลังเวทนั้นยากเย็นเพียงใด มันจึงไม่แปลกที่นักเวทระดับสูงนั้นจะมีจำนวนน้อย แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะพยายามบ่มเพาะมันอยู่ดี

     

    บนโต๊ะอาหารศาสตราจารย์ได้พูดขึ้นมาว่า 

     

    “วันพรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปลงทะเบียนที่ด้านล่าง พวกเราจะเข้าเมืองกัน”

     

    เมอร์ลินที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาทันที

     

    “จริงหรอครับ”

     

    “จริงสิ ฉันผิดสัญญากับเธอไปสองครั้งแล้ว ครั้งนี้ฉันไม่ผิดสัญญาอย่างแน่นอน” ชายชรากล่าวอย่างรู้สึกผิด เขาลืมเรื่องนี้ไปจริงๆ แต่เมื่อเห็นเมอร์ลินฝึกฝนพลังเวทเมื่อครู่นี้จึงทำให้เขาคิดได้ขึ้นมา

     

    “ขอบคุณมากครับ ศาสตราจารย์” 

     

    ชายชราพยักหน้า นับตั้งแต่ที่เขาพบกับเด็กน้อย เด็กคนนี้เรียกเขาว่าพ่อเพียงแค่ครั้งเดียว แม้ว่าตนเองจะรับเด็กน้อยมาเป็นลูกบุญธรรมแล้วก็ตาม 

     

    ต่อมาสรรพนามของเด็กน้อยก็เปลี่ยนเป็น “คุณ” แล้วหลังจากที่เขาได้สอนหนังสือเด็กน้อยก็หันมาเรียกเขาว่า “ศาสตราจารย์”

     

    ออสตินไม่ถือเรื่องนี้อยู่แล้ว

     

    ในโลกแห่งวิชาการนั้นแทบจะไม่สนความอาวุโสกันอยู่แล้ว มีเพียงผลงานที่ออกมาเท่านั้นถึงจะพิสูจน์คุณค่าของคนคนนั้นได้ แม้ว่าคนคนนั้นจะอายุน้อยกว่าก็ตาม

     

    “ครั้งนี้ฉันต้องการให้เธอสอบเทียบโรงเรียนเวทมนตร์ด้วย หากเธอต้องการฝึกฝนพลังเวทชั้นเรียนเวทมนตร์น่าจะเหมาะสำหรับเธอมากกว่า อีกอย่างที่นี่นั้นสันโดษเกินไป มันไม่สามารถเพิ่มประสบการณ์ให้กับเธอได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเล่าเรียนค่ากินค่าอยู่ ฉันจะออกให้เธอเอง” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ใจดี

     

    เมอร์ลินที่ได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะจมูกแดงแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดานไม่ได้ เขาพยายามกลั้นน้ำใสๆ ไม่ให้ไหลออกมา ก่อนที่จะควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติ เขาสูดน้ำมูกจนมีเสียงแล้วเอ่ย “ขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่างครับ ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”

     

    “ดี ดีมาก ... ทานอาหารเถอะ”

     

    เมอร์ลินตั้งใจที่จะเป็นเด็กดีให้สมกับที่ชายชราไว้วางใจเขา

     

    พวกเขาพูดคุยกันเรื่องการสอบเทียบพรุ่งนี้ ชายชราได้แนะนำเมอร์ลินไปหลายอย่าง และเขาเชื่อว่าเมอร์ลินจะสามารถสอบเทียบเพื่อเข้าเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงได้แน่

     

    ด้วยความรู้ของเมอร์ลินในตอนนี้ที่สามารถถกปัญหารูนศาสตร์กับชายชราได้ ย่อมต้องไม่ทำให้เขาผิดหวังอย่างแน่นอน

     

    วันรุ่งขึ้น

     

    เมอร์ลินเตรียมพร้อม เขาได้รับแหวนเวทจากชายชรา แน่นอนว่าราคาของมันย่อมไม่ธรรมดา และไม่ใช่ทุกคนที่จะครอบครองเครื่องประดับราคาแพงแบบนี้ได้

     

    เด็กน้อยเก็บข้าวของที่มีไม่มากนักของตัวเองเข้าไปในแหวนเวท เพราะชายชราได้บอกแล้วว่าหลังจากนี้เมอร์ลินจะต้องเข้าเรียนที่โลกด้านล่าง นั่นหมายความว่าเขาจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกนอกจากโรงเรียนจะอนุญาต

     

    เมื่อเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว ทั้งเมอร์ลินและศาสตราจารย์ออสตินก็พากันเดินไปที่แท่นหินที่ตั้งอยู่บนจุดหนึ่งของภูเขาลอยฟ้าลูกนี้

     

    ที่แท่นหินนี้มีวงเวทขนาดใหญ่ห้าเมตร สลักด้วยลวดลายของอักขระรูนที่ดูเก่าแก่ คาดว่ามันจะถูกสร้างขึ้นหลายร้อยปีแล้ว

     

    นั่นทำให้เมอร์ลินอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้ 

     

    “นี่คือค่ายกลเคลื่อนย้ายหรอครับ?”