ตอนที่ 120 เมื่อสามพันปีก่อน(5) ยามราตรีอันมืดมิดเคลือบคลานปกคลุม ดวงจันทราทอแสงรำไรเหนือนภาฟ้าไร้เมฆา บรรยากาศเงียบงันให้จิตใจนี้รู้สึกสงบนิ่ง ในขณะนี้หากมองจากฟากฟ้ากวาดตามองทั่วเขตแดนของเผ่าพันธุ์ฟีนิกซ์ ท่านจะพบว่า ณ ใจกลางของสามราชอาณาจักรนั้นกำลังส่งแสงเจิดจรัสประดุจดวงดาราประดับฟ้า สืบเนื่องมาจากวันนี้คือวันเทศกาลสานสัมพันธ์ของสามราชอาณาจักร โดยฟีนิกซ์ชนชั้นสูงหรือเหล่าเชื้อพระวงศ์และราชาจะมาพบปะหารือกัน แน่นอน ใจกลางดินแดนล้วนเต็มไปด้วยเหล่าฟีนิกซ์ต่างราชอาณาจักรที่หลั่งไหลเข้ามาราวกับธารน้ำ เทศกาลนี้จะจัดขึ้นห้าปีครั้งหนึ่ง เหตุที่เทศกาลมีห้าปีครั้ง เนื่องจากงานหลักของเทศกาลสานสัมพันธ์นี้คืองานประลองของเหล่ารุ่นเยาว์… แน่นอน สิ่งเหล่านี้หาได้สำคัญไม่สำหรับลิเวียธ่า เด็กสาวฟีนิกซ์นัยน์ตาสองสี นางเพียงต้องการมีเพื่อนเท่านั้นเอง มิได้สนใจการประลองเลยแม้แต่น้อย ถึงนางจะเข้าร่วม คงไม่วายที่จะพ่ายแพ้อยู่ดี ในขณะนี้ที่นอกปากถ้ำซึ่งเป็นสถานที่พำนักของหยดน้ำตาเทพีสวรรค์ ห่างออกไปจากถ้ำเพียงเล็กน้อยปรากฏเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน กาติรัสกำลังนั่งพิงก้อนหินสีเทารูปลักษณ์เบี้ยวบิดด้วยท่าชันเข่า เด็กหนุ่มกำลังแหงนมองจันทราที่ถูกดารารายล้อมรอบ ทัศนียภาพตรงหน้างดงามจับจิตจนมิอาจละสายตาประหนึ่งโซ่ตรวนผนึกรั้ง ทว่า ภายใต้ท้องนภาผืนนี้จิตใจของเด็กหนุ่มกลับรู้สึกหนาวเหน็บเฉียบเย็น ช่างเป็นความอ้างว้างเปลี่ยวเหงา จักรพรรดิผู้สรรสร้างเป็นบุคคลประเภทที่ใช้สมองตลอดเวลาและพึงสติไว้ตลอด ตอนที่จักรพรรดิเหม่อลอยและกำลังเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ในห้วงจิตที่ลึกที่สุดจะย้ำเตือนชุดความคิดประหนึ่งคำบัญญัติ “ท่านกำลังเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์” เมื่อชุดความคิดนี้ย้ำเตือนเขา สติของจักรพรรดิจะกลับคืนมา …ราวกับว่าสายตาจักรพรรดิพร่ามัวไปกับความงดงามตระการตาบนฟากฟ้า หลงใหลลึกล้ำสยบความคิด “ท้องฟ้าราตรีที่ประดับด้วยดาราและจันทรา มันกลับงดงามได้ขนาดนี้…” กาติรัสเอื้อนเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง จักรพรรดิปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะหาความรู้สึกหนึ่ง… ความรู้สึกที่ทำให้ตนเองกล้าพูดว่า “ช่างงดงาม” สาวที่งามที่สุดในโลก อัญมณีที่งดงามที่สุดในโลก สิ่งของทั้งปวงที่ถูกกล่าวโดยผู้คนว่างดงาม แต่สำหรับกาติรัส เด็กหนุ่มไม่ได้รู้สึกถึงมันเลยแม้แต่น้อยราวกับเสียต่อมความรู้สึกไป เขาไม่เคยพูดคำว่างดงามออกมาสักครั้ง จวบจนกระทั่งวินาทีที่เด็กหนุ่มกำลังมองหมู่ดาวอย่างเงียบงัน เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ว่าตนเองยังสามารถรู้สึกได้ถึงความงดงามอยู่ เด็กหนุ่มมองดวงดาราสีหน้านิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์ แววตาเย็นชาดุจไร้ชีวิตกลับปรากฏสีสันขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ แววตาที่ราวกับปลาตาย… ได้ปรากฏประกายแสงแห่งชีวิต… ร่างกายที่เคยแกร่งกล้าดุจหินผา ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมดุจใบมีด ทั้งหมดต่างทลายสิ้นเมื่อถูกเทพีสวรรค์ผนึกกั้นไว้ แม้กระทั่ง ณ ตอนนี้ที่เสียงฝีเท้ากำลังเคลือบคลานเข้าใกล้จากระยะไกล กาติรัสก็มิอาจรู้สึกได้ถึงมัน สวบ สวบ สวบ กอหญ้าพริ้วไหวตามจังหวะการลงเท้าของคนผู้หนึ่ง เด็กหนุ่มหันขวับตามต้นกำเนิดเสียงอันแผ่วเบาสายนี้ ทันใดนั้น เจ้าของเสียงฝีเท้าที่ว่าก็คือลิเวียธ่านั่นเอง… “ฮือ…อึก…ฮือ…” ภายใต้ความเงียบงันยามราตรีค่ำคืน แม้ลิเวียธ่าจะพยายามฝืนกลั้นเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างสุดความสามารถ น้ำตาสายนี้เปี่ยมล้นไปด้วยห้วงอารมณ์ของเด็กสาว ทันทีที่นางมองเห็นเด็กหนุ่มซึ่งกำลังนั่งชันเข่าพิงก้อนหินยักษ์ ฝ่ามือเรียวงามเคลื่อนปาดหยาดน้ำตาบริเวณนวลแก้มเนียนละเอียดทั้งสองทิ้งคราบน้ำตาหลงเหลือไว้ ลิเวียธ่าไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ขยับไปไหน หากเป็นช่วงเวลาปกติ กาติรัสคงหายไปแล้ว… “ทะ---ทำไมท่านยังอยู่ตรงนี้?” ลิเวียธ่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า กาติรัสเคลื่อนสายตาชะงักลงที่เด็กสาวพลางครุ่นคิด “น้ำเสียงที่เคยนุ่มละมุนเคลิบเคลิ้มกลับแห้งแหบได้ถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้นางคงร้องไห้มาหนักมากเป็นแน่…หือ? แล้วทำไมข้าต้องคิดเรื่องนี้ด้วย?” เด็กหนุ่มดึงสติกลับคืน สายตาคมกริบจับจ้องเด็กสาวเบื้องหน้านิ่งงัน สายตาของจักรพรรดิล้วนสามารถทำให้ผู้คนทั่วทั้งโลกประหวั่นพรั่นพรึงประดุจเทพปีศาจ ชื่อเสียง พลังและอำนาจ ในทุกตารางนิ้ว ทุกซอกทุกมุมของโลกต้นกำเนิด ชื่อเสียงของจักรพรรดิที่แข็งแกร่งน่าสะพรึงนี้ลือชาทั่วแดนดินอย่างแท้จริง ถึงกระนั้น คนปกติที่หากสบตากับกาติรัสจะเกิดความรู้สึกหวาดกลัว ทว่าเด็กสาวเบื้องหน้ากลับหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ขณะที่ลิเวียธ่าประสานสายตากับกาติรัส นัยน์ตาของเด็กสาวกลับดูใสซื่อบริสุทธิ์ไร้มลทินราวกับผ้าขาว ดวงตาคือหน้าต่างของจิตใจ เด็กสาวคนนี้มิได้มีความหวาดกลัวอยู่เลย… ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผู้เป็นจักรพรรดิต้องเอ่ยถามออกไปอย่างสับสน “เจ้าไม่รู้จักข้ารึ?” ลิเวียธ่าส่ายศีรษะเบาๆ นี่อาจเป็นเรื่องที่ตลกที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ มีคนที่ไม่รู้จักจักรพรรดิผู้สรรสร้างอยู่ด้วยหรือ? นี่เป็นเรื่องที่น่าขันอย่างมาก!! กาติรัสคิ้วเลิกสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ เด็กหนุ่มผู้นี้มีประสบการณ์อย่างโชกโชน เขาสามารถจับได้ว่าใครโกหกหรือพูดจริง ทั้งนี้เป็นเพราะประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่เด็กจวบจนปัจจุบัน กาติรัสทำสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย จู่ๆความคิดหนึ่งพลันผุดขึ้น มันไม่ได้ถูกกรั่นกรองใดๆทั้งสิ้น เป็นความรู้สึกแรกที่วาบเข้ามาในความคิด และอาจเป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มยอมให้ความคิดนี้ไม่ผ่านกระบวนการคิดอย่างรอบคอบ เด็กหนุ่มจับจ้องเด็กสาวเบื้องหน้าสีหน้าเรียบนิ่งก่อนจะใช้แขนซ้ายตบพื้นข้างกายเบาๆ ลิเวียธ่ารู้ดี เขากำลังเชิญชวนเธออยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็ไม่กล้าพอจะเดินเข้าไปตามความปรารถนาของเด็กหนุ่ม นางยืนนิ่งอยู่กับที่เผยความกังวลผ่านใบหน้า “มาสิ มานั่งด้วยกัน” คราวนี้จักรพรรดิเอ่ยปากพูดด้วยตัวเอง เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือจุดประสงค์อะไร แม้กระทั่งตอนนี้ จักรพรรดิที่มักใช้สมองครุ่นคิดตลอดเวลาก็หาได้เป็นเช่นนั้น ลิเวียธ่าที่ถูกเชิญชวนครั้งแรกผ่านภาษามือ เด็กสาวล้วนลังเลและกังวล แต่ทันทีที่การสื่อสารแปรเปลี่ยนเป็นคำพูดดุจดั่งคำสั่งที่มิอาจขัดขืน อย่างไรก็ตาม สถานะของเธอและเขาล้วนแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ลิเวียธ่าเกิดมามีร่างกายอ่อนแอกว่าเด็กปกติหลายเท่า ถึงแม้จะมีรูปโฉมงดงามดุจเทพธิดาสวรรค์ แต่กลับเป็นธิดาเทพที่เปราะบางประดุจแก้ว นัยน์ตาเอกลักษณ์ซึ่งมีสีแตกต่างกันเป็นดำกับแดง แค่สองสิ่งนี้ก็มากพอที่เด็กสาวจะถูกสังคมกีดกันด้วยความรังเกียจอย่างช่วยไม่ได้ นี่ยังไม่ได้นับความเจ้าน้ำตาที่น่ารำคาญอีก… ในขณะที่ เด็กหนุ่มเป็นคนที่มากพรสวรรค์สูงส่งยากจะหาผู้ใดทัดเทียม เกิดมาพร้อมกับถูกเลือกโดยหนึ่งในเหล่าสิบหกจักรพรรดิ อาชีพที่มีนามแห่งจักรพรรดิ… ด้วยความเก่งกาจปานพระเจ้านี้ ผู้คนทั่วทั้งโลกต่างเคารพยำเกรงถึงขั้นหวาดสะพรึงกลัว แน่นอน เด็กสองคนนี้มีบางอย่างเหมือนกันอยู่ “พวกเขาถูกคนส่วนใหญ่เกลียดชัง” ลิเวียธ่าก้าวเดินเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างหวาดระแวง หากมิใช่ว่าเมื่อไม่นานมานี้เด็กสาวผ่านเรื่องสะเทือนใจจนต้องเสียน้ำตาเป็นบ่อๆ เธอคงวิ่งร่าเข้าหากาติรัสด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเปี่ยมสุขเป็นแน่ มันดูเหมือนว่าปราการน้ำแข็งของเด็กหนุ่มเริ่มเปราะบางลง ความเย็นชาในท่าทางและแววตาของเด็กหนุ่มกำลังเหือดหายไปทีละเล็กทีละน้อย เด็กสาวเลือกที่จะนั่งกุมเข่าติดก้อนหินยักษ์ เด็กสาวไม่รู้ตัวเลยว่าขณะนี้ตนเองกำลังนั่งข้างกายของบุคคลที่ถูกทั่วโลกขนานนามว่า “อำนาจแห่งพระเจ้า” ลิเวียธ่าปรากฏอาการสับสนมึนงง นางนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเงยศีรษะเคลื่อนสายตามองไปทางขวาของตนเอง ภาพเบื้องหน้าที่ประสบกลับทำให้เด็กสาวตกลงไปในห้วงภวังค์ …ใช่แล้ว นางไม่ได้สังเกตเห็นเลย แท้จริงแล้ว เด็กหนุ่มผู้นี้มีหน้าตาที่ประณีตบรรจงอย่างมาก เป็นรูปลักษณ์บุคคลซึ่งยากจะสรรหาคำบรรยายใดมาทาบเทียบราวกับหลุดมาจากความฝันอันเพ้อเจ้อของเหล่าเด็กสาว ไม่สิ… มันน่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้น แม้กระทั่งความฝันที่เพ้อเจ้อที่สุดก็มิอาจสรรสร้างเป็นเด็กหนุ่มเบื้องหน้าขึ้นมาได้อย่างแน่นอน เป็นสิ่งที่จินตนาการของผู้คนมิอาจวาดฝันเห็น คิ้วคมเข้มของเด็กหนุ่มเลิกขึ้นเล็กน้อย “ดวงดาวช่างงดงาม…” เสียงของกาติรัสปลุกให้ลิเวียธ่าตื่นขึ้นจากห้วงภวังค์ คำพูดนั้นราวกับซึมซับเข้าไปในสมองโดยตรง เด็กสาวหันขวับแหงนมองบนฟ้านภาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่นางพานพบ รูม่านตาของเด็กสาวพลันขยายกว้างขึ้น ภาพเบื้องหน้ามิใช่แค่ดาราและจันทรา ทว่า ต้นไม้วิหกสีชาดกำลังทอแสงแดงอร่ามสดใสยามค่ำคืน ผนวกกับความมืดมิดยามราตรี หมู่ดาว ดวงเดือนและแสงสีแดงบางเบาจากต้นไม้ยักษ์ใหญ่ ทุกอย่างล้วนผสมลงตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภาพที่งดงามนี้เกิดขึ้นได้เพียงห้าสิบปีครั้งหนึ่งเท่านั้น เป็นช่วงเวลาที่หมู่ดาวมิถูกบดบังโดยก้อนเมฆ จันทราอยู่เหนือน่านฟ้าอย่างพอดิบพอดี และเป็นช่วงเวลาที่ต้นวิหกสีชาดส่องแสงได้เบาบางมากที่สุด “สุดยอด… สวยมากเลย…” เด็กสาวพูดขึ้นอย่างหักห้ามตัวเองไม่อยู่ นัยน์ตาคมงามทั้งสองจับจ้องทัศนียภาพเบื้องหน้ามิอาจละสายตาไปได้ราวกับต้องมนต์สะกด ทันใดนั้น กาติรัสก็ได้เอ่ยขึ้น “ข้ามีนามว่ากาติรัส” จักรพรรดิเอ่ยนามของตัวเองออกไป การเอ่ยนามของจักรพรรดินั้นราวกับการยอมรับอีกฝั่ง เป็นครั้งแรกที่กาติรัสปล่อยตัวเองตามสัญชาตญาณ หากเป็นเด็กหนุ่มยามปกติ เขาจะใช้ความคิดของตัวเองให้มากกว่านี้ และอยากเป็นเช่นนั้น เด็กสาวคงไม่ได้รู้ชื่อของเขา “อื้อ…กาติรัส เราชื่อลิเวียธ่า” ลิเวียธ่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดา ถึงเด็กสาวจะเคยแนะนำชื่อไปแล้วแต่นางรู้สึกว่าควรจะพูดใหม่อยู่ดี อย่างไรก็ตาม แววตาของเด็กน้อยทั้งสองยังคงจับจ้องทัศนียภาพตรงหน้าที่ราวกับประติมากรรมของทวยเทพ คราวนี้ สายตาของเด็กสาวกำลังบ่งบอกถึงอาภรณ์ที่สุขล้นอยู่ภายใต้แววตาคู่นั้น ถึงแม้ว่า นางจะเพิ่งร้องไห้น้ำตาแตกเป็นบ่อๆ ในตอนนี้นางก็ยังมีความสุขมากจริงๆ มากอย่างไรเหตุผล… ทั้งที่… เขายังไม่ได้พูดสักคำว่าจะเป็นเพื่อนกัน… ภายใต้บรรยากาศอันเงียบสงบและวิวทิวทัศน์ที่สวยสดงดงาม ใครได้เปรยมองล้วนต่างต้องมนต์สะกด สายลมพัดโชยนำพาความหนาวเหน็บในฤดูหนาวซัดสาดร่างกาย ลิเวียธ่านั่งกุมเข่าตัวสั่นเทิ้ม ในขณะที่กาติรัสนั่งชันเข่าด้วยท่าทางสบายๆ ถึงแม้เด็กหนุ่มจะถูกเทพีสวรรค์ผนึกพลังเอาไว้ แต่สภาพจิตใจและร่างกายนี้ล้วนได้รับการขัดเกลาผ่านประสบการณ์เป็นตายมามากมายดุจภูเขาเลากา เด็กหนุ่มที่เห็นดังนั้นจึงดีดนิ้วดัง เปาะ เพียงชั่วพริบตาเดียว ผ้าคลุมขนสัตว์พลันปรากฏในฝ่ามือของจักรพรรดิ เขาห่มให้เด็กสาวอย่างไม่รอช้า ลิเวียธ่าที่กำลังสั่นเทาเพราะถูกความหนาวเหน็บในเวลากลางคืนเข้าจู่โจมร่างกาย ทันใดนั้น เมื่อบ่าทั้งสองสัมผัสได้ถึงน้ำหนักบางอย่างกดลงบนตัว ความเหน็บหนาวเย็นเยียบทั่วทั้งร่างพลันทุเลาลงในทันตา ความรู้สึกอบอุ่นนี้ล้วนมาจากผ้าคลุมขนสัตว์ที่กาติรัสสวมให้ นี่คงเป็นครั้งแรกที่จักรพรรดิช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ได้คิดอะไรเลย “กาติรัสเอามันมาจากไหน?” ลิเวียธ่าเอ่ยถามด้วยสีหน้าฉงน นางเป็นคนรักษาเด็กหนุ่มผู้นี้มาสามเดือนเต็ม ผ้าคลุมขนสัตว์นี้มีขนาดใหญ่พอสมควร เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก็บซ่อนมันเอาไว้ ด้วยความที่นางยังเด็กนัก ทั้งภูมิความรู้ต่างๆจึงคับแคบซึ่งแตกต่างจากเด็กหนุ่มที่ทรงภูมิปัญญาราวกับจอมปราชญ์ แต่นี่คงถือเป็นโชคดีก็ได้ คนที่มีปัญญาและความรู้ที่มาก ความทระนงตนย่อมมีมากขึ้นเช่นกัน หากพวกเขามั่นใจว่าตนเองรู้ พวกเขาจะไม่เอ่ยถามถึงความเป็นมาของสิ่งนั้น “สร้างมันขึ้นมา” กาติรัสเอ่ยตอบความจริงทุกประการ เด็กหนุ่มไม่ได้โป้ปดเลยแม้แต่น้อย เพราะนี่คือพลังของเขา…จักรพรรดิผู้สรรสร้าง ถึงแม้เขาจะพยายามปกปิดกับเด็กสาวไป แต่ทว่าคนทั่วทั้งโลกต่างก็รับรู้ถึงพลังอำนาจนี้ดีอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องปกปิดมัน “สร้าง…?” เด็กสาวพูดคำสั้นๆ นวลหน้างามล้ำปรากฏความสับสนงุนงงอย่างยิ่งยวด นางไม่เข้าใจคำที่เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น ทันใดนั้น กาติรัสเริ่มสรรสร้างหลายสิ่งให้ลิเวียธ่าดูไม่ว่าจะเป็น อัญมณีอันเลอค่าที่หายากบนโลก ศาสตราวุธที่ทรงพลังขนาดผ่าแผ่นดินได้อย่างสบายๆ บ้านเมือง ภูเขา ก้อนหิน เพียงเด็กสาวเอ่ยปาก กาติรัสก็จะตอบรับความปรารถนานั้นในพริบตา เพียงแต่ว่า ข้อกำจัดนี้คือมันไม่สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้ ส่วนสิ่งของที่สร้างมานั้นต้องแลกกับพลังเวทย์ของเขา ยิ่งมันล้ำค่ามากเท่าไหร่ พลังเวทย์ที่จะต้องสูญเสียยิ่งสูงขึ้นไปมากเท่านั้น “สุดยอด! กาติรัสมีพลังที่สะดวกสบายแบบนี้ด้วย!!” เด็กหนุ่มและเด็กสาวเล่นกันอย่างเพลิดเพลินตามประสาเด็กเก้าขวบ และนี่คงเป็นครั้งแรกที่กาติรัสรู้สึกสนุกเพราะการเล่นเหมือนเด็ก หรือบางที… ความสนุกนี้ไม่ได้เกิดจากการเล่น แต่เป็นบุคคลที่เขาเล่นด้วย? “กาติรัส…” ลิเวียธ่ากล่าวเสียงแผ่วเบา ท่าทางของเด็กสาวดูหวาดกลัวและเป็นกังวลอย่างมาก “เราเป็นเพื่อนกันแล้ว… ใช่ไหม?” กาติรัสเผยรอยยิ้มบาง วันนี้ความปรารถนาของเขาได้ถูกเติมเต็มไปบางส่วน ถ้าไม่ใช่เพราะนางจะเป็นใครอื่นใดอีก อีกทั้ง เขายังติดหนี้บุญคุณชีวิตกับเด็กสาวคนนี้ หากจักรพรรดิผู้ทรนงเป็นคนคิดคดคิดไม่ซื่อ ติดหนี้บุญคุณมิคิดชดใช้ จงอย่าได้เรียกข้าว่าเป็นจักรพรรดิอีก!! “อา… เจ้าคือสหายของข้า” ทันใดนั้น ลิเวียธ่าถึงกับนิ่งตะลึงงันไป ความรู้สึกมันพรั่งพรูเอ่อล้นออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจอย่างมิอาจยับยั้งได้ และเมื่อมันระเบิดออกมานั้น ทัศนียภาพของเด็กสาวพร่ามัวในฉับพลัน “อึก… อึก… อึก… ฮือแงงงงงงงงงงงง” ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,414 พลังกาย:96,954,879 พลังเวทย์:98,901,001 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ