ลูกสะใภ้เล่นชู้กับพ่อผัว

    ตอนที่ 37: คำพิพากษาและห้องขังแห่งความวิกลจริต

    สองสัปดาห์หลังจากที่เถ้ากระดูกของวรุตม์มอดไหม้กลายเป็นเถ้าควันลอยหายไปในอากาศ อัญชิสากลายเป็นคนไร้บ้านและไร้ที่พึ่งพิงทางจิตใจอย่างแท้จริง หล่อนเดินก้าวเท้าอย่างไร้จุดหมายปลายทางไปตามฟุตบาทถนนคอนกรีตของกรุงเทพมหานคร สภาพร่างกายผ่ายผอมลงซูบซีดจนแก้มตอบ ดวงตาหมองหม่นเลื่อนลอยและปราศจากประกายแห่งชีวิต ผมยาวแห้งกรังไม่ผ่านการหวีสางสลวยรุงรัง เสื้อยืดสีซีดและกางเกงยีนส์เก่าที่สวมใส่เปื้อนคราบฝุ่นสกปรก เท้าเปลือยเปล่าของหล่อนมีรอยแตกและรอยแผลแดงจากก้อนกรวดบนพื้นถนนที่หล่อนย่ำเดินมานานหลายกิโลเมตร หล่อนรู้สึกเหมือนเป็นเพียงร่างทรงของวิญญาณบาปที่ไม่มีวันหลุดพ้นจากตราบาปนี้ได้เลย


    หล่อนก้าวเท้าเดินนำทางตัวเองมาหยุดอยู่ตรงกลางสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา... สถานที่ที่ 'อนันต์' พี่ชายแท้ๆ ของหล่อนเคยกระโดดลงไปฆ่าตัวตายในอดีตเพื่อหนีความเจ็บปวดหลังจากโดนรองศาสตราจารย์นายแพทย์วรุตม์ปฏิเสธการรักษาและเหยียดหยามศักดิ์ศรีชนชั้นกลาง สะพานเหล็กกล้าขนาดใหญ่ทาสีเหลืองอมน้ำตาลมีสนิมเกาะกินตามขอบกั้น แดดระอุช่วงบ่ายสลับกับสายฝนพรำทำให้หมอกความร้อนระเหยขึ้นมาจากพื้นยางมะตอยฉุนจมูก เสียงเรือหางยาวแล่นผ่านใต้อุโมงค์สะพานพ่นควันดำโขมงสลัวชวนหดหู่ใจยิ่งนัก อัญชิสาจับราวเหล็กเย็นเชียบ หลับตาลงภาพความหลังย้อนก้องหู: อนันต์ยืนร่ำไห้เนื้อตัวสั่นระริกบ่นพึมพำเรื่องเงินรักษาพยาบาลโรคหัวใจของพ่อและการโกงเงินของนายแพทย์วรุตม์... อนันต์เป็นวิศวกรหนุ่มอนาคตไกลแต่ต้องมาพังทลายเพราะความเห็นแก่ตัวของชนชั้นนำทางการแพทย์... และเมื่อเขาดิ่งตัวลงสู่ผืนน้ำ กระแสน้ำโคลนเชี่ยวกราดกลืนกินร่างของเขาหายวับไปกับตาในวินาทีนั้น ทิ้งไว้เพียงกุญแจรถยนต์และจดหมายสั่งลาฉีกขาด หล่อนจำวันที่อนันต์เคยจูงมือหล่อนไปซื้อหนังสือเรียนและกวดวิชาในวัยเด็กได้เป็นอย่างดี รอยยิ้มแสนอบอุ่นเหล่านั้นไม่มีวันหวนคืนมาอีกแล้ว มีเพียงน้ำตาของน้องสาวชู้รักสะใภ้ที่ไหลอาบแก้ม


    อัญชิสารู้สึกว่าหล่อนกำลังเดินตามรอยความหายนะของพี่ชาย หล่อนแก้แค้นด้วยการกระโดดลงสู่หุบเหวราคะบ้าคลั่งกับผู้ชายที่เป็นต้นเหตุความตายของพี่... หล่อนยอมตกเป็นของฆาตกรเพื่อล้างแค้น ยอมทอดกายร่วมบาปและปล่อยตัวปล่อยใจให้กิเลสตัณหาครอบงำจนครอบครัวพังพินาศราบคาบ ท้ายที่สุดความแค้นก็ไม่ได้ให้อะไรคืนมา นอกเสียจากซากวิญญาณที่เน่าเปื่อยล่มสลายราบพินาศ หล่อนถามตัวเองซ้ำๆ ในใจด้วยความอัดอั้นปวดร้าว


    "พี่อนันต์คะ... อัญญ์ล้างแค้นให้พี่สำเร็จแล้วนะคะ... คุณหมอวรุตม์สูญเสียทุกอย่าง ใบประกอบวิชาชีพโดนเพิกถอน ทรัพย์สินโดนยึด ลูกชายตาย แฟนสาวหนีหาย และตัวเขาก็ตายอย่างอนาถาเป็นศพไร้ญาติโดนเผาไฟเหมือนสุนัขข้างถนน... แต่ทำไมอัญญ์ถึงไม่รู้สึกสะใจเลยคะพี่? ทำไมหัวใจอัญญ์มันถึงได้กลวงเปล่าและหนาวเหน็บทรมานขนาดนี้..."


    หยดน้ำตาร้อนๆ หยดลงสู่แม่น้ำกว้างเบื้องล่าง อัญชิสาตระหนักแล้วว่าในเกมล้างแค้นบ้าคลั่งนี้ ไม่มีใครชนะเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนต่างเป็นเบี้ยที่โดนไฟกิเลสตัณหาแผดเผาจนกลายเป็นเเถ้าถ่านฉิบหายไปตามๆ กัน ทันใดนั้น หล่อนหันไปพบกิ่งแก้วที่กำลังก้าวลงมาจากรถยนต์คันหรูริมฟุตบาทสะพาน หล่อนสวมชุดสีดำหรูหราและสวมแว่นตากันแดดสีเข้มเดินทางมาเคารพสถานที่ระลึกถึงพีท กิ่งแก้วชะงักหยุดยืนจ้องมองชู้รักสะใภ้ในสภาพไม่ต่างจากขอทานข้างถนนด้วยแววตาเฉยเมยปราศจากความโกรธแค้น แววตาของเมียหลวงที่ชนะคดีความสะท้อนชัยชนะที่ว่างเปล่าเช่นกัน หล่อนก้าวเดินช้าๆ เข้ามาหยุดยืนข้างอัญชิสา ดึงแว่นตากันแดดลงต่ำ สบสายตาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ


    "เธอทำลายครอบครัวของฉันสำเร็จแล้วอัญชิสา... สามีฉันตาย ลูกชายฉันตาย คฤหาสน์โดนยึดพังทลาย... แต่ตอนนี้เธอเหลืออะไรบ้างล่ะ? เธอชนะการล้างแค้นแต่เธอแพ้ชะตาชีวิตราบคาบ... เธอเป็นบุคคลล้มละลาย ไร้งาน ไร้เกียรติยศ และต้องจมอยู่กับบาปที่ทำร้ายพีทไปจนวันตาย... สุดท้ายพวกเราก็ตกนรกเหมือนกันนั่นแหละ"


    กิ่งแก้วเอ่ยพลางปัดหยาดฝนปอยบางที่เกาะบนบ่าชุดเดรสหรูสีดำเข้ม สายตาสมเพชเวทนาที่จับจ้องมองอัญชิสานั้นสะท้อนความเคียดแค้นที่มลายหายไป หล่อนหันหลังก้าวเดินกลับขึ้นรถยนต์และแล่นจากไป ทิ้งให้อัญชิสายืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างท่ามกลางสายลมหนาวที่เริ่มพัดโชยมาอีกครั้ง สายฝนตกกระทบ ร่างซีดเซียวเปียกชุ่มขยับก้าวขาอย่างยากลำบาก เสื้อผ้าสกปรกเปียกแนบเนื้อ อัญชิสารู้สึกว่าหล่อนกำลังมองเห็นภาพอนันต์และพชรยืนเคียงกันใต้ร่มเงาไม้ข้างสะพาน ทั้งสองคนยิ้มแย้มให้หล่อนด้วยแววตาอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยบาดแผลและความโศกเศร้า หล่อนร้องไห้สะอื้นพยายามเอื้อมมือเข้าหาพวกเขาร้องตวาดเสียงแหบแห้ง: "พี่อนันต์คะ... พีทคะ... อย่าทิ้งอัญญ์ไป... อัญญ์ขอโทษ... อัญญ์ผิดไปแล้ว..." ทว่าเมื่อหล่อนก้าวเข้าไปหา ภาพหลอนเหล่านั้นก็พลันสลายหายไปเป็นเพียงหมอกควันและหยดฝนหล่นกระทบสะพานหินชวนสิ้นหวัง


    พลันสมองและจิตใจที่บอบช้ำจนแหลกสลายของอัญชิสาก็กรีดร้องและแตกดับลงอย่างสมบูรณ์แบบ หล่อนเริ่มได้ยินเสียงแว่วดังหลอนประสาทก้องหู: เสียงทุ้มอบอุ่นของพีทที่เรียกชื่อหล่อนเบาๆ... เสียงแหบต่ำพร่าเล้าของวรุตม์ที่กระซิบข้างหู... และเสียงกรีดร้องสลดใจของพี่อนันต์ยามดิ่งตกสะพาน


    "กรี๊ด!!! หยุดร้องซะที! ฉันกลัวแล้ว! พีท... คุณหมอ... พี่อนันต์... อัญญ์ขอโทษ!"


    อัญชิสากรีดร้องลั่นสะพาน วิ่งเตลิดเปิดเปิงไปตามถนนอย่างเสียสติโดยไม่สนใจรถยนต์ที่วิ่งผ่าน หล่อนวิ่งล้มลุกคลุกคลานชนเสาไฟและกระแทกแผงกั้นเหล็กริมถนนจนเข่าและศอกแตกเลือดซึมแดงฉานเปรอะเสื้อยืดสีซีด หล่อนหัวเราะร่าสะท้านน้ำตาพร่ำเอ่ยคำขอโทษพีทและขอโทษคุณหมอ วิ่งกางข้อมือพยายามกวาดคว้าอากาศที่ว่างเปล่าราวกับเห็นพีทยื่นแหวนหมั้นให้และเห็นวรุตม์ก้าวเดินยื่นมือไขว่คว้าหาหล่อน หล่อนดึงทึ้งผมตัวเองจนหลุดร่วงอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนริมฟุตบาทและคนขับรถยนต์ต่างทำสีหน้าผวาและตกใจมองดูอดีตดาราสาวข่าวดังที่บัดนี้กลายเป็นคนวิกลจริตสติเฟื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่มาช่วยควบคุมตัวหล่อนมองดูหล่อนด้วยสายตาสังเวชใจ เขาจำอดีตดาราในทีวีได้ทันที เขาถอนหายใจยาวพลางบ่นพึมพำกับเพื่อนร่วมงาน: "ชะตากรรมคนเราหนอ... จากที่เคยรุ่งเรืองสวยงามล้นฟ้า วันนี้ต้องมากลายเป็นบ้ากู่ไม่กลับเกลือกกลิ้งดินกรวดข้างถนนเสียแล้ว"


    ตำรวจและพลเมืองดีวิ่งเข้ามาชาร์จควบคุมร่างที่คลุ้มคลั่งบิดเร้าของหล่อนไว้กับพื้นเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะโทรเรียกสายด่วนฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลจิตเวชด่วน


    ---


    หลังจากการจับกุมอัญชิสาในสภาพคลุ้มคลั่งบนสะพาน หล่อนถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลจิตเวชบุกันกระแทกหนาสีขาวสลัวชานเมืองทันที ผนังห้องและพื้นปูด้วยนวมหนาสีขาวปูทับแผ่นไม้เพื่อป้องกันไม่ให้หล่อนพยายามทำร้ายตัวเอง หล่อนต้องสวมเสื้อรัดแขน (Straitjacket) ผ้าแคนวาสสีขาวหนาที่รวบกอดพาดกุมมือทั้งสองข้างตรึงไว้กับแผงอกอย่างแน่นหนา มีสายรัดเย็บหนาพาดอ้อมไปผูกปมล็อกหัวเข็มขัดโลหะที่บ่าหลังสามชั้น ผนังหนังเทียมบุนวมสีขาวสะอาดตาช่วยบดบังเสียงตะโกนด่าทอระบายแค้นของหล่อน แสงไฟนีออนบนเพดานถูกครอบด้วยตะแกรงเหล็กหนาป้องกันคนไข้ทำลาย ช่องหน้าต่างเหล็กบนประตูเหล็กหนามีขนาดเท่าฝ่ามือ มีแผ่นกระจกนิรภัยสองชั้นบดบังกระแสลมหนาวภายนอก คราบสนิมและขี้เขม่าของตึกเก่าสลัวชวนหดหู่ใจยิ่งนัก บนเพดานมีกล้องวงจรปิดโดมขนาดเล็กคอยบันทึกภาพความเคลื่อนไหวตลอดเวลา


    อัญชิสาจ้องมองดวงตาอันว่างเปล่าเลื่อนลอยสะท้อนเงามัวหมอง หล่อนไร้ความรู้สึกต่อเวลา ไม่รู้ว่าวันนี้คือวันอะไร หล่อนมีเพียงความทรงจำอันกระจัดกระจายและเสียงกระซิบของวรุตม์และพชรที่ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในหัวทุกลมหายใจเข้าออก เสียงสะท้อนของรถกู้ชีพไซเรนและกลิ่นเขม่าควันเผาศพโชยคลุ้งในจมูกตลอดเวลา หล่อนอยู่ในกรงขังล่องหนที่สร้างขึ้นมาจากเศษตะกอนกิเลสตัณหาของตนเอง ผนังบุนวมสีขาวสะอาดมัวหมองด้วยคราบหยาดเหงื่อไคลสีจางๆ


    ผู้ดูแลมักนำยาระงับประสาทเม็ดสีเหลืองส้มและขาวมาให้หล่อนกินทุกมื้ออาหาร พยาบาลหญิงในชุดเครื่องแบบสีฟ้าอ่อนจะก้าวเข้ามาพร้อมบดบังทางออก หล่อนช้อนคางของอัญชิสาขึ้น กดหน้าผากและกดคางหล่อนลงให้อ้าปากกว้างเพื่อส่องดูใต้ลิ้นด้วยไม้พายแบนๆ ว่าหล่อนไม่ได้อมยาซ่อนไว้ รสขมฝาดของยากดประสาททิ่มแทงกบาลจนมึนชามืดมิด ทว่ามันกลับไม่อาจล้างทำลายฝันร้ายและความรู้สึกผิดบาปได้เลย ภาพหลอนของเหตุการณ์ในอดีตยังคงฉายซ้ำเป็นวิดีโอวนเวียนใต้เพดานขาวนวมนุ่ม ยาที่ควรจะสงบอารมณ์กลับกลายเป็นน้ำมันราดรดกบาลแผดเผาให้ฝันร้ายแจ่มชัดยิ่งขึ้นในยามที่หลับตา


    หล่อนติดอยู่ในกรงขังจิตวิญญาณของตัวเองอย่างถาวรชั่วนิรันดร์ ทว่าเมื่อค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ฤทธิ์ยาและสติปัญญาที่บิดเบี้ยวได้สร้างภาพหลอนอันร้ายกาจขึ้นในสมอง ผนังสีขาวสะอาดของห้องขังจิตเวชพลันหมุนวนบิดเบี้ยวแปรสภาพเปลี่ยนเป็นห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์วรวงศ์ตระการในวันงานแต่งงานที่ล่มสลาย เสียงกลองดนตรีดังระงมบีบขมับ ร่างของวรุตม์ก้าวเดินทะลุผ่านความมืดเข้ามาหาหล่อนในชุดสูทแพทย์หรูหรา วรุตม์เดินเข้ามาลูบไล้แก้มของหล่อน ทว่าสัมผัสนั้นกลับเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งและเปลี่ยนเป็นคราบเลือดสีเข้มเปรอะฝ่ามือ


    "อัญญ์... ทำไมเธอถึงทำลายครอบครัวของฉัน ทำลายลูกชายของฉัน... พวกเราสร้างหอกระจกราคะขึ้นมาแล้วมันก็พังทับหัวพวกเราเอง..." เสียงของวรุตม์กลับกลายเป็นเสียงตะคอกกล่าวโทษก้องกังวานสั่นสะท้านไปทั้งจิตวิญญาณ


    ทันใดนั้น ร่างของพชร (พีท) ก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังของวรุตม์ ใบหน้าของลูกชายอาบไปด้วยโลหิตแดงฉานจากการตกตึก คอของเขาบิดเบี้ยวผิดรูป ดวงตาคู่สวยจ้องมองหล่อนด้วยความผิดหวังและโศกเศร้า เขายื่นมือถือแหวนเงินเกลี้ยงชี้หน้าหล่อน


    "อัญญ์... เธอโกหกฉัน... เธอทรยศความรักของฉันไปร่วมบาปกับพ่อของฉัน... ทำไมเธอมันใจร้ายแบบนี้... หรืออัญญ์ไม่เคยรักฉันเลยแม้แต่วินาทีเดียว..." เสียงของพีทดังแว่วระงมปนเสียงสะอื้นไห้ที่กรีดลึกเข้ากลางขั้วหัวใจของหล่อนจนหายใจไม่ออก


    ไม่เพียงเท่านั้น ภาพหลอนของอนันต์ พี่ชายแท้ๆ ของหล่อน ก็ก้าวเดินขึ้นมาจากผืนน้ำสีโคลนข้างผนังห้อง ร่างกายเปียกปอนเฉอะแฉะ แววตาดุร้ายประณามหล่อนด้วยความเกลียดชังแสนสาหัส


    "นังน้องทรยศ! แกนอนกับคนที่ฆ่าพี่ชายแก แกยอมทิ้งศักดิ์ศรีและความถูกต้องเพื่อไปเสพสมกามบาปกับคนที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่ต้องตาย... แกเอาวิญญาณพี่ไปขายแลกกับราคะสกปรกของแก! แกมันเป็นความอัปยศของพ่อแม่! แกไม่มีสิทธิ์ได้รับการอโหสิกรรมจากใครทั้งสิ้น!"


    อัญชิสากรีดร้องลั่นห้องพยายามกางมือไขว่คว้าปัดป้องภาพหลอนเหล่านั้น ทว่าเสื้อรัดแขนผ้าแคนวาสกลับตรึงแขนทั้งสองข้างของหล่อนไว้แน่น หล่อนดิ้นรนบิดตัวไปมาราวกับสัตว์ป่าติดบ่วง ชนผนังนวมสีขาวปังๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หล่อนเอาศีรษะกระแทกกับผนังบุนวมหวังจะให้ความเจ็บปวดปลุกหล่อนขึ้นมาจากฝันร้าย แต่มันไม่ช่วยอะไรเลย ภาพหลอนวิญญาณทั้งสามยังคงรุมล้อมรังควานอย่างไม่ลดละ แผดเผาจิตใจจนเป็นผุยผงราบคาบไร้ทางหนีรอดพ้นได้อีกชั่วนิรันดร์


    เช้าวันถัดมา พยาบาลเวรเปิดช่องหน้าต่างเล็กบนประตูเหล็กหนาเพื่อส่องดูสภาพคนไข้ หล่อนต้องอ้าปากค้างด้วยความรู้สึกสังเวชใจและสลดหดหู่ใจอย่างที่สุด อัญชิสานอนขดตัวอยู่บนพื้นห้อง เสื้อรัดแขนฉีกขาดบางส่วนจากการดิ้นรนอย่างรุนแรง ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและน้ำลายแห้งกรัง ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องมองมุมห้องไร้จุดหมาย ครางพึมพำกระซิบกระซาบกับความว่างเปล่าอย่างคนสติฟั่นเฟือนไร้สมอง


    พยาบาลที่มองดูผ่านช่องกระจกถอนหายใจยาวพลางสั่นหัว: "นึกถึงคดีสะใภ้ชู้ข่าวดังในอดีต... สุดท้ายก็ลงเอยด้วยสภาพคนบ้าวิกลจริตนอนยิ้มวิปลาสเกลือกกลิ้งพื้นนวม ดับสูญเกียรติยศชื่อเสียงและสติปัญญาลงจนสิ้นซาก น่าสงสารจริงๆ คนเราตราบาปมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน"


    อัญชิสาขยับริมฝีปากแห้งผากกระซิบเสียงหวานแผ่วเบา: "คุณหมอคะ... พีทคะ... มารับอัญญ์ด้วยนะคะ... อัญญ์จะสวมแหวน... อัญญ์จะช่วยพยุงคุณหมอเองค่ะ... ร่างกายอัญญ์มันหนาวเหน็บเหลือเกิน..."


    หล่อนจ้องมองเพดานสีขาวสะท้อนรอยยิ้มวิกลจริต จิตวิญญาณและสติสัมปชัญญะหลุดลอยพ้นจากความเป็นจริงสู่นรกคุกภาพหลอนที่สร้างขึ้นมาล่ามโซ่ตรวนกักขังดวงวิญญาณบาปนี้ชั่วนิรันดร์กาล ความพินาศของตระกูลวรวงศ์ตระการอย่างไร้ซากชิ้นดี ปล่อยให้ความมืดมิดในห้องขังจิตเวชไร้แสงสว่างกักขังคนบาปไว้ตราบชั่วนิรันดร์กาล ปราศจากเกียรติยศและศักดิ์ศรีของมนุษย์หลงเหลืออยู่เลยในโลกภายนอกชั่วนิรันดร์กาล ปล่อยให้วิญญาณของหล่อนเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าและภาพหลอนของพชรและวรุตม์ที่จะคอยเวียนวนครางถามซ้ำๆ ถึงหนี้กรรมชั่วกาลนานแสนนานชั่วฟ้าดินสลาย



    คล้ายกับเรื่องลูกสะใภ้เล่นชู้กับพ่อผัว ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668