ตอนที่9 คิดถึงคุณอา
หลังจากวันนั่นที่เลาะกันในรถ ผ่านมาเกือบจะครบสองอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เจอหน้าชายหนุ่มอีกเลย แม้จะเจ็บจากเื่ราวที่ถกเถียงกันแต่ธนวินท์ยังเอาแต่เฝ้าคิดถึงติณภพอยู่ทุกวัน และแม้แต่ชุดงานแต่งเขาก็ต้องเลือกเองคนเดียว
“คุณหนู ชอบชุดไหนค่ะป้าเห็นคุณหนูนั่งมองมาเป็วันๆ แล้วนะ”
“ป้าน้อยว่ายังไงนะคับ น้องวินไม่ทันฟัง”
“โธ่ คุณหนูของน้อย” เด็กหนุ่มมองหญิงสูงวัยตาแป๊ว เขาเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัยเพราะมัวแต่นั่งเหมอคิดถึงติณภพ
“ป้าน้อยคับ ทำไมอาภพไม่กลับมาบ้านเลยละน้องวินคิดถึงอาภพ”
“ป้าจะโทรไปถามให้นะค่ะ”
“งึ! อย่าคับวินไม่อยากรบกวนอาภพ กลัวอาภพจะยุ่งกับงาน”
“ไม่เป็ไรหร่อกค่ะ ป้ามีวิธี” หญิงสูงวัยหยิบโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่บนโต๊ะเดินมานั่งลงข้างๆ เด็กหนุ่มแล้วกดโทรออกทันที รอสายไม่นานก็มีเสียงตอบรับจากปลายสาย
“สวัสดีครับ” เด็กหนุ่มแนบใบหน้าเข้ากับโทรศัพท์อีกฝั่งหนึ่งแล้วยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงคนที่กำลังเฝ้าคิดถึงอยู่
“สวัสดีค่ะคุณภพ เย็นนี้จะกลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านไหมค่ะ พอดีวันนี้ป้าทำแกงส้มของโปรดคุณด้วยค่ะ” หญิงสูงสัยเริ่มแผนการชวนติณภพกลับมาหาธนวินท์
“ป้าน้อย เย็นนี้เหรอครับ อืม…” ชายหนุ่มกำลังดูตารางงาน แต่ธนวินท์ที่เฝ้ารอใจจดจ่อ รอฟังว่าติณภพจะตอบตกลงไหมกลับตื่นเต้นจนเผลอถามออกมา
“คุณอาว่าไงบ้างคับป้าน้อย”
“ยังไม่ตอบเลยค่ะคุณหนู” เสียงกระซิบกระสาบของเด็กหนุ่มกับหญิงสูงวัยติณภพได้ยินไม่ถนัดนักแต่เขาก็พอจะเดาออกตอนนี้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมน้อยคนเก่าแก่ของบ้านถึงโทรมาอยากให้เขากลับบ้านนัก ‘คงไม่พ้นเด็กนั่นอีกจนได้’ ด้านธนวินท์เขาขัดใจอยากฟังเสียงชายหนุ่มชัดๆ มือเล็กกดเปิดลำโพงไม่กี่อึดใจติณภพก็ตอบกลับมาเสียงดังฟังชัด
“เย็นนี้ผมไม่ว่างครับป้า..อืมผมมีนัดทานข้าวกับเกรซ” แค่ฟังชื่อของใครบางคนผ่านปลายสายโทรศัพท์ใจด้วยน้อยก็ห่อเหี่ยวจนไม่อยากจะฟังต่ออีกแล้ว
“แล้วเออ เื่ชุดแต่งงานละค่ะคุณภพจะให้ทำยังไง”
“บอกให้น้องวินเลือกได้ตามสบายเลยครับ ผมยังไงก็ได้เลือกเสร็จแล้วรบกวนป้าบอกคุณหนูของป้าให้ส่งรูปเข้ามาในโทรศัพท์ผมด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะคุณภพ ป้าจะบอกคุณหนูให้นะค่ะ”
“คนนิสัยไม่ดี!” น้อยยังไม่ทันได้กดวางสายไปแต่เสียงพูดของเด็กหนุ่มก็ดังแทรกขึ้นมาให้ติณภพได้ฟังประโยคคำต่อว่าเขา
“หึๆ” คำต่อว่าของเด็กหนุ่มกลับจุดรอยยิ้มมุมปากให้ชายหนุ่ม พรางนึกถาพเด็กหน้าบึ่งไปด้วย ติณภพนั่งมองโทรศัพท์ในมือแล้วฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมเขาถึงต้องมานั่งยิ้มกับแค่อะไรเล็กๆ น้อยที่เด็กคนนั่นทำด้วย
ด้านนธนวินท์เขาหยิบอัลบั้มชุดสูตรแต่งงานของร้านรับตัดสูทที่ติณภพเป็คนจัดการหามาให้ เด็กหนุ่มพลิกดูชุดสูตรทั้งแบบทั้งสีสันต่างๆ ไม่ว่าจะสีเงิน สีขาว สีดำ สีทอง สีเทา เขาดูแบบซ้ำๆ จนปวดตา ทั้งยังเคืองติณภพไม่หายที่ไม่สนใจใยดีกันเลยสักนิด เด็กหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายรูปชุดสูตรสีแดงเืนกไว้ในโทรศัพท์ด้วยความโมโหนิ้วเรียวกำลังจะกดส่งแต่แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า
“ถ้าอาภพใส่สีแดง งั่นน้องวินก็ต้องใส่สีแดงด้วยซิ” เด็กหนุ่มส่ายหัวพัลวัล เขาอยากให้งานแต่งเป็สีขาวถึงจะเป็งานเล็กๆ ก็เถอะ นั่งเลือกอยู่นานสุดท้ายก็ได้สีที่ถูกใจ
……
่สายๆของวันเสาร์เด็กหนุ่มนอนเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน ข้างๆ ตัวมีซองขนมที่ชอบทานเป็ประจำวางอยู่ไม่ห่างเสียงรถที่ขับเข้ามาเ้าตัวไม่ได้เอ๊ะใจอะไร เพราะคิดว่าคงเป็ลุงกนนที่กลับมาจากไปรับคุณยายกลับจากไปทำบุญที่วัดวันนี้มือเล็กหยิบเอกสารเกี่ยวกับสถานที่เรียนต่อของตนขึ้นมาอ่าน สุดท้ายแล้วเ้าตัวก็เลือกที่จะตามใจคุณยายโดยการเรียนบริหารที่เดียวกับมุกรวี
อีกไม่ถึงสามเดือนก็จะเป็นักศึกษาเต็มตัวแล้ว เด็กหนุ่มรู้สึกใจเต้นเร็วเมื่อคิดว่าจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันกับติณภพแต่อีกใจหนึ่งก็อยากออกไปอยู่คนเดียวไปใช้ชีวิติมหาลัยด้วยตัวเองเหมือนที่เคยวาดฝันไว้กับมุกรวีเพื่อนสนิท
“คุณหนูค่ะออกมาดูซิค่ะว่าใครมา” เด็กหนุ่มละใบหน้าจากเอกสารที่กำลังนอนอ่านอยู่บนโซฟา ลุกขึ้นนั่งมองออกไปที่ประตูห้องนั่งเล่น
“ป้าน้อย”
“ออกมาเร็วๆ ค่ะคุณหนู” เด็กหนุ่มเลิกคิ้วสงสัยการกระทำของน้อยหญิงคนสูงวัย ที่ในมือถือถาดที่มีแก้วน้ำเย็น อีกมือก็กวักเรียกเขาให้ออกไปหา แต่ก็ยอมเดินออกไปพรางเกาศรีษะอย่างงงงวย
“ ถือค่ะคุณหนู~” น้อยเดินออกมาแล้วแต่เด็กหนุ่มยังยืนงงอยู่ที่เดิม
“คุณหนูวินตามป้าน้อยมาค่ะ คุณภพกำลังเดินเข้ามาแล้วเดี่ยวเธอจะขึ้นห้องไปซ๊ะก่อน” ได้ยินแบบนั่นเด็กหนุ่มจึงรีบจ้ำอ่าวเดินตามหลังน้อยไปติดๆ ทั้งประคองแก้วน้ำเย็นในถาดไว้ไม่ให้ตก
สองคนเดินตามกันมาจนถึงประตูเข้าบ้าน แล้วจึงหยุดรอชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาในตัวบ้าน ด้านติณภพเขาเดินเข้ามาจนถึงประตูเข้าบ้านพอเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับสองคนป้าหลานยืนรออยู่พอดี
“น้ำค่ะคุณภพ จะได้หายเหนื่อย” น้อยรีบพูดบอกเฉลยข้อค่องใจให้ชายหนุ่ม ติณภพกอดอกมองเลยไปที่เด็กหนุ่มที่มองหน้าเขาอย่างกำลังลุ่นว่าเขาจะหยิบขึ้นมาดื่มไหม’ มุกเดิมๆ’
“ป้าน้อยมีอะไรก็ไปทำเถอะครับ”
“ค่ะคุณพบ” น้อยเดินออกไปแล้วก่อนไปก็หันมาส่งยิ้มกำลังใจให้ธนวินท์ ส่วนเด็กหนุ่มยืนตัวเกร็งเท้าจิกพื้นยังจำวันที่ทะเลาะกันได้ดี สี่ปีเขาจะทำให้ติณภพรักให้ได้
“หึ!” ติณภพเดินเลยผ่านหน้าธนวินท์เข้ามาในห้องรับแขกของบ้าน ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟามองเด็กตัวขาวที่ยืนมองเข้ามาข้างใน เขานั่งกอดอกรอว่าเมื่อไหร่เด็กหนุ่มจะเดินตามเข้ามาสักที
“อาภพน้ำคับ” ในที่สุดธนวินท์ก็เดินตามเข้ามาในห้องรับแขกจนได้ เ้าตัววางถาดน้ำลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มบนโซฟาตัวเดียวกัน
“คิดว่าฉันจะโง่ดื่มเข้าไปเหมือนวันนั่นอีกเหรอ”
“อาภพพูดอะไร น้องวินไม่เข้าใจ” ติณภพถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะจ่องลึกเข้าไปในดวงตาใส่ซื่อของเด็กหนุ่ม
“มองทำไม~” มือเล็กคว้าหมอนอิงมาปิดบังใบหน้าตัวเองที่ถูกมองเหมือนกำลังจะจับผิด ชายหนุ่มขยับเข้ามาจนชิดตัวธนวินท์แผ่นอกแนบไปกับหมอนก้มใบหน้าเข้าหาซอกคอขาว ชายหนุ่มตั้งใจหายใจรดต้นคอจนเด็กหนุ่มหดคอหนีไม่พอยังลากปลายจมูกลงบนติ่งหูอีกต่างหาก
“งื้อ~”
“หึ! ภาพใส่ซื่อที่เธอสร้างขึ้นให้ทุกคนเห็นมันใช่ไม่ได้กับฉันขอตัว” ชายหนุ่มเดินออกไปแล้วแต่ธนวินท์ยังนอนแน่นิ่งอยู่บนโซฟาและยังไม่เข้าใจกับสิ่งที่ติณภพพูดเลยซักนิด
“ไม่อยากดื่มก็ไม่ต้องดื่มน้องวินดื่มเองก็ได้” เด็กหนุ่มลุกขึ้นมานั่งพรางหยิบแก้วน้ำมายกดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
“แค๊กๆๆ” รีบดื่มเร็วเกินไปจนสำลักน้ำจนไอออกมา
…..
่เวลามื้อเย็นผ่านไปนานแล้ว ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันขึ้นนอน จะมีก็แต่เด็กหนุ่มตัวขาวที่กำลังวุ่นอยู่กับการหาของกินในครัว
“ดึกแล้วทำไมถึงยังไม่นอนอีกละค่ะคุณหนู” น้อยที่เข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยของบ้านเอยถามคนที่กำลังแอบทานขนมอยู่ในห้องครัวด้วยความเป็ห่วง
“งื้อ!ป้าน้อย น้องวินใหมดเลยคับ” เด็กหนุ่มสดุงใเกือบทำซองขนมหลุดมือไป ไม่อย่างงั่นคงเสียดายแย่
“แล้วนั่นคุณหนูกำลังทำอะไรอยู่ค่ะ”
“วินหิ่วคับ~”
“ก็ป้าบอกแล้วให้ลงมาทานข้าวเย็นคุณหนูก็ไม่เชื่อป้า”
“ก็ตอนนั่นน้องวินยังไม่หิวนี่คับ~” ’ ใครว่าล่ะตอนนั่นเขาหิวจนแสบท้องแต่ก็ต้องอดทนไว้’
“ไม่หิวหรือไม่อยากเจอหน้าคุณภพกันแน่ค่ะ”
“ไม่ได้ไม่อยากเจอสักหน่อยคับ อาภพต่างหากล่ะที่ไม่อยากเห็นหน้าน้องวิน” 'วินก็แค่ไม่อยากให้อาภพอึดอัดที่ต้องเจอกันบนโต๊ะอาหาร’ แค่คิดว่าติณภพไม่อยากเจอหน้ากันใจเขาก็เจ็บแปรบๆขึ้นมาจนพานทำให้ใบหน้าเบ๊ะออกเหมือนคนกำลังจะร้องไห้
“งั่นป้าทำข้าวไข่เจียวให้เอาไหมค่ะ” จากที่เบ๊ะปากเหมือนคนกำลังจะะร้องไห้อยู่เมื่อกี่ แต่พอได้ยินน้อยพูดเื่อาหารขึ้นมาเท่านั่นแหละดวงตากลมใส่ที่มีประกายน้ำตาอยู่ในนั่นกลับกระพริบตาปลิบๆ ไล่น้ำตาออกไปแล้วมองน้อยอย่างซึ่งใจ น้อยก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูกลับไปให้คุณหนูของตน
“ดีคับป้าน้อย น้องวินรักป้าน้อยที่สุดเลยคับ”
“น้อยก็รักคุณหนูค่ะ” ไม่นานข้าวไข่เจียวร้อนๆ ก็มาวางอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่ม สองมือถือช้อนพร้อมตักข้าวรอ
“คุณหนูวินระวังร้อนด้วยนะค่ะ” เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักตามองไข่เจียวที่ฟูเต็มจานอยากหิวกระหาย
“ขอบคุณนะคับ ป้าน้อยไปพักเถอะคับมันดึกแล้วเดี่ยวน้องวินเก็บจานเอง~”
“งั่นป้าไปนอนก่อนนะค่ะคุณหนู ถ้ายังไงวางไว้ก็ได้ค่ะเดียวพรุ่งนี้ป้าให้เด็กในบ้านมาจัดการเอง” น้อยเดินออกไปจากห้องครัวธนวินท์ก็ลงมือทานข้าวไปเงียบๆ พรางสายตากวาดมองไปรอบห้องครัว เด็กหนุ่มได้ยินเหมือนเสียงคนเดินเ้าตัวหยุดมือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก แต่จู่ๆ เสียงก็หยุดลงกระทันหัน ธนวินท์คิดว่าเขาคงหูแว่วไปเองมือเล็กคว้าแก้วน้ำขึ้นมายกดื่ม แต่แล้วก็ได้ยินเสียงตะกุกตะกักอยู่ที่หน้าห้องครัวอีกครั้ง เด็กหนุ่มค่อยๆ วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะเบามือ สองขาเรียกค่อยๆ ขยับลงจากเก้าอี้ พาตัวเองเดินออกมาที่ประตูห้องทันที ดวงตาคู่สวยมองฝ่าความมืดออกไปก็ไม่เจอว่าจะมีใคร
“ใครน่ะ!”
“ผมถามว่าใคร?”
“หึ!”
“งื้อ” จู่ๆ ติณภพก็โผล่ออกมาจากที่มืด เด็กหนุ่มผงะใก้าวถ่อยหลังจนเซไปข้างหลังโชคดีที่ติณภพคว้ากอดเอวบางไว้ได้ทันทวงทีก่อนที่ตัวเขาจะลมหัวฟาดพื้นไป เมื่อได้สติก็ผละออกจากอกแกร่ง ติณภพเองก็ไม่ได้พูดอะไรเขาปล่อยธนวินท์ให้เป็อิสระ แล้วเดินผ่านหน้าเด็กหนุ่มเข้ามาเปิดตู้เย็นหยิบเหยือกน้ำออกมารินใส่แก้ว
“อาภพหิวน้ำเหรอคับ”ติณภพอยู่ในชุดนอนแขนยาวกระดุมผ่ากลางสีน้ำเงินทึบ ธนวินท์เดินเข้ามาจนเกือบชิดตัวชายหนุ่ม ติณภพดื่มน้ำเสร็จแล้วก็วางแก้วไว้ในที่ล้างจาน หันกลับมามองเด็กตัวขาวที่เวลาอยู่ในที่มืดแล้วผิวขาวผ่องจนเรืองแสงทะลุความมืดออกมา เมื่อถูกมองเด็กหนุ่มก็เดินกลับเข้ามาในห้องครัวเขายังต้องล้างจานอีกหน่อยถึงจะขึ้นไปนอนได้เพราะรับปากน้อยเอาไว้แล้ว
เด็กหนุ่มเดินมาหยิบจานตัวเองเพื่อนำไปล้างที่อ้างล้างจาน ธนทินท์เดินผ่านหน้าชายหนุ่มเขาได้กลิ่นบางอย่างั้แ่เมื่อกี่แล้ว คล้ายกับกลิ่นบุรี่ที่เพื่อนนักเรียนบางคนชอบแอบสูบกัน แต่กลิ่นที่ติดอยู่บนตัวชายหนุ่มมันคล้ายกลิ่นมิ้นไม่เชิงว่ามีกลิ่นหอมหากแต่ก็ไม่ได้รู้สึกเหม็นขนาดที่อยู่ใกล้ไม่ได้
“อาภพสูบบุหรี่ด้วยเหรอครับ”
“ทำไม? รังเกียจ!” ชายหนุ่มยืนพิงเคาเตอร์ครัวที่อยู่ด้านหลังอ้างล้างจานยืนกอดอกมองเด็กหนุ่มที่กำลังจะเตรียมล้างจานตอนนี้
“ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยคับ แค่ถามเฉยๆ” ที่จริงเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าติณภพสูบบุหรี่ด้วยซ้ำ เขาทั้งแปลกใจและไม่คาดคิดว่าอย่างอาภพจะสูบของพวกนี้ด้วย
“หึ!” ติณภพไม่ได้อยากอยู่ต่อล่อต่อเถียงกับธนวินท์เขาง่วงและเพลียมากจากกิจกรรมที่ไปทำวันนี้ ชายหนุ่มกำลังจะเดินออกไปจากห้องครัว แต่แล้วแขนเสื้อชุดนอนก็ถูกยื่อไว้ด้วยมือเล็กที่เปียกชุ่มน้ำ
“ปล่อย!”
“ไม่คับ ไม่ปล่อยอาภพรอน้องวินล้างจานก่อนไม่ได้เหรอ” เด็กหนุ่มทำสายตาเว้าวอนขอร้องคนเป็อาให้อยู่เป็เพื่อนกันก่อนแต่ติณภพเหรอจะฟัง
“ไม่มีความจำเป็อะไรที่ฉันต้องอยู่รอเธอ” เขาสะแยะยิ้มออกมาก่อนจะสบับมือเด็กหนุ่มแล้วจะเดินออกมา
“ก็น้องวินจะล้างจาน อาภพแค่ยืนรอหน่อยเดียวเองอะ” แต่ไม่วายมือเล็กก็ขยันคว้าจับชายเสื้อเอาไว้อีกจนได้
“ปล่อย!”
“ไม่รู้แหละจนกว่าจะล้างจานเสร็จอาภพต้องรอน้องวินก่อน”
“ธนวินท์”
“งื้อ~ ก็อาภพมาทำให้น้องวินกลัวผีก่อนนี่คับ อาภพผิดเต็มๆ เลยนะ”
“กลัวผีเหรอ!”
“อาภพอย่าพูดเื่ผีได้ไหม” ชายหนุ่มคิดในใจ’ ใครกันแน่ที่พูดเื่ผีขึ้นมาก่อน’
“หึ!ผีคงไม่น่ากลัวเท่าหน้าเธอหร่อก”
“อาภพ!” เด็กหนุ่มกำชายเสื้อติณภพแน่นด้วยความโกรธ ถึงเขาจะไม่ได้มีใบหน้าที่สวยหล่อเหมือนใครๆ แต่เขาก็ภูมิใจในใบหน้าของตัวเองที่คุณยายหรือคนในบ้านบอกว่าหน้าเขาเหมือนกับวาดจันทร์ไม่มีผิด
“น้องวินไม่เชื่อหร่อก ไม่งั่นอาภพคงไม่ชอบมอง หน้าน้องวินขนาดนี้”
“ฉันไปชอบมองหน้าเธอตอนไหน” มือใหญ่คว้าจับปลายคางมลแล้วเชิ้ตขึ้นพรางสำรวจมองอย่างอยากแกล้ง
“ก็ตอนนี้ไงคับ”
“ก็คุยกันอยู่แค่สองคนจะให้ฉันมองหน้าใครถ้าไม่ใช้หน้าเธอ”
“ไม่รู้คับ แต่หน้าน้องวินไม่ใช่ผี”
“โกรธเหรอ?”
“ไม่ได้โกรธแค่ไม่ชอบ!”
“แต่หน้าเธอไม่ได้บอกแบบนั่น”
“เื่ของวิน เอามือออกไปเลยนะ!”
“อยากให้ฉันอยู่รอเธอล้างจานใช่ไหม~” เด็กหนุ่มพลักมือติณภพออกไป แล้วพยักหน้าหงึกหยัก
“คับ” ติณภพถอนหายใจเ้าตัวเดินกลับไปยืนพิงเคาเตอร์ครัวเหมือนเดิน ธนวินท์เองก็หันกลับไปล้างจานเงียบๆ เช่นกัน ติณภพมองภาพเด็กหนุ่มยืนล้างจานอย่างเงอะง๊ะแล้วอดส่ายหน้าไม่ได้
“มานี่เดี่ยวฉันช่วย! จานแค่สองใบใจคอจะล้างให้ถึงเช้าเลยใช่ไหม” เขาพับแขนเสื้อก่อนจะเดินมายืนซ้อนหลังแล้วช่วยเด็กหนุ่มล้างน้ำสะอาด เด็กหนุ่มยืนตัวเกร็งหยุดมือตัวเอง แล้วเอียงหน้าเงยมองชายหนุ่มเพราะไม่คาดคิดกับสิ่งที่ติณภพกำลังทำพอมองก็เป็จังหวะเดียวกันกับที่คิณภพก้มลงมาพอดีเหมือนกับว่าปลายจมูกตะแตะโดนหน้าพากเขาแ่เบาเพราะตัวเขาสูงแค่อกของติณภพเท่านั่น แต่ติณภพก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ล้างจานให้เสร็จสับแล้วก็คว่ำจานลงบนที่คว่ำจานทันที มือใหญ่ล้างมือตัวเองพรางจับมือเล็กที่เปื่อนคราบน้ำยาล้างจานล้างให้ด้วยเช่นกัน ธนวินท์ก็ให้ความร่วมมืออย่างว่าง่ายแค่หากใครจะไปรู้ว่าเขาเขินติณภพจนตัวอ่อน ส่วนติณภพที่เขาต้องทำแบบนั่นเพราะเขาอยากขึ้นห้องไปนอนเต็มทีแล้วเหมือนกัน
ติณภพเดินนำตัวปลิวไปแล้วเด็กหนุ่มมองซ้ายมองขวาก่อนจะรีบตามออกไปบ้าง
“อย่าเดินเร็วนักสิคับ รอน้องวินด้วย” ธนวินท์ก้าวเร็วๆ ออกจากห้องครัวเพื่อเดินไปให้ทันติณภพ แต่เดินไปไม่ทันไรก็ชนเ้ากับแผ่นหลังหนา มือเล็กยกขึ้นมาจับปลายจมูกตัวเอง
“วินเจ็บ~”
“หึ!” ติณภพถอนหายใจเหนื่อยหน่ายหันกลับมาสังเกตใบหน้าเล็กแต่แก้มย้วยถึงแม้แสงไฟจะมืดสลั่วจากไฟดวงเล็กเพราะ่กลางคืนในบ้านจะเปิดไฟไว้แค่ไม่กี่ดวงเท่านั่น แต่ก็ยังเห็นว่าบนปลายจมูกของธนวินท์ขึ้นสีแดงระเรือจากการชนเข้ากับแผ่นหลังเขา จนเผลอยกมือขึ้นมาลูบวนให้เบาๆ คลายความเจ็บ ธนวินท์เองก็เงยหน้ามองการกระทำอ่อนโยนของชายหนุ่มไปด้วย แต่แล้วพอสบตากันเท่านั่นติณพภกลับถลึงตาใส่คนตัวเล็ก แล้วผละเดินขึ้นบันไดมาไม่รอธนวินท์เลย เด็กหนุ่มจึงวิ่งตามขึ้นมาติดๆ เ้าตัวยืนมองชายหนุ่มเดินเข้าห้องนอนไป เห็นแบบนั่นเขาก็รีบเข้าห้องนอนตัวเองที่มีเพียงพนังกั้นไปเช่นกัน
“อาภพ~” ถึงห้องก็ฟุบตัวล้มลงนอนบนเตียงทันที พรางดึงเ้าตุ๊กตาแมวสีขาวกลางเก่ากลางใหม่มากอด เ้าแมวอ้วนตัวนี้เป็ตุ๊กตาที่ติณภพเป็คนซื้อให้เขาในวันเกิด เขาก็จำไม่ได้แล้วว่าวันเกิดปีไหนรู้เพียงแต่ว่ามันนานมากๆแล้ว และเป็ของขวัญชิ้นเดียวที่เขาได้มันมาโดยที่ไม่ได้ร้องขอ เ้าตุ๊กตาตัวนี้มีชื่อว่าเ้าแมวอ้วน เขาชอบเอามันมากอดนอนทุกคืน คิดมาถึงตรงนี้ก็เคลิ้มจนหลับไป
“ก็อกๆๆๆ!!!” เสียงเคาะประตูห้องทำคนเคลิ้มหลับสะดุงตื่นกระทันหัน
“ใครคับ!” ไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่กลับได้ยินเสียงคนเคาะอีกครั้งต่อเนื่อง ขาเล็กพาตัวเองก้าวมาหน้าประตูห้อง
“ก็อกๆๆ!!”
“ใคร! ถ้าไม่ยอมบอกก็ไม่เปิดคับ”
“มาเปิดประตูเดี่ยวนี้ฉันมีเื่จะคุยกับเธอ!” เสียงเย็นๆ ที่ลอดผ่านพนังกั้นประตูเข้ามาก็รู้ได้ในทันทีเลยวว่าเป็เสียงของติณภพ ‘อาภพเหรอ อาภพมีอะไรจะคุยกับน้องวินตอนนี้เนี๊ย’
“อาภพเหรอคับ” มือเล็กจับลูกบิดประตูพรางหมุ่นเปิดล็อก