สิ่งที่อาวุธมังกรมอบให้
เมื่อการประลองจบลงพิธีมอบรางวัลก็เริ่มขึ้นในหอประชุมใหญ่ของเซนเทียน่ามารีอาร์การตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามมีไว้เพื่อให้สมเกียรติแก่ผู้ชนะในการประลองที่แสนหฤโหดนี้
ดาร์ชิกทูตแห่งแคว้นบาร์เรมบูที่มาเยือนแคว้นเซนเทียน่าและได้มีโอกาสเข้าชมการประลองอย่างดุเดือดของเหล่าเด็กปีหนึ่งจำใจจะต้องยอมมอบของสำคัญของเขาให้แก่ผู้ชนะตามที่ได้ตกลงไว้เพราะความอวดเบ่งอำนาจบารมีจนเกินงามและความคิดน้อยที่ตกปากรับคำไปโดยที่ไม่ได้คิดว่าทรีบาสจะบีบให้เขามอบรางวัลอันแสนสำคัญของแคว้นที่เขาขโมยมาไว้ติดตัวแก่ผู้ชนะในการประลอง
แต่ก็ยังพอให้ใจชื้นอยู่บ้างที่คนที่ชนะการประลองคือเด็กที่เขาหมายตาและได้ทำข้อตกลงกันไว้ว่าจะไม่ให้เด็กมนุษย์ชนะแล้วให้ปลดเธอจากการเดินทางเสียเพราะไม่อยากให้เชื้อพันธุ์โสมมไปเหยียบย่างยังดินแดนที่รักของตน
แต่ถึงแม้เด็กมนุษย์จะตกรอบไปแผนการที่วางไว้ก็ไม่ดั่งใจไปเสียทุกอย่างนั่นเพราะทรีบาส ล่วงรู้การกระทำและแผนการของเขาจนหมดสิ้นหากขัดขืนไม่ทำตามที่ตกลงเรื่องการขโมยและปล้นอาวุธมังกรโดยใช้อาภรณ์แยกวิญญาณนี้คงเข้าหูถึงลอร์ดผู้ครองแคว้นบาร์เรมบูโทษของเขาคงไม่พ้นเนรเทศไม่ให้เข้าแคว้นใดหรืออาจถูกประหาร
“ยินดีกับผู้ชนะของเราในวันนี้ด้วยปีหนึ่งปีนี้แสดงให้ได้เห็นแล้วว่าพวกเธอคู่ควรที่จะได้ไปเรียนรู้และท่องโลกกว้างใหญ่ของโลกเซนเทียนี่เป็นหนังสือผ่านแคว้นของนักเรียนปีหนึ่งทุกคนจะได้รับซึ่งท่านทูตมอบมันให้เป็นพิเศษเพื่อผ่านเข้าแคว้นบาร์เรมบู” ทรีบาสชูแผ่นหนังเล็ก ๆ ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นป้ายผ่านทางแก่เด็กปีหนึ่งทุกคนให้ได้เห็นว่าดาร์ชิกจะเซ็นรับรองทุกฉบับอย่างไม่บิดพลิ้วเด็ก ๆต่างฮือฮาและมองว่าการกระทำเช่นนี้ของดาร์ชิกนั้นช่างรักษาคำพูดและมีน้ำใจยิ่ง
“ต่อไป ก็เป็นการมอบรางวัลใหญ่แก่ผู้ชนะของเราอาภรณ์แยกวิญญาณ ฉันขอประกาศในที่นี้ว่าผู้ที่ได้ครอบครองมันนั้นมีสิทธิ์โดยชอบธรรมเมื่อถูกมอบให้แล้วจะไม่มีใครสามารถขโมยมันไปได้อีก ฉะนั้นหากใครในที่นี้คิดไม่ดีก็อย่าได้หวังว่าจะขโมยมันไปจากฮาร์มได้” ทรีบาสกำชับเพราะของวิเศษเช่นนี้ต้องมีคนอยากได้เป็นจำนวนมากแน่ และเด็กชายผู้ชนะ อาจจะถูกหมายตาเพื่อแย่งชิงสิ่งสำคัญจึงประกาศปรามเอาไว้ก่อน
เสียงฮือฮาอีกระรอกดังไปทั่วบริเวณดาร์ชิกได้แต่นั่งกัดฟันข่มอารมณ์โกรธกรุ่นที่ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะจะหนีไปมังกรของเขาก็ถูกคุมขังไว้เสียแล้ว
“จะดีหรือขอรับท่านถ้าให้มันไปมีหวังท่านอาจจะบาดเจ็บหนักได้” คนสนิทของดาร์ชิกยื่นหน้ามากระซิบข้างหู
“คงไม่หรอกผู้ครอบครองอาวุธมังกรที่เรามีตายกันไปหมดแล้วนี่ที่ทำพิธีลืมเจ้าของเดิมก็อยู่ในอาณัติไม่ไปไหนแน่ อีกอย่างเด็กนั่นเป็นผู้ชนะเราอาจจะตกลงให้มันนำมาคืนภายหลังได้” ดาร์ชิกหันไปบอกลูกน้องคนสนิทเพราะเขาเองก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องอาวุธมังกรที่เคยปล้นมาจะกลับมาทำร้ายตัวเพราะไม่มีอำนาจควบคุมเสียแล้ว
“เชิญท่านดาร์ชิกมอบรางวัล” อีรอสเอ่ยเรียกคนที่นั่งนิ่งอยู่ไม่ยอมเดินลงมาด้านล่างเพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะจนในที่สุดเขาก็ต้องลุกมาจากที่นั่งเพื่อมอบรางวัลให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อสายตาทุกคนมองมาอย่างจับจ้องรอคอย
สภาพของร่างเด็กชายที่เดินผ่านฝูงชนในห้องโถงหอประชุมเพื่อมารับรางวัลเรียกเสียงซุบซิบนินทาดังไปทั่ว เสื้อผ้าขาดวิ่น บาดแผลตามตัวรอยเปื้อนเลือดดำแดงเปรอะอยู่เต็มจนทุกคนจ้องมองเป็นตาเดียวกันเพราะไม่คิดว่าการต่อสู้ในสนามจะส่งผลรุนแรงจนสภาพผู้ชนะเป็นเช่นนี้
“ยินดีด้วยนะ ที่เธอเป็นผู้ชนะ” ดาร์ชิกแย้มยิ้มแสร้งยินดีเมื่อร่างผู้ชนะมายืนอยู่ตรงหน้า
“ขอรับ” ฮาร์มตอบน้ำเสียงราบเรียบดาร์ชิกคว้ามือเด็กชายมาจับ ก่อนแมลงอาภรณ์จะโผบินเข้าหลอมรวมเป็นลักษณะคล้ายชุดเกาะแนบเนื้อสีดำสนิทบนร่างของผู้ชนะ
“มันเปลี่ยนไปตามสีของเลือดผู้ครอบครองมัน” ดาร์ชิกยกยิ้มอย่างฝืดฝืนเมื่อสิ่งมีค่าหลุดมือไปเสียแล้ว
“เจ้าจะยอมไปกับข้าหรือไม่แม้เจ้าจะทำให้เด็กนั่นพ่ายแพ้อย่างหมดรูปไม่ได้แต่ข้าก็ยังต้องการคนเช่นเจ้าอยู่นะ” ดาร์ชิกทำทีเป็นสำรวจความเรียบร้อยก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเด็กชายอย่างแผ่วเบา
“คงไม่ได้ขอรับ เพราะเนย่าคือผู้ฟูมฟักกระผมเรื่องนี้เหมือนท่านจะรู้อยู่แล้ว” ฮาร์มกระซิบตอบ
“งั้นเจ้าจะคืนอาภรณ์ให้แก่ข้าได้หรือไม่” เมื่อคนตรงหน้ารู้ความจริงอยู่แล้วเขาก็คงไม่ต้องปิดบังจุดประสงค์ว่าแท้จริงที่เขาอยากได้ตอนนี้คืออะไร
“ท่านขอรับกระผมไม่เคยพูดว่าจะคืนอะไรให้” ฮาร์มตอบนิ่ง ๆ พร้อมกับถอยออกมาหนึ่งก้าวทำทีเหมือนว่าคำนับ
“นี่เจ้า” ดาร์ชิกถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นทีว่าเขาจะไม่ได้อาภรณ์คืน
“ที่นี่คนเยอะนะขอรับ ค่ำคืนนี้ขอให้สนุกกับผลที่ตามมา” ฮาร์มเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะก้าวฝ่าฝูงชนออกไปทันทีโดยไม่สนใจพิธีอื่น ๆ หรือคำเยินยอใด ๆ
“แก ไอ้เด็กบ้านี่” มีเพียงดาร์ชิกที่เข่นเขี้ยวเขี้ยวฟันอย่างนึกเสียดายอาภรณ์แยกวิญญาณจนแทบจะคุมสติไม่อยู่
จุดหมายปลายทางที่เท้าของฮาร์มจะพาไป นั่นคือโถงทางเดินที่มีประตูเชื่อมเข้าสู่หอคอยสีน้ำเงินร่างของฮาร์มปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนที่มารวมกันดูอาการของเด็กมนุษย์ที่บางครั้งก็หยุดหายใจเป็นพัก ๆ แล้วก็กลับมาหายใจอีกเป็นเช่นนี้ตลอดหลังจากพากลับมารักษาตัวและดูเหมือนว่าอาการจะยังไม่ดีขึ้นเลยแม้จะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม
“ถ้าเจ้าไม่ทำเช่นนั้นท่านเนย่าจะไม่เป็นแบบนี้” บาร์รามกระชากคอเสื้อคนที่เพิ่งมาจนตัวลอยจากพื้น
“ปล่อยเขา บาร์ราม” เซนดรินปราดเข้ามาแกะมือของบาร์รามที่กระชากคอเสื้อฮาร์มอยู่
“ปล่อยฮาร์มเถอะค่ะเนย่าคงไม่สบายใจถ้ารู้ว่าคุณบาร์รามทำแบบนี้กับมังกรของเธอ” รินรินเข้ามาห้ามบ้างพร้อมกับดึงแขนบาร์รามเอาไว้เธอไม่เคยเห็นบาร์รามโกรธจนขาดสติมาก่อน
“บาร์รามข้าขอร้อง” รีสเป็นอีกคนที่เข้ามาห้ามปราม
“เจ้าก็เป็นพวกมัน” บาร์รามตวัดสายตากลับมาหาคนมีหูอย่างเดือดดาล
“เราต่างก็เป็นอาวุธประทับร่างส่วนหนึ่งในร่างกายพวกเรามาจากมังกรที่เนย่าเป็นผู้ฟูมฟักทำไมเราถึงทะเลาะกันเล่าเพียงเพราะต่างฝ่ายต่างมาจากเปลือกไข่คนล่ะใบเช่นนั้นรึ” เฟย์รินเดินเข้ามาห้ามศึกพร้อมกับผลักบาร์รามออกไปจนติดผนัง
“เจ้ายอมเป็นอาวุธประทับตั้งแต่เมื่อไร” บาร์รามสงสัยในคำพูดเฟย์ริน จึงหันไปถามคนที่พูดคำว่าพวกเราได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
“เออ เมื่อไรก็ช่างเถอะ เหลือแต่เวย์นาสแล้วล่ะพวกเราสี่คนถึงจะเป็นอาวุธที่สมบูรณ์” เฟย์รินกำลังพูดถึงผู้ปกปักทิศตะวันตกที่บัดนี้ก็ยังไม่พบตัวไม่ว่าจะออกตามหาเท่าไร
“ไม่ใช่เวลาที่จะโต้เถียงกันนะชีน่ากับยายหนูยังไม่ฟื้น กับชีน่าไม่เท่าไรแต่ยายหนูมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายค่อนข้างมากผมขาวไปครึ่งหัวอย่างนี้แล้วยังหลับใหลไม่ได้สติ จะมีวิธีไหนทำให้ฟื้นบ้างเนี่ย” ชูม่าที่เงียบฟังอยู่นานเอ่ยแทรก
“อีรอสกับซาร์เรียมาดูแล้วบอกว่าจนหนทางไม่รู้แน่ว่าเพราะอะไรส่วนชีน่า อีกไม่นานก็คงฟื้นแต่ซาร์เรียบอกว่าน่าจะเป็นเพราะเขามังกรที่เนย่ากำไว้ไม่ปล่อยถึงทำให้มีสภาพเช่นนี้” รีสเอ่ยตอบแทนเพราะเขาเป็นคนไปตามอีรอสมาเองเพื่อดูอาการเนย่าส่วนผู้เชียวชาญด้านอาวุธอย่างซาร์เรียก็ถึงกับส่ายหัวเพราะที่เนย่ากำไว้ไม่ปล่อยก็เป็นส่วนหนึ่งของมังกรเช่นกัน
“ถ้าเอาเขานั่นออกจากมือของเนย่าได้เธอจะเป็นอะไรไหม” ฮาร์มเอ่ยถามบ้าง
“ดูฝ่ามือข้างที่กำมันไว้สิอย่างกับจะเชื่อมติดกันอย่างนั้นเลย และข้างนี้ก็มีหัตถามังกรอยู่ด้วย” รินรินลองจับมือเนย่าขึ้นมาพลิกดูไปมามีพังผืดบางๆ ขึ้นมาเชื่อมระหว่างมือกับเขาสีดำเงาจนไม่สามารถแกะออกจากคนที่นอนหลับอยู่ได้เลยแม้ว่าร่องรอยของหัตถามังกรจะไม่ได้แสดงให้เห็นชัดเจน แต่รอยเกล็ดก็ยังมีอยู่บ้างบางส่วน
“พลังมังกรรวมร่างรึ” บาร์รามหันไปถามเจ้าตัวเล็กที่จ้องมองมือของเนย่าอยู่เช่นกัน
“คงจะใช่ การถ่ายพลังจากมังกรมาสู่ร่างผู้ฟูมฟักเช่นนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นหรือโอกาสเกิดขึ้นจะมีแค่หนึ่งในล้านเท่านั้นเพราะร่างกายผู้ฟักอาจรับไม่ไหวและตายได้” ชูม่าอธิบายพร้อมกับเดินเข้าไปสำรวจมือเนย่าใกล้ ๆ ด้วย
“นางเป็นเพียงเด็กมนุษย์และเปราะบางขนาดนี้ทำไมยังมีพลังอำนาจที่จะทำเรื่องอันตรายแบบนี้ได้ไม่หยุดหย่อนกันนะเหมือนจะตายไม่เป็นอย่างนั้นแหละ” เฮริสที่ยืนมองอยู่นานเอ่ยถามด้วยความสงสัยขนาดเสียเลือดแทบหมดตัวเพราะโดนบาร์รามดูดไปใช้ก็ยังไม่ตายเลย
“เธอเป็นร่างทรงของเชย์ตี้ข้อนี้อาจจะทำให้เธอมีพลังมากกว่าคนอื่น แถมดวงจิตผู้ฟูมฟัก ก็อยู่ในร่างตั้งสองดวงนี่จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่เธอสามารถมีมังกรได้ถึงสองตน” ชูม่าวิเคราะห์
“ดวงจิตมีสองมังกรถึงมีได้สองสินะ สุดยอดไปเลยเด็กอะไรเนี่ย” เฮริสถึงกับยกมือทาบอกด้วยความประหลาดใจ
“แต่เรื่องที่เป็นมนุษย์เราก็ยังปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าเธอเป็นคนที่โลกนี้ไม่ยอมรับ เกรงว่าเมื่อข้ามแคว้นไปใคร ๆได้เห็นอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับเอา แล้วทางสมาพันธ์ก็จะกังขาในบัลลังก์ของไฮดราได้แม้ถ้าเกิดประลองต่อหน้าสภาแล้วเป็นฝ่ายชนะก็ตาม” บาร์รามเองเป็นห่วงเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่ทรีบาสประกาศว่าจะให้ออกไปนอกแคว้น
“แต่โฮล์เบเรียสก็ทำผิดพลาดใหญ่หลวงเหมือนกันนั่นคือกลืนกินผู้ฟูมฟักตนจนได้ร่างอสุรเทวามา คิดว่าสภามังกรกับสมาพันธ์ผู้ฟูมฟักจะเห็นเรื่องใดสำคัญกว่ากันระหว่างราชาที่มีผู้ฟูมฟักเป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์ต้องห้าม กับมังกรที่นอกรีสกลืนกินผู้ฟูมฟักจนได้ร่างอสุรเทวามา” เซนดรินถามต่อ เพราะเขาไม่เห็นด้วยที่ใคร ๆจะไม่ยอมรับผู้ฟูมฟักที่เป็นมนุษย์ของเขา แม้ในคราแรกจะเป็นเขาเองนั่นแหละที่ไม่ยอมรับแต่สุดท้ายแล้วเนย่าก็ทำให้เขาเห็นว่าเธอคู่ควรแก่เขาแล้ว
“ถ้าให้มองในมุมข้าถ้าข้าเป็นมังกรคงอยากจะได้พลังมหาศาลข้าก็คงทำแบบโฮล์เบเรียสดีกว่าต้องมาแบ่งพลังให้ผู้ฟูมฟักที่เป็นมนุษย์เป็นไหนๆ นอกจากสายเลือดที่น่ารังเกียจ พลังรึจะมีหรือไม่ก็ไม่รู้กว่าจะเก่งได้ก็เสียเวลามากมาย สู้เป็นเองทั้งหมดเลยดีกว่าทั้งผู้มฟูมฟักและมังกรในเวลาเดียวกัน” ชูม่าลองหยังเชิงกับความเห็นของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมังกรตัวจริงทั้งสองตน
“ถ้าเช่นนั้นเผ่ามังกรห่วงโซ่สูงสุดของโลกนี้ก็คงไม่ต่างจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เคยฆ่าล้างสามภพจนโดนแยกไปหรอกนั่นคืออยากเป็นใหญ่อยู่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่เมตตาเผ่าพันธุ์อื่นที่อยู่ร่วมด้วยเห็นอะไรมีอำนาจเหนือกว่าตนก็จับทำลายให้หมด มันเลวร้ายกว่ามนุษย์ตรงไหนล่ะแบบนี้” ฮาร์มเป็นฝ่ายตอบแทนพร้อมกับหันไปสบตาเซนดรินที่ดูเหมือนความคิดพวกเขาจะตรงกัน
“ก็จริงอย่างเจ้าว่านะการกระทำของโฮล์เบรียสไม่แตกต่างกับมนุษย์เมื่อหลายหมื่นปีก่อนเลยยึดอำนาจไว้แต่เพียงผู้เดียวแล้วฆ่าเผ่าพันธุ์อื่นที่เหนือกว่าเสีย” ชูม่าดูเหมือนจะพอใจในคำตอบของทั้งสอง
“ถ้าสมามังกรกับสมาพันธ์ผู้ฟูมฟักคิดเห็นไปในทางเดียวกันก็คงจะดีแต่ก็ต้องรอผลพิสูจน์อีกทีจนกว่ามังกรทั้งสองและผู้ฟูมฟักจะเข้มแข็งและเติบโตพอที่จะรับมือโฮล์เบเรียสได้หากมีเรื่องใดที่ทางสภาแคลงใจในตัวท่านเนย่าข้าก็อยากจะช่วยเป็นพยานให้ถึงความสามารถที่ท่านเนย่ามีแต่ทางสภาและสมาพันธ์คงไม่ชอบใจนัก” บาร์รามกังวลเพราะพวกเขาไม่ขึ้นมายุ่งกับโลกเซนเทียนานแล้ว ฉะนั้นความน่าเชื่อถือของเขาในสภาของมังกรก็เท่ากับศูนย์หากว่าวันหนึ่งเขาจะต้องไปเป็นพยานหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับนายของเขาที่เป็นมนุษย์
“ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องให้ทางทรีบาสจัดการแล้วล่ะ” ชูม่าเสนอความคิด
อีกด้านหนึ่ง
ค่ำคืนนี้มังกรหลายสิบตัวโผบินขึ้นเหนือแคว้นเซนเทียคณะเดินทางของแคว้นบาร์เรมบูกำลังมุ่งหน้ากลับแคว้นตนโดยใช้เส้นทางลัดเพื่อหลบหลีกสายรายงานของทรีบาสที่กำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของดาร์ชิก
เขารู้ดีว่าทรีบาสคงไม่ปล่อยให้เขากลับแคว้นได้อย่างสบายใจเพราะเขาเองมีความลับเรื่องไฮดราปรากฏตัวเพื่อจะนำไปรายงานแก่โฮล์เบเรียสอยู่จึงส่งคนตามมาประกบเพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไม่แพร่งพรายอะไรไปจนเกิดเรื่องไม่ดีเข้า เพราะถ้าเขาทำเช่นนั้นทรีบาสจะได้ส่งข่าวเรื่องความผิดแก่ผู้ครองแคว้นบาร์เรมบูให้ลงโทษเขาเช่นกัน
ต่างคนต่างกุมความลับของอีกฝ่ายจนคล้ายกับกำลังเล่นเกมประสาทและทำเขาหวาดระแวงไม่หยุดกลัวว่าความลับตัวเองจะถูกเปิดเผยทั้งเรื่องเขารับใช้โฮล์เบเรียสและเรื่องที่เขาขโมยอาภรณ์แยกวิญญาณมาใช้ปล้นจนตอนนี้ถูกยึดไป แต่แล้ว....
“อ้ากกกกกก!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานดังขึ้นสองมือดาร์ชิกปล่อยจากมังกรของตนก่อนจะบีบคอตนเองไว้เมื่อรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่บีบรัด
“ท่านดาร์ชิกขอรับอีกไม่นานก็จะถึงแคว้นบาร์เรมบูท่านอย่าเป็นอะไรไปนะขอรับ” คนสนิทของดาร์ชิกควบมังกรมาประกบข้างเมื่อเห็นอาการของนายไม่สู้ดีเพราะคิดว่าอาวุธมังกรบางชิ้นเข้าเล่นงาน
“อาวุธมังกร ที่ยึดมาได้ผู้ครอบครองตายไปหมดแล้วอีกส่วนก็ทำพิธีลืมเจ้าของเดิม เหตุใดยังมีอยู่อีก“ ดาร์ชิกตาเหลือกถลนเมื่อหันไปพบกับอาวุธมังกรชิ้นหนึ่ง รูปร่างคล้ายกับฝ่ามือปีศาจขนาดใหญ่เกาะอยู่บนหลังของคนสนิทก่อนมันจะจิกกรงเล็บเจาะลงไปในกะโหลกแล้วดูดกลืนสมองไม่เหลือแล้วเหวี่ยงร่างลงทิ้งเบื้องล่างและมันก็ทำเช่นเดียวกันกับมังกรและผู้ฟูมฟักในคณะติดตาม
ดาร์ชิกเห็นท่าไม่ดีจึงร่อนมังกรลงพื้นป่าทึบเบื้องล่างและพยายามหนีเอาชีวิตรอดอย่างทุลักทุเลซากมังกรและผู้ฟูมฟักของคณะร่วงหล่นลงมาจากฟ้าราวกับฝนซากศพดาร์ชิกตาเหลือกลานแม้มังกรจะพยายามตามมาคุ้มกันแต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะห่วงเอาตัวรอดจนมังกรของเขาถูกทำร้ายเพราะเข้าต่อสู้กับมือปีศาจเพื่อช่วยเขา
สุดท้ายร่างผู้ฟูมฟักร่างหนึ่งในเหล่าผู้ติดตามของดาร์ชิกก็ร่วงลงมาจากฟ้ากระแทกทับบนตัวเขาจนขยับเขยื้อนไม่ได้
“อ้ากกก!!” ดาร์ชิกร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะขาของเขาหักจนกระทั่งเห็นกระดูกโผล่ออกมาจากแรงกระแทกเมื่อครู่
“คงถึงเวลาของเจ้าแล้วสินะ ดาร์ชิก” เงาร่างหนึ่งปรากฏ
“แกเป็นใคร” ดาร์ชิกเอ่ยถามคนที่ยืนค่ำหัวเขาอยู่หน้ากากสีขาว ผ้าคลุมสีดำช่างน่ากลัวราวกับผู้เก็บซากความตาย
“อาวุธที่แกยึดครองไปยังมีบางคนที่ไม่ได้ตายอยู่นะ” ชายหน้ากากตอบคนที่กำลังกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด
“นี่แก” ดาร์ชิกชี้หน้าคนที่ยืนสูงกว่าพยายามคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าเป็นใครกันแน่
“ข้าดูแลร่างเขาไว้อย่างดีภายใต้ผืนดินที่เจ้านำร่างไปฟังไว้ และเขายังไม่ตายซะด้วยสิ” ชายหน้ากากเอียงคอ ราวกับกำลังยียวนคนใกล้ตาย
“แกเป็นใครกันแน่วะ” ดาร์ชิกตะโกนถามด้วยความอับจนปัญญาเขาแทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว ยังจะมาพูดอะไรกวนโมโหอยู่ได้
“ไม่ต้องรู้หรอกว่าข้าเป็นใครอาวุธมังกรคงอยากจะบอกอะไรเจ้าเร็ว ๆ นี้” ชายหน้ากากผายมือราวกับเชิญชวนให้มือปีศาจใหญ่ยักษ์นั่นได้ทำตามใจมันคืบคลานเข้าหาเหยื่อผู้ที่มันจ้องจะแก้แค้นมานานแสนนาน
มือปีศาจเข้ารวบบีบร่างของดาร์ชิกจนแหลกลาญก่อนจะเข้าบดขยี้เหล่าคณะติดตามของดาร์ชิกที่เหลือจนตายเกลื่อนการถูกยึดครองอาวุธมังกรโดยไม่เต็มใจ มีเพียงความตายเท่านั้นที่พวกมันจะมอบให้
ห้องประชุมคณาจารย์
“ทรีบาส... แย่แล้ว” มาดามรีรีนเปิดประตูเข้ามาอย่างร้อนรนตามมาด้วยโควอร์กและทรอยอาร์ที่เหมือนจะร้อนใจไม่ต่างกัน
ภายในห้องประชุมของเหล่าอาจารย์ประจำโรงเรียนมีทรีบาสนั่งคอยอยู่แล้วราวกับรอฟังข่าวอยู่
“เกิดอะไรขึ้นรึรีรีน” ทรีบาสดูไม่เดือดร้อนกับอาการตื่นตระหนกของรีรีนเลยแม้แต่น้อยเขาเอ่ยถามออกไปด้วยท่าทีสงบ
“ดาร์ชิกและเหล่าคณะ ตะ.... ตายหมดแล้ว..!!” รีรีนรายงานปากคอสั่น
“อืม เช่นนั้นรึ” ทรีบาสทำเพียงถอนหายใจ
“ท่านไม่ตกใจบ้างหรือ” รีรีนเอียงคอถามอย่างสงสัยในท่าที
“เป็นเช่นนี้หลังจากออกจากแคว้นเราผู้ครองแคว้นบาร์เรมบูจะเข้าใจเราผิดได้นะท่าน ว่าแคว้นเซนเทียไม่ปลอดภัย” โควอร์กรายงานความน่าจะเป็นบ้าง
“อาวุธมังกรเล่นงานเขาจนตายสินะ” ทรีบาสเองรู้เรื่องนี้อยู่แล้วว่าการที่เขายึดอาภรณ์แยกวิญญาณมาจากดาร์ชิกอาวุธที่ดาร์ชิกเคยปล้นไปจะต้องไปเล่นงานเขาแน่
“ถึงเป็นฝีมืออาวุธมังกรที่เขาเคยปล้นมาแต่ลอร์ดแห่งบาร์เรมบูไม่รู้ว่าเขาทรยศปล้นชิงและรับใช้โฮล์เบเรียสมาก่อนเขาก็ต้องคิดว่าเป็นฝีมือเราอยู่แล้วที่ร่วมมือกันฆ่า” โควอร์กรีบอธิบายต่อ
“แล้วมังกรของเหล่าคณะล่ะ” ทรีบาสเอ่ยถามกลับบ้างเพื่อให้ดูว่าเขาเองก็สนใจเรื่องนี้
“ตายเรียบเช่นกัน มีเพียงชาร์กีมังกรของดาร์ชิกที่เอาตัวรอดหนีไปได้แต่คาดว่าไม่นานคงคุ้มคลั่งจนโดนสภามังกรจับได้” รีรีนรายงาน
“ถ้าชาร์กีหนีเข้าหุบผามังกรไร้นายโดยไม่ถูกจับได้ก่อนก็อาจจะรอด” ทรอยอาร์เอ่ยขึ้นเขาไม่มั่นใจมากนักว่ามังกรตนนั้นจะไปถึงหุบผานั่นหรือไม่
“วีโนสบอกฉันแล้วว่าชาร์กีหนีเข้าหุบผามังกรไร้นาย คงคุ้มคลั่งอาละวาดอยู่ในนั้นพักใหญ่ถ้าไม่โดนเจ้าถิ่นฆ่าตายซะก่อน” ทรีบาสไขข้อข้อข้องใจ
“เราจะไม่ทำอะไรกับมังกรตนนั้นหรือจะปล่อยให้มันเข้าหุบผาไปง่าย ๆ เพื่อหลบหนีรอวันกลับมาเล่นงานเราอย่างนั้นหรือ” โควอร์กร้อนใจเพราะหากคุ้มคลั่งมังกรที่ไม่มีผู้ฟูมฟักอาจกลับมาทำร้ายคนในโรงเรียนได้
“แต่ถ้าเราจับนางได้นางก็ถูกสภามังกรประหารอยู่ดีเพราะคุ้มคลั่งนะ” รีนรีนหันไปเถียงกับโควอร์ก
“เจ้าจะเมตตามันเช่นนั้นรึทั้งที่วันหนึ่งมันอาจจะกลับมาฆ่าการ์รอลของเจ้าได้” โควอร์กให้เหตุผลที่ต้องจับมังกรของดาร์ชิกไว้
“แต่ท่านก็ช่างไร้เมตตาเช่นกันที่จะมองมังกรตนหนึ่งที่แค่เคยมีผู้ฟูมฟักเลวๆ แล้วปล่อยตายไปต่อหน้าต่อตาได้” รีรีนหันควับกลับไปหาโควอร์กก่อนจะทุ่มเถียงเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
“ผู้ฟูมฟักเลวยังไง มังกรก็ย่อมเป็นเช่นนั้น” โควอร์กไม่ยอมเช่นกัน
“ข้าจะไม่เถียงกับท่านหรอกนะ ถ้าท่านจะบอกว่าวัลเล่มีจิตใจไร้เมตตาแบบท่านเช่นกัน” รีรีนสะบัดหน้าก่อนจะโบกพัดสีม่วงใส่ตัวด้วยความร้อนใจ
“ไม่จริงวัลเล่ของข้าอ่อนโยนและเยี่ยมยอดที่สุด” โควอร์กยกยอมังกรของตนเอง
“นี่ก็แสดงให้เห็นรึเปล่าล่ะว่ามังกรของท่านไม่เหมือนกับผู้ฟูมฟัก” รีรีนสะบัดหน้ากลับไปตอบพร้อมยกยิ้มอย่างหมั่นไส้
“ซาร์ฟินของข้าก็เป็นมังกรที่ขี้เกียจมาก ๆทั้งที่ข้าเป็นคนชอบทำนั่นทำนี่ไม่หยุด มังกรกับผู้ฟูมฟัก นิสัยไม่เหมือนกันหรอกนะแค่มีจิตใจที่เชื่อมโยงและสัมพันธ์แน่นแฟ้นแค่นั้นเอง” ทรอยอาร์สำทับ เพราะตั้งแต่เขาสอนมามังกรส่วนน้อยมากที่จะนิสัยคล้ายเจ้าของ
“ใช่ทรอยอาร์พูดถูก” รีรีนพยักหน้าเห็นด้วย
“แน่จริงเจ้าก็อย่าใช้พวกสิ” โควอร์กเห็นว่าเถียงสู้ไม่ได้จึงตัดบท
“เถียงสู้ไม่ได้ก็คิดว่าข้าเล่นพวกพ้องรึช่างไม่รู้จักโตจริง ๆ” รีรีนโบกพัดใส่ตัวรัวเร็วเพื่อไล่ความตึงเครียด
ทรีบาสนั่งครุ่นคิดปล่อยให้ทั้งสามตีกันให้วุ่นวายตอนนี้ที่เขารอฟังข่าวก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของเด็กมนุษย์ที่ให้อีรอสและซาร์เรียไปดูทั้งสองได้กลับมารายงานแล้ว ว่าเนย่าไม่ยอมฟื้นบวกกับเขาของฮาร์มที่เป็นแหล่งกักขังดวงจิตโฮล์เบเเรียสเหมือนจะเชื่อมอยู่กับร่างกายจนไม่สามารถแยกออกมาได้
ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างหนักผมขาวสะอาดเงางามราวไข่มุกครึ้งหนึ่งทำให้เด็กหญิงดูคล้ายกึ่งเป็นกึ่งตาย เดี๋ยวหัวใจเต้นเร็วเดี๋ยวก็หยุดหายใจสลับไปมาแบบนี้ อยู่นานแล้ว แต่ก็ยังไม่ฟื้นเสียทีทุกคนดูแลใกล้ชิดไม่ไปไหน รวมถึงมังกรของเนย่าทั้งสองตนด้วย
เห็นทีเขาต้องทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเนย่าเสียแล้วหากเขาพาเนย่ากลับโลกมนุษย์ไปจะดีหรือไม่นะกลับไปยังจุดเริ่มต้นเพื่อรักษาร่างกายให้สมบูรณ์ในแบบฉบับของขาวโลก