“เ้าเป็ใคร! คิดจะทำอะไรเ้านายของข้า” ลี่เจี้ยนจงะโถาม
หลังจากที่ลี่เจี้ยนจงกับลี่จิงจิงคุยกันได้สักพัก ลี่เจี้ยนจงก็แยกตัวออกไปเก็บฟืน เพราะดูท้องฟ้าที่ครึ้มมาอย่างรวดเร็วแล้ว คิดว่าอีกไม่นานฝนคงจะตกลงมา หากเขายังมัวชักช้าคืนนี้ทุกคนคงได้นอนหนาวกันแน่ ส่วนลี่จิงจิงก็ออกไปหาผักป่าบริเวณใกล้ๆ อย่างน้อยวันนี้นางต้องหาอาหารมาให้เ้านายกินประทังความหิวให้ได้
ลี่เจี้ยนจงคิดว่าตนเองรีบไปรีบกลับมาอย่างเร็วแล้ว แต่พอกลับมาทันได้เห็นแม่นางคนหนึ่งกำลังกรรโชกทรัพย์จากเ้านายน้อยของตนเองอยู่ ลี่เจี้ยนจง้าเข้าไปสั่งสอนแม่นางจิตใจชั่วร้ายคนนี้จริงๆ
“พี่เจี้ยนจง! พี่สาวคนนี้ไม่ได้ทำอะไรพวกเราเ้าค่ะ นางเป็ชาวบ้านที่ขึ้นเขามาเก็บของป่า ข้าได้ยินว่านางเก็บของป่าเป็จึงอยากจ้างให้นางพาข้ากับน้องๆ ขึ้นเขาไปด้วย แต่ข้าลืมไปว่าพวกเราไม่มีเงินแล้ว” มู่หรงฝูเยว่รีบอธิบายเพราะกลัวหยุนหนิงเอ๋อจะพูดลี่เจี้ยนจงทำร้าย “นางแค่ถามถึงค่าจ้างเท่านั้นเ้าค่ะ”
“เป็เช่นนั้นจริงหรือขอรับคุณหนูฝูเยว่”
“ที่ข้าพูดมาเป็เื่จริงเ้าค่ะ”
ลี่เจี้ยนจงได้ฟังคำตอบจากเ้านายตัวน้อยจึงหันไปถามหยุนหนิงเอ๋อ “เ้าขึ้นเขามาเก็บของป่าจริงๆ หรือ”
“ข้าชื่อหยุนหนิงเอ๋อ เป็คนหมู่บ้านสกุลหยุนที่อยู่ด้านล่างนี้เอง ข้าขึ้นเขามาเก็บของป่าอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยเจอว่าบนนี้มีเด็กเล็กหรือมีใครอาศัยอยู่ ทีแรกข้ากลัวว่าเด็กๆ จะหลงทางจึงตั้งใจเข้ามาถาม แต่ไม่คิดว่าความหวังดีของข้าจะทำให้ท่านเข้าใจผิด ข้าต้องขอโทษท่านด้วย” หยุนหนิงเอ๋อก้มศีรษะคำนับ “ในเมื่อท่านเป็ญาติของพวกเขา ข้าคงไม่ต้องห่วงพวกเขาแล้ว ข้าขอตัวก่อน”
“เดี๋ยวแม่นาง! เ้าบอกว่าเ้าชื่อหยุนหนิงเอ๋ออย่างนั้นหรือ” ลี่เจี้ยนจงเรียกหยุนหนิงเอ๋อไว้อย่างมีความหวัง “เ้า...เ้ารู้จักน้องสาวของข้าหรือไม่”
“ข้าไม่เคยรู้จักท่านแล้วจะไปรู้จักน้องสาวของท่านได้ยังไง ท่านอย่ามาทำให้ข้าเสียเวลาเลย ฝนทำท่าจะตกลงมาแล้วข้าต้องรีบกลับบ้าน ไม่งั้นติดฝนอยู่บนนี้ขึ้นมาจะยุ่ง”
“น้องสาวข้าชื่อลี่จิงจิง” ลี่เจี้ยนจงรีบบอก
“ลี่จิงจิงหรือ?” หยุนหนิงเอ๋อทำท่าคิด
“คนที่เ้าเอาขนมรูปสัตว์น่ารักให้คือน้องสาวของข้า”
“ข้านึกออกแล้ว! ท่านเป็พี่ชายของพี่จิงจิงจริงๆ หรือเ้าคะ แต่ทำไมพวกท่านหน้าไม่คล้ายกันเลย พี่จิงจิงท่าทางอ่อนหวานหน้าตาน่ารัก แต่หน้าตาท่าน...” หยุนหนิงเอ๋อไม่พูดให้จบแต่เปลี่ยนเป็ส่ายหน้าแทน เพราะนางรู้ว่าลี่เจี้ยนจงเป็คนที่ภูมิใจในใบหน้าอันหล่อเหลาของตัวเองมาก และสิ่งที่เขาทนไม่ได้มากที่สุดคือการที่มีคนมาบอกว่าหน้าตาเขาดูแย่ ‘หึ...ก่อนหน้านี้ทำอย่างกับข้าจะมาลักพาตัวเด็กน้อยไปอย่างนั้นล่ะ คราวนี้ข้าจะแกล้งให้ท่านเสียความมั่นใจสักหน่อยนะพี่เจี้ยนจง เท่านี้จึงจะถือว่าเราหายกัน’
“ข้าไม่ได้หน้าตาแย่อย่างที่เข้าพูด ข้าแค่ไม่ได้โกนหนวดเคราออกเท่านั้น” ลี่เจี้ยนจงรีบตอบออกไป
“อือๆ...ข้าเชื่อท่านก็ได้ ในเมื่อท่านบอกว่าพี่จิงจิงเป็น้องสาวของท่าน แล้วตอนนี้นางไปอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ เด็กทั้งสี่คนนี้คือเ้านายของท่านหรือ” หยุนหนิงเอ๋อหันไปพูดกับเด็กน้อยทั้งสี่ “ขนมอบรูปสัตว์พวกนั้นพี่จิงจิงเอามาให้เ้าทั้งสี่คนกินเองหรือ ขนมของข้าอร่อยไหม”
เด็กน้อยทั้งสี่คนพยักหน้าและอดที่จะนึกไปถึงขนมที่ทั้งกรอบ หอม และมีรสชาติหวานกลมกล่อมพวกนั้นไม่ได้ พวกเขากลืนน้ำลายลงคอไปพร้อมกัน
“ขนมของท่านอร่อยมากเ้าค่ะ” มู่หรงฝูเยว่ตอบ
“ข้ามีขนมเปี๊ยะไส้เนื้อติดตัวมานิดหน่อย พวกเ้าเอาไปแบ่งกันกินนะ” หยุนหนิงเอ๋อหยิบห่อผ้าออกมายื่นให้มู่หรงฝูเยว่
“ข้ารับของๆ ท่านไว้ไม่ได้เ้าค่ะ ท่านพ่อบอกว่าเราไม่ควรรับของใครมาเปล่าๆ” มู่หรงฝูเยว่ไม่กล้ารับ
“รับของมาเปล่าๆ ที่ไหนกัน ขนมพวกนี้ถือเป็ของที่ข้าเอามาขอบคุณพี่จิงจิงต่างหาก ก่อนหน้านี้พี่จิงจิงเคยช่วยข้าไว้ พวกเ้ารับไว้แทนนางก็ได้” หยุนหนิงเอ๋ออธิบาย
“ในเมื่อเป็ของพี่จิงจิง ท่านก็รอเอาให้นางเองเถิดเ้าค่ะ” มู่หรงฝูเยว่ยังไม่ยอมรับขนมห่อนั้นอยู่ดี
“พี่เจี้ยนจง ฝนใกล้ตกแล้วทำไมท่านไม่พาคุณหนูกลับเข้าไปในถ้ำ ประเดี๋ยวคุณหนูไม่สบายขึ้นมาจะเป็เื่ใหญ่เอานะ” ลี่จิงจิงรีบเดินมาถาม แต่พอเห็นว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ก็ถามขึ้นด้วยความดีใจ “หนิงเอ๋อ! เ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“ข้าขึ้นเขามาเก็บของป่าเ้าค่ะ แต่บังเอิญเจอกับพี่ชายท่านนี้และเด็กน้อยทั้งสี่คนเสียก่อน ทีแรกข้านึกว่าพวกเขากำลังหลงป่ากันอยู่เสียอีก” หยุนหนิงเอ๋อกระซิบบอกกับลี่จิงจิงด้วยท่าทางลำบากใจ “ข้าเห็นเด็กๆ ดูท่าทางจะหิวมาก ข้าตั้งใจเอาขนมเปี๊ยะพวกนี้ให้เขา แต่พวกเขาไม่กล้ารับเ้าค่ะ ท่านช่วยรับไว้ให้พวกเขากินทีได้ไหมเ้าคะ บอกว่าเป็ของที่ข้านำมาขอบคุณท่านก็ได้”
ลี่จิงจิงที่รู้จ้กกับหยุนหนิงเอ๋อมาก่อนแล้ว และรู้ว่าอีกฝ่ายเป็คนมีน้ำใจ และเมื่อมองไปเห็นเ้านายน้อยทั้งสี่คนของตน ลี่จิงจิงจึงไม่คิดที่จะปฏิเสธ “ข้าขอบใจเ้ามากนะหนิงเอ๋อ ข้าจะรับขนมพวกนี้ไว้ก็แล้วกัน”
“ว่าแต่พี่จิงจิง ทำไมพวกท่านถึงมาอยู่บนเขานี้ได้เ้าคะ ไม่ใช่ว่าพวกท่านพักอยู่ในเมืองหรอกหรือ”
“เอ่อ...คือ...” ลี่จิงจิงไม่กล้าตอบ
“พวกท่านต้องถูกใครรังแกมาใช่ไหมเ้าคะ ไม่เช่นนั้นท่านคงไม่ต้องมาอาศัยอยู่บนเขาอย่างนี้หรอก” หยุนหนิงเอ๋อทำท่าว่าเข้าใจ “ข้าก็เคยหนีพี่ชายกับพี่สะใภ้ใจดำของข้าขึ้นมาอาศัยอยู่บนนี้เหมือนกันเ้าค่ะ”
“ใช่ๆ พวกเราถูกคนไม่ดีตามรังควานก็เลยหนีขึ้นมาอยู่บนเขา” ลี่จิงจิงรีบตอบรับ เวลากระชั้นชิดเช่นนี้นางนึกคำโกหกขึ้นมาไม่ทันจริงๆ แต่ก็แค่แป๊บเดียว เพราะหลังจากนี้ลี่จิงจิงก็เริ่มแสดงฝีมือ
“งั้นก็หมายความว่าคืนนี้พวกท่านจะนอนอยู่บนเขาใช่ไหม ฝนก็ใกล้จะตกแล้ว เด็กๆ จะไม่เป็อะไรหรือเ้าคะ”
“บอกตามตรงนะหนิงเอ๋อ นอกจากพวกเราจะถูกคนใจร้ายตามรังควานแล้ว พวกเรายังถูกโจรปล้นบ้านจนไม่เหลือสมบัติแม้แต่ชิ้นเดียว พวกเราไม่มีทางเลือกจึงต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่”
ลี่เจี้ยนจงและเด็กน้อยทั้งสี่คนมองดูลี่จิงจิงเล่นละครอยู่อย่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าลี่จิงจิงจะมีทักษะการโกหกที่แเีขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนหากเด็กน้อยทั้งสี่คนโกหก ลี่จิงจิงจะลงโทษพวกเขาโดยการงดขนมอร่อยไปหลายวันหรอกหรือ
ลี่จิงจิงกลับไม่สนใจสายตาของพี่ชายและเด็กๆ เลยแม้แต่น้อย แสดงละครนิดหน่อยจะเป็ไรไป ดีกว่าต้องมาอดตายล่ะน่า เอาไว้ภายหน้าค่อยหาวิธีตอบแทนให้หยุนหนิงเอ๋อก็แล้วกัน
“เฮ้อ...ชีวิตของท่านก็น่าสงสารเหมือนข้าเลยนะเ้าคะ เอาอย่างนี้ ที่ชายป่าด้านโน้นข้าเก็บของใช้ส่วนตัวและเสบียงไว้นิดหน่อย ข้าจะไปเอามาให้พวกท่านก็แล้วกัน รออีกสักสองสามวันให้ข้าหาที่อยู่ให้พวกท่านได้ ข้าจะขึ้นเขามาบอกพวกท่านอีกทีนะเ้าคะ พี่จิงจิงเป็ผู้มีพระคุณของข้า เมื่อท่านเดือดร้อนข้าจะไม่ช่วยท่านได้ยังไง” หยุนหนิงเอ๋อทำท่าทางว่าเข้าใจมาก และยังแสดงออกว่าเห็นใจอีกฝ่ายมากด้วย
จากนั้นหยุนหนิงเอ๋อก็เดินไปที่ชายป่าเพื่อไปเอาสิ่งของที่นางซ่อนไว้ โดยไม่ยอมให้ลี่เจี้ยนจงและลี่จิงจิงตามไป นางให้เหตุผลว่าหากทั้งสองคนตามไปก็จะปรากฏรอยเท้ามากมายอยู่บริเวณนั้น ไม่นานก็จะมีพรานป่าคนอื่นสังเกตเห็น และที่ซ่อนของนางก็ต้องถูกคนอื่นพบเข้า ลี่เจี้ยนจงและลี่จิงจิงฟังดูว่ามีเหตุผล พวกเขาจึงไม่ได้ตามหยุนหนิงเอ๋อไป ทำได้แค่ยืนคอยอยู่ที่เดิมอย่างมีความหวัง ขอแค่มีอาหารให้เ้านายกิน อีกฝ่ายจะสั่งให้พวกเขาสองคนพี่น้องทำอะไร พวกเขาก็จะไม่ปฏิเสธ
มู่หรงเฉินที่หลบอยู่หลังต้นไม้คอยฟังบทสนทนาของทุกคนอยู่ไม่ห่าง เมื่อเห็นหยุนหนิงเอ๋อปลีกตัวออกไป เขาจึงใช้วิชาตัวเบาติดตามนางไปด้วย แต่น่าเสียดายที่มู่หรงเฉินกลับไม่พบความผิดปกติอะไรเลย เพราะหยุนหนิงเอ๋อไปเอาของที่นางซ่อนไว้จริงๆ และนางก็ไม่ได้เป็สายสืบหรือแอบไปส่งข่าวให้ใครรู้เหมือนที่เขาระแวง
ความจริงแล้วหยุนหนิงเอ๋อรู้ว่ามู่หรงเฉินตามนางมา เพราะนางรู้ว่ามู่หรงเฉินถูกสกัดปราณไว้เท่านั้น ถ้าเจอหมอฝังเข็มฝีมือดี อาการของเขาย่อมรักษาหาย นางยังรู้อีกว่าวิชาตัวเบาของเขาไม่ได้ถูกทำลายไปด้วย เพียงแต่เขาต้องปิดบังเื่นี้ไว้เพราะไม่อยากให้มู่หรงจิ่งย้อนกลับมาทำร้ายเขาได้อีกเท่านั้น
ดังนั้น แม้ตอนนี้หยุนหนิงเอ๋ออยากหันไปมองใบหน้าหล่อๆ ของมู่หรงเฉินมากขนาดไหนแต่นางก็ต้องทำเฉย เพราะนางจะทำให้เขาระแวงไม่ได้ นางต้องทำให้เขายอมเปิดใจให้นางเสียก่อน จากนั้นนางก็จะเดินหน้าจีบเขาอย่างเต็มกำลัง‘ร้อยแปดวิธีพิชิตใจหนุ่มต้องขุดมาใช้ มู่หรงเฉินคุณสามีลูกดกของฉัน คุณหนีฉันไม่พ้นแน่’
มู่หรงเฉิน : แม่นาง เ้าช่างมีความมุ่งมั่น แต่บังเอิญ..ข้าชอบ