ภายในหอการค้าเซียนหลิงเมืองลมหวน
“พี่เฉินอี้ วันนี้ทำไมดูคนอยากเข้างานประมูลกันมากมายขนาดนี้ไม่ทราบว่าวันนี้มีของอะไรพิเศษกว่าทุกครั้งอย่างนั่นหรือ”
หยุนชิงถามขึ้นด้วยความสงสัยที่มีคนมากกว่าปรกติที่้าเข้าประมูล
“นี้เ้าสำนักยังไม่รู้สินะ ในทุกๆครั้งที่มีงานประมูลของมากมายจะถูกนำขึ้นมาประมูล ส่วนใหญ่จะเป็ของหายาก แต่ในของเหล่านั่นจะมี 3ชิ้นสุดท้ายที่เราจะประกาศว่ามันคืออะไรและมันจะเป็ของที่มีค่ามากที่สุดในการประมูลครั้งนั่นซึ่งครั้งนี้ก็มีของที่น่าสนใจอยู่”
“ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
“แสดงว่าท่านไม่ได้เปิดดูบัตรเชิญที่ข้าให้ไปสินะ”
“ข้าก็เห็นมันเป็แค่บัตรเชิญที่สวยงามไม่มีข้อความหรืออะไรเป็พิเศษ...หรือว่า”
แล้วเฉินอี้ ก็หยิบการ์ดเชิญขึ้นมา และส่งพลังเข้าไปในบัตรเชิญก็ปรากฏตัวหนังสือสีทองขึ้น
“กระจกมิติลึกลับ”
“ไข่อสูรลึกลับ”
“ยาอายุวัฒนะพันปี”
“ที่แท้ก็มีบอกเอาไว้แบบนี้นี้เองข้าไม่ได้สังเกตเลย อย่างว่าก็ข้าไม่เคยได้รับมันนี้นะ แล้วของมีค่าสามอย่างนี้ดูแล้วก็ไม่เห็นว่ามันจะน่าสนใจเท่าไรเลยนะพี่สาว”
“นี้ท่านไม่รู้สินะ สิ่งที่น่าสนใจเป็พิเศษในของทั้งสามนี้
กระจกมิติลึกลับเป็ของที่เซียนที่บรรลุขั้นชั้นฟ้าก่อนขึ้นสู่โลกเบื้องบนได้ทิ้งเอาไว้ในกระจกมีแดนลับของผู้ฝึกตนระดับสูงอยู่ ตอนนี้ยังไม่มีใครได้เข้าไปสำรวจในนั่นอาจจะมีสมบัติ วิชาเซียนหายากหรืออาจจะเป็ดินแดนว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยก็ได้ แต่ไม่ว่ามันจะมีอะไร หากมาจากผู้ที่ฝึกเซียนขั้นสูงมันก็ย่อมต้องมีค่าแน่นอน
ไข่อสูรเป็ไข่ที่ผู้สำรวจได้เข้าไปในภาคกลางแดนอสูรแล้วได้มาไข่นี้ไม่รู้ว่าเป็ของสัตว์ชนิดใดแต่ถ้าเป็สัตว์ที่แข็งแกร่งก็สามารถช่วยเหลือผู้มันได้ไม่มากก็น้อยการหาสัตว์อสูรรับใช้ที่ดีที่สุดก็ต้องเลี้ยงั้แ่เกิด ซึ่งการจะได้มาซึ่งไข่อสูรไม่ใช่เื่ง่ายเลย
ส่วนยาอายุวัฒนะพันปีผู้าุโแห่งแดนโอสถหลอมมันขึ้นมาถือเป็ความสำเร็จในรอบหลายปีที่สามารถทำยาออกมาได้ดีขนาดนี้ใครที่ได้ไปก็สามารถเพิ่มอายุของตนได้ มีเวลาในการบำเพ็ญเซียนมากขึ้นเพราะยาทั่วไปแม้จะเพิ่มอายุให้ได้เป็ร้อยปีแต่ผลข้างเคียงก็ทำให้ร่ายกายมีสิ่งปนเปื้อนจากยามาก ทำให้การฝึกเป็ไปได้ยากและยิ่งกินมากยาก็จะยิ่งไร้ผล ถ้าเม็ดเดียวสามารถเพิ่มอายุได้เป็พันปี ผลค้างเคียงของยาก็น้อยมันจะเป็ประโยชน์แก่ผู้ที่ได้ไปอย่างมาก”
หยุนชิงคิดในใจยาที่ท่านปู่ให้ เพิ่มอายุให้เป็หมื่นปี ยาที่ว่ามานั่นไม่เป็ขยะเลยหรือและข้าไม่รู้สึกถึงสิ่งปนเปื้อน กลับทำให้พลังในร่างกายเดินได้สะดวกกว่าเดิมด้วยซ้ำ
เมื่อหยุนเทียนเดินขึ้นมาถึงที่ชั้นห้าเป็ชั้นสูงสุดของหอการค้าเซียนหลิง ก็ต้องประหลาดใจ เพราะเป็พื้นที่โล่งไม่มีสิ่งใดมีแต่เพียงประตูอยู่หนึ่งบานที่ดูไม่ใหญ่มาก สามารถให้คนเดินผ่านไปได้ราว 2 ถึง 3คน และมีลวดรายที่ชวนน่าสงสัย
กลุ่มของหยุนเทียนคือกลุ่มสุดท้ายที่มาถึงบนชั้นห้าของหอเซียนหลิงนั่นมีคนมารออยู่แล้ว จำนวนคนไม่มากนักแต่ละคนต่างก็ดูเป็ผู้ที่สูงศักดิ์หรือเป็ผู้ที่เข็งแกร่งและหนึ่งในนั่นมีคนผู้หนึ่งได้มองมาที่กลุ่มของหยุนเทียน และเดินเข้ามาหา
“พี่หญิงใหญ่”
“ว่าไงน้องเจ็ด เ้าทำเื่เอาไว้แสบนักนะแต่ไม่เป็ไร ดีแล้วข้าไม่ว่าเ้าหลอก หึ หึ หึ”
“ท่านแม่นางดูน่ากลัว” ตงเหมย กอดตงหนิง
“พี่สี่รังแกข้าก่อน เื่ที่เหลือเป็เขาเองที่หาเื่”
“ช่างเถอะ ช่างเถอะ เื่ของนังลูกเมียน้อยนั่นก็สมควรโดนบ้างจะได้รู้จักเจียมตัวสะบ้าง ว่าตัวเองควรอยู่ที่ใดไม่ใช่เชิดหน้าชูคอเกินหน้าเกินตา ลูกเมียหลวงเช่นข้า เอาเถอะ วันนี้เ้าทำได้ดีข้าจะไม่กวนเ้าก็แล้วกัน แต่ท่านพ่อตอนนี้โมโหมากที่เ้ากลับมา และสร้างแต่ปัญหายังไงหลังจากจบงานประมูล เขาคงส่งคนมาจับตัวเ้าเป็แน่ หากเ้ากลัวก็รีบหนีไปสะ”
“พี่สาวมีท่านปู่อยู่พี่หยุนชิงไม่กลัวป้าอย่างเ้าหรอก”
“อะไรนะ!เด็กบ้านี้กล้าเรียกข้าว่าป้า อยากตายหรือไง”
“คุณหนูใหญ่ ที่นี้คือหอเซียนหลิง หวังว่าท่านจะเคารพกฎของที่นี้”
“จะให้ข้าทำยังไง เด็กนี้เรียกข้าว่าป้าจะให้ข้ายิ้มหรือไง อีกอย่าง หอเซียนหลิงเดี๋ยวนี้ รับคนชั้นต่ำอย่างนางที่เป็ลูกเมียน้อยมาเข้าประมูลได้ยังไง ข้าไม่เข้าใจ ท่านต้องให้คำตอบข้ามา”
“ขอโทษด้วย พวกเขามาในนามของสำนักเนตร์และ แม่นางหยุนชิง เป็เ้าสำนัก นางมาในนามของเ้าสำนักและเป็บัตรเชิญลำดับหนึ่ง ที่ข้ามอบให้ พวกเขาคือแขกพิเศษของหอเซียนหลิง”
“อะไรนะ แขกพิเศษ ที่ได้รับเกียรติมากกว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองลมหวนและผู้ที่ปกครองเมืองลมหวนอย่างพ่อข้า มันหมายความว่าอย่างไรแค่สำนักเซียนระดับล่างทำไมท่านถึงให้เกียรติขนาดนี้”
“เื่นี้เป็เื่ของหอเซียนหลิงข้าคงไม่ต้องชี้แจ้งอะไรแก่ท่านตอนนี้ได้เวลาแล้วหากท่านยังสร้างปัญหาข้าคงต้องไล่ท่านออกไปแล้ว”
“วันนี้พ่อข้า้า ยาอายุวัฒนะข้าจะปล่อยเื่เล็กน้อยไปก็ได้ เพื่อไม่ให้เสียงานใหญ่ น้องเจ็ด วันหน้าก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน”แล้วนางก็เดินหลีกไป รอที่หน้าประตู
“นี้คนที่บ้านเ้า มีคนปรกติบ้างไหมพี่เ้าสองคนที่ข้าเจอทำให้ข้าคิดไม่ตกเลยว่า ครอบครัวของเ้าอยู่กันมาอย่างไร”
“ท่านปู่ นี้เป็เื่ปรกติเ้าค่ะตอนนี้ผู้แข็งแกร่งย่อมมีหน้ามีตา ผู้อ่อนแอย่อมต้องเป็เบี้ยล่างคนสมัยนี้ก็เป็แบบนี้กันทั้งนั่น ครอบครัวของข้านั่นยังถือว่าใจดีมากถ้าเป็ครอบครัวบ้างครอบครัว ถ้าใครไร้ความสามารถจะถูกขายไปเป็ทาสหรือโดนขับไล่ออกจากตระกูล”
“โลกในตอนนี้ช่างแตกต่างจากที่ข้าเคยอยู่จริงๆเอาเถอะต่อไปคนที่จะเข้ามาในสำนักจะต้องเรียนรู้คุณธรรมให้มากขึ้น”
“ค่ะท่านปู่”
แล้วจากนั่นเฉินอี้และผู้จัดการทั้งสอง ก็เดินไปยังประตูและผู้จัดการทั้งสองใช้มือส่งถ่ายพลังไปที่ประตูและทันใดนั่น ประตูก็ปล่อยวงแสงออกมาโดยรอบ พร้อมกับอักษรที่แปลกตาสวยงาม ไม่นานประตูก็เปิดขึ้นแล้วแสงก็ไปรวมกันที่ช่องว่างของประตูที่เปิดออกมองเข้าไปในประตูก็เห็นเพียงแสงที่ขาวเท่านั่น
“การประมูลจะเริ่มขึ้นแล้วเชิญพวกท่านได้เลยค่ะ หอการค้าเซียนหลิงยินดีต้อนรับ”
พอสิ้นเสียงกล่าวของเ้าหอเซียนหลิง คนที่รออยู่ต่างก็เดินเข้าไปในประตูที่มีแสงนั่นและคนที่เดินเข้าไปก็หายเข้าไปในประตู หยุนเทียนเห็นก็ตาเบิกกว้างในท่าที่นิ่งสงบแต่ใจตื่นเต้นเหมือนเด็กที่เห็นของเล่นใหม่ทันทีที่ทุกคนเดินเข้าไปจนหมด เหลือกลุ่มของหยุนเทียนเป็กลุ่มสุดท้ายหยุนเทียนก็รีบเข้าไปดูประตูโดยรอบในทันที
“โห ว้าว ว้าว นี้คืออะไร ประตูมิติหรือนี้ข้าเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก น่าประหลาดใจ น่าประหลาดใจ”
“เอ่อ...คือ ท่านผู้าุโเ้าค่ะนี้คือประตูชั่วพริบตาเ้าค่ะ”
“ประตูชั่วพริบตาชื่อนี้หมายความว่ามันสามารถพาเราไปที่ไหนไกลๆได้ใช่ไหม”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ประตูเชื่อมต่อไปยังงานประมูลหลักของหอการค้าเซียนหลิงในเมืองหลวงของดินแดนนี้เ้าค่ะ”
“แบบนี้เราก็สามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ด้วยเ้านี้นะสิ ช่างวิเศษนัก”
“ทำได้เ้าค่ะแต่การจะทำแบบนั่นมันสิ้นเปลืองพลังและทรัพยากรเป็อย่างมากการเปิดประตูแต่ละครั้งต้องใช้ถึง หนึ่งหมื่นหินิญญาสีทอง หากไม่ใช่คนที่ร่ำรวยก็คงใช้ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ”
“เ้ารู้วิธีสร้างมันหรือไม่”
“ทางหอเรามีแบบแปลนอยู่เ้าค่ะสามารถทำได้แต่วัตถุดิบที่ใช้มากมายมหาศาล”
“งันเ้าก็มอบมันให้ข้าได้ใช่ไหม”
“ถ้าท่านผู้าุโ้าข้ามอบให้ท่านได้”
“ทำไมเ้าไม่เรียกข้าว่า อาจาร์ยละ อิ อิ อิ”
พอหยุนเทียนได้ยินที่เฉินอี้พูดก็ยิ้มแบบชั่วร้าย เหมือนเด็กที่ได้ของที่้า พร้อมพูดด้วยเสียงเ้าเล่ห์ออกมา
“อาจาร์ย!... ศิษย์คารวะอาจาร์ย”
“ดี ดี ดี อิ อิ อิ”
“นี้ท่านผู้าุโถ้าหากท่าน้าแค่ของเหล่านี้ ข้าสามา.....อู้อี้ อู้อี้” เฉินปิงได้รีบเอามือปิดปากพี่ชายของตนเอง ไม่ให้พูดอะไรได้ต่อ
“เ้าจะเสียมารยาทไปทำไมเฉินอี้นางได้รับโอกาสเป็ศิษย์ของท่านผู้าุโแล้ว ต่อไปหากเราอยากพัฒนาก็อาศัยนางได้เ้าอย่าโลภมากทำให้เสียเื่ เดี๋ยวท่านผู้าุโโกรธขึ้นมาจะไม่รับนางเ้ากับข้าจะเสียโอกาสไปด้วย”
“จริงด้วย ข้าใจร้อนเกินไปไม่ทันคิดแต่สิ่งที่ผู้าุโ้า ถ้ามีเงินก็สามารถหาได้แล้ว วิธีสร้างประตูชั่วพริบตาไม่ได้เป็ความลับอะไร เพียงแต่ผู้ที่สร้างได้และใช้ได้ต้องเป็ผู้ที่มั่งคั่งเท่านั่น”
“เอาเถอะน่า ตอนนี้เฉินอี้นางได้โอกาสแล้วก็เหมือนเราได้โอกาสไปด้วย อิอิอิ”
“ใช่ๆใช่ อิอิอิ”ตาแก่ผู้จัดการสองคน แอบหัวเราะกันอยู่สองคน
“นี้พวกเ้าเคยใช้เ้าประตูนี้กันไหม”
“ท่านปู่ข้าเคยใช้บ้าง ตอนที่ต้องไปกับท่านพ่อมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษนะเ้าค่ะ ในทุกเมืองก็มีเหมือนกัน ประชาชนก็สามารถใช้ได้แต่ราคานั่นค่อยข้างแพง หนึ่งหมื่นหินิญญาสีทองต่อการเปิด 1 ครั้ง คนจึงไม่ใช้กันเท่าไรเว้นแต่จำเป็และมีเงินจริงๆ”
“อ่อ งันหรือ ข้าตรวจสอบมันเรียบร้อยแล้วเราไปกันเถอะ”
แล้วทุกคนก็เดินผ่านประตูชั่วพริบตา เมื่อเดินผ่านประตูมาก็ต้องตื่นตาตื่นใจ เพราะเมื่อผ่านประตูก็เห็นห้องใหญ่พอสมควร คนที่มาก่อนหน้าได้นั่งลงบนเก้าอี้และโต๊ะของตนตามบัตรเชิญที่ได้รับ ห้องนี้สามารถจุคนได้ประมาน50 คน
เมื่อทุกคนเห็นก็วิ่งกันไปที่ระเบียงด้านหน้าของห้องหยุนเทียนค่อยๆเดินมาเหมือนกัน ก็เห็นลักษณะของหอขนาดใหญ่ ที่เป็วงกลมล้อมรอบเวทีตรงกลาง ห้องของหยุนเทียนอยู่ชั้นที่สอง และหอนี้มี สามชั้นชั้นแรกจะเป็ของหอเซียนหลิงที่มีแต่พนักงานและทหารผู้คุมกันชั้นผู้เข้าประมูลแต่ละเมืองเริ่มที่ชั้นสองเป็ต้นไปชั้นสามสำหรับเมืองใหญ่และผู้ที่สูงส่งเท่านั่น แต่ละห้องจะถูกกั้นด้วยกำแพงด้านข้างไม่เห็นกันมีเพียงด้านหน้าที่เปิดกว้างให้เห็นเวทีและเห็นโดยรอบห้องแต่ละห้องเรียงต่อๆกันไป เมื่อหยุนเทียนมองไปยังห้องอื่นๆก็เห็นคนแต่กลุ่มที่อยู่ในนั่น มีผู้ที่ดูแข็งแกร่งในดินแดนนี้ห้องแต่ละห้องเปรียบเหมือนสาขาของหอเซียนหลิงในแต่ละเมือง เมื่อเห็นแบบนี้แล้วจึงเข้าใจได้ทันทีว่าหอเซียนหลิงทำไมถึงจำกัดคนเข้า เพราะห้องหนึ่งๆรับรองคนได้ไม่มากนักหากจะให้ใครเข้ามาก็ได้ ก็จะเกินจำนวนคนที่รองรับได้ จึงต้องจำกัดคนที่พิเศษเท่านั่นถึงจะเข้ามาได้
“เชิญทุกท่านนั่งประจำที่ของแต่ละท่านนะเ้าค่ะในอีกไม่ช้า ผู้นำหอการค้าเซียนหลิงแห่งดินแดนกระบี่ จะเริ่มงานประมูลเ้าค่ะ”
แล้วกลุ่มของหยุนเทียนก็ได้มานั่งที่โต๊ะกลมสีทอง ที่มีเพียงโต๊ะเดียวในห้องนี้และอยู่ใกล้ด้านหน้าที่สุด ส่วนโต๊ะอื่นจะเป็ผ้าคลุมสีแดงปักลายทองเท่านั่นไม่ทันไร ประตูของห้องบานเล็กๆก็เปิดออก พนักงานพร้อมอาหารก็เข้ามา วางอาหารบนโต๊ะอย่างอลังการเพื่อเป็การต้อนรับแขกผู้มาเยือน โดยอาหารที่มีบนโต๊ะ ของหยุนเทียนเป็อาหารครบชุดหลายอย่าง พร้อมเหล้าและชาชั้นดี โต๊ะอื่นๆ มีเพียงแค่ไม่กี่อย่างเท่านั่นและสำหรับโต๊ะนั่งเดียว มีเพียงแค่น้ำชาเท่านั่น
“ท่านแม่ ท่านดูสิ อาหารน่ากินทั้งนั่นเลยข้ากินแล้วนะเ้าค่ะ ท่านปู่ท่านกินด้วยกันไหม”
“เอาสิ ปู่ก็ว่ามันน่ากิน”
“เ้าค่อยๆกินนะตงเหมยอย่าเสียมารยาทกับท่านอาจาร์ย ท่านอาจาร์ย น้ำชาเ้าค่ะ”
“อืม”
ในขณะที่ทุกคนกำลังลิ้มรสอาหาร แต่หยุนชิงกับไม่ค่อยได้กินอะไรเหตุเพราะนางนั่งมองไปทางพี่สาวของนาง และพี่สาวของนางก็นั่งจองหยุนชิงด้วยสายตาที่โกรธ อิจฉา อย่างเต็มที่ ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ
“หยุนชิงเ้าไม่กินหรือ”
“ค่ะ ท่านปู่”
ผ่านไปสักพัก ก็มีเสียงคนเดินออกมาไปที่เวที ทุกคนก็เริ่มโหร้องคนของหอเซียนหลิง ก็เดินกันขึ้นมาบนเวที พร้อมกับยกของทั้งกล่องเล็กใหญ่น้อยมาวางไว้บนเวที พร้อมกับผ้าสีทองปิดไว้ จำนวน 10 อย่างด้วยกัน
เมื่อของทั้ง10 อย่างได้มาอยู่บนเวที ก็มีคนผู้หนึ่งเดินขึ้นมาบนเวที ท่าทีดูสุขุมน่าเกรงขามและดูน่าเชื่อถือเป็อย่างมาก ดูเหมือนเป็นักปราชญ์ผู้รอบรู้
“ทุกๆท่าน ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมการประมูลในครั้งนี้บัดนี้สิ่งที่ทุกท่านรอคอยได้มาถึงแล้ว ข้าขอเปิดการประมูล ของหอการค้าเซียนหลิง ณบัดนี้”
เสียงผู้คนต่างดีใจ และตื่นเต้น ทันทีที่การประกาศจบลงผ้าคุมของชิ้นแรกก็เปิดออก พนักงานสาวได้เปิดกล่องออก พร้อมแสงที่ออกมาจากกล่องเผยสินค้าที่อยู่ด้านใน
“ของชิ้นแรกในวันนี้ เสื้อเกาะผ้าอัมพันสำหรับผู้ที่สวมใส่แล้ว ทำให้พลังเซียนหรืออาวุธที่อยู่ต่ำกว่าในระดับเซียนที่แท้จริงมิอาจทำอะไรได้เป็ชุดเกาะชั้นเลิศที่หลอมโดยปรมาจาร์ยหลอมสร้างที่เก่งกาจของสำนักเซียนหลอมศาตรา เป็ของที่หาไม่ได้ง่ายๆ เปิดราคาที่ หนึ่งแสนหินิญญา”
“ข้าให้สองแสนหินิญญา”
“ข้าให้สองแสนห้าหมื่น”
“ข้าให้สามแสน”
คนในงานประมูลต่างก็เริ่มส่งเสียง เสนอราคาชิงของที่อยากได้ไปทางหยุนเทียนและพวกก็ดูอย่างสนุกสนาน ตงเหมยก็รู้สึกสนุกตื่นตาตื่นใจ
“ท่านปู่เขาเสนอราคากันน่าสนุกจังเราสามารถเสนอราคาแข่งกับเขาบ้างได้ไหมเ้าค่ะ”
“ตงเหมย ถ้าเ้าอยากได้อะไรก็แค่บอกราคาออกไป เ้าอยากได้เสื้อนั่นหรือ”
“อืม...ไม่เ้าค่ะของแบบนั่นเทียบกับของเรายังไม่ได้เลย ข้าไม่สนใจเ้าค่ะ”
“เด็กน้อย เ้าจะปากดีเกินไปหน่อยแล้วนะพวกเ้าสอนลูกสอนหลานให้ดีหน่อย ของที่ล้ำค่าแบบนั่นหากเ้าไม่ชอบก็ไม่ควรที่จะดูถูก เด็กอย่างเ้าจะรู้อะไร ถ้าปากไม่ดีจะลำบากเอาถ้าคนที่ทำชุดนี้ได้ยินเข้า เขาจะมาเอาเื่เ้าได้”
“ใช่เด็กน้อย หากเ้าไม่รู้ความก็นั่งดูเงียบๆอย่าได้พูดอะไรที่รบกวนคนอื่นเขา”
คนที่อยู่ในห้องเดียวกับพวกหยุนเทียนเมื่อได้ยินคำพูดของตงเหมยก็รู้สึกไม่พอใจ จึงได้พูดเตือนพร้อมถากถางเหมือนว่าตงเหมยนั่นพูดไม่รู้ความ
“พวกเ้าสิไม่รู้เื่ที่ข้าพูดเป็เื่จริง พวกเ้าต่างหากที่ไม่รู้ว่าของมีค่าจริงๆเป็ยังไง”
“เ้าเด็กนี้ ยังจะปากดีอีกพวกเ้าเป็ผู้ใหญ่หัดสั่งสอนลูกของเ้าบ้าง”
“ตงเหมย เ้าพูดน้อยๆหน่อยเถอะเราอย่ามีเื่กับคนอื่นโดยไม่จำเป็เลย”
“ท่านแม่ ก็พวกเขาว่าข้าก่อน”
“ทำไม!...ถ้าหลานข้าบอกว่าเป็ของไร้ค่ามันก็คือไร้ค่า ตงเหมย เ้าเอาชุดนั่นมาเป็ผ้าเช็ดเท้าของเ้า เสนอราคาได้เท่าที่เ้า้า”
“ค่ะคุณปู่”
“หึ น้องเจ็ดดูท่าว่าเ้าจะเป็พวกเสียสติสินะเด็กหนุ่มผมขาว อายุยังน้อยแต่ให้เด็กเรียกว่าปู่ เ้าเองก็เรียกเขาว่าปู่แถมยังว่าของที่หาได้ยากขนาดนั่นว่าเป็ของไร้ค่าอีกดูท่าเ้ากลับมาครั้งนี้คงจะาเ็จนเสียสติไปแล้วแน่ๆ”
“ท่านพี่หญิง หากท่านปู่บอกว่ามันมีค่าแค่ผ้าเช็ดเท้ามันก็มีค่าแค่นั่นแหละถ้าท่านมีปัญญาก็ลองประมูลแข่งกับเราก็ได้ ถ้าท่านว่ามันมีค่ามากขนาดนั่น”
“ชิ!”
“ราคาอยู่ที่ 450000มีใครจะให้มากกว่านี้อีกหรือไม่ ข้าขอปิดการประมูลของชิ้นนี้”
“หนึ่งล้าน!!!” ตงเหมยพะโออกไป
“อะไรกัน หนึ่งล้าน บ้าน่าราคานั่นสามารถไปจ้างนักหลอมชั้นสูงหลอมของที่ดีกว่านี้ก็ยังได้ เด็กคนนั่นมาจากเมืองใดสำนักใดกันถึงกล้าเสนอราคาขนาดนี้” ผู้คนต่างใกับราคาที่ได้ยิน
“หนึ่งล้าน มีใครจะให้มากกว่านี้อีกหรือไม่”
“นี้ตงเหมย ท่านปู่ให้เ้าเสนอราคา แต่เ้าน่าจะถามราคาที่เหมาะสมกับพี่เฉินอี้ก่อนก็ได้นะ พี่ชิงว่าเ้าเสนอราคาเกินความจำเป็ไปแล้ว”
“ใช่แล้ว เ้าถามพี่สาวคนนี้ก่อนก็ได้ต่อไปจะได้ไม่สิ้นเปลืองเงินเกินความจำเป็นะ”
“ไม่เป็ไร ครั้งนี้ให้นางได้สนุกเถอะต่อไปเ้าแนะนำพวกเราด้วยก็ดี เพราะราคาของสินค้าเราเองก็ไม่รู้ราคาที่เหมาะสม”
“เ้าค่ะ อาจาร์ย”
“เหอะ ปากบอกเสนอหนึ่งล้านเ้ารู้หรือไม่ว่าต้องจ่ายทันที ไม่ใช่เอ่อแต่ปากแล้วจะได้ของก หากเ้าไม่มีเงินจ่ายละก็พวกเ้าถือว่าเป็ผู้ที่มาก่อกวนและไม่ให้เกียรติหอการค้าพวกเ้าจะถูกลงโทษและขับไล่ออกจากที่นี้ และไม่สามารถใช้บริการได้อีก น้องเจ็ดที่ข้าพูดแค่เตือนเ้าดีๆ”
“ท่านไม่ต้องสนใจว่าพวกข้าจะมีเงินหรือไม่ ว่าแต่ท่านไม่กล้าประมูลแข่งกับตงเหมยหน่อยหรือ ไหนท่านว่ามันมีค่ามาก”
“หึ ข้าไม่โง่ขนาดนั่น”
“หนึ่งล้าน เป็ของหอการค้าเซียนหลิงสาขาเมืองลมหวนเ้าหอสาขา นำเงินมาชำระและรับสินค้าได้”
“เ้าค่ะ ข้าจะลงไปเดี๋ยวนี้…..เอ่อ ท่านอาจาร์ย การชำระเงิน ท่าน…”
“ข้าไม่มี หินก้อนิญญามากขนาดนั่น”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่าข้าบอกแล้วว่าถ้าไม่มีก็อย่าปากดี น้องเจ็ดคนของเ้าหาเื่ให้เ้าแล้ว”
ผู้คนในห้อง ต่างก็หัวเราะตาม และมองอย่างดูถูกที่ได้ยินว่า หยุนเทียนไม่มีเงินมากขนาดนั่น
“อาจาร์ยถ้าท่านไม่มีงันข้าจะใช้ของข้าให้ท่านก่อนก็ได้เ้าค่ะ”
“ไม่ต้องลำบากเ้าหลอกเฉินอี้ที่ข้าบอกคือข้าไม่มีหินก้อนเล็กขนาดนั่น เป็ล้านก้อน แต่ถ้าก้อนใหญ่ข้ามีคงจ่ายแทนได้สินะ”
แล้วหยุนเทียนก็ชี้นิ้วออกไปชี้ตรงไปที่เวที ทันใดนั่น แสงสีทองก็วิ่งออกจากแหวนของหยุนเทียนปรากฎก้อนหินิญญาสีทอง ขนาดใหญ่หลายก้อน กองกันอยู่
“เฉินอี้เ้าช่วย จัดการต่อให้ข้าทีถ้าไม่พอบอกข้า ข้าจะเอาออกมาอีก”
“เ้าค่ะ”
ทันทีที่ก้อนหินิญญากองอยู่ตรงหน้าผู้คนก็ต่างแตกตื่น ส่งเสียงพูดคุยกันเป็การใหญ่พี่สาวของหยุนชิงและคนในห้องที่หัวเราะดูถูก ต่างก็อาปากค้างกับสิ่งที่เห็น ขำไม่ออกอีกต่อไป
“นั่นมันก้อนหินิญญาสีทองที่สมบูรณ์มากแสงของมันมีมากกว่าหินิญญาที่ข้าเคยเห็น และก้อนก็ยังใหญ่อีกด้วย ดูท่าว่ามันจะมีค่ามากเ้าว่าราคาเท่าไร”
“เป็ข้ายอมจ่ายร้อยล้านเพื่อหินพวกนี้เลยคนที่นำออกมา มาจากกองกำลังใดกัน หรือจะเป็ราชวงศ์ของดินแดนใด ผู้หินิญญาดิบพวกนี้ได้นอกจากคนของทางการแล้วคงไม่อาจจะเอาหินดิบในเหมืองออกมาได้ แต่มันมาจากเหมืองแห่งดินแดนใดกันที่มีพลังเข้มข้นขนาดนี้”
ผู้คนต่างตกตลึงและพูดกันไป และจ้องมองมาทางห้องประมูลของเมืองลมหวนทันที และพยายามจะดูและสืบว่าหยุนเทียนมาจากสำนักใด
เฉินอี้ได้รับคำสั่งจากหยุนเทียน ก็บินออกมา อยู่ตรงกองหินิญญา ในใจก็คิดท่านอาจาร์ยท่านนี้ช่างทำให้คนตื่นใได้จริงๆ แม้ข้าจะเคยเห็นมาแล้วแต่ท่านเล่นปล่อยออกมามากขนาดนี้ ต่อไปเมืองลมหวนคงวุ่นวายเพราะท่านเป็แน่
“ข้าน้อยเฉินอี้ เ้าหอสาขาเมืองลมหวน คารวะท่านผู้นำ”
“เด็กน้อยไม่พบกันนานดูท่าว่าเ้าจะหาลูกค้าให้เราได้ดีทีเดียว ไม่ทราบว่าท่านผู้สูงส่งเป็ใครเ้าแนะนำได้หรือไม่”
เฉินอี้มองไปทางหยุนเทียนหยุนเทียนพยักหน้าเบาๆ
“ท่านผู้นำ ท่านนี้คืออาจาร์ยของข้าน้อย นามว่าหยุนเทียนเป็บรรพจาร์ยของสำนักเซียนเนตร์ เมืองลมหวน ท่านเร้นกายมานาน วันนี้ท่านได้ให้ข้าน้อยพามาเยี่ยมชมที่นี้เ้าค่ะ”
“ท่านอาจาร์ย้าขายหินพวกนี้ให้แกเราเ้าค่ะและเป็ค่าจ่ายชุดนั่นด้วยเ้าค่ะ ได้โปรดให้นักประเมิน มาประเมินหินพวกนี้ด้วยเ้าค่ะ”
“เช่นนั่นหรือ ได้ข้าประเมินให้เอง”
“ท่านจะประเมินให้หรือเ้าค่ะขอบพระคุณเป็อย่างยิ่งเ้าค่ะ”
“ข้าประเมินแล้ว ข้าให้300ล้าน”
เมื่อผู้คนได้ยินก็หูตาโต “จำนาวนมาหาศาลจริงๆ ให้มากกว่าที่ข้าคิดไว้อีก”
“ใช่ๆ เป็ข้าคงให้ประมาน 200ก็ มากแล้ว”
ทุกคนต่างก็คิดว่านี้เป็ราคาที่มากและเหมาะสมแต่เฉินอี้กลับไม่ตอบรับ
“ท่านผู้นำข้าว่าท่านเอาเปรียบเกินไปนะเ้าค่ะหากท่านมายืนดูใกล้ๆท่านก็รู้ว่าหินพวกนี้มีพลังิญญาที่บริสุทธิ์มากกว่าหินทั่วไปถึง10เท่าการที่ท่านให้ราคามากกว่าปรกติเพียงแค่เล็กน้อยข้ามิเห็นสมควร”
“ถ้าเช่นนั่น เ้าหอท่านคิดว่าเราควรให้เท่าไร”
เฉินอี้คิดในใจและลังเลที่จะพูดออกมาใจหนึ่งถ้าทำให้หอการค้าเซียนหลิงขาดทุนก็ไม่สมควรกับหน้าที่ของตนแต่จะให้ราคาน้อยไป ก็อาจทำให้หยุนเทียนไม่พอใจ
“ห้า…ห้าร้อยล้านต่ำกว่านี้ข้าไม่เห็นควร หากท่านไม่รับไว้ ข้าจะใช้อำนาจของสาขาเมืองลมหวนรับไว้เอง”
“เด็กน้อยใจกล้าดีกล้าต่อรองกับข้า...600ล้าน! ข้าให้เ้า600ล้านและชุดนี้ด้วย ทางหอหลักดินแดนกระบี่จะรับเอาไว้”
เฉินอี้ได้ยินก็ใ พูดสิ่งใดไม่ออกจึงได้แค่กล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณท่านผู้นำ ราคานี้สมควรแล้วสมควรแล้ว”
แล้วเฉินอี้ก็เดินไปหาผู้นำเพื่อรับชุดเกาะที่ประมูลไว้และเมื่อเฉินอี้ได้รับชุดจากมือของผู้นำ ผู้นำก็พูดเบาๆ
“นี้ผ้าเช็ดเท้าหลานของอาจาร์ยเ้าเด็กน้อยข้าจะไปเยี่ยมเ้าเร็วๆนี้”
เฉินอี้ได้ยินก็ตาเบิกกว้าง ใน้อยเล็กน้อย ในใจก็คิด วิชาสดับหมื่นลี้ช่างเป็วิชาที่ร้ายกาจจริงๆ เสียงผู้คนมากขนาดนี้เขากลับได้ยินทั้งหมด แม้จะพูดกันเบาๆ
“หากท่านผู้นำจะมาเยี่ยมเยือนข้ายินดีต้อนรับ”แล้วเฉินอี้ก็นำของกลับมาให้กับหยุนเทียน
“ท่านปู่ชุดนี้ดูใกล้ๆก็สวยดีถ้าทำเป็ผ้าเช็ดเท้าข้าว่ามันน่าเสียดาย ข้าเก็บไว้ก่อนนะเ้าค่ะ”
“มันเป็ของเ้าแล้วเ้าจะทำอะไรก็แล้วแต่เ้า วันหน้าค่อยเอามาให้ปู่หลอมมันใหม่มันคุณสมบัติต่ำเกินไป”
หยุนเทียนพูดออกและมองด้วยหางตาไปที่ผู้นำหอการค้ากลางเวที
“หึ…ชุดระดับนั่นยังว่าเป็ของชั้นต่ำ อยากรู้จริงๆว่าเ้าจะสูงส่งแค่ไหน” ผู้นำหอการค้าเซียนหลิงพูดพรึบพรัมเบาๆ
”ก็ถ้าเ้าอยากรู้ ก็มาหาข้าที่เมืองลมหวนสิ” หยุนเทียนพูดกระซิบเบาๆ
เมื่อผู้นำหอได้ยินก็หันหน้าไปมองที่หยุนเทียนทันที และคิดในใจ นี้เขาก็มีวิชาสดับหมื่นลี้ด้วยงันรือร้ายกาจจริงๆ ทั้งสองต่างมองตากันในระยะห่างและยิ้มมุมปากเล็กน้อย ต่างก็รู้ว่าต่างคนก็ต่างได้ยินสิ่งที่พูดแม้จะกระซิบก็ตาม
“ข้ารับคำเชิญ”
แล้วงานประมูลก็เริ่มต่อไปมีของล้ำค่าอีกหลายชิ้น ที่ออกมาให้ประมูล มีทั้งอาวุธ ยาวิเศษ วิชาเซียนผู้คนนั่นต่างก็ประมูลแย่งชิงกัน แต่ราคาก็ไม่ได้สูงมากจนน่าใยังคงเป็ราคาตามตลาดทั่วไป เพราะทุกคนที่เข้ามาวันนี้หลายคนตนต่างก็รู้ว่ามาเพื่อสิ่งใด
“ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย เรามาถึงของชิ้นสำคัญ 3ชิ้นสุดท้ายแล้ว ข้ารู้ว่าทุกท่านต่างก็รอคอย เอาละเรามาเริ่มกันชิ้นนี้ก่อนเลยกระจกมิติลึกลับ กระจกนี้เป็ของเซียนระดับสูงก่อนที่เขาจะขึ้นสู้โลกเบื้องบนได้ทิ้งเอาไว้ ว่ากันว่าเป็กระจกเข้าแดนลับที่ทำให้เขาสามารถได้รับโอกาสจนสามารถฝึกถึงระดับเซียนชั้นสูงได้แต่หลายปีนี้ผู้ที่ไม่สามารถเปิดแดนลับนี้ได้จึงได้ขายให้แก่หอการค้าของเรา หากผู้ใดมีความสามารถก็สามารถนำเอาไปค้นหาความลับของกระจกนี้ได้เปิดราคาที่ หนึ่งล้านหินิญญา”
“ข้าให้ สองล้าน”
“ข้าให้ สองล้านหนึ่งแสน”
การประมูลชิ้นสำคัญ เริ่มต้นขึ้นแล้ว หยุนเทียนได้ใช้วิชาเนตรตรวจสอบและเขาก็พูดขึ้นว่า
“หยุนชิง ปู่้ากระจกนั่น เอามาให้ได้ไม่ว่าจะราคาเท่าไร”
“เ้าค่ะ”
“10ล้าน” หยุนชิงเสนอราคาพุ่งสูงขึ้นทันที
“15ล้าน” แม้ว่าจะเสนอในราคาสูงแต่ก็มีคนที่พร้อมสู้อยู่
“30ล้าน” มีคน้ากระจกชิ้นนี้หลังจากที่ปลาใหญ่เปิดราคา พวกปลาเล็กปลาน้อยก็เริ่มเงียบลง เหลือแต่ผู้ที่มีกำลังทรัพย์และ้ากระจกนี้เสนอขึ้น
“50ล้าน” หยุนชิงเพิ่มราคาขึ้นเแบบรวดเดียว
“50ล้าน มีท่านใดจะให้มากกว่านี้อีกหรือไม่หากไม่มีของชิ้นนี้ยะตกไปเป็ของผู้ประมูลแห่งเมืองลมหวน”
“100ล้าน” มีคนที่พร้อมสู้แม้หยุนชิงจะเสนอมากแล้วก็ตาม
“150ล้าน”หยุนชิงเสนอราคาอีก
“200ล้าน”ทางคนผู้นั่นก็ยังไม่ยอมแพ้
“250ล้าน”หยุนชิงก็เพิ่มเงินเข้าไปอีก
“300ล้าน”คนผู้นั่นยังไม่ยอม
“600ล้าน” หยุนเทียนพูดขึ้นทำเอาทุกคนใ
“ท่านปู่ กระจกนั่นมันมีอะไรหรือเ้าค่ะ”
หยุนเทียนยกมือขึ้น “ได้มาแล้วเราค่อยว่ากัน”
“600ล้าน มีใครจะให้มากกว่านี้อีกหรือไม่”
ทันทีที่หยุนเทียนบอกราคาไปชายผู้ที่เสนอราคาสู้ ก็ไม่เสนอราคาต่อ ได้แต่กัดฟัน และพูดกับคนของตน
“สืบมาว่ามันเป็ใครสำนักมันอยู่ที่ใดกล้ามาแย่งกระจกมิติลึกลับกับข้าแสดงว่ามันต้องรู้ความลับกระจกแน่ๆ”
“600ล้าน ไม่มีใครให้มากกว่านี้กระจกมิติลึกลับตกไปเป็ของผู้ประมูลแห่งเมืองลมหวน”
ผู้คนต่างตกตลึงไปกับราคาที่สูงขนาดนี้ทั้งที่จริงมันเป็แค่กระจกแดนลับที่ไม่รู้ว่ามันมีอะไรอยู่ด้านในอาจจะเป็ดินแดนว่างเปล่าหรือของมีค่า แต่ทุกคนคิดว่าถ้ามันมีค่าจริงๆเซียนผู้นั่นคงไม่ทิ้งเอาไว้ แต่มันก็ยังเป็ความลับไม่มีใครรู้และหยุนเทียนก็ได้มันไปครองแล้ว
“อาจาร์ยค่ะ เงินที่ขายหินิญญาก้อนใหญ่ไปข้าได้จ่ายให้กับกระจกชิ้นนี้ไปหมดแล้วนะเ้าค่ะ นี้ค่ะกระจกมิติลึกลับ”
“อืม”
“ลำดับต่อไป เป็ไข่อสูรที่หายากยอดฝีมือที่เข้าไปในเขตของดินแดนอสูรชั้นใน ได้ไข่นี้มา ถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็สัตว์ชนิดใดจากการประเมินของนักประเมินสัตว์อสูร เป็สัตว์อสูริญญา ไม่ต่ำกว่าขั้นเซียนที่แท้จริง หากใครได้ไป ก็จะมีอสูรรับใช้ที่มีพลังน่ากลัว หากสำนักใดหรือผู้ที่มีความสามารถก็สามารถนำมันไปเลี้ยงได้ ซึ่งไข่นี้โตเต็มไวพร้อมที่จะฟักออกมาแล้ว เพียงแค่ท่านปลดผนึกและใช้เืเพื่อตราิญญาลงไปขอเปิดประมูลที่ 10ล้าน”
“ระดับเซียนที่แท้จริงแสดงว่าไข่อสูรตนนี้ต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ อสูรระดับนี้มีแต่สำนักระดับหนึ่งเท่านั่นถึงจะมีได้”
“อย่างเราไม่มีปัญญาหรอกมีแต่กองกำลังระดับต้นๆที่จะได้มันไป”
“นั่นนะสิ หากใครได้ไปก็เท่ากับมีพลังรบในระดับเซียนที่แท้จริงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง สำนักระดับสาม ไม่มีทางเลยที่จะได้มันมา”
ผู้คนต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าสิ่งนี้เป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง การเสนอราคาก็เริ่มขึ้น จากเริ่มต้น 10ล้านไม่นานก็พุ่งขึ้นไปถึง 100ล้าน ไม่ว่าเ้าเมือง สำนักใหญ่ในแต่ละเมืองหรือราชวงศ์เอง ต่างก็้าหากได้สิ่งที่แข็งแกร่งมาเพิ่มกำลังให้ตนก็พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวเพราะโลกนี้ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่อยู่รอด
“ท่านปู่ ในไข่นั่นมีลูกสัตว์อสูรอยู่ใช่ไหมค่ะ”
“คงใช่ ทำไมเ้าอยากได้หรือ”
“ข้ายังไม่มีเพื่อนเล่นเลยหากมีเ้าสัตว์น้อยตัวนั่นมาเป็เพื่อนเล่น ก็คงดี”
“จริงสิ ถ้าเ้าอยากได้ก็ประมูล”
“อาจาร์ยเ้าค่ะอย่าตามใจตงเหมยมากนักนะเ้าค่ะ แค่นางเอ่อปากก็ทำท่านเสียเงินไปมากแล้วหากยังตามใจนางอีก ข้ากลัวว่านางจะหลงระเริง…เ้านะเกรงใจท่านอาจาร์ยบ้างอย่าเป็เด็กนิสัยไม่ดี ท่านอาจาร์ยเสียเงินไปมากแล้ว”
“ท่านแม่ก็ข้าก็แค่อยากมีเพื่อนเล่นก็เท่านั่น และไข่นั่นก็เป็เด็กที่ถูกพรากจากพ่อแม่ของมันมาข้าสงสารมันเ้าค่ะ ข้ายังมีท่านแม่ แต่เ้าไข่นั่นกลับไม่มีใครเลยนะเ้าค่ะมันจะต้องเศร้ามากแน่ๆ ที่มันไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ขนาดลูกเองที่ไม่มีพ่อ คิดแล้วก็ยังเศร้าเลยแล้วเ้าไข่น้อยจะเศร้าขนาดไหน ลูกเลยอยากเป็เพื่อนกับเ้าไข่น้อยและดูแลมันเ้าค่ะ”
พอทุกคนได้ยินตงเหมยพูด ต่างก็เงียบลงแล้วหยุนเทียนก็มองไปที่เฉินอี้
“ไข่นี้ เ้าว่าราคาน่าจะอยู่ที่เท่าไร”
“หากว่าเป็ไข่ระดับความแข็งแกร่งที่น้อยกว่านี้ก็อยู่ที่ 10ล้านถึง100ล้านเ้าค่ะ แต่ไข่นี้เป็สัตว์ที่แข็งแกร่งั้แ่แรกเกิดน่าจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 500ล้านเ้าค่ะ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังสู้ราคากัน ก็พุ่งขึ้นไปถึง400ล้าน หยุนเทียนก็ลุกขึ้น แล้วพูดออกด้วยเสียงที่หนักแน่น
“1000ล้าน”
เมื่อคำว่า1000ล้านได้เปล่งเสียงออกมาทุกคนต่างก็เงียบงัน และทุกสายตาก็จับจองไปที่หยุนเทียน
“เ้าได้ยินไหม เขาว่า 1พันล้าน”
“ใช่ เขาให้1พันล้านถึงไข่จะวิเศษขนาดไหนแต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับ ของชิ้นสุดท้าย ยาอายุวัฒนะพันปีหากใครสู้ราคาเพื่อไข่นี้ คนนั่นก็คงไม่สนใจยาอายุวัฒนะแล้วแน่”
“นั่นสินะ แต่ให้ค่ากับไข่นี้ สูงขนาดนี้เขาคงไม่ติดจะชิงยาอายุวัฒนะแล้วสินะ ร่วมกับกระจกเขาใช้ หินิญญาไปแล้ว 1600ล้านซึ่งผู้ที่มีเงินมากขนาดนั่น นอกจากกองกำลังสำนักระดับหนึ่งหรือราชวงศ์คงไม่มีปัญญา แม้แต่เมืองเล็กๆ เงินขนาดนี้ คือเงินรายได้ของเมืองบ้างเมืองทั้งปีหรือเมืองใหญ่ๆทั้งเดือนเลย ช่างเป็คนที่มั่งมีสะจริง ไม่รู้ว่าเขารวยมาจากไหนทำยังกับว่าเป็ผู้ที่มีเหมืองหินิญญาไว้ยังงันแหละ”
“แต่จะว่าไปถึงเขาจะเคยเอาหินก้อนใหญ่ออกมาแต่นั่นข้าว่ามันก็คือทั้งหมดของเขาแล้ว ถ้าเขาเอาอีก1พันล้านออกมาไม่ได้เขาก็เป็ได้แต่คนโง่เท่านั่น”
“ใช่ๆ จริงด้วย”
ผู้คนต่างเริ่มสงสัยว่าหยุนเทียนจะมีเงินมากขนาดนั่นหรือไม่เพราะเป็คนจากสำนักที่ไม่มีชื่อเสียงในดินแดนใด เป็คนจากราชวงศ์ก็ไม่ใช่ขนาดคนในราชวงศ์ยังไม่กล้าเสนอราคาเช่นนี้
“1พันล้าน หากไม่มีใครให้ราคาสูงกว่านี้ไข่อสูรลึกลับนี้ตกไปเป็ของผู้ประมูลแห่งเมืองลมหวน”
“เดี๋ยวก่อนท่านผู้นำ หากเขาบอกว่า1พันล้านพวกข้าสงสัยว่าเขามีจริงหรือไม่ ท่านต้องให้เขาจ่ายออกมา พวกข้าถึงจะยอมรับ”
คนจากสาขาอื่นเริ่มอิจฉาไม่พอใจ สาขาเมืองลมหวน เพราะหยุนเทียนทำให้การประมูลครั้งนี้หอเซียนหลิงเมืองลมหวนเป็ผู้ที่ประมูลให้ราคามากที่สุด และแบบนั่นเฉินอี้จะได้รับผลงานที่ทำกำไรให้กับ หอการค้าไปอย่างมาก
“แน่นอน แน่นอน กฎของเราเมื่อเสนอราคาแล้วก็ต้องจ่ายก่อนจึงจะรับของเ้าหอเมืองลมหวน เชิญนำหินิญญามารับไข่ไป”
“ท่านอาจาร์ยบอกว่าท่านไม่มีหินิญญาอยู่แล้วเ้าค่ะ แต่จะขอจ่ายด้วยสิ่งอื่นแทน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านผู้นำ ข้าว่าแล้ว เขาจะมีเงินมากมายขนาดนั่นได้อย่างไรจะเอาของแลก อะไรที่จะมีค่ามากกว่านี้ นอกจากจะเป็ยาอายุวัฒนะพันปีหรือของที่มีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกันกับไข่อสูรนั่นเช่นนั่นจะมีอะไรมาจ่ายแทนได้ ของที่ต่ำกว่านั่นต่อให้มีมากแต่มันก็ยังไม่มีค่าอยู่ดี แบบนี้ท่านผู้นำต้องจัดการ เ้าหอสาขาเมืองลมหวนที่หาลูกค้าไม่ดีมาแบบนี้”
“ท่านเ้าหอท่านได้ยินแล้วนะจะจ่ายแทนก็ต้องเป็ของที่มีค่ามากพอ ถ้าของที่มีระดับต่ำกว่าต่อให้มีมากก็ใช่ว่าจะแทนกันได้”
“ท่านอาจาร์ยท่านไม่มีก้อนหินิญญาแล้วจริงๆหรือเ้าค่ะ”
หยุนเทียนคิดในใจหินพวกนั่นในหยกข้ามีมากมายเป็ูเา ที่เอาออกมามันก็เป็แค่กองดินเล็กๆเทียบกับูเาหินทั้งลูกแต่จากที่ข้าได้ยินคนที่นี้พูดแล้ว ถ้าข้าเอาออกมาอีกคงเป็ที่จับตาของพวกราชวงศ์สินะ เพราะมีแต่ทางการเท่านั่นที่ควบคุมเหมืองหินได้เอาเถอะข้าก็ยังมียาที่ข้าปรุงเสียอยู่อีกมาก ใช้พวกนั่นแทนก็แล้วกัน
“ยาอายุวัฒนะพันปีที่จะประมูลต่อไปมันมีค่ามากขนาดไหน”
“เป็ยาเม็ดแรกที่ปรุงสำเร็จในรอบหลายปีเ้าค่ะแค่ยาอายุวัฒนะ500ปี ก็มีค่าเป็ร้อยล้านแล้วครั้งนี้คือยาที่เป็ความสำเร็จสูงสุดเปรียบได้กับเซียนชั้นฟ้าโลกเบื้องบนเป็คนปรุงข้าเลยไม่รู้ว่ามันจะมีค่าเท่าไร”
“แค่พันปียังมีค่ามากขนาดนี้แล้วถ้าเป็ยาสัก3-5พันปี มันจะมีค่าขนาดไหน”
“ท่านล้อข้าเล่นแล้วอาจาร์ย ยาที่ดีขนาดนั่นแม้แต่เซียนชั้นฟ้ายังปรุงไม่ได้เลย หากมีจริงๆ1000ล้านหินิญญายังไม่คู่ควรเลยเ้าค่ะ”
“ดี งันเอาตามนี้แหละ”
แล้วหยุนเทียน ก็ปล่อยของบ้างสิ่งลอยออกไปเป็สีเขียวที่สว่างสวยงาม และส่งกลิ่นหอมอบอวนไปทั่วร้อยลี้
“ยาอายุวัฒนะ 3พันปี ไม่สิหรือ 4พันไม่แน่ใจเหอะ เอาเป็ ข้าจ่ายด้วยยาอายุวัฒนะ 3พันปี ได้หรือไม่”
แล้วทุกคนก็เงียบงันตัวสั่นกันเป็แถวบ้างก็ตกตลึง บ้างก็ลุกยืนขึ้นและทันทีที่ยาลอยอยู่ในอากาศส่งแสงและกลิ่นอันน่าเย้ายวนผู้นำหอเซียนหลิงแดนกระบี่ ก็รีบเอากล่องไปรับยาและปิดทันที
“เ้ารีบไปตาม ผู้าุโปรุงยามาเดี๋ยวนี้”ในใจก็คิด จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว เฉินอี้เ้าพาใครมา ถึงข้าไม่แน่ใจแต่ยานี้มันคนละระดับกับในกล่องยาอายุวัฒนะพันปีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่คนที่อยู่ที่นี้ทุกคนต่างก็เงียบไม่พูดอะไรขนาดข้าเองยังอดใจไม่ไหว อยากเอายานี้เข้าปากทันที หากมีอายุขนาดนั่นการไปถึงเซียนะหรือเซียนชั้นฟ้า ก็ไม่ใช่เื่ยาก
แม้ทุกคนจะสงสัยแต่ก็ไม่ทักทวงสิ่งใดแม้จะไม่ใช่ผู้ปรุงแต่คนฝึกเซียนย่อมต้องมีการกินยาเพื่อเพิ่มพลังในการบ่มเพาะอยู่แล้วเมื่อได้เห็นได้กลิ่นยานี้ทุกคนย่อมไม่ปฎิเสธว่า ยานี้เป็ของจริงหรือปลอมเพราะแค่เพียงได้กลิ่นของยาก็มีกำลังขึ้นมาทันที
ในขณะที่รอปรมาจาร์ยนักปรุงยาของหอเซียนหลิงอยู่นั่นก็มีคนกระโจนออกมาบนชั้นสาม ลงมาอยู่ต่อหน้าผู้นำหอ
“ท่านเซียนเฮอ”
“ไม่ต้องรอแล้วข้าคือปรมาจาร์ยปรุงยาที่เก่งที่สุดในดินแดนนี้ ข้าจะตรวจสอบให้เอง”
“หากท่านผู้าุโ ้าข้าก็ยินดี”และผู้นำก็ส่งกล่องยาให้แก่ปรมาจาร์ยท่านนั่น
หลังจากปรมาจาร์ยนักปรุงยาได้รับกล่องมาก็มือสั่นเล็กน้อย และค่อยๆเปิดกล่องออก พอเปิดกล่องออก กลิ่นยาก็กระจายออกไปทั่วแล้วน้ำตาของปรมาจาร์ยท่านนั่นก็หลั่งออกมาด้วยความปิติ
“นี้คือยาอายุวัฒนะที่ดีที่สุดที่ข้าเคยเห็นมาแม้แต่อาจาร์ยของข้าก็ไม่เคยปรุงยาเช่นนี้ได้โลกเบื้องบนยาอายุวัฒนะเป็ของไม่จำเป็จึงไม่มีใครปรุงขึ้นแต่โลกเบื้องล่างนี้มันเป็ยาที่มีค่าหาประมานไม่ได้ ยาอายุวัฒนาพันปีเม็ดนั่นที่ข้าและผู้าุโทั้งห้าปรุงขึ้น ช่างไร้ค่า ช่างไร้ค่าจริงๆ”
แล้วปรามาจาร์ยนักปรุงยาก็ปิดกล่อง และเดินไปที่กล่องยาชิ้นสุดท้ายที่จะนำมาประมูล เขาได้เปิดกล่องและหยิบยาขึ้นมา
“ช่างไร้ค่า ก็แค่ยาที่ปรุงเสียเท่านั่น”แล้วเขาบีบทำลายยาด้วยมือของตน กลายเป็ผงไป
“ท่านปรมาจาร์ยนี้ท่าน”
“สำหรับนักปรุงยาแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้ายาที่ระดับสูงกว่า ยาที่ต่ำกว่าก็เป็ได้แค่ขยะ…ท่านผู้สูงส่งได้โปรดบอกข้าได้หรือไม่ ว่าใครเป็ผู้ปรุงยานี้”
ปรมาจาร์ยนักปรุงยาเดินไปที่หน้าห้องของเมืองลมหวนและก้มหัวพร้อมพูดต่อหยุนเทียน
“ยานี้เป็ของข้า ข้าบอกท่านได้เท่านี้”
“ขอบคุณท่านผู้สูงส่ง สำนักเนตร์ข้าจะขอไปเยือนสักครั้ง”
“ท่านไม่ต้องเกรงใจ…หากท่านมาอย่างมิตรข้ายินดีต้อนรับ”
แล้วปรามาจาร์ยนักปรุงยาก็หลบหลีกไปยังที่ของตน
“ท่านผู้นำ ยาอายุวัฒนะพันปี ก็ทำลายไปแล้วตอนนี้มีแค่ยาอายุวัฒนา3000ปี ท่านจะเริ่มประมูลที่เท่าไรว่ามาข้าพร้อมจ่าย”
“ใช่ๆหอเซียนหลิงเปิดประมูลของชิ้นสุดได้หรือยัง”
“ข้าต้องขออภัยทุกท่านด้วยยานี้เป็การจ่ายแทนไข่อสูร และข้ายังไม่ทราบว่าราคามันนั่นควรจะเริ่มที่เท่าไรทางเราจึงไม่สะดวกที่จะประมูลในตอนนี้”
“อะไรกันนี้หอเซียนหลิงจะเก็บยาไว้เองใช่ไหมยานั่นต้องเอาออกมาประมูลสิ”
“ใช่ๆ หอเซียนหลิงได้ของมีค่ามาคิดจะเก็บเอาไว้ ท่านบอกว่าชิ้นสุดท้ายคือยาอายุวัฒนะ ในมือท่านก็เป็ยาอายุวัฒนะท่านก็ต้องประมูลตามที่ประกาศไว้ไม่เช่นนั่นข้าไม่ยอม”
“อะไรกันท่านผู้นำหอเซียนหลิง ทำแบบนี้เป็การไม่ให้เกียรติลูกค้าเลยนะถ้าเป็หอการค้าถงเทียนของเราละก็เราไม่ยอมทำแบบนี้แน่ ทุกท่านว่าจริงไหม”
“หึ หอการค้าถงเทียนคิดจะใช้ผู้คนมาบีบข้างันหรือ ได้หอการค้าเซียนหลิง ไม่ผิดคำพูดอยู่แล้วหากจะประมูลจริงๆ ยานี้จ่ายมาด้วยมูลค่า 1000ล้านเพื่อไข่อสูร ข้าจะเริ่มที่ 1500ล้านหินิญญาหากใคร้าเชิญว่าราคามาได้เลย”
“3000ล้าน”
ผู้หนึ่งที่น้ำเสียงดูองอาจพูดขึ้น ทุกคนต่างหันไปมอง เขาคือ องค์ชายใหญ่แห่งดินแดนกระบี่ เมื่อผู้คนได้ยินแม้สำนักลำดับต้นๆก็ไม่กล้าที่จะเสนอราคาสู้ แต่กระนั่นก็มีคนหนึ่งพูดขึ้น
“หึ ดินแดนกระบี่ช่างยากจนจริงๆ ข้าให้4000ล้าน”
“นั่นมัน องค์หญิงแห่งาาวงศ์ดินแดนเงา”
“คิดว่า4พันจะคู่ควรกับยาระดับนี้พวกเ้าช่างไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยาเลย ข้าให้ 5พันล้าน”
“นั่นมันองค์ชายสามแห่งดินแดนโอสถบ้าไปแล้วนี้ไม่ใช่การประมูลระดับเมืองในดินแดนแล้วที่นี้คือการประมูลของเ้าดินแดนไปแล้ว แม้แต่สำนักระดับต้นๆก็อาจจะไม่สู้ด้วยซ้ำ”
ผู้นำหอการเซียนหลิงคิดในใจ แย่ละสิใครจะคิดว่าคนใหญ่คนโตในดินแดนอื่นจะมาด้วย ข้าก็ตรวจสอบดีแล้วนะทำไมถึงมีราชวงศ์อื่นมาโดนที่เราไม่รู้ ถ้าจัดการไม่ดี หอเซียนหลิงในดินแดนนั่นถูกทำลายแน่ๆต้องจัดการให้ดีสะแล้ว”
“ข้าให้ 6000ล้าน”
“ข้าให้7000ล้าน”
“ข้าให้ 10000ล้าน”
การต่อสู้ของทั้งสาม แห่งราชวงศ์ทั้งสามดินแดนต่อสู้กันอย่างดุเดือน เพื่อยาเม็ดนี้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าทำไมพวกท่านทั้งสองไม่เสนอราคาต่อละ ดินแดนโอสถถึงจะไม่ร่ำรวยที่สุด แต่ข้ามั่นใจว่าร่ำรวยกว่าท่านทั้งสองแน่นอน”
“ชิถ้าพวกข้ามีปรมาจาร์ยนักปรุงมากเหมือนเ้า ดินแดนข้าก็ร่ำรวยไม่แพ้เ้า” องค์หญิงจากดินแดนเงาพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“15000ล้าน”
มีเสียงที่ดูชรา แต่น่าเกรงขามพูดขึ้นและแสดงตัวต่อหน้าทุกคน
“นั่นมัน ฮ่องเต้แห่งดินแดนกระบี่ เขามาเองเลยหรือนี้”
“ท่านผู้นำหอ กฎของที่นี้หากประมูลได้ต้องนำหินมาจ่ายเลยทันทีใช่หรือไม่”
“เป็เช่นนั่นฝ่าา”
“เช่นนั่น ให้ทหารไปนำหินิญญามาเ้าเด็กน้อยจากดินแดนโอสถเ้า มีเงินมาจ่ายหรือไม่”
“ม…ไม่มี ตอนนี้ข้าพระองค์ไม่มีมากขนาดนั่น”
“ดีเช่นนั่น เ้าก็ประกาศเถอะ”
“เสด็จพ่อ ลูกจะจัดการให้เองพะยะค่ะ”
“15000ล้าน มีใครให้มากกว่านี้อีกหรือไม่หากไม่มียาอายุวัฒนะ3พันปีเป็ของ ผู้ประมูลจากเมืองหลวงดินแดนกระบี่”
“จากนี้ข้าขอปิดงานประมูลเพียงเท่านี้เชิญท่านมทั้งหลายกลับโดยสวัสดิภาพ หอการค้าเซียนหลิงขอบคุณลูกค้าทุกท่าน”
แล้วการประมูลก็จบลงผู้คนต่างพูดถึงยาอายุวัฒนะ และสำนักเนตร์แห่งเมืองลมหวนไม่นานข่าวก็แผร่กระจายออกไป ไม่เพียงแค่ดินแดนกระบี่เท่านั่นในดินแดนอื่นๆก็เช่นกัน การเปิดตัวครั้งนี้ของหยุนเทียนแม้จะไม่ได้สนใจแค่ทำตามที่ตัวเองคิดว่าควรทำ แต่ก็กลับสร้างชื่อเสียงได้ภายในข้ามคืนและหยุนเทียนก็เริ่มตระหนักถึงสิ่งนั่นดี