ตอนที่ 37สงครามป้ายชื่อ
ช่วงบ่ายแก่ ๆแสงแดดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มลมหายใจหอบถี่ของเหล่าสมาชิกและแขกรับเชิญดังประสานกันเมื่อทั้งสองทีมเดินทางกลับมารวมตัวกันอีกครั้งสถานที่สุดท้าย อาคารศูนย์การค้าขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโซล
สภาพของสมาชิกประจำรายการแต่ละคนในตอนนี้ดูยับเยินไม่ต่างจากเพิ่งผ่านสงครามมาอย่างโชกโชนบางคนเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนคราบอาหาร บางคนผมเผ้ายังแห้งจากการตกน้ำ
ทว่าสองสาววง NOXยังคงเปล่งประกายความสดใสออกมา
“เฮ้อ... ถามจริง ๆ เถอะ พวกเธอสองคนนี่บ้าพลังจริงๆนะ...”
สมาชิกเก๋าเกมคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมาพูดติดตลก
“พี่วิ่งจนขาจะขวิดอยู่แล้วนะ”
มิ้นหันไปสบตากับซูยอนแวบหนึ่งก่อนจะหันมาพยักหน้ารับกับรุ่นพี่ตรง ๆ
ทว่า... ยังไม่ทันได้พูดคุยกัน เสียงประกาศจากลำโพงของศูนย์การค้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับดนตรีซาวนด์เอฟเฟกต์ที่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกลับและระทึกขวัญ
ตึ่ง ตึง ตึ่ง ตึง...
[ประกาศกฎกติกาภารกิจสุดท้ายเกมเอาตัวรอดฉีกป้ายชื่อสะสมแต้มอิสรภาพ!]
เสียงเอฟดีตะโกนสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมประจำจุดมิ้นและซูยอนละสายตาจากกล้อง หันมามองหน้ากันเองโดยอัตโนมัติ
“พร้อมหรือยังครับ…!” เสียงแหบพร่าทว่าทรงพลังของพิธีกรดังผ่านไมโครโฟนเสียงดนตรีซาวนด์เอฟเฟกต์จังหวะกลองรัวหนัก ๆ ดังขึ้นคลอเบา ๆ
สายตาของสมาชิกทุกคนเปลี่ยนเป็นจริงจังทุกคนเริ่มขยับตัว ย่อเข่า และเช็กป้ายชื่อด้านหลังของตัวเองเพื่อความพร้อม
“ทีมสีแดง!” พิธีกรประกาศเสียงกร้าว
“ทีมสีน้ำเงิน!” มิ้นก้าวขาออกมาข้างหน้า
ความเงียบเข้าปกคลุมสลับกับเสียงกลองที่ทวีความรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ สองสาวสบตากันผ่านความสลัว...
ปี๊ด————!!!!
ทันทีที่เสียงประกาศเริ่มเกมระเบิดขึ้นจากลำโพงสมาชิกทุกคนต่างแยกย้ายกันวิ่งหลบซ่อนและกระจายกำลังไปตามมุมของศูนย์การค้า
มิ้นในฐานะหัวหน้าทีมสีฟ้า และซูยอนหัวหน้าทีมสีแดงต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศเพื่อนำทัพ
ทว่ายังไม่ทันถึงสองนาทีด้วยซ้ำความเปิ่นและใจร้อนของน้องเล็กทีมสีแดงก็แผลงฤทธิ์
เมื่อซูยอนที่กำลังย่องหาที่ซ่อนชะงักฝีเท้าลงก่อนจะเผลอร้องอุทานเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ เมื่อหันไปเผชิญหน้ากับหัวหน้าทีมตรงข้ามเข้าอย่างจัง
“อ๊ะ! พี่มิ้น! หนูเจอพี่มิ้นแล้ว!!”
เสียงอันทรงพลังของเด็กสาวดังสะท้อนก้องส่งผลให้สมาชิกทีมสีฟ้าของมิ้นอีกสองคนที่ซ่อนอยู่ใกล้ ๆ หันขวับมามองพร้อมกันแววตาของผู้ล่าเบิกกว้างขึ้นทันที
“เจอหัวหน้าทีมสีแดงแล้ว!!ล้อมไว้เลย!”
“กรี๊ดดด! วิ่งงงงงง!!”
ซูยอนกรีดร้องลั่นสับฝีเท้าหนีแบบไม่คิดชีวิตโดยมีมิ้นและลูกทีมสีฟ้าวิ่งไล่กวดตามมาติด ๆ
พวกเธอวิ่งไล่จับและวิ่งวนไปวนมารอบร้านค้าสลับกับราวตากผ้าอยู่หลายนาทีราวกับทอมแอนด์เจอร์รี่เป็นภาพที่อลหม่าน วุ่นวาย และน่าเอ็นดู สมาชิกคนอื่น ๆที่แอบดูอยู่ทางจอมอนิเตอร์ถึงกับหลุดหัวเราะท้องแข็ง
“ฮ่า ๆ ๆ!นี่พวกเธอมาแข่งเกมฉีกป้ายชื่อ หรือมาวิ่งไล่จับกันแน่เนี่ย!”
สุดท้ายแล้วแม้ซูยอนจะใช้ความคล่องตัวพยายามเอี้ยวตัวหลบซ้ายทีขวาทีแต่ก็ต้านทานความเก๋าเกมของรุ่นพี่ทีมสีน้ำเงินที่เข้ามาช่วยมิ้นล้อมกรอบไว้ไม่ไหวเสียงผ้าใบฉีกขาดดัง
แคว้ก!
ป้ายชื่อสีแดงของซูยอนถูกมือของมิ้นฉีกหลุดออกในที่สุด
“ซูยอน... เอาท์! ซูยอน... เอาท์!”
ถึงแม้ซูยอนจะพ่ายแพ้ไปก่อน แต่ทีมสีฟ้าของมิ้นกลับโดนตลบหลังพ่ายแพ้ตามไปในเวลาไม่นาน
เสียงหัวเราะสดใส รอยยิ้มใสซื่อและพลังงานบวกที่ระเบิดออกมาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยของสองสาววง NOXทำให้ทีมงานตากล้องและโปรดิวเซอร์ที่อยู่หลังกล้อง ยังอดยิ้มตามและหัวเราะไปกับความน่ารักของพวกเธอไม่ได้
และเมื่อเสียงสัญญาณสั่งคัทครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลงบรรยากาศในกองถ่ายก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น สมาชิก รันนิ่ง แมนหลายคนเดินเข้ามาตบไหล่ให้กำลังใจทั้งสอง
...
ที่มุมมืดถัดจากเต็นท์มอนิเตอร์ของผู้บริหารชายร่างอ้วนท้วมพุงพลุ้ยหนาเตอะในชุดสูทราคาแพง กำลังยืนกอดอกพิงเกาอี้ เขาคือ ประธานคิมคิม ซอกจิน นายทุนใหญ่ผู้ร่วมก่อตั้งของรายการรันนิ่งแมน
ดวงตาเล็กหยีที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบแว่นหนาจ้องมองตามแผ่นหลังและรอยยิ้มอันสดใสของซูยอนที่กำลังก้มกราบขอบคุณทีมงานอย่างใสซื่อ
ลำคอหนาอวบของชายวัยกลางคนขยับกลืนน้ำลายลงคอมุมปากอวบอิ่มอ้าค้างน้อย ๆ จนแทบจะมีน้ำลายไหลซึมออกมา
คิม ซอกจิน ยกมือขึ้นลูบคางอวบของตัวเองช้าๆ ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือคล้ายคนโรคจิต
“ซูยอน... เด็กน้อย... นับวันเธอยิ่งสวยขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ”
เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยพลางจินตนาการถึงร่างบอบบางที่เปียกปอนจากเกมน้ำเมื่อเช้า ยิ่งคิดความกระหายยิ่งปะทุ
ชายร่างอ้วนท้วมหัวเราะในลำคอเบาๆ ราวกับกุมชัยชนะไว้ในมือ