เป็นยอดยุทธด้วยระบบ

    ระบบยอดยุทธตอนที่ 31

            สัตว์พิทักษ์เล่าเรื่องราวที่ผ่านมา ให้หลินฝานฟังทั้งหมดตั้งแต่ที่โลกเดิมของมันและโลกที่มีสัตว์อสูรเป็นผู้ปกครองและยึดดินแดนของมนุษย์ในตอนนี้อีกด้วย


            “เอาละ หากเป็นอย่างที่เจ้าว่ามานั้น แสดงว่าสัตว์อสูรอย่างพวกเจ้าจะมี 2 ฝ่ายอย่างงั้นรึ แล้วเจ้าเป็นฝ่ายไหนละ” หลินฝานกล่าวถามออกมา


            “ข้าเป็นฝ่ายสงบ ที่ไม่ต้องการสงครามเพียงแต่โลกที่ข้าอาศัยอยู่นั้น กับถูกมนุษย์อย่างพวกเจ้า เข้ามาล่าสังหารสัตว์อสูรไปมากมาย ทำให้พวกเราต้องหนีมาที่โลกแห่งนี้ และเพื่อยึดครองเป็นดินแดนของสัตว์อสูรเพื่อสืบสายพันธุ์ของพวกเราต่อไป” สัตว์อสูรกล่าวออกมา


            “หากเป็นอย่างที่เจ้ากล่าวมา ข้านั้นมีข้อเสนอ หากพวกเจ้ายอมจำนน พวกข้าจะยกดินแดน ไม่สิ ให้พวกเจ้าอาศัยอยู่ร่วมกันก็ได้เพียงแต่ ไม่ให้พวกเจ้าทำร้าย มนุษย์ก็เท่านั้น” หลินฝานกล่าวออกมา เพราะเขาต้องการความสงบ หากมีคลื่นอสูรมาอีกครั้งเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะสามารถปิดรอยแยกมิติทันหรือไม่


            “เจ้ากล่าวอะไรออกมา เจ้ารู้หรือไม่” สัตว์พิทักษ์กล่าวออกมา เนื่องจากมันไม่พบจิตสังหารจากหลินฝานเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่พบหน้ากับหลินฝานมันก็ไม่เคยเห็นคนที่แข็งแกร่งยอมเสวนากับสัตว์อสูรนอกจากต้องการสังหารพวกมันเท่านั้น


            “ข้ารู้ตัวดีว่ากล่าวอะไรออกมา เจ้าล่ะจะตกลงหรือไม่ข้าสามารถเป็นตัวแทนของโลกนี้ในการตัดสินใจได้หากเจ้ายอมจำนนและทำตามที่ข้าบอกไป” หลินฝานกล่าวออกมาแต่การตัดสินใจของหลินฝานนั้นเป็นเพียงการตัดสินใจของเขาคนเดียวเท่านั้น หากคนอื่นไม่เห็นด้วยหลินฝานคิดจะใช้กำลังบังคับก็จบๆ ไป


            “โลกที่สัตว์อสูรและมนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างงั้นรึ เจ้าฝันไปหรืออย่างไร” สัตว์พิทักษ์กล่าวออกมา


            “เจ้าคิดว่าเป็นไปไม่ได้หรือว่าอย่างไร มันไม่มีอะไรเสียหายนิ อีกอย่างโลกของเจ้ากำลังโดนบุกรุก ข้าก็แค้ให้ที่อยู่อาศัยกับเจ้า เพียงแต่ไม่ได้ให้อยู่ฟรี ๆ หรอกนะเจ้าต้องทำงานเพื่อรับมันไป” หลินฝานกล่าวออกมา


            “ถ้าหาก เจ้ายอมรับข้อเสนอของข้าก็ตามข้าออกมาเพื่อขอโทษชาวบ้านที่ตกใจกลัวในสิ่งที่เจ้ากระทำลงไป” หลินฝานกล่าวออกมาและบินออกมาจากป่าในทันทีเพื่อไปยังเขตที่ 10


            “ข้าจะยอมไว้ใจเจ้าสักครั้ง” สัตว์พิทักษ์กล่าวออกมาและบินตามหลินฝานไปในทันที

    เพียงไม่นานหลินฝานก็ปรากฏตัวที่กำแพงเขต พบว่ากำแพงเขตนั้นไม่ถูกทำลายมีเพียงร่องรอยของการทุบเท่านั้น ส่นสัตว์อสูรที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น กับนั่งลงอย่างไม่มีที่ไปที่มี


            “คุณหลิน ไม่ทราบว่าเหตุที่สัตว์อสูรพวกนี้หยุดโจมตีพวกเรา ท่านสามารถทำลายรอดแยกมิติสำเร็จอย่างงั้นรึ” นักล่าตนหนึ่งกล่าวออกมา


            “ใช่แล้วละ ข้าปิดรอยแยกมิติไปแล้ว หัวหน้าเขตอยู่ไหน ข้ามีเรื่อง ต้องกล่าวกับเขา” หลินฝานกล่าวออกมา

    แต่เพียงไม่นาน สัตว์อสูรพิทักษ์ก็ปรากฏตัวออกมา ขนาดตัวของมันนั้นใหญ่มาก ทำให้ชาวบ้านและนักล่าที่มองเห็น หวาดกลัวในทันที


            “ท่านหลิน นั้นสัตว์อสูรกำลังจะโจมตีพวกเราแล้ว” นักล่าระดับ A ที่กำลังหวาดกลัวกล่าวออกมา

    หลินฝานที่หันหลังไปมอง และยิ้มออกมาในทันที


            “ไม่ต้องกลัวไป เจ้านั้นเป็นสัตว์อสูรที่มีสติปัญญา แตกต่างจากเจ้าอสูรพวกนี้ รีบๆ ไปตามหัวหน้าเขตมาได้แล้ว”


            “ข้าอยู่นี้ เจ้ามีอะไรจะกล่าวกับข้าอย่างงั้นรึ” หัวหน้าเขตที่ปรากฏตัวออกมา เนื่องจากมีคนไปแจ้งเรื่องสัตว์อสูรขนาดใหญ่ปรากฏตัวออกมา ทำให้เขานั้นรีบออกมาเพื่อป้องกันกำแพงเขตในทันที


            “เขตที่ 10 มีคนเสียชีวิตหรือไม่” หลินฝานกล่าวถามออกมา เพราะหากมีคนเสียชีวิตละก็เรื่องที่เขาหวังจะยากไปอีก


            “ไม่มีใครเสียชีวิต มีแต่บาดเจ็บแต่ได้ยาของเจ้าก็หายได้อย่างง่ายได้ มีเพียงความเหนื่อยล้าเท่านั้นในตอนนี้” หัวหน้าเขตชิงเทียนกล่าวออกมา

            “โอ๋ว แบบนั้นก็ดีเรื่องนี้จะได้ง่ายหน่อย ข้าได้ยื่นข้อเสนอให้กับสัตว์อสูรตัวนี้ เพื่อให้มันยอมจำนน ข้าจะให้สัตว์อสูรนั้นอาศัยกับพวกเราที่เขตที่ 10 ท่านมีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง” หลินฝานกล่าวออกมา


            “ห่ะ X 1000”


            “นี้เจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร สัตว์อสูรพวกนั้นมันจะสังหารพวกเรานะ” หัวหน้าเขตกล่าวออกมาและหันไปมองรอบๆ ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย

            “ก็นั้นละที่ข้าถามไปว่ามีคนเสียชีวิตหรือไม่ เขตของเราไม่มีคนเสียชีวิต หากรับพวกสัตว์อสูรเข้ามา อนาคตพวกเราก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก หรือแม้แต่บุกไปยังโลกใบอื่นแทนที่จะรอให้พวกมันบุกมาที่เรา”


            หลินฝานกล่าวออกมา และหันไปมองมังกรไฟ ที่บินอยู่ห่าง ๆ


            “เจ้าว่าอะไรนะ เรื่องนี้พวกเราต้องประชุมกันก่อน ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้” หัวหน้าเขตกล่าวออกมา