
เครดิตภาพจาก https://www.wallpaperflare.com
มาวินนั่งเล่นด้วยความตั้งใจอยู่ครึ่งชั่วโมงด้วยทักษะที่เป็นเลิศ จึงทำให้เคลียร์ฉากนอร์มังดีได้อย่างง่ายดายหาดกว้างใหญ่ตกเป็นของพันธมิตรโดยสมบูรณ์ เขาจึงวางมือจากเกม แล้วหันมาถามเด็กสาว
“ว่าไง ลองเล่นหน่อยมั้ย บางที เธออาจติดใจ ”
“ไม่เอา มันดูโหดร้ายเกินไป ไม่เข้าใจเลยว่าเธอชอบมันได้ยังไง ”อากิเนะรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วถอยกรูดติดผนัง มาวินจึงขบขันเล็กน้อย พร้อมตอบกลับด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
“ฮะๆ นั่นก็เพราะพวกเราล้วนมีด้านมืดในตัวเอง การเก็บกดเอาไว้นานๆ ไม่เป็นผลดีด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงสร้างเกมจำลองขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้ปลดปล่อย ”
“อืม……งั้นก็หมายความว่าคนที่นี่สร้างเจ้าสิ่งนี้เพื่อให้ทุกคนได้ปล่อยสันดานดิบ จะได้เกิดความสมดุลทางจิตใจ โดยที่สังคมไม่เกิดความเสียหายเพราะมันเป็นแค่โลกจำลอง เราเข้าใจถูกต้องมั้ย ” อากิเนะขบคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงถามกลับ
“แม่นแล้ว แต่ถึงกระนั้น ก็จำเป็นต้องกำหนดเรตของเกมให้ดีๆเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆได้เสพความรุนแรงก่อนวัยอันสมควรเพราะพวกเขายังไม่มีวิจารณญาณที่จะแยกแยะดีชั่ว ” มาวินอธิบายยืดยาวราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ นานทีปีหน เขาก็มีสาระเหมือนกัน
“อืม…..เป็นอย่างนี้นี่เอง” แม้อากิเนะจะไม่รู้ว่าคำว่าเรตคืออะไรแต่ก็พอคาดเดาได้ว่ามันน่าจะเป็นการกำหนดอายุของผู้เล่น
หลังจากนั้น ก็เกิดเดดแอร์ชั่วขณะเพราะทั้งสองฝ่ายไม่มีอะไรจะพูดคุย โอกาสทองจึงตกเป็นของอากิเนะเธอเตรียมเปิดประเด็นที่เฝ้ารอมาอย่างยาวนาน
“ดีล่ะ เรารีบบอกความจริงกับนายหน้าลิงดีกว่า จะได้ออกจากโลกแห่งจิตใจซักที ”(น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว)
ขณะที่อากิเนะกำลังอ้าปากจันก็เดินเข้ามา พร้อมเสียงร้องเรียกที่ดูสดใส
"ไง รอนานมั้ย ชั้นทำอาหารเสร็จแล้ว มากินข้าวกันเถอะ "
สองหนุ่มสาวต่างวัยหันมามองเป็นตาเดียวจึงพบกับจัน ซึ่งบัดนี้ ได้ถือถาดใหญ่ที่บรรจุถ้วยชามหลายใบ เธอวางมันลงบนโต๊ะเลยรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นคืออาหารหลากหลายประเภท
"เอ๊ะ นี่มันคืออะไร เราไม่เคยเห็นอาหารแบบนี้มาก่อน สีสันดูฉูดฉาดมาก "อากิเนะตะลึงไปหลายอึดใจ เพราะสถานที่ๆจากมา ไม่มีลาบ กะเพราหมูสับหรือต้มยำกุ้งให้ลิ้มลอง
แม้ท่าทางของอากิเนะจะดูประหลาดแต่มาวินไม่สนใจ เขาตรงเข้าไปสวาปามโดยพลันด้วยทุกสิ่งที่อยู่บนโต๊ะเป็นอาหารที่แสนโปรดปราน
"ว้าว.....มีแต่ของชอบทั้งนั้นเลยช่างรู้ใจซะจริงๆ เมียใครนา....."
"พูดมากเกินไปแล้ว ตานี่ " จันหันมาเขกหัวของมาวินเบาๆแต่ใบหน้าเรียวแอบแดงเล็กน้อย ไม่นาน เธอก็สังเกตเห็นท่าทางที่ดูผิดปกติของอากิเนะจึงถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
"หนูเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมถึงดูตื่นแบบนั้น กินซะสิ พี่ทำมาเผื่อเธอด้วยนะ "
น้ำเสียงอ่อนโยนของจันช่วยทำให้อากิเนะตื่นจากภวังค์เธอจึงพยายามยามปรับท่าทีให้สงบ ก่อนตอบกลับอย่างสุภาพ
"เอ่อ ค่ะ ได้ค่ะ จะรับประทานแล้วนะคะ "
แม้จะรำคาญในความสุภาพที่เวอร์เกินเหตุแต่มาวินก็ยังมีน้ำใจที่จะยื่นจากข้าวให้อากิเนะ พร้อมร้องบอกเสียงขุ่น
"เอ้า นี่ ยัยกระต่ายน้อย ขืนชักช้า ชั้นแย่งกินหมดไม่รู้ด้วยนะ "
"อะ.....อื้อ "อากิเนะรับมาแบบงงๆ ดูเหมือนเธอจะเข้าสู่ภาวะตกกระไดพลอยโจน
พออากิเนะรับจานข้าวและอุปกรณ์ตักอาหารมาเธอก็ถือมันแบบมึนๆ เพราะตั้งแต่เกิดมา เด็กสาวไม่เคยเห็นช้อนมาก่อนจึงจับไม่ถูกด้าน ทำให้จันรู้สึกขบขัน เพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นตลก
"ฮะ ฮะ ฮะ เธอนี่ตลกจัง มิน่าถึงเข้ากับนายวินได้ "
"เฮ้ๆ เธอพูดแบบนี้ได้ไง ชั้นไม่ใช่จำอวดนะ " มาวินเริ่มเถียง แต่พอเห็นภรรยาจอมโหดทำตาเขียวใส่เขาก็หันไปกินข้าวต่อ
"จ้าๆ จะพูดยังไงก็ได้ ชั้นไม่กล้าหือหรอก "
"ดีมาก อย่าให้พูดเยอะ เดี๋ยวมือมันจะกระตุกไปฟาดหน้าของนายอีก "จันข่มคู่ชีวิตจอมทะเล้นอีกหนึ่งดอก ก่อนหันไปสอนอากินะให้จับช้อน
"นี่น้องกระต่ายน้อย คนไทยถือช้อนกันแบบนี้ พวกเราใช้มันตักอาหาร เข้าใจมั้ย "
"อ่า ค่ะๆ " อากิเนะรับคำรัวเร็ว เธอดูเคาะเขินพอสมควรเพราะนอกจากอายเหลือประมาณ ยังประหม่าต่อท่าทีที่ดูอบอุ่นของจัน จึงแอบขบคิดอยู่ในใจ
"เพราะคุณจันอ่อนโยนแบบนี้นี่เอง นายลิงถึงรักเธอจนหมดใจ "
อากิเนะเริ่มสับสน แม้จะรู้สึกดีกับจันแต่อีกใจก็แอบเร่าร้อน มันเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอกพร้อมความคิดด้านลบที่ไม่เคยปรากฏกับเธอมาก่อน
"แต่เราเองก็ดีได้เท่าๆกับจัน ไม่สิ เราต้องดีกว่านั้น เพื่อจะได้..... "
ขณะที่หัวใจของเด็กสาวกำลังหลงเข้าไปในห้วงเหวแห่งความอิจฉาเธอก็ต้องตื่นจากภวังค์ เมื่อสัมผัสกับรสชาติของอาหาร
"ว้าย......ทำไมแสบลิ้นแบบนี้" อากิเนะทิ้งช้อนลงบนจาน พร้อมอ้าปากกว้างเพื่อปล่อยให้ลมเย็นปะทะลิ้นบางที่ยื่นออกมา หวังให้บรรเทาอาการทรมานที่บังเกิด
ทั้งมาวินและจันหันมามองเป็นตาเดียวพวกเขารู้ทันทีว่าเด็กสาวตรงหน้า กินเผ็ดไม่ได้ ภรรยาสาวหน้าคมจึงเข้ามาขอโทษ
"ขอโทษนะ สาวน้อย ชั้นไม่รู้จริงๆว่าเธอกินเผ็ดไม่ได้ รู้งี้ น่าจะถามก่อนทำอาหาร" จันพูดจบ เธอก็ยื่นแก้วน้ำใส่น้ำแข็งให้
"ขอบคุณค่ะ " อากิเนะรับแก้วน้ำมาโดยเร็ว แล้วยกขึ้นดื่ม เพื่อสลายความเผ็ดที่เกาะกุมปลายลิ้น
"อ่า...ไม่เป็นไรค่อยๆดื่มนะ เดี๋ยวจะสำลักน้ำ " จันปลอบประโลม สีหน้าดูเป็นห่วงและสำนึกผิดส่วนมาวินได้แต่ส่ายหัวไปมา แต่ไม่ได้หัวเราะเยาะอย่างที่เคยเพราะรู้สึกว่าอากิเนะน่าจะทุกข์ทรมานจริงๆ กระนั้นก็ยังแอบบ่นนิดๆ
"เฮ้อ......ถ้ารู้ว่ากินเผ็ดไม่ได้ก็น่าจะบอกกันก่อน นี่คงไปสวาปามพริกสดในต้มยำกุ้งเข้าไปเต็มๆเลยล่ะสิถึงได้กระอักแบบนี้ "
"นายอย่าพูดมากน่า เงียบปาก แล้วก้มหน้าก้มตากินไปซะ " จันหันไปเอ็ดสามีในไส้จากนั้นก็ปลอบเด็กสาวผู้เคราะห์ร้าย
"เอาล่ะ ในเมื่อเธอกินเผ็ดไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวชั้นจะทำข้าวผัดให้กินเองรอซักครู่นะ "
แต่ก่อนที่จันจะลุกไปที่ห้องครัวอากิเนะก็รีบร้องห้าม
"ไม่เป็นไรค่ะ เอ่อ....อันที่จริงหนูจะบอกว่า......หนูไม่ชอบกินข้าวเย็น ดังนั้นพี่จันไปต้องทำอาหารก็ได้ " เด็กสาวพูดจบ ก็โค้งคำนับอีกหลายตลบทำให้สองผัวเมียนึกเอ็นดู
"เอ่อ....เรียกพี่น่ะโอเคแล้ว แต่หนูไม่ต้องโค้งคำนับขนาดนั้นก็ได้ ที่นี่คือเมืองไทยพวกเราไม่ได้นิยมแบบนั้น " จันตักเตือน เธอโคลงศีรษะไปมา
"ปัทโธ่ ยัยจัน เธอจะไปต่อว่ายัยกระต่ายน้อยทำไม บางทีเด็กนี่อาจชอบดูหนังพีเรียดญี่ปุ่นก็ได้ เพราะก็อปท่ามาซะเหมือนเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า" มาวินเริ่มหัวเราะร่า เขาช่างเป็นคนที่ร่าเริงเสียเหลือเกิน
"ฮะ ฮะ ฮะ นายก็พูดเกินไป " แม้จันจะต่อว่า แต่เธอก็หัวเราะเบาๆทำให้ใบหน้าคมดูสวยขึ้นเป็นกอง
อากิเนะรู้สึกถึงบรรยากาศที่แสนอบอุ่นทำให้รู้ว่าความฝันของมาวินนั้นวิเศษขนาดไหนนายลิงตัวดีไม่ได้ต้องการเงินทองหรือชื่อเสียง เพราะแค่ใช้ชีวิตติดดินและได้อยู่กับคนที่รักมันก็เป็นความสุขที่ไม่มีอะไรมาแลกได้ ถึงอย่างนั้น เธอก็จำใจต้องบอกความจริง
"แม้จะดูโหดร้าย แต่เราต้องหาทางดึงนายลิงกลับสู่โลกจริงให้ได้ "
วงกับข้าวที่แสนสุขดำเนินไปอีกชั่วโมงเศษแม้จันและมาวินจะดูเป็นไม้เบื่อไม้เมากันแต่อากิเนะก็สัมผัสได้ถึงความรักบริสุทธิ์ที่ต่างฝ่ายมีให้กันอย่างชัดเจนใบหน้าจึงเริ่มร้อนผ่าว เพราะความริษยา แต่พอสำนึกดีๆกลับคืนก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกผิด
" อืม....รักกันเสียจริงๆ แยกกันบ้างก็ได้ เอ๊ะ ไม่สิ นายลิงกำลังมีความสุขเราคิดแบบนั้นได้ยังไง "
ยิ่งคิด อากิเนะก็ยิ่งสับสนเพราะเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ด้วยอยู่ในดินแดนที่ผู้คนล้วนดีงามและซื่อตรงแต่ไม่ทันได้ข้อสรุป นายลิงตัวดีก็ลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวขอตัว
"ฮ้า.....อิ่มจังเลยขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ ยัยกระต่ายคุยกับจันไปก่อน จะได้ไม่เหงา ส่วนเธออย่าดุเด็กนักล่ะ เดี๋ยวจะกลัวจนหัวหดไปซะเปล่าๆ " มาวินพูดจบก็หันไปจิกกัดเมียรักซะหนึ่งดอก ซึ่งเธอก็ตอบกลับอย่างเผ็ดมันไม่แพ้กัน
"ไม่ต้องพูดมาก รีบไปอาบน้ำซะ เหม็นกลิ่นตัวจะแย่แล้ว สกั๊งค์เน่ายังหอมกว่านายเลย" จันพูดจบ เธอก็แสร้งทำจมูกย่น ทำให้สาวสวยคมดูน่ารักขึ้นเป็นกอง
" ฮะ ฮะ ฮะ โอเค ไปแล้ว เถียงไม่เคยชนะซักที" มาวินพูดจบ ก็เดินจากไป พร้อมเสียงหัวเราะ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
