
ผ่านไปหนึ่งปี ฮองเฮาหวงไท่เฟยก็ได้ประสูติพระโอรส ซึ่งอ้วนท้วมสมบูรณ์ น่าเกลียดน่าชัง มีดวงชะตาบุญใหญ่แต่กำเนิดวันที่ประสูติ เป็เดือนวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ
มีเหล่า นกหลากหลายมาบินวนรอบตำหนัก
เหล่านกบรรเลงทำนองเพลง
ทำให้คนในวังต่างตื่นตระหนก เพราะไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน มีเหล่าบริวารคุ้มครองแต่กำเนิด ซึ่งในค่ำคืนที่คลอดพระโอรส เป็ที่กล่าวขานทั่วทั้งเมืองหลวง
หลังจากที่พระโอรส คลอดออกมา ครบ 1 เดือนก็ ทำตามกฎของวังหลวง แจกจ่ายอาหาร เสบียง ให้ราษฎร เป็บุญแก่โอรส
แต่งตั้งชื้อ เป็ ไท่เหริญ
ซึ่งภายในวังก็ได้จัดงานเลี้ยง ฝ่าา และไท่หวงอี้ต่างเห็นโอรสก็ดีใจ ปลื้มปิติ ซึ่งเหล่าขุนนางและราษฎรต่างก็แสดงความยินดี เมื่องานเลี้ยงผ่านไป บ้านเมืองก็สงบ
บ้านเมืองเริ่มเจริญขึ้น อาหาร เริ่มเพียงพอ
ผ่านไปหลายปี โอรสมีอายุ 4 ขวบ ฝ่าาก็ได้แต่งตั้งเป็องค์ราชทายาท หลังจากแต่ตั้งไม่กี่เดือน ฝ่าาก็ สิ้นพระชนม์
เป็ที่ เสียใจมากที่สุด ทั้งในวังและนอกวัง
หลังฝังพระศพเสร็จ ก็ไว้อาลัยเป็เวลา 1 ปี
และในเวลานั้นก็มีชนเผ่ามารุกรานชายแดน
ซึ่งยังเป็เวลาไว้ทุกข์ ซึ่งโอรสยังไม่โตพอที่จะออกว่าราชกิจ ฮองเฮาจึงออกว่าราชกิจแทน ต่างเสนอ ให้คนนี้คนนั้นไปออกรบ
จึงทำให้ฮองเฮาโกรธมากที่ไม่มีใครจะจงรักภักดีที่จะกล้าไปรับศึกปกป้องบ้านเมือง
จึงพูดขึ้นมาว่า พวกเ้าเป็ชายชาตรีแทนที่จะปกป่องบ้านเมือง ปกป้องคนในบ้านญาติพี่น้องท่าน แต่กลับขี้ขลาดเช่นนี้
ได้ ข้าไปเอง พอพูดจบ จึงออกจากท้องพระโรงไป